<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 15:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สศอ.โชว์ผลงานขับเคลื่อนกลุ่มเอส-เคิร์ฟคืบลุยสร้างไทยเป็นฮับระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.2564 นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า&amp;nbsp;ในรอบ 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2564 สศอ. มีผลการดำเนินงานที่สำคัญตามกรอบนโยบายในแต่ละด้านทั้งในระดับมหภาคและรายสาขา โดยด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพ (เอส-เคิร์ฟ)&amp;nbsp;ยานยนต์สมัยใหม่&amp;nbsp;สศอ.&amp;nbsp;ได้ออกประกาศกำหนดกระบวนการผลิตที่เป็นสาระสำคัญของของในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบเสรี ฉบับที่ 2 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งเสริม&amp;nbsp;&amp;nbsp;ให้เกิดการลงทุนที่ใช้เทคโนโลยีเข้มข้นในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกหรือขายในประเทศ และฉบับที่ 4 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอนาคตของกระทรวงอุตสาหกรรม&amp;nbsp;สำหรับอุตสาหกรรมอนาคต (นิว เอส-เคิร์ฟ)&amp;nbsp;สศอ. ได้ดำเนินการขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ&amp;nbsp;คืบหน้าตามลำดับ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินมาตรการต่าง ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามโรดแมปที่จะให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นผู้นำในการผลิตและการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในภูมิภาคอาเซียนในส่วนของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในส่วนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะได้จัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2564 - 2570) เพื่อสร้างและพัฒนาอีโค ซิสเต็มให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์และระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะในอาเซียน&amp;nbsp;ซึ่งคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในปี 64 และสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลและเครื่องจักรกลการเกษตร&amp;nbsp;สศอ. อยู่ระหว่างจัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลไทย ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2565 - 2570) เพื่อยกระดับผู้ประกอบการให้มีศักยภาพในการผลิตที่สูงขึ้น เพิ่มความสะดวกให้แก่เกษตรกรผู้ใช้งาน รวมถึงลดการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยทั้ง 2 แผนปฏิบัติการอยู่ระหว่างนำเสนอ ครม. ภายในปีนี้เช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมเกิดการเชื่อมโยงขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ สศอ. ในฐานะหน่วยงานเจ้าภาพจัดทำแผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคตร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อให้อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 3.8%&amp;nbsp;และผลิตภาพการผลิตของภาคอุตสาหกรรมเติบโตเพิ่มขึ้น 1.0%&amp;nbsp;โดยในปีงบประมาณ 2565 ได้จัดส่งคำของบประมาณให้สำนักงบประมาณพิจารณาในกรอบวงเงิน 873.0646&amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่วาระการพิจารณาร่าง พรบ. ในปลายเดือนพ.ค. 64 นี้&amp;rdquo;นายทองชัย&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104253</URL_LINK>
                <HASHTAG>สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.), อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, ฮับอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae06358969b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77357</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุริยะจี้สศอ.ทำแผนดึงเน้นอุตฯอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและกลุ่มการแพทย์ลงทุนในไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 2563 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่ากระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เร่งจัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ ต่อไป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารและการแพทย์ที่ขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก มีการลงทุนและการจ้างงานเพิ่มขึ้น และอุตสาหกรรมหลักอื่นจะค่อยๆ ฟื้นตัวตามการผ่อนคลายมาตรการและการใช้จ่ายภายในประเทศที่ดีขึ้น เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนและยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในต่างประเทศยังน่าเป็นห่วง พฤติกรรมการบริโภคทั่วโลกเปลี่ยนแปลงจากเดิม ผู้บริโภคมีการบริโภคสินค้าคงทนลดลงตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ขณะที่การบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคกลับเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ภาคอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องยกระดับเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อตอบสนองพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงนี้ให้ทัน และใช้โอกาสจากวิกฤตในครั้งนี้ดึงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาสร้างฐานการผลิตในไทย รองรับอุตสาหกรรมไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นตัวเร่งให้การใช้เทคโนโลยีดิจิตอลถูกนำมาใช้ประกอบการทำงานและชีวิตประจำวัน ผู้บริโภคจำเป็นต้องปรับตัวสู่ชีวิตวิถีใหม่ ส่งผลให้พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คาด กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเตรียมแผนการดำเนินงานเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ให้เร็วขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย (เอส-เคิร์ฟ)&amp;rdquo;นายสุริยะ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการ สศอ. กล่าวว่า การยกระดับอุตสาหกรรมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 จะเป็นการนำเทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาช่วยในการทำงานผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายอัจฉริยะ พร้อมนำข้อมูลการทำงานไปวิเคราะห์และประมวลผลสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยทำให้อุตสาหกรรมการผลิตทำงานได้รวดเร็ว ยืดหยุ่น และสามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มศักยภาพให้อุตสาหกรรมไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศหลายประเทศที่เป็นฐานการผลิตสำคัญ รวมทั้งสถานการณ์สงครามการค้าส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องชะงักลง อุตสาหกรรมบางประเภทขาดชิ้นส่วนการผลิต เกิดปัญหาทางด้านการขนส่งสินค้าและวัตถุดิบ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มทบทวนแผนการผลิตใหม่และมีความต้องการย้ายฐานการผลิตออกเพื่อกระจายความเสี่ยง นับเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะดึงดูดผู้ให้ประกอบการเข้ามาลงทุน&amp;rdquo;นายทองชัย กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ไทยมีจุดแข็งทางด้านของแรงงานที่มีฝีมือและมีการควบคุมโควิด-19 ที่ดี สอดรับกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมที่มุ่งพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายให้สามารถรองรับอุตสาหกรรมที่จะย้ายเข้ามาใหม่ได้ รวมถึงการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) การเตรียมความพร้อมในสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถรองรับการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติได้ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77357</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, ส่งเสริมลงทุน, อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, อุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200824/image_big_5f43ca2b68f3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
