<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;สมคิด&quot;สั่งอุตฯลุยเกษตรผนึกธกส.ยกระดับสินค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; สั่งกระทรวงอุตฯลุยนโยบายอุตสาหกรรมการเกษตร จับมือกับก.เกษตรฯ-ธ.ก.ส. ยกระดับสินค้าสตาร์ทอัพ พร้อมดูพื้นที่ตั้งเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายนอกเหนืออีอีซี พร้อมจี้เปลี่ยนชื่ออินโนสเปซ(ไทยแลนด์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21มิ.ย.62 - &amp;nbsp;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานในกระทรวงอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.)ดำเนินงานดูแลอุตสาหกรรมเกษตรให้มากขึ้น และให้ยกเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่จะดำเนินงานของกระทรวง โดยต้องหาแนวทางให้มีความสามารถในการเข้าไปพัฒนาเกษตรกร ที่บูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) รวมทั้งธนาคารธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) ใช้งบประมาณแผ่นดินตามเข้าไปสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ตอนนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ รถยนต์ในประเทศไทยมีเยอะแล้ว และทุกครั้งที่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาดำเนินงานก็ได้ไปพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมหนักส่วนใหญ่ ในขณะที่กลุ่มเกษตรประเทศไทยต้องดำเนินการเอง จึงต้องหันมาสนใจกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น แต่ก็เข้าใจว่ากระทรวงอุตสาหกรรมนั้นมีประสบการณ์น้อยกว่า จึงต้องจับคู่และดำเนินการไปพร้อมกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญอย่าง ธ.ก.ส. และต้องเกลี่ยคนมาทำงานในส่วนนี้ด้วย เพราะคนในกระทรวงมีตั้งหลายคน เพื่อเป็นการดูแลรากหญ้าให้มากขึ้น&amp;rdquo;นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งการบริหารยุคใหม่ให้ทันประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อแต่งตั้ง ครม.ได้แล้วเสร็จ จะเริ่มเดินหน้าบริหารได้เต็มที่ จึงต้องการให้ทุกหน่วยงาน เตรียมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้การเดินทางไปเยือนญี่ปุ่นคราวหน้า ต้องมีความคืบหน้าเกี่ยวกับนโยบาย Open Innovation Columbus เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ผ่านไทยแลนด์ไซเบอร์พอร์ต หวังปั้นผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ 50 ราย ด้วยทุนเริ่มต้น 500 ล้านบาท ในส่วนของธพว. สั่งการให้เดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้จัดกลุ่มเป้าหมายปล่อยสินเชื่อ เพื่อช่วยเหลือรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด กล่าวว่าการพัฒนาเขตพื้นที่ที่มีศักยภาพ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) จะต้องดูความเหมาะสมของพื้นที่ในการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายอื่น ๆ นอกเหนือจากพื้นทีพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) และต้องจัดหาที่ดินรองรับการตั้งนิคมฯ และเน้นการสนับสนุนไปที่เอสเอ็มอีและผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดึงรายใหญ่ เนื่องจากบทบาทที่สำคัญของ กนอ. ในอนาคตคือพัฒนาความสามารถการแข่งขันของรายย่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กลับมาตรวจครั้งหน้าผลอยากเห็นความชัดเจนในแผนการดำเนินงานต่าง ๆ ว่าจะเน้นอุตสาหกรรมเกษตรอย่างไร ประสานงานกับใครบ้าง และทุกหน่วยงานที่อยู่ในสังกัดต้องเข้ามามีบทบาทไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะมีไปทำไม โครงสร้างการทำงานต้องชัดเจน ว่าทำอะไรบ้างและที่สำคัญคือต้องจัดการคนเข้ามาทำงานให้ได้ ส่วนอินโนสเปซ(ไทยแลนด์) ชื่อนี้ก็ยังดูไม่ทันสมัยฟังแล้วเข้าใจอยากน่าจะใช้เป็นไทยแลนด์ไซเบอร์พอร์ตไปเลย&amp;rdquo;นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39034</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.), รองนายกรัฐมนตรี, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อุตสาหกรรมยานยนต์, อุตสาหกรรมเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20190523/image_mid_5ce664c05f6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
