<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตอก‘เพื่อไทย’ ล้างผิดคนโกง ‘ปู’นารีหนีคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ยันอุทธรณ์คดี &amp;quot;ยิ่งลักษณ์&amp;quot; ต้องติดตามต่อไป ด้าน &amp;quot;เชาว์&amp;quot; ลั่น ศาลฎีกาพิพากษาสั่งจำคุก 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา คือข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่านารีขี่ม้าขาวไม่มี มีแต่นารีหนีคุก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;quot;ธนกร&amp;quot; อบรมโฆษกเพื่อไทย อย่าปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จเพื่อกลบเกลื่อนความผิดให้ &amp;quot;ปู&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2564 หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 1351/2559 ลงวันที่ 13 ต.ค.2559 ที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว จำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท ของความเสียหายทั้งหมด 1.78 แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ถือว่ายังไม่ถึงที่สุด จะต้องมีการไปอุทธรณ์ ซึ่งจะต้องติดตามต่อไป แต่มีอีกกรณีหนึ่งที่เกี่ยวพันกับกระทรวงพาณิชย์ คือ คดีขายข้าวจีทูจี ที่ศาลมีการตัดสินไปแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังต้องไปดำเนินการว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่าไหร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกัน ตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ซึ่งกระทรวงการคลังชี้ไปแล้วว่าขายต้องชดใช้เท่าไหร่ ทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และโดยเหตุที่กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้เสียหาย ในคดีจีทูจี ให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการบังคับคดีให้ผู้เสียหายได้ชดใช้ แต่ผู้ที่ต้องชดใช้ก็ไปร้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองก็วินิจฉัยแล้วว่าเป็นคำสั่งที่ชอบ ดังนั้นจึงต้องไปตามบังคับคดีต่อไป ส่วนคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุด ก็ต้องรอการอุทธรณ์ของศาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าฝ่ายที่สนับสนุน น.ส.ยิ่งลักษณ์ หยิบเอาไปเป็นประเด็นทางการเมืองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ผิด แถมไปไกลถึงขั้นขอให้คืนความเป็นธรรมให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย โดยลืมไปว่าความจริงแล้วกรณีเดียวกันนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองได้มีคำพิพากษาลงโทษจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์ 5 ปี แต่เนื่องจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้หลบหนีออกนอกประเทศก่อนวันอ่านคำพิพากษา ดังนั้นผลของคำพิพากษาคดีนี้ยังผูกพันติดตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปตลอดอายุความ ซึ่งตามกฎหมายถือว่าไม่มีอายุความ คือหมายความว่าต้องหลบหนีไปตลอดทั้งชีวิต และไม่มีคำพิพากษาใดที่จะมาหักล้างหรือกลับคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองที่ถึงที่สุดแล้วนี้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ระบุอีกว่า ส่วนคำพิพากษาของศาลปกครองกลางยังไม่ถึงที่สุด คู่ความยังสามารถอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน 30 วัน แต่สามารถยื่นขยายเวลาออกไปได้ถ้ายื่นไม่ทัน ดังนั้นคำพิพากษาศาลปกครองกลางอาจถูกกลับหรือยกโดยคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องรอดูต่อไปว่าเมื่อมีการยื่นอุทธรณ์แล้ว ศาลปกครองสูงสุดจะมีคำพิพากษาว่าอย่างไร ทั้งสองฝ่ายก็อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย เอะอะโวยวาย หรือดีใจกันออกนอกหน้า คำพิพากษาศาลชั้นต้นถูกกลับโดยคำพิพากษาศาลสูงมีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญคือคำพิพากษาศาลปกครองกลางไม่สามารถลบล้าง ความผิดที่คุณยิ่งลักษณ์ก่อความเสียหายให้กับประเทศ ฐานไม่ระงับยับยั้งความเสียหายจากโครงการจำนำข้าวได้ โดยข้อเท็จจริงปรากฏชัดเจนว่าโครงการนี้ใช้กรอบวงเงินเกิน 5 แสนล้านบาท ที่ครม.มีมติอนุมัติเป็นกรอบเอาไว้ นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง ระบายข้าวไม่ได้ ทำให้รัฐขาดทุน ไม่มีเงินจ่ายชาวนา จนมีชาวนาหลายสิบคนต้องผูกคอตาย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเชาว์ชี้ว่า คำพิพากษาศาลฎีกายังระบุด้วยว่า ปรากฏข้อเท็จจริงว่านโยบายดังกล่าวขาดประสิทธิภาพและประสิทธิผล มีการทุจริตเกิดขึ้นในทุกขั้นตอน แม้ว่าบางขั้นตอนอยู่ในฝ่ายปฏิบัติ แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีและประธาน กขช. กลับไม่รับฟังข้อท้วงติงของหลายฝ่าย จนเกิดความเสียหายต่อรัฐ และยังมีกรณีระบายข้าวแบบจีทูจีโดยทุจริต แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กลับไม่ดำเนินการสั่งตรวจสอบอย่างจริงจัง หรือเข้มข้นเหมือนตอนตรวจสอบกรณีจำหน่ายข้าวถุงราคาถูกแก่ประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษาสั่งจำคุก น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นเวลา 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา นี่คือข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่านารีขี่ม้าขาวไม่มี&amp;nbsp; มีแต่นารีหนีคุก&amp;quot; อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ระบุว่า มีการใช้วาทกรรมว่ามีการทุจริตจำนำข้าวแล้วนำมาเป็นเหตุผลหลอกลวงประชาชนทำการรัฐประหารว่า การทุจริตโครงการรับจำนำข้าวไม่ได้เป็นวาทกรรมเหมือนที่โฆษกนกแก้วนกขุนทองพูด แต่สมัยที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวจริงๆ จนศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก มีรัฐมนตรีและข้าราชการผู้ใหญ่ติดคุกหลายคน ส่วนบางคนก็หนีออกนอกประเทศไป น.ส.อรุณีไม่ควรปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จเพื่อมากลบเกลื่อนความผิดใคร เพราะพี่น้องประชาชนทั่วประเทศทราบเรื่องนี้ดี ที่สำคัญไม่ควรมีใครก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ชดให้ค่าสินไหมทดแทนจำนวน 35,000 ล้านบาท และให้ระงับยับยั้งการยึดทรัพย์เพื่อการขายทอดตลาดนำเงินมาเป็นสินไหมทดแทนค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าวนั้น ก็เป็นไปตามกระบวนการปกติ ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลปกครองกลางก็ได้ตัดสินคดีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายภูมิ สาระผล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้สั่งให้มีการยึดทรัพย์ แต่ก็มีการยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ต้องรอการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุดว่าจะตัดสินออกมาอย่างไร โดยกระทรวงการคลังจะยื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม ตนเห็น ส.ส.เพื่อไทยหลายคนออกมากล่าวหานายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ว่าลุแก่อำนาจ ใช้คำสั่งกระทรวงการคลังดำเนินการเรื่องนี้นั้น ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคดีทุจริต ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจบไปแล้ว ติดคุกไปหลายคน ส่วนคดีที่ศาลปกครองก็ต้องรอศาลปกครองสูงสุด ซึ่งที่ผ่านมาหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้กระทำความผิด ก็ไม่ควรหนีไปต่างประเทศ ควรสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมใช่หรือไม่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98235</URL_LINK>
                <HASHTAG>นารีขี่ม้าขาว, นารีหนีคุก, พิพากษาสั่งจำคุก 5 ปี, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, ศาลฎีกา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทธรณ์, ไม่รอลงอาญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605de697c7a59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รุ่งศิลา&#039;ลั่นไม่หยุดสู้ต่อ! ชี้&#039;ม.112&#039;เครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้ามรัฐประหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - นายสิรภพ กรณ์อรุษ หรือนามปากกา &amp;ldquo;รุ่งศิลา&amp;rdquo; นักเขียนแนวร่วมคนเสื้อแดง จำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.กระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) กล่าวภายหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุก 4 ปี 6 เดือน ว่า&amp;nbsp; จะอุทธรณ์คดีนี้ต่อไป ตนยืนยันเจตนารมณ์ว่าจะต่อสู้เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง และต้องการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ในวันนี้บางอย่างอาจจะพูดไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่างต่อสู้คดี แต่เชื่อว่าวันข้างหน้าคำฟ้องทุกหน้า ข้อกล่าวหาทุกบรรทัดจะได้เผยแพร่เป็นสาธารณะ เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างกับการฟ้องร้องเอาผิดมาตรา 112&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเป็นคนหนึ่งที่ถูกขังในระหว่างพิจารณาคดีและไม่ได้รับการประกันตัวนานที่สุดในคดีนี้ เป็นระยะเวลา 4 ปี 11 เดือน แล้วก็มาได้รับการประกันตัวในช่วงใกล้จะมีการเลือกตั้งปี 2562 ประกอบกับมีเอกสารแถลงการณ์ของยูเอ็นกับการคุมขัง ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ได้รับการปล่อยชั่วคราว ส่วนจุดยืนของผมนั้น เพื่อต้องการให้เห็นว่ามีการใช้กฎหมายมาตรา 112 เป็นเครื่องมือกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่ต่อต้านการรัฐประหาร สำหรับประเด็นการถูกกล่าวหาพาดพิงสถาบันเบื้องสูงนั้น ขอไม่ตอบ เนื่องจากอยู่ระหว่างถูกกล่าวหาด้วยมาตรานี้ แต่เรื่องการต่อสู้ยังยืนยันว่าจะไม่หยุด ยังเดินหน้าต่อไป&amp;quot; นายสิรภพ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90180</URL_LINK>
                <HASHTAG>รุ่งศิลา, ศาลอาญา, สิรภพ กรณ์อรุษ, หมิ่นสถาบัน, อุทธรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_60050ca35fb18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2020 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2020 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โฆษกพลังธรรมใหม่&#039;จี้อสส.ทบทวนอุทธรณ์&#039;โอ๊ค&#039;ฟอกเงินกู้ภาพลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 09.30 น.นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าช่วงที่ผ่านมาหลังจากนายเนตร นาคสุข รองอัยการสูงสุดได้ลงนามแทนอัยการสูงสุดสั่งไม่อุทธรณ์คดีนายพานทองแท้ ท่านคงรับรู้ได้ถึงปฏิกิริยาจากสังคมเสียงวิจารณ์ของประชาชนถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นมากมาย รวมถึงความเคลือบแคลงสงสัย ว่าเหตุใดอัยการถึงเลือกจบเส้นทางในคดีนี้เพียงแค่ศาลชั้นต้น ทั้งที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอเจ้าของคดีมีความเห็นควรนำคดีขึ้นสู่ศาลสูง และที่สำคัญหนึ่งในองค์คณะผู้พิพากษาได้ชี้ว่านายพานทองแท้มีความผิดจริงสมควรจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเห็นว่าเวลาที่เหลืออีก 4 วันจนถึงวันที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ขยายระยะเวลาการยื่นอุธรณ์ให้ถึงวันที่ 25 มิถุนายนนี้ อัยการสูงสุดยังพอมีเวลา ซึ่งถือว่าเป็นห้วงเวลาที่สำคัญและควรใช้เวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;rdquo;นายจาตุรันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรันต์ กล่าวต่อว่า ตนยังเชื่อมั่นในจุดยืนของท่านอัยการสูงสุด และเชื่อมั่นในสำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งต้องดำรงค์ไว้ซึ่งความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินและคงไว้ซึ่งความถูกต้องเป็นธรรม หวังว่าท่านจะใช้โอกาสครั้งนี้สร้างบรรทัดฐานใหม่ และเร่งกอบกู้ภาพลักษณ์ของการทำหน้าที่ทนายแผ่นดินให้กลับมาเป็นที่คาดหวังของประชาชนตามกระบวนการยุติธรรมก็จะถือเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมยินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายจาตุรันต์จะเป็นตัวแทนพรรคพลังธรรมใหม่ เดินไปทางยื่นจดหมายดังกล่าวที่สำนักงานอัยการสูงสุดในวันพรุ่งนี้ (จันทร์ที่ 22 มิ.ย.)เวลา 09.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69270</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีนายพานทองแท้, จาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, อัยการสูงสุด, อุทธรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200318/image_big_5e71ad8789151.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67530</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2020 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2020 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลังธรรมใหม่&#039;ร้องศาลปค. เพิกถอนคำสั่งไม่อุทธรณ์คดี&#039;โอ๊ค&#039;ฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย. 63 - ที่ศาลปกครอง นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ เปิดเผยว่า วันนี้เป็นตัวแทนพรรคพลังธรรมใหม่มายื่นต่อศาลปกครองสูงสุด ในคดีที่ประชาชนและสังคมยังเคลือบแคลงสงสัยถึงการทำหน้าที่ของสำนักงานอัยการสูงสุด จากการที่ไม่สั่งอุทธรณ์คดีการฟอกเงินของนายพานทองแท้ ชินวัตร ซึ่งในคดีนี้สิ่งที่ประชาชนสงสัยคือ เส้นตามกระบวนการยุติธรรมยังสามารถเดินต่อไปได้ตามกระบวนการ คือ การอุทธรณ์ และสิ่งที่สูงสุดคือการฎีกา แต่เมื่อศาลตัดสินยกฟ้อง โดยมีผู้พิพากษา 2 ท่านเป็นองค์คณะ 1 ท่านเห็นควรไม่ผิด แต่อีก 1 ท่านเห็นควรให้นายพานทองแท้มีความผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่อัยการต้องทำคือดำเนินการอุทธรณ์ต่อตามความเห็นของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นเจ้าของคดี แต่สุดท้ายแล้วอัยการสูงสุดมีความเห็นไปทางที่สังคมเกิดความสงสัย เกิดความเคลือบแคลงถึงการใช้ดุลพินิจในการทำหน้าที่ว่าอยู่บนรากฐานของความสมเหตุสมผลหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้สำนักงานอัยการสูงสุดก็ได้มีการยื่นขยายเวลาการการอุทธรณ์ออกไปจนสุดท้ายเป็นครั้งที่ 6 และสุดท้ายศาลได้อนุญาตให้ขยายเวลาการอุทธรณ์จนถึงวันที่ 25 มิ.ย. 2563 ซึ่งยังเหลือเวลาอีกหลายวัน ฉะนั้นสิ่งที่พรรคพลังธรรมใหม่ได้มายื่นต่อศาลปกครองสูงสุด คือให้พิจารณาเพิกถอนคำสั่งที่ไม่อุทธรณ์ในครั้งนี้ ว่าทางอัยการสูงสุดอาจจะได้พิจารณาอย่างไม่สมเหตุสมผล และไม่อยู่บนพื้นฐานของกระบวนการกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่า อัยการสูงสุดยังสามารถทบทวนได้แน่นอน โดยได้ยกตัวอย่าง เช่น ครั้งหนึ่งในสมัยของอัยการอรรถพล ใหญ่สว่าง ที่เคยตั้งคณะทำงานขึ้นมาทบทวนในกรณีขอนายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์ อัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ในกรณีการก่อการร้าย ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ท่านยังได้มีโอกาสในการทบทวน และสิ่งที่พรรคพลังธรรมใหม่และพี่น้องประชาชนอยากจะตั้งคำถามก็คือว่าท่านยังมีเวลาทบทวนอีกหลายวัน 1 เดือนที่ศาลขยายเวลาการยื่นอุทธรณ์ให้เป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ท่านจะสามารถดำเนินการไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างที่สังคมและพี่น้องประชาชนอยากเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หลักฐานสำคัญที่สุด ผมว่าคงจะหนีไม่พ้นในเรื่องของความเห็นของดีเอสไอ ซึ่งเป็นหนึ่งเสียงที่เห็นให้สู้ต่อ อีกหนึ่งเสียงคือคำพิพากษาของผู้พิพากษาอีกท่านหนึ่งที่มีความเห็นว่านายพานทองแท้ทำผิด และอีกหนึ่งเสียงสำคัญมากที่สุด ผมคิดว่าเป็นอีกหนึ่งเสียงของสังคมและพี่น้องประชาชน เท่ากับว่าตอนนี้ 3:1เสียง ถ้าจะมองในมุมหลักรัฐศาสตร์ เป็น 3:1 เสียง ที่สำนักงานอัยการสูงสุดควรจะมีความเห็นสั่งอุทธรณ์ในคดีนี้&amp;rdquo; นายจาตุรันต์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกพรรคพลังธรรมใหม่ กล่าวด้วยว่า การยื่นเรื่องในวันนี้ตอนแรกตั้งใจจะยื่นขอไต่สวนฉุกเฉิน แต่คิดว่าน่าจะให้ศาลได้มีเวลาพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และเป็นไปตามกระบวนการ นอกจากนี้ กำลังพิจารณาว่าจะไปยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพิ่มเติม อย่างที่ครั้งหนึ่งตนเคยไปยื่น ป.ป.ช.ในคดีของนายจุลสิงห์ วสันต์สิงห์&amp;nbsp; ในมาตรา 157 ก็กำลังพิจารณาในข้อกฎหมายอยู่ ว่าผู้ที่ลงนาม รองอัยการสูงสุดคนที่ 1 ลงนามโดยชอบธรรมตามกฎหมายหรือไม่ ตอนนี้กำลังหาหลักฐานอยู่ โดยที่ท่านอัยการสูงสุดที่อ้างว่าไปราชการ ไปราชการจริงหรือไม่ กำลังตั้งข้อสงสัยกันอยู่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67530</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์, พรรคพลังธรรมใหม่, พานทองแท้, ศาลปกครอง, อุทธรณ์, โอ๊ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200601/image_big_5ed487bb9e4af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2020 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2020 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รีบเช็กสถานะรับสิทธิ์! เปิด8แห่งอุทธรณ์เยียวยาเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค. 63 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; โพสต์ข้อความในหัวข้อ &amp;quot;เปิดระยะเวลาอุทธรณ์เงินเยียวยาเกษตรกร&amp;quot; โดยระบุว่า &amp;quot;สำหรับเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนโครงการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไว้แล้ว แต่ยังคงประสบปัญหาไม่ได้รับเงินเยียวยาเนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ ขอให้รีบดำเนินการอุทธรณ์เงินเยียวยา ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เกษตรกรที่ปรับปรุงข้อมูล ปี 62/63 ภายใน 30 เม.ย. 63 สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันนี้ - 5 มิ.ย. 63 ไม่เว้นวันหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เกษตรกรที่ปรับปรุงข้อมูลระหว่าง 1 - 15 พ.ค. 63 สามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่ 31 พ.ค. - 5 มิ.ย. 63&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกษตรกรสามารถโทรศัพท์สอบถาม หรือเดินทางไปขออุทธรณ์ด้วยตัวเอง ณ ที่ทำการทั้ง 8 แห่งได้แก่
1. สำนักงานเกษตรอำเภอ และจังหวัด
2. สำนักงานประมงอำเภอ และจังหวัด
3, สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ และจังหวัด
4. สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขตหรือศูนย์เครือข่ายใกล้บ้าน
5. เขตบริหารอ้อย และน้ำตาลทราย 1 - 8 และศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อย และน้ำตาลทรายภาคที่ 1- 4
6. สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด
7. การยางแห่งประเทศไทย (จังหวัด/สาขา)
8. สำนักงานเกษตร และสหกรณ์จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะมีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในพื้นที่คอยให้ความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา พร้อมตอบข้อซักถามต่าง ๆ ให้แก่พี่น้องเกษตรกร และเมื่อยื่นเรื่องอุทธรณ์เสร็จแล้วถัดไปอีก 8 วัน เกษตรกรที่ยื่นเรื่องอุทธรณ์สามารถตรวจสอบสถานะได้ด้วยตนเองที่ www.moac.go.th&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66840</URL_LINK>
                <HASHTAG>อุทธรณ์, เกษตรกร, เยียวยา, โควิด-19, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200525/image_big_5ecb1d516a219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2020 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักวิชาการมาตรา1&#039;อุทธรณ์คดี&#039;ผู้กองปูเค็ม&#039;หมิ่นประมาท หลังศาลอาญายกฟ้องเพราะใช้สิทธิปกป้องรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.63- ผศ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ รองหัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าของฉายานักวิชาการมาตรา 1 โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊ก ว่า 12 พฤษภาคม 2563เวลา 10.30 น. ดิฉันและทนายจะเดินทางไปยื่นอุทธรณ์กรณีที่ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาให้ยกฟ้อง (หรือไม่รับฟ้อง) คดีที่ดิฉันได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร้อยเอกทรงกลด ชื่นชูผล (หรือ &amp;ldquo;ผู้กองปูเค็ม&amp;rdquo;) ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 326 และ 328&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง คำพิพากษานี้วางอยู่บนฐานของเหตุผลที่ว่า การกระทำของจำเลย (ผู้กองปูเค็ม) เป็นการแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสุจริตใจต่อเนื้อหาที่ดิฉันนำเสนอในงานเสวนาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ลานวัฒนธรรม จ.ปัตตานี ศาลระบุว่าการเสวนาดังกล่าวเป็นเวทีสาธารณะและการนำเสนอของดิฉันในเวทีนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ ซึ่งผู้ฟังและสาธารณชนสามารถแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื้อหาดังกล่าวได้ นอกจากนั้นศาลยังเห็นว่าการวิพากษ์วิจารณ์ดิฉันโดยจำเลยนั้น ถือได้ว่าเป็นการใช้สิทธิในการปกป้องรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ แม้ในการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว จำเลยอาจใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพหรือรุนแรงไปบ้าง แต่ก็ไม่ถือได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65682</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีหมิ่นประมาท, ชลิตา บัณฑุวงศ์, นักวิชาการมาตรา 1, ผู้กองปูเค็ม, อุทธรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eb9f85dcfb0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 11:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนพิษณุโลกแห่ลงทะเบียนอุทธรณ์สิทธิ์เยียวยา5พันเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เม.ย. 63 - ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เมื่อเวลา 08.30 น. ทางจังหวัดได้เปิดศูนย์บริการช่วยลงทะเบียนและขออุทธรณ์ตามมาตราการขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท ให้แก่ประชาชนที่เสียสิทธิ์ต่างๆ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีประชาชนกว่า 300 รายมาต่อคิวเพื่อลงทะเบียนใหม่ทบทวนสิทธิ์ บางคนก็มาขออุทธรณ์เนื่องจากถูกได้รับ SMS เป็นเกษตรกร ทั้งๆ ที่เป็นลูกจ้าง โดยในวันนี้ทางจังหวัดพิษณุโลกได้บริการตั้งโต๊ะในการรับบริการจำนวนกว่า 20 โต๊ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบัติ เฟืองเพียร อายุ 63 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป กล่าวว่า วันนี้ตนเองมาขอลงทะเบียนอุทธรณ์สิทธิ์ การรับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท จากผลกระทบโควิด ซึ่งตนเองได้ถูกตอบกลับว่า เป็นเกษตรกร ทั้งๆ ที่ตนเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และอาศัยอยู่กับภรรยา นอกจากนี้ตนเองก็ไม่มีที่ไร่ที่นาแต่อย่างใด จึงมาขออุทธรณ์สิทธิ์เพื่อขอรับเงินเยียวยาวเหมือนกับคนอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ในวันนี้ทางจังหวัดได้เตรียมเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ในการบริการให้ประชาชนมาขออุทธรณ์สิทธิ์ในวันที่&amp;nbsp; 20-22 เม.ย. นี้ จำนวน 20 โต๊ะด้วยกัน ซึ่งนอกจากทางจังหวัดจะเปิดรับลงทะเบียนแล้วทาง อำเภอและ อปท.ต่างๆ ก็ยังเปิดรับลงทะเบียนด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก นั้นตั้งแต่เช้ามีประชาชนมาต่อคิวในการใช้สิทธิ์กันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จากการสอบถามพบว่าผู้มาอุทธรณ์ส่วนใหญ่จะเข้าใจว่ามาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่จะได้สิทธิ์จริง แต่เป็นการเข้าใจผิด ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63687</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิพัฒน์ เอกภาพันธ์, พิษณุโลก, อุทธรณ์, เยียวยา5พัน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d1dfa49288.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
