<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2021 17:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ท่องจินตนาการอยุธยาเรืองรองผ่านระบบ AR - VR</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยา นำเสนอผ่านเทคโนโลยี AR และ VR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดราชบูรณะ จัดว่าเป็นหนึ่งในวัดที่ใหญ่และมีความเก่าแก่มากที่สุดในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;มีอายุกว่า 500 ปี &amp;nbsp;ภายในวัดประกอบด้วยองค์ปรางค์ประธานซึ่งล้อมรอบด้วยระเบียงคต มีพระวิหารตั้งอยู่พระอุโบสถ ภายในกรุปรางค์จะมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนต้น แสดงถึงอิทธิพลศิลปะจีน อีกทั้งยังมีกรุมหาสมบัติอยู่ 3 กรุ เรียงลำดับอยู่ในระดับความสูงฐานของเจดีย์อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นี่นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เห็นโครงสร้างที่สมบูรณ์ของโบราณสถาน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้เปิดตัวการพัฒนานำเทคโนโลยี AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) มาใช้ในการนำเสนอข้อมูลมรดกวัฒนธรรม เพื่อสร้างความน่าสนใจให้ผู้เข้าชมมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp; ซึ่งเนื้อหาเป็นการสันนิษฐานจากการศึกษาค้นคว้าข้อมูล ของ ศ.เกียรติคุณ สันติ เล็กสุขุม นักประวัติศาสตร์ศิลปะ &amp;nbsp;ซึ่งการนำเสนอโดยเทคโนโลยี AR และ VR &amp;nbsp;จัดทำขึ้นที่โบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จำนวน 11 แห่ง &amp;nbsp;อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จำนวน 10 แห่ง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จำนวน 9 แห่ง และอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จำนวน 6 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ได้อยู่อยุธยา ก็สามารถชื่มชมวัดราชบูรณะนอกสถานที่ด้วยเทคโนโลยี AR&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ กรมศิลปากร ยังมีการพัฒนาระบบนำชมโบราณสถานที่เป็นแหล่งเข้าถึงยากและไม่เปิดให้เข้าชม ผ่านระบบกล้อง VR จำนวน 2 แห่ง คือ กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และอุโมงค์วัดศรีชุม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งจะช่วยให้สามารถรับรู้บรรยากาศเสมือนได้เข้าชมจริง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา นับว่าเป็นสถานที่หนึ่งในการเรียนรู้เรื่องในประวัติศาสตร์ที่สำคัญ โดยเฉพาะเรื่องโครงสร้างของโบราณสถานที่มีการสันนิษฐานแผนผัง รูปร่างหรือขนาดของตัวอาคาร รวมไปถึงสถาปัตยกรรมที่ใช้สร้างโบราณสถานแต่ละแห่ง ทำให้เราสามารถที่จะสันนิษฐานให้เห็นภาพของโบราณสถานในอดีต โดยในครั้งนี้ ได้สร้างประสบการณ์การเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ให้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยการพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้บริการข้อมูลความรู้ด้านมรดกศิลปวัฒนธรรมสู่ประชาชน โดยผู้เข้าชมจะสามารถเห็นรูปแบบสันนิษฐานที่ปรากฏซ้อนทับลงบนโบราณสถานจริง ผ่านแอพพลิเคชั่น &amp;nbsp;AR Smart Heritage &amp;nbsp;ซึ่งผ่านกระบวนการศึกษาค้นคว้าจากนักประวัติศาสตร์ศิลปะที่เชี่ยวชาญ ทำให้เราได้จินตนาการเห็นถึงความรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ของเมืองมรดกโลก และจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อประโยชน์ทางโบราณสถานอย่างต่อเนื่องในอนาคต
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปแบบสันนิษฐานที่ปรากฎซ้อนทับลงบนวัดราชบูรณะ โบราณสถานสำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม นักประวัติศาสตร์ศิลปะ ผู้สร้างรูปแบบสันนิษฐานในการจัดทำ เทคโนโลยี AR-VR กล่าวว่า &amp;nbsp;ต้องการเชื่อมโยงเข้ากับเทคโนโลยีกับการชมโบราณสถาน เพื่อให้คนเข้าถึงมากขึ้น และเพื่อให้โบราณสถานมีการเคลื่อนไหว หลากหลายมิติ &amp;nbsp;แต่ในการทำงานเกี่ยวกับโบราณคดีก็มีข้อจำกัดในการสันนิษฐาน เพราะบางแห่งเหลือเพียงซากปรักหักพัง ที่ไม่สมบูรณ์ ยากจะคาดเดาโครงสร้าง ดังนั้นในฐานะที่ตนเป็นนักประวัติศาสตร์ศิลปะมาหลายสิบปี ก็ต้องใช้องค์ความรู้ที่มีเป็นหลักสำคัญ พร้อมกับการสำรวจรอบโบราณสถาน เพื่อเทียบเคียงกับโบราณสถานอื่นที่อาจจะมีความใกล้เคียง ในการสร้างรัชสมัยเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนข้อมูลเอกสารประวัติศาสตร์ที่นำมาสันนิษฐาน &amp;nbsp;ศ.ดร.สันติ กล่าวว่า ก็มีข้อจำกัดอีกคือ เหลืออยู่น้อยมาก และไม่ทราบแน่ชัดว่ามีข้อเท็จปนอยู่เท่าไหร่ &amp;nbsp;ซึ่งอาจจะมีการผสมคำให้การของคน ที่เป็นคนพม่าให้ข้อมูลภาษาพม่า พอมีการนำมาแปล อาจจะแปลผิดหรือถูกเกินจริงก็ไม่ทราบได้ พื้นฐานข้อมูลด้านประวัติศาสตร์ศิลปะจะช่วยให้ชั่งน้ำหนักได้มากขึ้น และอีกส่วนคือจินตนาการที่เราใส่เข้าไป คือ หากข้อมูลเหลืออยู่ 5% จินตนาการคือ 95% ส่วนเอกสารประกอบอีก 5% ทำให้โบราณสถานมีความสมบูรณ์ขึ้นมาในรูปแบบการสันนิษฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; อย่างที่วัดราชบูรณะ ที่สามารถใช้รูปแบบอิงตามพระราชวังหลวงในกรุงเทพฯ ว่ามีเดิมแล้วมีโครงสร้างอย่างไร แต่ไม่ใช่ว่าเราจะเอารูปแบบพระราชวังหลวงมาใช้เลยไม่ได้ เพราะเป็นพระราชวังสมัยรัตนโกสินทร์ แต่วัดราชบูรณะอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา จึงต้องมีการปรับรูปแบบสถาปัตยกรรมโดยดูความพอดีของยุคสมัยว่าควรจะถอยหลังไปอีกถึงยุคสมัยไหน &amp;nbsp;อย่างหลังคายังดีที่ยังเหลือโครงสร้างบางส่วนที่ยังสามารถเอามาเป็นหลักในการสันนิษฐานหลังคา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเกิดทันเห็น แต่เป็นเพียงรูปแบบสันนิษฐาน ซึ่งไม่ใช่รูปแบบจริง หากจะถามอีกว่าทำไมไม่ใส่สีต่างๆ ก็เพราะเราไม่สามารถที่จะทราบสีได้ในสมัยนั้น และหากแต่งเติมลงไปก็อาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;นักประวัติศาสตร์ศิลปะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์ปรางประธานภายในวัดราชบูรณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการนำเทคโนโลยีมาใช้กับโบราณสถานจะช่วยสร้างความเสมือนจริง สำหรับ นักประวัติศาสตร์ศิลปะ บอกว่า ทำให้ได้เห็นความสมบูรณ์โครงสร้างของวัดราชบูรณะมากขึ้น ทั้งพระปรางค์ประธานที่ล้อมรอบด้วยระเบียงคต พระวิหาร พระอุโบสถ เมื่อสแกนคิวอาร์โค้ด จะทำให้เราสามารถเทียบได้กับสถานที่จริง แต่ถึงไม่ได้อยู่ในสถานที่จริงก็สามารถเห็นรูปสแกนของวัดราชบูรณะ ตรงส่วนนี้จะทำให้ทุกคนในทุกที่สามารถรู้สึกเหมือนได้ไปยังสถานที่จริง &amp;nbsp;ซึ่งสิ่งที่เราทำก็มีคนคัดค้านอย่างมีเหตุผล นับว่าเป็นประโยชน์ต่อการทำงานด้านประวัติศาสตร์ ในการตรวจสอบเพื่อความทำให้งานมีความถูกต้องมากขึ้นอีก เพราะตนไม่ต้องการให้เชื่อ และทุกคนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ เพราะนั้นคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนได้คิด และจินตนาการสนุกไปกับการเที่ยวชมอุทยานประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88902</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, นสพ.ไทยโพสต์, วัดราชบูรณะ, อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, เทคโนโลยี AR ในโบราณสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210105/image_big_5ff43d576adb1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39545</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2019 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2019 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เทคโนโลยีสุดล้ำ ซ่อมโบราณสถาน&quot; คว้างานวิจัยเด่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะนักวิจัยใช้เทคโนโลยีทันสมัยสนับสนุนการบูรณะโบราณสถานอุทยานฯพระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อประเทศไทยต้องการเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการบูรณะโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายทั่วประเทศ ด้วยโครงสร้างเจดีย์ วัด วังโบราณที่สร้างมาหลายร้อยปีเสื่อมสภาพ ขาดความมั่นคงแข็งแรง หลายแห่งพังทลายแตกร้าวหรือไม่ก็ทรุดเอียง ชาวบ้านหวั่นอันตรายอาจจะถล่มลงมา งานวิจัยบูรณะโบราณสถานจึงถือเป็นเครื่องมือใหม่ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลและบูรณะปฏิสังขรณ์โบราณสถานสมบัติล้ำค่าของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุนี้ คณะนักวิจัยคุณภาพ ประกอบด้วย รศ.ดร.นคร ภู่วโรดม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ศ.ดร.อมร พิมานมาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ผศ.ดร.ภาสกร ปนานนท์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ จึงทุ่มเทศึกษาวิจัยโครงการ การบูรณะโบราณสถานเพื่อรากฐานการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สนับสนุนทุนวิจัย ปัจจุบันเปลี่ยนสู่บทบาทใหม่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปทรง 3 มิติ วัดใหญ่ชัยมงคล ก่อนเดินหน้าซ่อมแซมอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดใหญ่ชัยมงคล โบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สุดและมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาไหว้พระขอพรอันดับต้นๆ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นกรณีศึกษาหลักภายใต้โครงการนี้นำเทคนิคที่ทันสมัยประเมินและติดตามสภาพโครงสร้างโบราณสถานของวัด ซึ่งที่ผ่านมาเกิดปัญหาการเอียงตัว นอกจากนี้ ยังมีกรณีศึกษาเพิ่มเติมที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ใช้เทคโนโลยีการสแกนวัตถุ 3 มิติด้วยแสงเลเซอร์ ประเมินความมั่นคงโครงสร้าง ที่น่าสนใจ มีการสร้างความร่วมมือระหว่างคณะนักวิจัย กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และ UNESCO เพื่อนำผลงานวิจัยไปแก้ปัญหา ลดความเสียหายของโบราณสถาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการ การบูรณะโบราณสถานเพื่อรากฐานการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 13 ผลงานวิจัยเด่น สกว. ประจำปี 2561 ด้านสาธารณะ คณะนักวิจัยเข้ารับมอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ราชประสงค์ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)&amp;nbsp;เมื่อวันก่อน โดยมี ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีและมอบรางวัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะนักวิจัยโครงการการบูรณะโบราณสถานเพื่อรากฐานการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน รับรางวัลงานวิจัยเด่นประจำปี 2561
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.ดร.นคร ภู่วโรดม กล่าวภายหลังขึ้นรับมอบรางวัลร่วมกับคณะนักวิจัยว่า โบราณสถานมีความสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอยู่คู่กับชุมชน ปัญหาหลักด้านอนุรักษ์โบราณสถานคือ ขาดข้อมูลหลายๆ ด้านที่ช่วยในการตัดสินใจ วางแผนบำรุงรักษาให้โบราณสถานมีความมั่นคง งานวิจัยนี้ใช้เทคนิคสมัยใหม่เก็บข้อมูลทางวิศวกรรมของโบราณสถาน ประกอบด้วยข้อมูลรูปทรงโบราณสถานเป็นสภาพข้อมูลจริง ข้อมูลคุณสมบัติของวัสดุโบราณ ข้อมูลทางเทคนิคธรณี &amp;nbsp;รวบรวมข้อมูลในแบบฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อนำมาประมวลและใช้ในการตัดสินวางแผนอนุรักษ์อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; เทคโนโลยีทันสมัยที่ใช้มีการสแกนวัตถุ 3 มิติ สำหรับวิเคราะห์โครงสร้างเทคนิคการสำรวจรูปทรง 3 มิติด้วยการถ่ายภาพ โดยใช้โดรนตรวจสอบโครงสร้าง สามารถหาความเอียงของเจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล และใช้ข้อมูลนี้ติดตามการเอียงที่อาจมีเพิ่มขึ้นในอนาคต หรือใช้หลักการวิเคราะห์ทางวิศวกรรมที่ใช้ประเมินอาคารสมัยใหม่ นำมาประยุกต์ใช้กับงานโบราณสถานเพื่อดูกำลังรับน้ำหนักของโบราณสถานว่าสามารถแบกรับน้ำหนักอาคารโบราณสถานได้หรือไม่ วิธีธรณีเรดาร์และวิธีวัดสภาพต้านทานไฟฟ้า วัดสนามแม่เหล็กวิเคราะห์โครงสร้าง กรมศิลปากรยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางวิศวกรรมโบราณสถาน ในฐานะนักวิจัยจึงนำความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาร่วมมือกับกรมฯ เพื่อให้การบูรณะมีความยั่งยืน ที่สำคัญ ฐานข้อมูลที่ได้นี้ยังจะนำไปใช้ประโยชน์สนับสนุนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เพื่อเสนอ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมต่อไป&amp;quot; รศ.ดร.นคร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสกนวัตถุ 3 มิติ สำรวจ เก็บข้อมูลพิกัด&amp;nbsp;วัดไชยวัฒนาราม วัดเก่าแก่สมัยอยุธยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พื้นที่หลักของการวิจัยนี้ก็คือ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า กรณีวัดใหญ่ชัยมงคล พื้นที่ใหญ่และมีโบราณสถานจำนวนมาก ช่วงที่ถูกทิ้งร้างมีความเสื่อมถอยของกำลังโบราณวัตถุมาก ปัจจุบันกรมศิลปากรเริ่มบูรณะ พบว่ามีความเอียงของเจดีย์ มองเห็นชัดเจนด้วยตาเปล่า ยังขาดข้อมูลว่ามีการเอียงตัวเท่าไหร่ และอนาคตจะเอียงเพิ่มหรือไม่ ขณะนี้งานวิจัยมีการเก็บข้อมูลการเอียงแล้ว พบเอียง 3 องศา ข้อมูลจะเป็นประโยชน์ใช้เปรียบเทียบกับข้อมูลในอนาคตได้ อีกกรณีตัวอย่าง วัดไชยวัฒนาราม วัดเก่าแก่สมัยอยุธยาตอนปลาย คณะนักวิจัยได้เก็บข้อมูล 3 มิติไว้ จะเป็นประโยชน์ในการอนุรักษ์โบราณสถานให้สวยงามและมั่นคงต่อไปได้ ที่อยุธยา นักวิจัยได้เข้าไปเก็บข้อมูลแล้ว 9 วัด แต่ละกรณีใช้ความรู้ที่เป็นมาตรฐานสากลมาประยุกต์ใช้ ซึ่งสามารถปรับใช้กับโบราณสถานที่มีอยู่มากมายในประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอนุรักษ์วัดราชบพิธฯ &amp;nbsp;ด้วยเทคนิคเก็บข้อมูลกลุ่มจุดภาพ 3 มิติสุดล้ำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;

&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการทำงานคลุกคลีอนุรักษ์โบราณสถาน รศ.ดร.นคร เผยถึงสถานการณ์โบราณสถานว่า โบราณสถานในประเทศไทยซึ่งมีจำนวนมาก ขาดการบูรณะอย่างเหมาะสม และมีโบราณสถานอีกมากจำเป็นต้องเร่งบูรณะซ่อมแซม สร้างความมั่นคงของโครงสร้าง เมื่อเทียบกับเมียนมาหรือเนปาลที่มีโบราณสถานสำคัญจำนวนมาก แต่ทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุมชนร่วมอนุรักษ์โบราณสถาน ทำให้สภาพโบราณสถานค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;งานวิจัยนี้เป็นจุดเริ่มต้นการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ และสามารถใช้ข้อมูลเปรียบเทียบ ตรวจติดตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หากมีการเผยแพร่ความรู้การใช้เทคโนโลยีทันสมัยในงานอนุรักษ์โบราณสถานอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เราจะสามารถรักษาโบราณสถาน มรดกของชาติให้คงอยู่ตลอดไป เวลานี้คณะนักวิจัยมีความร่วมมือกับกรมศิลปากร ล่าสุดกรณีหอระฆังโบราณ วัดพระยาทำถล่ม กรมได้ร้องขอให้นักวิจัยไปทำการสำรวจและประเมินพฤติกรรมของเจดีย์ดังกล่าวก่อนเริ่มต้นการอนุรักษ์ โจทย์แบบนี้งานวิจัยช่วยได้ และมีแผนจะส่งมอบข้อมูลและต้นแบบฐานข้อมูลดิจิทัลทางวิศวกรรมให้แก่กรมศิลปากรนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ งานวิจัยต่อไปจะทำในพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จ.สุโขทัย สนับสนุนให้เป็นมรดกโลกอย่างยั่งยืน และจะต่อยอดพัฒนาให้เทคโนโลยีดีขึ้น&amp;quot; รศ.ดร.นคร เผยถึงการเดินหน้างานวิจัยต่อ โดยคณะนักวิจัยขอเป็นส่วนหนึ่งสร้างจิตสำนึกรักโบราณสถานให้เพิ่มขึ้น ช่วยขับเคลื่อนการรักษามรดกไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากคณาจารย์ มีนักศึกษา 3 สถาบันร่วมเก็บข้อมูลประเมินความมั่นคงโบราณสถานสู่งานวิจัยสุดโดดเด่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อให้งานวิจัยใช้ประโยชน์โดยไม่อยู่แค่บนหิ้ง คณะนักวิจัยจึงได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมสร้างสมรรถนะบุคลากรทำงานด้านโบราณคดี ในโครงการแผนอนุรักษ์และแบบบูรณะโบราณสถานที่ดำเนินการโดยกรมศิลปากร ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมจากทั้งภาครัฐและเอกชน ยังไม่รวมถึงสร้างนิสิตนักศึกษารุ่นใหม่ซึ่งเป็นลูกมือช่วยคณะนักวิจัยจาก 3 มหาวิทยาลัย กันตภณ จินทารคำ นักศึกษาชั้นปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งมาร่วมงานมอบรางวัลผลงานวิจัยเด่นด้วย กล่าวว่า ก่อนทำวิจัยภาคสนามที่อยุธยา จะมองโบราณสถานเรื่องความสวยงามและเก่าแก่ เมื่อได้ร่วมทำงานกับ รศ.ดร.สุทัศน์ ลีลาทวีวัฒน์ ได้ตรวจสอบ ประเมินความมั่นคง มุมมองต่อโบราณสถานเปลี่ยนไป ตระหนักถึงความสำคัญมากขึ้น &amp;nbsp;โบราณสถานพังง่าย แต่ซ่อมแซมยาก การบูรณะที่ดีต้องอยู่บนฐานข้อมูลที่ครบถ้วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ ณิชภัทร ธีรัธวัชวงศ์ เพื่อนนักศึกษาจากสถาบันเดียวกัน บอกว่า โบราณสถานหลายแห่งมีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากมาย มีความทรุดโทรม หลายแห่งถูกทิ้งร้างไร้การดูแลรักษา อยากให้รัฐบาลสนับสนุนการอนุรักษ์โบราณสถานมากกว่านี้ และเห็นว่าทุกคนมีบทบาทดูแลมรดกชาติได้โดยการท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่า รู้สึกภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในผลงานวิจัยเด่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39545</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, การบูรณะโบราณสถานเพื่อรากฐานการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน, งานวิจัยเด่นสกว.ประจำปี2561, รศ.ดร.นคร ภู่วโรดม, สกสว., อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา, โบราณสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190626/image_big_5d135cb69ec19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
