<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66431</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 13:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์เปิดอุทยานประวัติศาสตร์-พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ 22 พ.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 20 พ.ค.นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp;(COVID-19) หรือ ศบค. ได้มีมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 2&amp;nbsp;กรมศิลปากรจึงจะเปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รวมถึงหอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ และหอเกียรติยศ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ตั้งแต่วันที่ 22&amp;nbsp;&amp;nbsp;พฤษภาคม 2563 นี้ หลังจากปิดชั่วคราวกว่า 2&amp;nbsp;เดือน พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;nbsp;(COVID-19) ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ในสังกัดกรมศิลปากรจะต้องดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม &amp;ldquo;ไทยชนะ&amp;rdquo; จาก www.ไทยชนะ.com และติดตั้ง QR CODE ให้ผู้รับบริการลงทะเบียน เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าออกในพื้นที่ สำหรับมาตรการหลักที่แจ้งให้ถือปฏิบัติ ได้แก่ จัดระบบการคัดกรองตรวจวัดอุณหภูมิทั้งเจ้าหน้าที่และผู้รับบริการ หากมีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;องศาเซลเซียสขึ้นไป จะให้เจ้าหน้าที่งดการปฏิบัติหน้าที่และงดจำหน่ายบัตรให้กับผู้ขอรับบริการดังกล่าว สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา บริการเจลแอลกอฮอล์ตามจุดต่างๆ ที่มีการสัมผัสบ่อย เช่น บริเวณจุดจำหน่ายบัตร ส่วนให้บริการ ห้องสุขา พร้อมทั้งทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทุก 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชั่วโมง จัดระบบการเข้าชมให้มีระยะห่างระหว่างบุคคลไม่น้อยกว่า 1.5&amp;nbsp; เมตร และไม่ให้มีความหนาแน่นภายในพื้นที่จัดแสดง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีการเข้าชมแบบหมู่คณะ จำกัดเข้าชมได้ไม่เกิน 10&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนและให้ประสานงานล่วงหน้า เพื่อความสะดวกในการจัดระบบดูแล งดบริการนำชม การจัดบรรยาย และสัมมนาภายในแหล่งเรียนรู้ของกรมศิลปากร ทั้งนี้ ขอให้ผู้เข้ารับบริการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้แต่ละแห่งจะต้องประสานงานกับจังหวัด เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการย่อยของแต่ละจังหวัดที่จะต้องประเมินความเสี่ยงของสถานที่ต่างๆ อีกครั้ง และรายงานสถานการณ์ของจังหวัดอันเป็นที่ตั้งให้กรมศิลปากรทราบทุกสัปดาห์ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการเปิดให้บริการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66431</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, อุทยานประวัติศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec4caeb76522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์ขยายเวลา&#039;ปิดแหล่งเรียนรู้&#039;  ไม่เก็บค่าเช่า เม.ย. ช่วยผู้ประกอบการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:36.0pt&quot;&gt;วันที่ 7 เม.ย. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่กรมศิลปากรประกาศปิดการให้บริการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 25&amp;nbsp;มีนาคม &amp;ndash; 25&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายน 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5&amp;nbsp;&amp;nbsp;แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548&amp;nbsp;&amp;nbsp;ได้ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม &amp;ndash; 30&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายน 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการของหน่วยงานในสังกัดกรมศิลปากรที่มีภารกิจให้บริการแหล่งเรียนรู้สอดคล้องกับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน กรมศิลปากรจึงประกาศขยายเวลาการปิดให้บริการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เก็บค่าเข้าชม หอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เป็นการชั่วคราว ออกไปจนถึงวันที่ 30&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมษายนนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประทีป กล่าวต่อว่า การปิดแหล่งเรียนรู้ดังกล่าวส่งผลให้เอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเพื่อหาประโยชน์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ และโบราณสถานที่เรียกเก็บค่าเข้าชม ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและลดภาระของเอกชนที่ได้รับผลกระทบ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32&amp;nbsp;&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534&amp;nbsp;แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5 ) พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมศิลปากรจึงประกาศยกเว้นการเรียกเก็บค่าตอบแทน หรือค่าธรรมเนียมจากเอกชนที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเพื่อหาประโยชน์ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุทยานประวัติศาสตร์ โบราณสถานที่เรียกเก็บค่าเข้าชม และหอสมุดแห่งชาติ ในงวดเดือนเมษายนนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นประการใด จะได้มีการประกาศในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-4.3pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62413</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โบราณสถาน, กรมศิลปากร, ประทีป เพ็งตะโก, ปิดแหล่งเรียนรู้, หอสมุดแห่งชาติ, อุทยานประวัติศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c5589eea26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จูงมือตายายท่องเที่ยวในชุมชน  ประโยชน์ต่อสุขภาพที่ไม่ควรละเลย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์วังสวนกาด&amp;rdquo; แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเขตเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน บรรยากาศร่มรื่นสวยงามของหมู่แมกไม้นานาพันธุ์ และเป็นที่ประทับของ &amp;ldquo;พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนไหนที่มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงพิพิธภัณฑ์ หรือเชิงภูมิปัญญาพื้นบ้านแล้วละก็ ต้องไม่พลาดชวนคุณตาคุณยายไปเยี่ยมชมสักครั้ง ทว่าสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเชิงให้ความรู้ที่ใกล้ตัวดังกล่าว หลายคนมองข้าม ทั้งที่ความจริงแล้วสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสุขภาพของผู้สูงวัยได้ไม่น้อย ไหนจะให้ทั้งความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาที่ยาวนานกว่า 100 ปีแล้ว ยังเป็นเพิ่มเต็มความรู้ และการเดินจูงมือลูกหลานไปชมส่วนต่างๆ ของแหล่งท่องเที่ยวชุมชน หรือละแวกใกล้เคียงยังทำให้ผู้สูงวัยได้เพลิดเพลินไม่น้อย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(อ.สุนที อัศวฬหะมงคล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครูหลิ่น-อ.สุนที อัศวฬหะมงคล ครูสอนลีลาศ รร.บุญเลิศลีลาศ และข้าราชเกษียณจาก &amp;ldquo;กรมศิลปากร&amp;rdquo; เล่าให้ฟังว่า &amp;ldquo;สำหรับผู้สูงอายุที่ชอบท่องเที่ยว หรือชอบทัศนศึกษา ขอแนะนำ &amp;ldquo;แหล่งท่องเที่ยวในชุมชน&amp;rdquo; ซึ่งตรงนี้ทาง ททท.เองก็ได้มีการสนับสนุนการเที่ยวในพื้นที่อยู่อาศัย เช่น หากท่านใดที่เป็นผู้สูงอายุในชุมชนเมืองอย่าง เขตพญาไท ก็ให้ผู้วัยรวมตัวกันหรือจะชวนลูกหลานไปเยี่ยมชมที่ &amp;ldquo;วังสวนผักกาด&amp;rdquo; ซึ่งปัจจุบันได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งถ้าหากคนวัยเกษียณมาเดินเที่ยว ไม่ต้องมาก แค่ประมาณ 1 ชั่วโมง เขาก็จะได้พบกับอะไรมากมายโดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าเรามีของดีอยู่ใกล้ตัว เพราะจากการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดจะทำให้รู้ว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของเจ้านายพระองค์ไหน ซึ่งตรงนี้เป็นความรู้ที่ดีมากๆ อีกทั้งยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีความสวยงาม เพียงแต่ว่าถูกละเลยไป ถ้าจะให้ดีก็ขอแนะนำให้เที่ยวในสถานที่ใกล้บ้าน ยิ่งไปได้ก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพของคนหลัก 5 หลัก 6&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt; text-align: center;&quot;&gt;(ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา สามารถชวนลูกหลานไปเยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวชุมชนอย่าง &amp;ldquo;อุทยานประวัติศาสตร์&amp;rdquo; เช่น วัดไชยวัฒนาราม ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ผู้สูงอายุจะได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินจากการเดินสำรวจโบราณสถานและโบราณวัตถุ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ต่างจังหวัด ประกอบกับคนวัยเก๋าส่วนใหญ่ก็จะมีสนใจเรื่องอดีตเป็นพิเศษ หากอาศัยอยู่ในจังหวัดไหนที่มีแหล่งท่องเที่ยวสไตล์ &amp;ldquo;อุทยานประวัติศาสตร์&amp;rdquo; ลูกหลานก็ควรพาท่านไปเดินเยี่ยมชม เพราะสถานที่ดังกล่าวไม่เพียงรื่นรมย์ แต่ยังสวยงามด้วยสิ่งปลูกสร้างที่เป็นวัตถุโบราณ ซึ่งมีเรื่องเล่า ฟังแล้วก็สนุกสนานเพลิดเพลิน หรือแม้แต่การไปทำกิจกรรมในสถานที่ดังกล่าว โดยมีวิทยากรเล่าเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์กับสถานที่นั้นๆ ก็ยิ่งสร้างความเพลิดเพลิน เช่น ตอนที่ละครบุพเพสันนิวาสกำลังฮิต ก็ทำให้อุทยานประวัติศาสตร์ จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่ว่างเลย โดยเฉพาะวัดไชยวัฒนาราม ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชนที่กล่าวมาล้วนเป็นอะไรที่ใกล้ตัว แต่คนมักละเลยไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็ยังมี &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน&amp;rdquo; ที่บอกเล่าวิถีชีวิตบรรพบุรุษได้ดี หรือ &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงภายใต้กรมศิลปกร&amp;rdquo; ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้มีเรื่องเล่ากว่าหนึ่งพันปี เมื่อได้ไปเยี่ยมชมผู้สูงอายุจะรู้สึกตื่นตาตื่นใจ หรือแม้แต่คนเมือง ถ้าหากมีเวลาว่างก็แนะนำให้รวมกลุ่มกันไปเที่ยวที่ &amp;ldquo;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยา เฉลิมพระเกียรติ&amp;rdquo; ย่านคลอง 6 จ.ปทุมธานี ที่ซึ่งรวมความรู้หลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน และมีนิทรรศการต่างๆ ให้ผู้สูงอายุได้เยี่ยมชมมากมาย หรือหากคนสูงวัยท่านใดที่อาศัยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสนามหลวง ก็แนะนำให้ไป &amp;ldquo;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ&amp;rdquo; ซึ่งบางคนที่อยู่ใกล้ แต่อาจไม่เคยไป ซึ่งความน่าสนใจอยู่ที่หัวข้อของนิทรรศการที่จัดสลับหมุนเวียนกันไป และการได้เที่ยวกับลูกหลานก็ยิ่งส่งเสริมให้คุณตาคุณยายมีความสุข ได้ใกล้ชิดกัน ถือเป็นการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้อบอุ่นมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชวนคุณตาคุณยายท่องเที่ยวในชุมชน สุขทั้งกายใจ อีกทั้งได้เติมความรู้ทั้งผู้สูงวัยและลูกหลาน...ว่าไหมค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16826</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, คุณภาพชีวิต, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต, พิพิธภัณฑ์วังสวนกาด, รร.บุญเลิศลีลาศ, สุนที อัศวฬหะมงคล, หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร, อุทยานประวัติศาสตร์, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8e830c66e9c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 20:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 20:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุ่ม 341 ล้านพัฒนาแหล่งประวัติศาสตร์ &quot;นครชัยบุรินทร์&quot;ท่องเที่ยว&quot;พิมาย-พนมรุ้ง&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7พ.ค.61-ทุ่ม 341 ล้านพัฒนาแหล่งประวัติศาสตร์ &amp;quot;นครชัยบุรินทร์&amp;quot; เพิ่มศักยภาพท่องเที่ยวพิมาย-พนมรุ้ง สร้างพิพิธภัณฑ์บุรีรัมย์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์รมว.วัฒนธรรม กล่าวภายหลังลงพื้นที่ประชุมติดตามแผนการพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์เขาพนมรุ้งและแหล่งโบราณปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทหนองหงส์ และอุทยานเขากระโดงว่า ตนได้เร่งรัดให้กรมศิลปากรจัดทำแผนโครงการพัฒนาแหล่งศิลปวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ใน 4 จังหวัด หรือ นครชัยบุรินทร์ ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์และชัยภูมิ &amp;nbsp;ภายใต้งบประมาณกว่า 341 ล้านบาท เริ่มดำเนินการระหว่างปี ‭‪2561-2564 ‬‬ประกอบด้วยโครงการพัฒนาแหล่งศิลปวัฒนธรรมเพื่อเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ได้แก่ โครงการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย และเสริมความมั่นคงประตูชัย คูเมืองกำแพงเมือง สระน้ำโบราณ อ.พิมาย โครงการบูรณะอุโบสถวัดศรีสุภณ อ.บัวใหญ่จ.นครราชสีมา โครงการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ปราสาทปลายบัด ศึกษาแหล่งเตาเผาบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โครงการปรับปรุงและพัฒนาปราสาททนง จ.สุรินทร์ โครงการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์โบสถ์เก่าบ้านเดื่อ รวมถึงโครงการสำรวจศึกษาธาตุเจดีย์อิทธิพลศิลปะล้านช้างในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ และโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบุรีรัมย์แห่งใหม่ รวมทั้งให้จัดทำข้อมูลเพื่อประกอบการเสนอชื่ออุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลกให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอต่อองค์การยูเนสโก และชี้แจงทำความเข้าใจประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทยทั้งทับหลังปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์และทับหลังปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่ Asian Art Museumเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระ กล่าวต่อว่า ตนยังได้เน้นให้มีการพัฒนาและเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกับเส้นทางอารยธรรมขอมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างรายได้กับท้องถิ่น ขณะเดียวกันยังให้ประชาชนในท้องถิ่นร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี และเป็นอาสาสมัครนำชมแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความภาคภูมิใจในมรดกของชาติ ทั้งนี้ การพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์และโบราณสถานแต่ละแห่งจะเน้นการปรับปรุงระบบนำชมและการอำนวยความสะดวกในการเข้าชม โดยเฉพาะผู้พิการ เช่น ทำการทางลาดสำหรับรถเข็นและเจ้าหน้าที่ให้บริการนำชมด้วย &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จากกระแสละครอิงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาส่งผลให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเข้าชมโบราณสถานในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ในพื้นที่จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 มากขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะปราสาทพนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำในช่วงเดือนมกราคม -เมษายน มีผู้เข้าชมกว่า 1 ล้านคน โดย วธ. จะมีนโยบายให้ทุกจังหวัดสร้างแผนงานรณรงค์ พร้อมหามาตรการในการเชิญชวนประชาชนเข้ามาเที่ยวในแหล่งโบราณสถานให้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;และไม่ให้กระแสการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมหยุดชะงัก &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตนจะนำเสนอผลการติดตามการดำเนินงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จ.บุรีรัมย์ วันที่ 8 พ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; น.ส. พิมพ์นารา กิจโชติประเสริฐ หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการปรับปรุงการจัดแสดงภายในศูนย์ข้อมูลอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งและปราสาทเมืองต่ำให้มีความทันสมัยและน่าสนใจ &amp;nbsp;จัดทำสิ่งอำนวยความสะดวกแก่คนพิการ โดยที่ปราสาทเมืองต่ำจัดทำทางลาด ส่วนการดำเนินงานส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมมีการใช้พื้นที่อุทยานพนมรุ้งจัดกิจกรรมประเพณีท้องถิ่นเป็นประจำทุกปี อาทิ งานรับอรุณเบิกฟ้า งานขึ้นเขาพนมรุ้งและงานประเพณีท่องเที่ยวปราสาทเมืองต่ำ ซึ่งพบว่าเศรษฐกิจชุมชนกระเตื้องขึ้นชาวบ้านมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการมากขึ้น
////
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8703</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พิมาย, นครชัยบุรินทร์, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์, ปราสาทหินพนมรุ้ง, อุทยานประวัติศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af04fa9ce824.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 18:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> วธ.ชงครม.เชื่อมอุทยานประวัติศาสตร์เข้ากับเส้นทางท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 พ.ค.61-วธ.เล็งเสนอแผนพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์เชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวใน ครม.สัญจรที่ จ.บุรีรัมย์ พร้อมเร่งรัดจัดทำข้อมูลเสนออุทยานพนมรุ้ง-ปราสาทเมืองต่ำเข้าบัญชีเบื้องต้นมรดกโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม &amp;nbsp;(วธ.) กล่าวว่า จากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.สัญจร) &amp;nbsp;มีกำหนดการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่ &amp;nbsp;จ.บุรีรัมย์ และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินแผนงานตามนโยบายของรัฐบาลด้านต่างๆ ระหว่างวันที่ 7- 8 พ.ค. 61 นั้น &amp;nbsp;สำหรับ ในส่วนพื้นที่รับผิดชอบของ วธ. นั้น &amp;nbsp;ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปยังชุมชนคุณธรรม วัดสนวนนอก ต.สนวนนอก อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;ถือเป็นชุมชนที่มีการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมด้วยพลังบวร &amp;nbsp;โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง เป็นชุมชนที่มีความโดดเด่น ด้านส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้ปัญหาอบายมุขและยาเสพติดลดลง อีกทั้งยังมีการประกาศใช้ธรรมนูญสันติสุข 9 ดีเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัด วธ. กล่าวว่า &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการเปิดเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างรายได้ให้คนในชุมชนเชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัด พร้อมทั้งเปิดบ้านพักเป็นโฮมสเตย์กว่า 20 หลัง สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น เป็นศูนย์ทอผ้าไหมปลูกหม่อนเลี้ยงไหม โดยเฉพาะผ้าลายหางกระรอกที่เป็นเอกลักษณ์ของจ.บุรีรัมย์ &amp;nbsp;บ้านจักสาน ลานวัฒนธรรม การทำขนมพื้นเมือง บ้านและตลาดโบราณ นั่งรถกระสวยอวกาศ หนึ่งเดียวในโลกเพื่อชมทิวทัศน์ทุ่งนา นับเป็นชุมชนที่ทุกหน่วยงานบูรณาการส่งเสริมการจัดกิจกรรมจนประสบผลสำเร็จ &amp;nbsp;ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่เปิดตลาดโพธิพัฒนา เป็นตลาดประชารัฐ ตลาดวัฒนธรรมแห่งใหม่อย่างเป็นทางการ &amp;nbsp;นอกจากนี้ &amp;nbsp;ในช่วงก่อนการประชุม ครม. วันที่ 6 - 7 พ.ค. นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ.จะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการส่งเสริมการท่องเที่ยววัฒนธรรม และการเตรียมเสนอชื่ออุทยานประวัติศาสตร์ขึ้นบัญชีเบื้องต้นมรดกโลกต่อยูเนสโก และการติดตามโบราณวัตถุคืนสู่ประเทศไทย ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ ปราสาทเมืองต่ำ อ.ประโคนชัย และปราสาทหนองหงส์ อ.โดนดินแดง พร้อมลงพื้นที่พบปะกับชุมชนเพื่อสร้างความร่วมมือในการอนุรักษ์พื้นที่โบราณสถานร่วมกับกรมศิลปากร ให้พร้อมสำหรับการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; สำหรับการประชุม ครม.ครั้งนี้ &amp;nbsp;รมว.วธ. ได้สั่งการให้กรมศิลปากรจัดทำแผนการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์และโบราณสถานสำคัญใน จ.บุรีรัมย์ เพื่อพัฒนาศักยภาพส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของชุมชน &amp;nbsp;รวมทั้งเร่งรัดการจัดทำข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการเสนอชื่ออุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นมรดกโลกให้แล้วเสร็จ โดยจะพบปะกับประชาชนในพื้นที่เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพัฒนาและเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนในพื้นที่เพื่อสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนท้องถิ่น โดยบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;quot; ปลัด วธ. กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8440</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระตุ้นท่องเที่ยว, กระทรวงวัฒนธรรม, นายกฤษศญพงษ์ ศิริ, อุทยานประวัติศาสตร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeaf49f87ccd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุ่มฉ่ำทั่วไทย เที่ยวที่ไหนดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สงกรานต์&amp;quot; วันปีใหม่ไทยปีนี้หยุดยาว 6 วันเต็มๆ ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน เป็นโอกาสดีที่จะกลับไปรดน้ำดำหัวขอพรผู้หลักผู้ใหญ่ในครอบครัว พร้อมกับเล่นน้ำสงกรานต์ให้คลายร้อน สุขกายสบายใจ ซึ่งทุกจังหวัดเตรียมจัดงานสงกรานต์ไว้ให้พี่น้องชาวไทยกันอย่างชุ่มฉ่ำคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากสงกรานต์ถนนข้าวสาร สีลม หรือย่านสยามสแควร์ที่สร้างชื่อกระฉ่อนโลกแล้ว ในกรุงเทพฯ อีกหลายแห่งยังมีการจัดงานสงกรานต์ด้วย เช่น ที่สวนลุม ซอยรางน้ำ ยิ่งปีนี้กระแส &amp;quot;ออเจ้า&amp;quot; หรือละครบุพเพสันนิวาสมาแรง พร้อมๆ กับการแต่งชุดไทย ก็เลยทำให้วัดวาอารามในกรุงเทพฯ ย่านริมน้ำเจ้าพระยาตั้งแต่วัดแจ้ง, วัดโพธิ์, วัดประยูรฯ, วัดกัลยาณมิตร, ชุมชนกุฎีจีน, ท่าเรือยอดพิมาน, ท่าเรือมหาราช, ท่าเรือริเวอร์วอล์ค, ท่าเรือเอเชียทีค, ท่าล้ง 1919 &amp;nbsp;ก็ร่วมจัดเทศกาลสงกรานต์ย้อนยุคเชื่อมเกี่ยวกันอย่างคึกคักทั้งทางบกและทางน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนทางรถไฟ ททท.ก็มีการนำเที่ยวช่วงสงกรานต์โดยรถไฟไปได้ทั้งขอนแก่น-กาฬสินธุ์-อุดรฯ-นครพนม-หนองคาย-ร้อยเอ็ด-บึงกาฬ-เลย..และยังพานั่งรถต่อไปสงกรานต์ลาวที่ไซยะบุรีและหลวงพระบาง..ได้อีกด้วย โดย ททท. และการรถไฟไทยในอีสาน จัดเที่ยวสงกรานต์รวม 6 เส้นทางอีกด้วย นอกจากได้เที่ยวแบบอิ่มอกอิ่มใจแล้ว ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเมืองรอง เช่น ใบเสร็จจากโรงแรมที่จดทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทยตามกฎหมายโรงแรมยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตลอดปี 2561 นี้ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สงกรานต์ที่ภูเขาทอง วัดสระเกศ สักการะพระศรีมหาโพธิ์อายุกว่า 100 ปี เพื่อเสริมสิริมงคล)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรุงเทพฯ ถ้าเจาะลึกไปแต่ละที่ก็มีสถานที่ไปทำบุญ สาดน้ำ หรือทำกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย เริ่มจาก วัดภูเขาทอง มหาสมัยสูตร 205 ปี ศรีมหาโพธิ์ สถานที่เป็นสิริมงคล ททท.ร่วมกับวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร เชิญชวนผู้สนใจร่วมงาน สงกรานต์ ภูเขาทอง มหาสมัยสูตร 205 ปี ศรีมหาโพธิ์ โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ ร่วมสรงน้ำต้นพระศรีมหาโพธิ์ อายุกว่า 200 ปี พร้อมรับน้ำพระพุทธมนต์มหามงคลพิธีมหาสมัยสูตร หนึ่งเดียวในประเทศไทย ในระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2561 ณ วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) กรุงเทพมหานคร โดยพิธีสมโภชเจริญพระพุทธมนต์ &amp;ldquo;มหาสมัยสูตร&amp;rdquo; เพื่อทำน้ำพระพุทธมนต์แจกจ่ายให้ประชาชนนำไปประพรมที่บ้านเรือนเพื่อความเป็นสิริมงคลสืบเนื่องมาแต่สมัยรัชกาลที่ 3 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 170 ปี โดยพิธีสวดตรงกับวันที่ 15 เมษายน เวลา 18.00 น.ของทุกปี บทสวดมหาสมัยสูตรเป็นบทพระพุทธมนต์ที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศถึงการประชุมเทวดาครั้งยิ่งใหญ่ หากประชาชนได้นำน้ำมนต์ไปบูชาก็จะเกิดความร่มเย็นเป็นสุขเมื่อเปลี่ยนศักราชขึ้นปีใหม่ไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น.ของการจัดงานทุกวัน ผู้มาเที่ยวชมสามารถสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมประทับตราลงบน Postcard ครบ 8 จุด รอบภูเขาทอง ได้แก่ 1.ต้นพระศรีมหาโพธิ์ 2.พระอุโบสถ 3.พระวิหารหลวงพ่ออัฏฐารส 4.พระบรมบรรพต (ภูเขาทอง) 5.หลวงพ่อดำ 6.หลวงพ่อโต 7.ศาลาการเปรียญ และ 8.ลานกิจกรรมพระเจดีย์ทราย เจดีย์ข้าวสาร เพื่อรับหนังสือ &amp;ldquo;เป็นบุญจริงๆ นะ&amp;rdquo; รวมคำสอนของเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร สัมผัสกับบรรยากาศตลาดย้อนยุคการแสดงทางวัฒนธรรม สลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(บรรยากาศสงกรานต์ที่คิง เพาเวอร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมา งานสงกรานต์ &amp;quot;คิง เพาเวอร์ สงกรานต์ รางน้ำนครา&amp;quot; เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ไทย และร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ผ่านการแต่งชุดไทยที่มีเสน่ห์อันเป็นอัตลักษณ์ไทยให้คงอยู่สืบไป ตั้งแต่วันนี้-15 เมษายน 2561 ตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น กิจกรรมไฮไลต์ พบกับการจำลองบรรยากาศวิถีไทยที่โดดเด่นด้วยโทนสีแบบไทย อาทิ สีแดงชาด สีเหลืองไพร สีเขียวใบแค สีรงทอง และวิถีชีวิตที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทยเสนอผ่าน 5 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 โซนวัด ได้มีการอัญเชิญพระพุทธรูปยุคต้นรัตนโกสินทร์ประจำวัดอภัยทายาราม (วัดมะกอก) ที่มีอายุกว่า 200 ปี มาประดิษฐานยังบริเวณลานเรารักพระเจ้าอยู่หัว ให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมสรงน้ำพระ ขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสปีใหม่ไทย และสืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยอันดีงาม อาทิ การก่อเจดีย์ทราย โซนที่ 2 โซนตลาด ที่รวบรวมร้านอาหารดังมาไว้ทั้งตลาดบกและตลาดน้ำกลางกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก ในส่วนที่ 3 โซนทุ่ง สัมผัสวิถีการดำรงชีวิตแบบท้องถิ่น โซนที่ 4 โซนสวน เป็นโซนที่มีการแสดงต่างๆ มาสลับหมุนเวียนให้รับชม ปิดท้ายด้วยโซนที่ 5 ซึ่งได้นำบ้านที่นำเอกลักษณ์ของรูปแบบวิถีไทยทั้ง 4 ภาค รวมทั้งอาหารดังประจำแต่ภาคมารวมไว้ให้ได้ลิ้มรสกัน ยังมีขบวนแห่ตามประเพณีต่างๆ มากมายสุดอลังการสลับกันไปทั้ง 6 วัน ติดตามกิจกรรมในวันต่างๆ ได้ที่ https://www.facebook.com/Kingpowerofficial/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ซุ้มดอกมะลิที่ &amp;ldquo;ล้ง 1919&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ล้ง 1919&amp;rdquo; ท่าประวัติศาสตร์ศิลป์ไทย-จีนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมกับธนาคารกสิกรไทย และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ร่วมสืบสานประเพณีในแบบฉบับไทย จัดสงกรานต์ครั้งแรกของล้ง ขึ้นกับ งาน &amp;ldquo;SONGKRAN @ LHONG 1919&amp;rdquo; (สงกรานต์ แอท ล้ง 1919) โดยจะเริ่มกิจกรรมพร้อมเปิดให้คนทั่วไปได้มาร่วมชมและสืบสานประเพณี ตั้งแต่วันที่ 11-15 เมษายน 2561 ณ โครงการล้ง 1919 กิจกรรมไฮไลต์เสริมสิริมงคลในประเพณีปีใหม่ไทย ได้แก่ การสรงน้ำหลวงพ่อสมปรารถนา นามอย่างเป็นทางการว่า &amp;quot;พระสิทธารถ&amp;quot; เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย หน้าตัก 3 ศอก 1 คืบ จากวัดพิชยญาติการาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สรงน้ำหลวงพ่อสมปรารถนา ที่ล้ง 1919)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าอยากเปียกก็ไปลอดอุโมงค์ดอกมะลิรับความเป็นสิริมงคลให้ชุ่มฉ่ำ ตามความเชื่อเขาว่ากันว่าดอกมะลิเป็นเครื่องหมายของความบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมได้ไกลและยาวนาน ฉะนั้นถ้าใครได้เดินผ่านอุโมงค์นี้ก็จะเหมือนเดินทางข้ามปีด้วยความชื่นบานและเป็นสิริมงคล ละอองน้ำที่ลงมาเป็นน้ำพระพุทธมนต์จากพิธีเทวาภิเษกเหรียญเจ้าแม่หม่าโจ้ว ซึ่งสมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เมตตารับเป็นประธานฝ่ายสงฆ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เจดีย์ทราย 3 องค์ ผลงานของแทน โฆษิตพิพัฒน์ บุตรชายอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในล้งก็มีพระเจดีย์ทรายแบบร่วมสมัย 3 องค์ สูง 4 เมตร ที่เพิ่งสร้างขึ้นรับสงกรานต์ ออกแบบโดยศิลปินรุ่นใหม่ แทน โฆษิตพิพัฒน์ บุตรชายของอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งศิลปินกระซิบบอกว่า ผุดไอเดียมาจากแนวคิดเรื่องพุทธศาสนา ประเพณี ความเชื่อของไทยนี่แหละ เอาเม็ดทรายแต่ละเม็ดมาประกอบกันเป็นแผ่นๆ เรียงซ้อนฐานกันขึ้นไปเป็นเจดีย์ ส่วนยอดทำตามความรุ่งเรืองตามยุคสมัยของแผ่นดิน ทั้งทรงบัวตูมจากสุโขทัย ทรงระฆังจากอยุธยา และเจดีย์เพิ่มมุมทรงเครื่องจากธนบุรี และก็รัตนโกสินทร์ การรวมกันของทราย รวมความเชื่อการอยู่ร่วมกันของคนไทยและชาวจีนร้อยพันแซ่ ใครอยากเห็นก็มาชมที่ล้งที่เดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่อยากออกไปไกล ย่านการค้าราชประสงค์ก็มีงานสงกรานต์ให้รื่นเริง โดยจับมือร่วมกับ ททท. และศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า จัดงาน &amp;ldquo;อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ โก โลคัล แอท ราชประสงค์&amp;rdquo; ชวนออเจ้ากิน-ดื่ม-เที่ยววิถีไทย ยกของดีจากเมืองรองให้ชิม ช็อป แชะไม่อั้น ใจกลางกรุง 8-16 เมษายนนี้ โดยพลิกโฉมย่านใหญ่ใจกลางกรุงเป็นมหานครแห่งโลคอลฟู้ด โลคอลช็อปปิ้ง สุดอะเมซิ่งกับของดีของอร่อยจาก 55 เมืองรองทั่วประเทศ อาทิ สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครปฐม กำแพงเพชร สุพรรณบุรี ราชบุรี จันทบุรี ตรัง ศรีสะเกษ ลำปาง ฯลฯ มารวมไว้ในย่านราชประสงค์ ทั้งการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นร่วมสมัย (Local Link) ขนม ผลไม้และอาหารขึ้นชื่อจากท้องถิ่น (Eat Local) และผลิตภัณฑ์สินค้ารวมถึงการสาธิตวิธีการทำผลิตภัณฑ์ตามวิถีของแต่ละท้องถิ่น (Our Local) มาเสิร์ฟให้เพลิดเพลินกันเต็มอิ่มตลอดช่วงสงกรานต์ของไทย พร้อมเสิร์ฟความอร่อยแบบไทยแท้กับสุดยอดเมนูเด็ดประจำถิ่นทั้งคาวหวานกว่า 100 รายการ ช็อปเสื้อผ้า ของใช้ ของดีจากท้องถิ่นไทย ชุดไทย ในราคาสุดพิเศษ ดูรายละเอียดแคมเปญหรือโปรโมชั่นต่างๆ ได้ที่ www.bkkdowntown.com และ www.facebook.com/HeartOfBangkok&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(แต่งชุดไทยเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์ฟรี 9 แห่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือถ้าอยากจะออกนอกเมือง กรมศิลปากรจัดกิจกรรมเปิดให้เข้าชมอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับผู้ที่แต่งกายด้วยชุดไทย ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมไทยอันดีงาม ในอุทยานประวัติศาสตร์ทั้ง 9 แห่ง ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย จ.นครราชสีมา อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงห์ จ.กาญจนบุรี อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ และอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี กรมศิลปากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(การแสดงจาก จ.กาฬสินธุ์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอขยายอีกนิดว่า ในต่างจังหวัดเมืองรองที่ ททท.จัดอันดับไว้ และมีการจัดงานที่เด่นกันมากๆ ก็มี 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ณ ลานวัฒนธรรมวัดสว่างคงคา อำเภอเมือง ในแนวคิด &amp;quot;สงกรานต์ดีโน่สินธุ์ ถิ่นคนน่ารัก&amp;quot; ในระหว่างวันที่ 12-15 เมษายน โดยจะมีกิจกรรม อาทิ สรงน้ำหลวงพ่อองค์ดำ กิจกรรมเล่นน้ำกับไดโนเสาร์, จังหวัดกำแพงเพชร ณ ถนนริมแม่น้ำปิงเชื่อมโยงถึงเกาะกลางแม่น้ำปิง อำเภอเมือง ในแนวคิด &amp;quot;สงกรานต์มงคล ก่อพระทรายน้ำไหล ยิ่งใหญ่พวงมโหตร&amp;quot; ในระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน กับกิจกรรมขบวนแห่ผ้าห่ม ห่อพระธาตุตามประเพณีโบราณการก่อเจดีย์ทราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(เทพทั้ง 3 องค์ จ.นครศรีธรรมราช)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของจังหวัดจันทบุรี ณ บริเวณวัดตะปอนน้อย วัดตะปอนใหญ่ และวัดเกวียนหัก อำเภอขลุง ในแนวคิด &amp;quot;มหาสงกรานต์ตะปอน ตำนานแห่เกวียนพระบาท จันทบุรี&amp;quot; วันที่ 13-17 เมษายน มีกิจกรรม อาทิ พิธีบวงสรวงพระบาทผ้า ขบวนเกวียนแห่ผ้าพระบาท, จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ บริเวณถนนราชดำเนิน อำเภอเมือง ในแนวคิด &amp;quot;เทศกาลมหาสงกรานต์ แห่นางดานเมืองนครศรีธรรมราช&amp;quot; วันที่ 11-15 เมษายน กิจกรรม อาทิ การแสดงแสง สี เสียง ในพิธีโล้ชิงช้า ขบวนแห่นางดาน และจังหวัดสิงห์บุรี ณ วัดโพธิ์เก้าต้น อำเภอค่ายบางระจัน ในแนวคิด &amp;quot;นุ่งโจง ห่มสไบ เล่นน้ำแบบไทยๆ ณ สิงห์บุรี&amp;quot; ในหว่างวันที่ 12-15 เมษายน มีกิจกรรมพิธีสรงน้ำพระอาจารย์ธรรมโชติ รดน้ำดำหัวพ่อปู่แม่ย่าบางระจันด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ในจังหวัดต่างๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://thai.tourismthailand.org&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7010</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรมเล่นน้ำกับไดโนเสาร์, งานสงกรานต์ปี61, ท่องเที่ยว, นุ่งโจง ห่มสไบ, พระอาจารย์ธรรมโชติ, พิธีบวงสรวงพระบาทผ้า, รดน้ำดำหัว, ล้ง1919, วันปีใหม่ไทย, สงกรานต์ดีโน่สินธุ์ ถิ่นคนน่ารัก, อุทยานประวัติศาสตร์, แต่งชุดไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf57c8af328.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
