<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82528</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/11/2020 06:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/11/2020 06:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอกชนเหล็กปลื้มรัฐแก้พ.ร.บ.ตอบโต้การทุ่มตลาดปิดช่องโหว่พ่อค้าหัวหมอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ย.2563 นายนาวา จันทนสุรคน ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่าภาคอุตสาหกรรมเห็นด้วยในการที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเห็นชอบการแก้ไขพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 เพราะเป็นการปรับปรุงกฎหมายที่มีความจำเป็น และสำคัญเป็นอย่างยิ่งเพื่อแก้ไขปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า เนื่องจากเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก โดยการใช้การป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า (เอซี) ที่กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการอยู่นั้นจะกำหนดให้ผู้นำเข้าสินค้าที่อยู่ในข่ายของการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริง ซึ่งหากในท้ายที่สุดไม่ใช่การหลบเลี่ยงมาตรการก็ไม่ได้รับผลกระทบใดๆทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าในภูมิภาคอาเซียนที่มีการหารือในสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าอาเซียนมาเป็นระยะเวลานาน ได้แก่ ปัญหาการเจือธาตุอัลลอยด์บางประเภทเพียงเล็กน้อยเพียงเพื่อเปลี่ยนแปลงพิกัดศุลกากร โดยสินค้าเจืออัลลอยด์นี้ส่วนใหญ่ไม่อยู่ในข่ายของมาตรการทางการค้า และไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศจากการสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรของภาครัฐ ซึ่งการใช้มาตรการเอซีดังกล่าวจะเข้ามาช่วยเรื่องนี้ รวมทั้งยังเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่สามารถใช้แก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการเหล็กในอาเซียนจากปัญหาการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้าที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน และสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อผู้ผลิตเหล็กในอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากข้อมูลของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยในช่วงเดือนม.ค. - ส.ค. 2563 แสดงข้อมูลการนำเข้าเหล็กเจืออัลลอยด์ที่คาดว่าจะเป็นการนำเข้าเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า และอากรนำเข้าประมาณกว่า 430,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 7,100 ล้านบาท&amp;quot;นายนาวา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพงศ์เทพ เทพบางจาก นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสี หนึ่งในสมาชิกกลุ่ม 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย กล่าวว่า การผลักดันมาตรการเอซี จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การบังคับใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด และการอุดหนุนที่เป็นเป็นธรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหากสินค้าที่นำเข้ามีลักษณะ หรือคุณสมบัติพิเศษจริงก็จะไม่ถูกใช้มาตรการ นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวจะส่งผลต่อสินค้าจากประเทศที่มีพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมเท่านั้น สำหรับประเทศที่มีการค้าที่เป็นปกติ ไม่มีการทุ่มตลาดหรือการอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรมก็จะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82528</URL_LINK>
                <HASHTAG>การตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ, นาวา จันทนสุรคน, ป้องกันการหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า (เอซี), อุตสาหกรรมเหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b20e4ce07d4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50859</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2019 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุตสาหกรรมเหล็ก ตบเท้าเข้าพบ“สุริยะ”หาทางแก้ไขถูกต่างชาติดัมพ์ราคาแย่งตลาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 พ.ย. 2562 นางสาวสุชาดา แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลัง 7 สมาคมผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กไทย เข้าพบนายสุริยะ จึงรุ่งเรือง รมว.อุตสาหกรรม ว่าสมาคมฯ ได้รายงานสถานการณ์เหล็กว่าประเทศไทยเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐ โดยปี 2561 ไทยมีปริมาณการใช้เหล็ก 19.3 ล้านตัน เป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศเพียง 7.3 ล้านตัน และมีกำลังการผลิตเพียง 33% แสดงให้เห็นว่าภาพรวมของปัญหาหลักเกิดจากสินค้าในประเทศถูกสินค้านำเข้าแย่งส่วนแบ่งตลาด ส่งผลต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต รวมทั้งได้รายงานความคืบหน้าการแก้ไขวิกฤตอุตสาหกรรมเหล็กที่ได้ดำเนินการร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ตลอดจนความคืบหน้าแผนพัฒนาอุตสาหกรรมเหล็ก 4.0&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) กล่าวว่าสมอ.ได้กำหนดมาตรการควบคุมและกำกับดูแลการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กอย่างเข้มงวด และเฝ้าจับตาการนำเข้าสินค้าดังกล่าวอย่างใกล้ชิดผ่านระบบ National Single Window หากพบมีการนำเข้าในปริมาณมากผิดปกติ จะเข้าทำการตรวจสอบทันที พร้อมเก็บตัวอย่างทดสอบก่อนปล่อยใช้งานทุกครั้งที่นำเข้า เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงกฎหมาย และควบคุมการนำเข้าเหล็กลวดคาร์บอนจากประเทศเวียดนาม โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดก่อนทุกครั้งที่นำเข้า รวมทั้งเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจสอบ เนื่องจากปัจจุบันมีการนำเข้าเหล็กดังกล่าวจากประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา สมอ.ได้สนับสนุนอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล และภายใต้กฎระเบียบขององค์การการค้าโลก รวมทั้งควบคุมการนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กเป็นพิเศษ ตามนโยบายของรมว.อุตสาหกรรม ปัจจุบัน สมอ. ประกาศใช้มาตรฐานบังคับกับผลิตภัณฑ์เหล็กแล้ว 20 มาตรฐาน และได้เร่งรัดแก้ไขมาตรฐานและกำหนดใหม่ เพื่อบังคับใช้กับผลิตภัณฑ์เหล็กที่ด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ โดยมีมาตรฐานที่อยู่ในขั้นตอนการประกาศบังคับใช้อีก 7 มาตรฐาน ได้แก่ มอก. 50-2561 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็นเคลือบสังกะสี โดยกรรมวิธีจุ่มร้อน แผ่นม้วน แผ่นแถบ แผ่นตัด และแผ่นลูกฟูก, มอก. 528-25xx เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานทั่วไปและงานดึงขึ้นรูป, มอก. 1228-25xx เหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นสำหรับงานโครงสร้างทั่วไป, มอก. 1390-2560 เข็มพืดเหล็กกล้ารีดร้อน, มอก. 1999-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานโครงสร้างรถยนต์, มอก. 2060-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดร้อน สำหรับงานถังก๊าซ และมอก. 2140-2560 เหล็กกล้าทรงแบนรีดเย็น สำหรับงานรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐานที่อยู่ระหว่างการแก้ไขและกำหนดใหม่อีก 16 มาตรฐาน ซึ่ง สมอ. จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ สามารถยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และเพื่อป้องกันการนำเข้าเหล็กที่ด้อยคุณภาพจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50859</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สุชาดา แทนทรัพย์, อุตสาหกรรมเหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d8497a10a063.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
