<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว.ร่วมกับทีเอไอ ยกระดับเอสเอ็มอีไทยรุกอุตสาหกรรมการบินผลักดันสู่มาตรฐานระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค. 2563 นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ สสว. ได้ร่วมกับ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด (ทีเอไอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานซ่อมบำรุงอากาศยานของกองทัพอากาศและหน่วยงานอื่นๆ นำสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai Subcon) เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานตาคลี จ.นครสวรรค์ เพื่อแสวงหาความร่วมมือให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ผลิตชิ้นส่วนให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ ปรับตัวหันมาผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ เพื่อซ่อมบำรุงอากาศยาน และยังเป็นการยกระดับเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม New S-Curve ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน เพื่อช่วยลดการพึ่งพาต่างชาติ และประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงอากาศยานได้มหาศาล

สสว. และทีเอไอ ได้รับเกียรติจาก พลอากาศโท ภาณุวัชร์ เปี่ยมศรี เจ้ากรมช่างอากาศ พร้อมนำผู้ประกอบการจากสมาคม Thai Subcon เข้าเยี่ยมชมศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานลพบุรี จ.ลพบุรี เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งศูนย์นี้เป็นแหล่งซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ที่สำคัญของประเทศไทย มีขีดความสามารถในการซ่อมบำรุงระดับโรงงาน ตรวจซ่อมโครงสร้าง รวมทั้งปรับปรุงระบบเอวิออนิกส์ของเฮลิคอปเตอร์ เพื่อหาแนวทางการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในการผลิตอะไหล่สนับสนุนการซ่อมบำรุงทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในการสร้างและผลิตสายไฟ ท่อทาง และสายเคเบิลที่ใช้กับระบบต่างๆ ของเฮลิคอปเตอร์ แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องปรับตนด้านมาตรฐานตามที่กำหนด เนื่องจากอุตสาหกรรมการบิน เป็นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง โดยคาดว่าในช่วงแรก ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถเข้าผลิตชิ้นส่วนป้อนให้กับ ทีเอไอ ไปได้ประมาณ 30% ของเครื่องบินทั้งลำ และสัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

พล.อ.อ. ศิริพล ศิริทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมการบิน จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;ทีเอไอ และกรมช่างอากาศ จะถ่ายทอดเทคโนโลยีและประสบการณ์การผลิตให้กับเอสเอ็มอีไทย โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีสูงมากนัก เช่น สายไฟ ท่อทาง สายเคเบิลต่างๆ แผงเครื่องวัด การผลิตจอเครื่องวัดต่างๆ ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตได้เองทั้งหมดทั้งสำหรับเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ รวมทั้งนำกระบวนการวิศวกรย้อนกลับ เพื่อศึกษาผลิตอุปกรณ์อากาศยานรวมไปถึงโครงสร้างเทคโนโลยีคอมโพสิตต่างๆ ใช้เองภายในประเทศ&amp;rdquo;

นอกจากนี้ ทีเอไอ ยังได้ร่วมมือกับ บริษัท แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยอีกด้วย ทั้งนี้ ทีเอไอ ถือเป็นหน่วยงานหลักที่สนับสนุนการซ่อมบำรุง และการฝึกอบรมให้กับนักบินและช่างเครื่องให้กับเฮลิคอปเตอร์ทางทหารและหน่วยราชการต่างๆ ในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบัน ทีเอไอ ได้ดูแลและซ่อมบำรุงอากาศยานที่ประจำการอยู่ทั้งสิ้น 64 เครื่อง แบ่งเป็นเครื่องบินทางทหาร 53 เครื่อง และพลเรือน 11 เครื่อง รวมทั้งเตรียมการให้ ทีเอไอ เป็นศูนย์ประกอบเฮลิคอปเตอร์ในประเทศไทย เพื่อรองรับการพัฒนาเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ของแอร์บัสระดับโรงงาน ตลอดจนขยายความร่วมมือไปสู่ภาคอุตสาหกรรมการบินระดับโลก โดยสามารถซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ให้กับภาคพลเรือนภายในประเทศ และประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียนต่อไป
&amp;ldquo;การที่แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ เข้ามาร่วมมือกับ ทีเอไอ ในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อที่จะลดต้นทุนในการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ให้กับลูกค้าในภูมิภาคนี้ และเพิ่มศักยภาพในการเจาะตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น หากผู้ประกอบการไทยผลิตชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์ผ่านมาตรฐานที่ แอร์บัส กำหนด ก็จะยิ่งทำให้มีศักภาพในการแข่งขันกับเฮลิคอปเตอร์บริษัทอื่นๆ ได้มากขึ้น&amp;rdquo; กรรมการผู้จัดการ ทีเอไอกล่าว

นายวีระพงศ์ เพิ่มเติมว่า &amp;ldquo;หลังจากนี้ สสว. จะร่วมมือกับ ทีเอไอ จัดทำโรดแมปเพื่อดำเนินแนวทางความร่วมมือตามมาตรการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยนำร่องสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดชิ้นส่วนอากาศยาน อุปกรณ์ ตลอดจนการให้บริการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงอากาศยาน ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะกำหนดสัดส่วนงบประมาณการจัดซื้อจัดจ้างจากเอสเอ็มอี คิดเป็นร้อยละ 30 ของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง และการกำหนดแต้มต่อด้านราคา เพื่อให้เอสเอ็มอี ที่เสนอราคาสูงกว่าราคาต่ำสุดร้อยละ 10 สามารถเป็นผู้ชนะการแข่งขันได้ ซึ่ง ทีเอไอ ได้รับสัญญาการซ่อมบำรุงอากาศยานจากกองทัพอากาศปีละ 4.5 พันล้านบาทต่อปี ทำให้ผู้ประกอบการไทยที่ผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐานที่กำหนด สามารถเข้ามามีส่วนแบ่งจากมูลค่างานของ ทีเอไอ จำนวนนี้ได้ และจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต&amp;rdquo;

ทั้งนี้ การพัฒนาอุตสาหกรรมอากาศยานดังกล่าว ยังสามารถต่อยอดไปผลิตอากาศยานในด้านอื่นๆ เช่น การผลิตโดรนเพื่อใช้ในการขนส่ง และโดรนด้านการเกษตรต่างๆ ทั้งการฉีดยา การตรวจสอบสภาพพื้นที่การเกษตร เป็นต้น ซึ่งผลงานต่างๆเหล่านี้ จะนำมาจัดแสดงในงานของกองทัพอากาศเดือน ส.ค. นี้ รวมทั้งยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยต่างๆ ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถผลิตได้&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74907</URL_LINK>
                <HASHTAG>สสว., อุตสาหกรรมการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cb710767fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2018 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2018 16:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทริสเรทติ้งคงอันดับวิทยุการบินฯ ที่ระดับ“AAA” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิต วิทยุการบินฯที่ระดับ &amp;ldquo;AAA&amp;rdquo; หลังมีสถิติด้านความปลอดภัยที่ดี สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ส่วนคณะผู้บริหารมีประสบการณ์ในการบริหารจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.61-รายงานข่าวจากบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าประเด็นสำคัญที่กำหนดเครดิตของวิทยุการบินฯ คือ การมีบทบาทเชิงกลยุทธ์ในอุตสาหกรรมการบินของประเทศในการให้บริการจราจรทางอากาศ โดยมีสถิติของอุบัติการณ์การจราจรทางอากาศ (incident) อยู่ที่ 2.2-3.7 ต่อ 100,000 เที่ยวบิน ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของผู้ให้บริการควบคุมจราจรทางอากาศทั่วโลกอยู่ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 4.7 ต่อ100,000 เที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้มีปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยให้ดียิ่งขึ้นและเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ รวมทั้งได้มีการลงทุนในระบบควบคุมจราจรทางอากาศระบบใหม่อีกด้วย อีกทั้งผลการดำเนินงานด้านการเงินมีการปรับตัวดีขึ้นพร้อมกับการเติบโตของปริมาณจราจรทางอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้น โดยในปีงบประมาณ 2560 มีรายได้เพิ่มขึ้น 4.7% และในช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 61 มีรายเพิ่มขึ้น 6.7% &amp;nbsp;ขณะที่คณะผู้บริหารก็มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการเช้นกัน
&amp;nbsp;
สำหรับแนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo; สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาผลการดำเนินงานที่ดีเอาไว้ได้และจะยังคงรักษาสถานะสภาพคล่องให้อยู่ในระดับสูงได้ต่อไปอีกด้วย ทั้งนี้ วิทยุการบินฯ ได้รับการจัดอันดับเครดิตสูงสุด AAA ตั้งแต่ ปี 58 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความปลอดภัย, จราจรทางอากาศ, ทริสเรทติ้ง, วิทยุการบิน, อุตสาหกรรมการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180711/image_big_5b45cb9d250b9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
