<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2020 19:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2020 19:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ เห็นพ้องข้อเสนอผู้ประกอบการภาพยนตร์ สร้างรายได้ฟื้นเศรษฐกิจ หลอมรวมจิตใจปชช.เป็นหนึ่งเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ให้น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ นำตัวแทนผู้ประกอบอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย อาทิ บริษัท ทรานส์ฟอร์มเมชั่น ฟิล์ม จำกัด บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด และ บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เข้าพบเพื่อเสนอข้อคิดเห็นในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้มีความเข้มแข็ง แข่งขันในระดับนานาชาติ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมประเพณีของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยมีนายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เห็นพ้องกับข้อเสนอของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่จะใช้ content เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม อาหาร สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยสอดแทรกในภาพยนตร์เพื่อเป็น Soft Power สร้างรายได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งส่งเสริมความรัก ความสามัคคี หลอมรวมจิตใจของประชาชนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งรัฐบาลยินดีรับฟังความคิดเห็นและพร้อมช่วยเหลือทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 และหวังว่าหลัง โควิด-19 อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสามารถเติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพที่สร้างรายได้ให้กับประเทศจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา และมอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมบูรณาการทำงานร่วมกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสม สอดคล้องกับงบประมาณและกฎหมายที่มีอยู่ หวังเห็นความร่วมมือช่วยกันสร้างชาติให้มีมั่นคงยั่งยืน พร้อมเสนอแนะให้มีการจัดหมวดหมู่ เนื้อหา (content) ของภาพยนตร์หรือชีรี่ย์ให้ชัดเจนน่าสนใจเหมือนต่างประเทศ ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทั้งตลาดบน ตลาดกลาง และตลาดล่างด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ได้ยกตัวอย่างการสนับสนุนของรัฐบาลในต่างประเทศ อาทิ สิทธิประโยชน์ทางภาษี การส่งเสริมวัฒนธรรมผ่านภาพยนตร์ ซึ่งเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จ โดยใช้ภาพยนตร์ ซีรี่ย์ ดารา ศิลปิน เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง Soft Power กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรม สอดแทรกสาระ content ที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรม ทั้งอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ความรัก ความสามัคคี รวมทั้งศักยภาพอื่น ๆ ของไทย ซึ่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์นอกจากจะสร้างรายได้จำนวนมหาศาล สนับสนุนการสร้างงาน สร้างรายได้ ทำให้เกิดการจ้างงานไม่น้อยกว่า 200,000 อัตรา ช่วยเรียกความเชื่อมั่นใจต่างประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญภาวะวิกฤติในปัจจุบัน ยังเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี หลอมรวมจิตใจของประชาชนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกันตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78278</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200922/image_big_5f69efe0a5a6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38282</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2019 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2019 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลคุยฟุ้งปี60-61 ไทยดันอุตฯหนังสร้างรายได้ปีละ2แสนล้าน ตั้งเป้าขึ้นแท่นระดับโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11 มิ.ย.62- ที่ห้องประชุม 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์ฯ ครั้งที่ 2/2562 ว่า ที่ประชุมได้รับทราบวีดิทัศน์รายงานผลการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่งรัฐบาลโดย &amp;ldquo;ทีมประเทศไทย&amp;rdquo; ที่เป็นการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และภาคีเครือข่ายต่าง ๆในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยในปี 2560&amp;ndash;2561 สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยรวมมูลค่าไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี และพัฒนาองค์ความรู้และให้ทุนสนับสนุนทุนการผลิตภาพยนตร์และวีดิทัศน์กว่า 190 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีที่ผ่านมาคณะกรรมการภาพยนตร์ฯในนามทีมประเทศไทยได้เข้าร่วมงานเทศกาลและตลาดภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในต่างประเทศ 5 ประเทศ ได้แก่ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและฝรั่งเศส เพื่อเจรจากับนักลงทุนทั่วโลกและมีมูลค่าการเจรจากว่า 3,800 ล้านบาท รวมทั้งได้ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของอาเซียน &amp;nbsp;ทำให้ไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในกลุ่มอาเซียนโดยอยู่อันดับ 5 ในภูมิภาคเอเชีย รองจากญี่ปุ่น จีน อินเดีย เกาหลีใต้ และพร้อมก้าวสู่ระดับโลกอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ได้รับรายงานการขออนุญาตเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยและที่เกี่ยวข้อง ประจำปี พ.ศ.2562 &amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนม.ค.-พ.ค. มีทั้งหมด 312 เรื่อง และมีประเทศที่เข้ามาถ่ายทำในไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น 53 เรื่อง อินเดีย 45 เรื่อง และจีน 39 เรื่อง ส่วนประเภทภาพยนตร์ที่เข้ามาถ่ายทำในไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ภาพยนตร์โฆษณา/ประชาสัมพันธ์ 166 เรื่อง สารคดี 66 เรื่อง และรายการโทรทัศน์ 51 เรื่อง และรายได้จากการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยรวมกว่า 2,879 ล้านบาท โดยประเทศที่เข้ามาถ่ายทำและสร้างรายได้จากการเข้าถ่ายทำมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือกว่า 761 ล้านบาท ฮ่องกงกว่า 649 ล้านบาทและสหรัฐอเมริกากว่า 475 ล้านบาท &amp;nbsp;
ขณะเดียวกันที่ประชุมรับทราบการเตรียมการจัดกิจกรรมส่งเสริมเผยแพร่ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในไทยและต่างประเทศ เช่น การเข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์และโทรทัศน์นานาชาติ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ประจำปี 2562 &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย.2562 โดยไทยไปจัดคูหาประชาสัมพันธ์และจำหน่ายภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในงานดังกล่าว และมีภาพยนตร์ไทยที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้จัดงานให้จัดฉายในงานดังกล่าว ได้แก่ แอปชนแอป , ศักรินทร์ ตูดหมึก, นคร-สวรรค์, แสงกระสือ และLondon Sweeties&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดเทศกาลภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานคร 2562 ระหว่างวันที่ 3-8 ก.ค.2562 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งมี 4 กิจกรรมประกอบด้วย 1.จัดฉายภาพยนตร์ 12 เรื่องจาก 13 ประเทศ 2.จัดฉายภาพยนตร์อันทรงคุณค่าในอาเซียน 3 เรื่องจาก 3 ประเทศ 3.จัดประกวดภาพยนตร์อาเซียน 12 เรื่องจาก 13 ประเทศ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภทรางวัล คือ รางวัล Best ASEAN Film ได้รับรางวัลเงินสด 10,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมถ้วยรางวัล รางวัล Jury Pize ได้รับรางวัล 5,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมถ้วยรางวัล และรางวัล Special Mention ได้รับรางวัลเงินสด 2,000 ดอลล่าร์สหรัฐ พร้อมถ้วยรางวัล 4.จัดฉายภาพยนตร์จาก 3 ประเทศเอเชียตะวันออก ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น และ5.สัมมนาของ Purin Foundation หัวข้อ Producing Fist Features ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการผลิตภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38282</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิษณุ เครืองาม, ทีมประเทศไทย, รายได้อุตสาหกรรมหนังของไทย, อุตสาหกรรมภาพยนตร์ในไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190611/image_big_5cff726b6cf8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
