<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83296</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศก.ทำแผนอนุรักษ์มรดกโลกสุโขทัยต่อยูเนสโก ปี 64 บูรณะกลุ่มโบราณสถานเขตอรัญญิก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;9 ต.ค. 63 - นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานและการจัดทำรายงานแผนการอนุรักษ์ของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกประจำงวดเพื่อรายงานต่อยูเนสโก โดยสำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย กรมศิลปากร ขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมจัดทำรายงานด้านต่างๆ แล้ว อีกทั้งยังมีแผนการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานในการดูแลแหล่งมรดกโลกเป็นอย่างดี ส่วนกรณีพบปัญหาการตั้งบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างของประชาชนบนแนวกำแพงเมืองด้านทิศตะวันออก ได้ย้ำให้ประสานงานกับจังหวัดเพื่อหาแนวทางแก้ไขระยะยาว กรณีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันจะไม่อนุญาตให้มีการปลูกสร้างหรือต่อเติมอีก ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ขัดกับหลักเกณฑ์การดูแลรักษาแหล่งมรดกโลก อีกทั้งได้มอบให้สำนักศิลปากรและอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยจัดแผนฟื้นฟูและส่งเสริมการท่องเที่ยวจากจากสถานการณ์โควิด-19 ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาท่องเที่ยวด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย เชื่อมโยงการท่องเที่ยวแหล่งโบราณสถานกับสถานที่ต่างๆ รวมถึงการจัดทำคิวอาร์โคดแผนที่การท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนางธาดา สังข์ทอง ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาตร์สุโขทัย กล่าวว่า สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย ได้รับงบประมาณเป็นงบลงทุนเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาอุทยานฯ จำนวน 18 ล้านบาท และงบจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ โดยปี 2563 ได้จัดทำโครงการบูรณะและเสริมความมั่นคงโบราณสถานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อาทิ วัดสังฆาวาส วัดป่าเรไร วัดเชตุพน โครงการขุดแต่งทางโบราณคดีเพื่อออกแบบบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์กลุ่มโบราณสถานเขาพระบาทใหญ่ กลุ่มโบราณสถานเขตอรัญญิก อาทิ วัดต้นมะกอก วัดทัพสะแก และกลุ่มโบราณสถานวัดหินตั้ง-วัดไผ่ยายลิ้ม อาทิ วัดหินตั้ง วัดไผ่ยายลิ้ม วัดตระพังนาค จัดทำโครงการปรับปรุงผิวถนนรอบคูเมืองชั้นใน จัดทำศูนย์ข้อมูลมรดกโลก 3 อุทยาน ได้แก่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot; ในปี 2564 ได้รับจัดสรรงบอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานเพื่อดำเนินการต่อเนื่อง รวมถึงโครงการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์กลุ่มโบราณเขตอรัญญิก และปรับปรุงภูมิทัศน์กลุ่มโบราณสถานวัดหนองปรือ วัดเนินร่อนทอง วัดปากท่อเหนือ-ใต้ โครงการบูรณะเสริมความมั่นคงโบราณสถานมรดกโลก และโครงการปรับปรุงระบบสายไฟลงดินและระบบไฟฟ้าส่องสว่างภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จำนวน 70 ล้านบาท โดยจะต้องจัดสรรเพิ่มเติมอีก 20 ล้านบาท ในปี 2565 และจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้เข้าชมอุทยานฯ ลดลงจากปี 2561 มีนักท่องเที่ยว 33 ล้านคน ปี 2562 มีจำนวน 31 ล้านคน และปี 2563 ลดลงเหลือ 17 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ได้มีการจัดแผนส่งเสริมการจัดกิจกรรมและการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ อาทิ กิจกรรมวิ่งมาราธอนและให้หน่วยงานต่างๆ สามารถเข้ามาจัดกิจกรรม โดยจัดมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด&amp;quot; นางธาดา กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83296</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, นสพ.ไทยโพสต์, มรดกโลก, ยูเนสโก, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201109/image_big_5fa907ff5c61c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 07:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 07:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เติมคลังความรู้ประวัติศาสตร์  หนังสือล้ำค่าจาก’เอนก’ อดีตอธิบดีกรมศิลป์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เอนก สีหามาตย์&amp;nbsp; อดีตอธิบดีกรมศิลปากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้องสมุดเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ทางปัญญา เป็นแหล่งเรียนรู้ส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เพื่อให้การเรียนรู้มีความต่อเนื่อง เอนก สีหามาตย์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จึงมอบหนังสือและเอกสารสำคัญให้กับกรมศิลปากรจำนวน&amp;nbsp;3,781&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp; โดยนำมาเผยแพร่ภายในอาคารหอบรรณสารตั้งอยู่ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าเป็นห้องสมุดที่ใหญ่ในสุโขทัย ณ ตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ มีการจัดโซนหนังสือของอดีตอธิบดีกรมศิลปากรเฉพาะ แบ่งหมวดหมู่อย่างน่าสนใจ &amp;nbsp;มีหนังสือหายากและทรงคุณค่าจำนวน&amp;nbsp;2,540&amp;nbsp;เล่ม อีกทั้งหนังสือระบบชลประทานสุโขทัย เนื้อหาเหมาะกับคนในพื้นที่ เพราะรวบรวมเรื่องแหล่งน้ำภายในเมืองสุโขทัยและร่องรอยหลักฐานที่แสดงถึงความชาญฉลาดของคนโบราณในการบริหารจัดการน้ำในสมัยสุโขทัย นอกจากนี้ ยังมีหนังสือประวัติศาสตร์และโบราณคดีต่างประเทศที่หายาก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทุกเล่มเป็นเล่มโปรดที่อ่านแล้วสร้างสรรค์ พร้อมให้องค์ความรู้ที่สำคัญ อดีตอธิบดีมากความสามารถต้องการส่งต่อให้นักอ่านหรือคนทำงานอื่นๆ ได้ทราบ โดยมีประทีป&amp;nbsp;เพ็งตะโก&amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร&amp;nbsp;เป็นประธานในพิธีรับมอบหนังสือและเอกสารสำคัญจากเอนก&amp;nbsp;สีหามาตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อวันก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เยี่ยมชมหนังสือหายาก โดย เอนก สีหามาตย์ แนะนำหนังสือและเอกสารสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประทีป เพ็งตะโก&amp;nbsp;&amp;nbsp;บอกเล่าถึงที่มาว่า&amp;nbsp; เอนก สีหามาตย์ ปฏิบัติราชการกรมศิลปากรกว่า&amp;nbsp;34&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;มีความประสงค์ส่งมอบหนังสือให้กรมศิลปากร เพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะ สร้างคลังความรู้ให้ประชาชน โดยเฉพาะงานด้านประวัติศาสตร์&amp;nbsp;โบราณคดี สามารถสืบค้น&amp;nbsp;ศึกษาเรียนรู้&amp;nbsp;นำข้อมูลเหล่านี้ใช้พัฒนาตัวเอง&amp;nbsp;ทั้งยังส่งผลต่อการอนุรักษ์และพัฒนามรดกของประเทศมีความก้าวหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งยังสนองนโยบายการพัฒนาห้องสมุดของอุทยานฯ สุโขทัยให้เป็นศูนย์ข้อมูลเมืองมรดกโลกของสุโขทัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากหนังสือ ยังมีภาพถ่ายเก่าและฟิล์มสไลด์บันทึกเรื่องการเดินทาง&amp;nbsp;การสำรวจและปฏิบัติงานทางโบราณคดี&amp;nbsp;รวมทั้งโบราณสถาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;1,241&amp;nbsp;ภาพ&amp;nbsp;และบันทึกการเดินทางสำรวจถนนพระร่วงตั้งแต่เมืองกำแพงเพชรจนถึงสุโขทัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งภาพการปฏิบัติงานโบราณคดีของเอนก&amp;nbsp;ขณะปฏิบัติราชการในช่วงแรก&amp;nbsp;ณ โครงการอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย&amp;nbsp;ตลอดจนการดำเนินงานโบราณสถานในต่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;พุกาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;อินโดนีเซีย&amp;nbsp;และจีน&amp;nbsp;โดยเอกสารอีกส่วนจะส่งให้สำนักศิลปากรที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;สุโขทัยและสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในงานอนุรักษ์และพัฒนาเอกสารสำคัญของชาติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เอนก สีหามาตย์ กับโซนภาพถ่ายชีวิตและการทำงานด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดีทั้งในไทยและต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือคือโลกอีกใบของ&amp;nbsp;เอนก สีหามาตย์&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า หนังสือและเอกสารเหล่านี้สะสมมาตั้งแต่ปี&amp;nbsp;2524&amp;nbsp;เพราะทำงานด้านโบราณคดี เมื่อพบหนังสือที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีทางโบราณคดีหรือหลักการทำงานจะซื้อเก็บไว้ รวมถึงไปทำงานโบราณสถานในต่างประเทศ เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ระดับโลก อย่างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในเนเธอร์แลนด์ จะมีหนังสือเล่าเรื่องราวพ่อค้าชาวเนเธอร์แลนด์ที่เข้ามาค้าขายในอยุธยา เกิดเป็นหมู่บ้านฮอลันดาที่ยังคงมีร่องรอยจนทุกวันนี้ เป็นข้อมูลทำให้ศึกษาประวัติศาสตร์การค้าสมัยอยุธยาได้ดี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; เกือบ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปีที่สะสมมา หนังสือควรอยู่ในที่ๆ เหมาะสม ประชาชน บุคลากรกรมศิลปากรควรได้อ่าน ศึกษาเรียนรู้ เรื่องราวในหนังสือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนหนังสือหายาก เช่น&amp;nbsp;Royal Siamese Maps&amp;nbsp;เล่มนี้รวบรวมแผนที่โบราณ&amp;nbsp;ทำให้ทุกคนรู้ถึงการเดินทัพและเส้นทางการค้าที่สำคัญในประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า&amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ&amp;nbsp;สยามบรมราชกุมารี&amp;nbsp;ทรงค้นพบในพระราชวังหลวงและทรงให้จัดพิมพ์เผยแพร่&amp;nbsp;อีกเล่มที่เป็นหนังสือในดวงใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;World History Atlas&amp;nbsp;เล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์โลกผ่านแผนที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีการเปรียบเทียบพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของกลุ่มวัฒนธรรมต่าง&amp;nbsp;ๆ&amp;nbsp;ในช่วงเวลาเดียวกัน&amp;nbsp;ส่วน&amp;nbsp;INDIAN MINIATURE&amp;nbsp; PAINTING&amp;nbsp;เกี่ยวกับงานจิตรกรรมอินเดีย เป็นที่ทราบกันดีว่า ต้นอารยธรรมอินเดียมีอิทธิพลต่อไทยมาก หายากอีกเล่ม&amp;nbsp;A Passage to Asia&amp;nbsp;ว่าด้วยเส้นทางการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และองค์ความรู้ในเอเชียจากสายตาชาวยุโรป &amp;ldquo; เอนก แนะนำหนังสือหายาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หนังสือและเอกสารสำคัญ&amp;nbsp;3,781&amp;nbsp;รายการ&amp;nbsp; เผยแพร่ในอาคารหอบรรณสาร อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า การอ่านหนังสือมีส่วนสำคัญอันดับต้นๆ ให้การทำงานด้านโบราณคดีประสบความสำเร็จ เพราะต้องมีคู่มือด้านวิชาการ ส่วนประสบการณ์ช่วยให้แก้ปัญหางานได้ดียิ่งขึ้น การมอบหนังสือให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะจะเป็นมรดกชาติเป็นร้อยปี หนังสือเหล่านี้ตีเป็นมูลค่าไม่ได้ แต่มีคุณค่าทางจิตใจ ตนเริ่มรับราชการที่กำแพงเพชร ศรีสัชนาลัย สุโขทัย แล้วไปอยุธยา เชียงใหม่ ภูเก็ต ก็สะสมหนังสือและข้อมูลแต่ละพื้นที่ เมื่อขึ้นตำแหน่งผู้บริหารมองภาพรวมภารกิจทั้งกรม ทำให้มีหนังสือครบทุกด้าน ทั้งจดหมายเหตุ ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม วรรณกรรม ดนตรี นาฏศิลป์ มีความสุขกับการอ่านหนังสือที่หลากหลาย หาความรู้ต่างๆ ได้รอบตัว และวันนี้ก็ยังมีหนังสืออีกมากมายที่อยากจะอ่าน การสนับสนุนด้านหนังสือและเอกสารมีคุณค่าเป็นอีกความพยายามสร้างนักอ่านรุ่นใหม่ๆ และยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในสุโขทัยให้ดีขึ้นด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71257</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ประทีป เพ็งตะโก, สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ, หนังสือหายาก, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, เอนก สีหามาตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0ba46bb7590.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70666</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2020 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์ศึกษา-บูรณะแหล่งเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัย ปรับภูมิทัศน์ ดันท่องเที่ยวย้อนรอย&#039;สังคโลก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ - นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัย ของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการอนุรักษ์และพัฒนาแหล่งเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัย เป็นการดำเนินงานในแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาหรือ สังคโลก&amp;nbsp; ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2559 โดยเริ่มสำรวจ ขุดค้น ขุดแต่งทางโบราณคดีและบูรณะเตาเผาโบราณทั้งหมดที่พบบนพื้นดินเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; ซึ่งผลจากการดำเนินงานทำให้ทราบว่า มีเตาทุเรียงตั้งเรียงรายอยู่ทางด้านทิศเหนือนอกเมืองสุโขทัยโดยกระจายตัวอยู่บริเวณด้านทิศเหนือและใต้ของวัดพระพายหลวง จำนวน 64 เตา แบ่งเป็นเตาตะกรับหรือเตาระบายความร้อนแนวตั้ง&amp;nbsp; ใช้สำหรับเผาเครื่องปั้นดินเผาที่อุณหภูมิไม่เกิน 800˚C&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 52 เตา&amp;nbsp; เตาประทุนหรือเตาระบายความร้อนแนวนอน&amp;nbsp; ใช้สำหรับเผาเครื่องปั้นดินเผาที่อุณหภูมิ 900-1,200˚C&amp;nbsp; จำนวน 12 เตา และบ่อหมักดินรูปสีเหลี่ยมอีก 2 บ่อ&amp;nbsp; ทั้งนี้สันนิษฐานว่าน่าจะมีการขนส่งผลิตภัณฑ์ผ่านทางคลองแม่ลำพันที่อยู่ใกล้กับกลุ่มเตาและเชื่อมต่อไปยังแม่น้ำยมที่อยู่ห่างจากเมืองสุโขทัยไปทางตะวันออกประมาณ 12 กิโลเมตร&amp;nbsp; และยังสามารถขนส่งสินค้าทางเกวียนผ่านถนนพระร่วงซึ่งอยู่ติดกันกับกลุ่มเตาได้อีกทางหนึ่ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป กล่าวอีกว่า โบราณวัตถุที่ขุดพบมีความน่าสนใจ โดยมีลักษณะบิดเบี้ยวแสดงถึงของเสียจากการผลิต&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นภาชนะดินเผา เช่น จาน ชาม กระปุก แจกัน&amp;nbsp; ที่มีการตกแต่งด้วยการทาน้ำดินรองพื้นสีขาวและเขียนลายสีดำใต้เคลือบใส วาดเป็นลวดลายต่างๆ เช่น ปลา พบทั้งแบบปลาตัวเดียวไปจนถึง 4 ตัวในใบเดียว นอกจากนี้ยังสัตว์น้ำอื่นๆ ลายพันธุ์พฤกษา&amp;nbsp; และลายเรขาคณิต อีกทั้งได้พบ ชิ้นส่วนเครื่องประดับสถาปัตยกรรม เช่น มกร สิงห์ บราลี กระเบื้องหลังคา&amp;nbsp; ตุ๊กตาดินเผา รวมทั้งกี๋ หรือตัวรองคั่นผลิตภัณฑ์ตอนเข้าเตาเผา รูปแบบต่างๆ ที่บางส่วนมีการเขียนลวดลายหรือตัวอักษร&amp;nbsp; และจากการวิเคราะห์โบราณวัตถุยังได้พบอีกว่า ลวดลายที่ปรากฏบนภาชนะในระยะแรกของการผลิตนั้นมีความวิจิตรบรรจงมากกว่าภาชนะที่ผลิตขึ้นในยุคหลัง อาจเป็นผลจากอุตสาหกรรมที่ผลิตเพื่อการส่งออกที่ต้องเร่งรีบจึงลดความประณีตลง &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมศิลปากรได้ส่งตัวอย่างถ่านไปหาค่าอายุด้วยเรดิโอคาร์บอนแบบที่มหาวิทยาลัยไวกาโต้ ประเทศนิวซีแลนด์ ทำให้นักโบราณคดีกำหนดช่วงเวลาได้ชัดเจนขึ้น ว่าระยะแรกของการเริ่มผลิตสังคโลก ที่แหล่งเตาทุเรียงเมืองสุโขทัย เริ่มขึ้นในช่วงระหว่าง พ.ศ. 1953-2123&amp;nbsp; หรือเมื่อราว 600 ปีมาแล้ว&amp;nbsp; ตรงกับสมัยของพระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) ต่อมาระยะหลังมีการก่อสร้างเตาเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีการส่งออกเครื่องสังคโลกอย่างแพร่หลาย กำหนดอายุราว 550 ปีมาแล้ว ซึ่งตรงกับช่วงปลายของสุโขทัย จนถึงช่วงเวลาที่อยู่ภายใต้การปกครองของกรุงศรีอยุธยา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยกำลังดำเนินการปรับภูมิทัศน์พื้นที่โดยรอบและสร้างอาคารเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพของเตาเผาโบราณ&amp;nbsp; ด้วยโครงสร้างไม้ไผ่เป็นครั้งแรกของกรมศิลปากร จำนวน 9&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; ให้มีภูมิทัศน์แบบโบราณ และเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่อง แหล่งผลิตสังคโลกเมืองสุโขทัย&amp;rdquo; นายประทีป&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70666</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ประทีป เพ็งตะโก, อนุรักษ์และพัฒนาแหล่งเตาทุเรียงเมืองเก่าสุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f030299462fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5561</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องกันนัว!กรมศิลฯ-วัดศรีชุม เปิดศึกชิง&#039;พระอจนะ&#039;มรดกโลกอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.61-จากกรณีวัดศรีชุม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเรียกเงิน 50 ล้านบาท พร้อมทวงคืนที่ดินบริเวณที่ตั้งมณฑป &amp;ldquo;พระอจนะ&amp;rdquo; ตำนานพระพุทธรูปพูดได้ ซึ่งเป็นมรดกโลก จากอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (จำเลยที่ 1) , สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย (จำเลยที่ 2) และกรมศิลปากร (จำเลยที่ 3) จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ &amp;nbsp;ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า รู้สึกตกใจที่ทางวัดศรีชุมมาฟ้องเรียกเงินจากกรมศิลป์ถึง 50 ล้านบาท และระบุว่าวัดศรีชุมไม่ใช่วัดเก่า ที่สร้างพร้อมกับโบราณสถานวัดศรีชุม แต่เป็นวัดใหม่ ดังนั้นกรมศิลป์จะดำเนินการตรวจสอบว่าการก่อสร้างวัดศรีชุม ได้มีการขออนุญาตจากกรมศิลปากรหรือไม่ ไปแล้วก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ล่าสุด นายดนุสรณ์ &amp;nbsp;สุทธิผล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสวัดศรีชุม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากทางวัดกับกรมศิลป์กลายเป็นข่าวดัง ปรากฏว่าจู่ๆก็มีการเปลี่ยนแม่กุญแจล็อคประตูเหล็กตรงสะพาน ทำให้พระสงฆ์และชาวบ้านไม่สามารถเดินข้ามเข้าไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่บริเวณมณฑปพระอจนะได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับมีหนังสือจากอธิบดีกรมศิลปากรมาถึงเจ้าอาวาสวัดศรีชุม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 มี.ค. 61 แจ้งขอให้รื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต ออกจากเขตโบราณสถานภายใน 60 วัน ได้แก่ วิหารหลวงพ่อเพชร กุฏิเจ้าอาวาส ห้องน้ำ เมรุเผาศพ ศาลาพักสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ศาลาปู่ฤาษี และอื่นๆรวม 16 รายการ ซึ่งทางวัดก็คงต้องดำเนินการโต้แย้งคำสั่งนี้ และใช้สิทธิ์ยื่นร้องขอเพิกถอนคำสั่งต่อศาลปกครองต่อไป นอกจากนี้ก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับกรมศิลป์ในข้อหาบุกรุก และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านคณะกรรมการวัดศรีชุม บอกว่า ได้เห็นหนังสือคำสั่งให้รื้อถอนอาคารเสนาสนะภายในวัดแล้ว รู้สึกไม่สบายใจ เพราะทั้งหมดสร้างจากเงินบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว อยากให้กรมศิลป์หรือรัฐบาลหันมาแก้ปัญหาครั้งนี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีความเป็นเอกภาพ และรักใคร่ ปรองดองกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5561</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;พระอจนะ&#039;, กรมศิลปากร, ฟ้อง50ล้าน, มรดกโลก, วัดศรีชุม, สุโขทัย, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab2fae2b5ca1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่าฝรั่งปีนพระอจนะ อุทยานประวัติศาสตร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โลกโซเชียลวิจารณ์ขรม หนุ่มต่างชาติปีนองค์พระอจนะยืนถ่ายรูปในอุ้งพระหัตถ์ ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเผยอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพเก่าหรือไม่ ชี้มีความผิดตามกฎหมายโทษจำคุกและปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใช้เฟซบุ๊กนามว่า &amp;ldquo;ธีรวุฒิ แจ่มโพธิ์&amp;rdquo; ได้เผยแพร่ภาพหนุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ป่ายปีนขึ้นไปบนองค์พระอจนะ วัดศรีชุม ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.สุโขทัย พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวสุโขทัยเคารพบูชา แล้วยืนโพสท่าถ่ายรูปบนพระหัตถ์อย่างไม่สะทกสะท้าน สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยบางคนแสดงความเห็นว่า &amp;ldquo;ถึงคุณจะเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยว นำเงินมาให้บ้านเรา แต่คุณไม่ควรลบหลู่สิ่งที่พวกเราศรัทธา&amp;rdquo; ส่วนอีกความเห็นหนึ่งบอกว่า &amp;ldquo;ถ้าคุณมาเที่ยวแล้วทำแบบนี้ อย่ามาครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย เปิดเผยกรณีมีการโพสต์ภาพในโซเชียลนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนองค์พระอจนะขึ้นไปยืนถ่ายรูปในอุ้งพระหัตถ์ ทั้งที่มีป้ายเตือนอยู่แล้วว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาที่ไปของภาพดังกล่าว ว่าเป็นภาพเก่าหรือภาพใหม่ หากเป็นภาพปัจจุบันจะต้องสืบหาเจ้าของภาพรายนี้ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณนั้นด้วย จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่ามีที่มาอย่างไร อีกทั้งผู้โพสต์ภาพก็ได้ลบข้อมูลออกแล้ว และยังไม่มีการแจ้งความเพื่อดำเนินคดี อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นทางอุทยานได้ประสานกับมัคคุเทศก์เพื่อขอความร่วมมือทำความเข้าใจแก่นักท่องเที่ยวให้ตระหนักถึงการเข้าชมโบราณสถานอย่างถูกต้องและเหมาะสม ส่วนเจ้าหน้าที่ภายในอุทยาน ปกติมีประจำอยู่ทุกจุดอยู่แล้ว แต่ด้วยสถานที่กว้างขวางอาจดูแลไม่ทั่วถึง แต่ก็ได้เน้นย้ำให้หมั่นตรวจตราเพิ่มจากเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.บุณยฤทธิ์กล่าวด้วยว่า ผู้ใดกระทำการไม่เหมาะสมต่อโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว อันอาจเป็นเหตุให้เกิดความชำรุดเสียหาย หรือก่อให้เกิดความสกปรกไม่เป็นระเบียบ หรือเป็นที่เสื่อมเสียต่อศีลธรรมอันดี ลบหลู่ดูหมิ่นต่อศาสนาและวัฒนธรรม ก่อความรำคาญแก่ผู้เข้าชมอื่นๆ มีความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2535 โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5020</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝรั่งปีนพระอจนะ, ร.อ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย, โซเชียล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa93418ac4bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
