<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2020 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2020 18:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ (จบ)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อูหลงเป็นเขตปกครองในสังกัดเทศบาลนครฉงชิ่ง มีชื่อเสียงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดสิบกว่าปีมานี้หลังจากได้นำเสนออุทยานแห่งชาติ &amp;ldquo;หลุมฟ้า-สะพานสวรรค์&amp;rdquo; สู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในจีนและทั่วโลก อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์นี้มีลักษณะภูมิประเทศที่เรียกว่า &amp;ldquo;คาสต์&amp;rdquo; (Karst) เกิดจากภูเขาหินปูนถูกน้ำกัดกร่อนจนมีรูปร่างแปลกแตกต่างกันไป บางครั้งก็ถึงขั้นดูน่าอัศจรรย์เหมือนไม่ใช่ฝีมือธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทางธรณีวิทยาอูหลง (Wulong Karst Geological Park) ได้รับเกรด AAAAA ซึ่งเป็นระดับสูงสุดที่ทางการจีนมอบให้แก่สถานที่ท่องเที่ยว อยู่ในเขตแนวภูมิประเทศแบบคาสต์ของจีนตอนใต้ (South China Karst) ทั้งหมดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ป่าหินชือหลิน (Shilin Stone Forest) ที่นครคุนหมิงก็อยู่รวมในกลุ่มเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
หลังลงจากลิฟต์แก้วก็จะเจอกับวินเกี้ยวเข้าคิวคอยผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในเขต &amp;ldquo;อูหลงคาสต์&amp;rdquo; มีอยู่ด้วยกัน 3 แห่ง คือ อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ ฝรั่งเรียก &amp;ldquo;สะพานธรรมชาติทั้งสาม&amp;rdquo; (Three Natural Bridges), รอยแยกหลงฉุ่ยเสีย (Longshuixia Fissure) และถ้ำฟูหรง (Furong Cave) โลกใช้เวลาเพียง 2.6 ล้านปี ในการสร้างภูมิประเทศอันเหลือเชื่อนี้ขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อูหลงคาสต์ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 480-2,033 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 17.4 องศาเซลเซียส มีต้นไม้ปกคลุมถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ระดับความเข้มข้นของออกซิเจนประจุลบ ซึ่งดีต่อร่างกายมีสูงมาก อุดมไปด้วยพืชและสัตว์หายาก มีพืชอยู่ 1,058 สปีชีส์ สัตว์ป่า 326 สปีชีส์ เป็นผลให้ระบบนิเวศในเขตนี้สมบูรณ์อย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
โรงเตี๊ยมในตำนาน ภาพถ่ายยอดนิยมของทุกคนที่มาเยือนหลุมฟ้าสะพานสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในตอนที่แล้วผมได้เขียนถึงแค่พิพิธภัณฑ์หินที่จัดแสดงตัวอย่างหินจากพื้นที่ South China Karst และระเบียงพื้นกระจกใสชมวิวแบบเสียวไส้ ห้อยอยู่บนหน้าผาสูง 298 เมตร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ แล้วเรื่องก็จบลงแค่นั้นตอนเวลาใกล้เที่ยงวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมได้บอกไปแล้วว่าได้ร่วมคณะทัวร์จีนมากับคนจีนทั้งหมด จาห่าวเพื่อนใหม่จากมณฑลกวางตุ้ง ผู้ร่วมเกสต์เฮาส์เป็นผู้หาซื้อแพ็กเกจทัวร์นี้มา ยามที่ไกด์จีนบรรยายเขาก็จะแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ผมฟังในส่วนที่เป็นข้อมูลสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสร็จจากระเบียงริมผา รถทัวร์พาเราไปส่งยังประตูทางเข้าอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ มีตัว &amp;ldquo;บัมเบิลบี&amp;rdquo; หุ่นยนต์ยักษ์สีเหลืองดำจากภาพยนตร์เรื่อง Transformers ยืนจังก้าอยู่ด้านหน้า ภาพยนตร์ Transformers ภาค 4 ตอน Age of Extinction มีฉากการต่อสู้สำคัญอยู่ในอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ ภายในอุทยานยังมีหุ่นยนต์ไดโนเสาร์จากภาพยนตร์เรื่องเดียวกันจัดแสดงอยู่กลางหุบเขาอีกตัว ให้ภาพขัดแย้งในความรู้สึกไปบ้าง แต่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปกับหุ่นยนต์พวกนี้จนพวกมันแทบไม่มีเวลาได้ยืนเดี่ยวๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเกาะจาห่าวไม่ห่าง ไปไหนไปด้วย เข้าคิวขึ้นลิฟต์แก้วก็ต้องยืนติดกัน ลงจากลิฟต์แก้วแล้วก็เดินไปตามทางเดินที่ทำขึ้นอย่างดี มีเครื่องหมายบอกทาง แม้เดินคนเดียวก็คงไม่หลงไปไหน กลุ่มผู้ชายทั้งหนุ่มแน่นไปจนถึงรุ่นคุณลุงนั่งรอ-ยืนรอลูกค้าที่ขาเข่าไม่อำนวยหรือขี้เกียจเดิน พวกเขาจะหามขึ้นเกี้ยวแบกขึ้นบ่าพาชมไปตามเส้นทางทัวร์ เสียดายที่ไม่ได้ขอให้จาห่าวถามว่าค่าความสบายนี้ต้องจ่ายเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานธรรมชาติมังกรเขียว ถูกหุ่นยนต์ไดโนเสาร์จากหนัง Transformers บุกรุกเสียแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากจุดที่วินเกี้ยวตั้งอยู่นี้เราเดินลงไปเรื่อยๆ ลอดใต้สะพานธรรมชาติแห่งแรก เรียกว่า &amp;ldquo;สะพานมังกรฟ้า&amp;rdquo; เมื่อมองลงไปก็จะเห็น &amp;ldquo;โรงเตี๊ยมเทียนฟู&amp;rdquo; อยู่ในหลุมฟ้า หรือหุบเขาลึกมีชื่อว่า &amp;ldquo;หยางฉ่วยเขอ&amp;rdquo; โรงเตี๊ยมหลังคาสีดำกำแพงเทาๆ นี้เป็นกลุ่มอาคารโบราณ สร้างล้อมเป็นสี่เหลี่ยม มีลานตรงกลาง ใต้สะพานมังกรฟ้าถือเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมอันดับหนึ่ง หลายคนมาเยือนอูหลงหรือแม้แต่ฉงชิ่งก็เพื่อจะได้ภาพโรงเตี๊ยมเทียนฟูเป็นฉากหลัง-ฉากล่างไปฝากเพื่อนฝูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวและเกรงใจไม่กล้าฝากให้คนอื่นถ่ายภาพตัวเองกับวิวโรงเตี๊ยมก็ไม่ต้องกังวล ฝ่ายการท่องเที่ยวอูหลงหรืออาจจะเป็นเอกชนที่ได้รับสัมปทานตั้งกล้องพร้อมอุปกรณ์ขาตั้งกล้องอยู่ตรงนี้ ทุกคนสามารถเข้าคิวถ่ายภาพแล้วรับบัตรหมายเลขเพื่อไปรับภาพที่ปรินต์เคลือบพลาสติกเรียบร้อยแล้วบริเวณทางออกอุทยาน ติดมากับบัตรหมายเลข คือพวงกุญแจรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายล็อกเก็ตขนาด 1X2 นิ้ว มีกระจกใส 2 แผ่นสำหรับปิดเข้าและเปิดออกทั้ง 2 ด้าน จุดถ่ายภาพที่เขาจัดไว้มีอยู่ด้วยกัน 4 จุด แบ่งเป็นโซนหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ 2 จุด และโซนรอยแยกหลงฉุ่ยเสียอีก 2 จุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
มองไปดูคล้ายพญาเหยี่ยวกำลังกางปีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงเตี๊ยมเทียนฟูคือสถานที่รับและส่งต่อข่าวสารของทางการเมื่อครั้งโบราณ ตั้งอยู่ระหว่างเมืองฝูโจวและเฉียนโจว สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ป้ายประวัติระบุว่า สร้างในปี ค.ศ.619 หรือปีที่ 2 ในการครองราชย์ของจักรพรรดิเกาจู่ ภายหลังได้รับความเสียหายอย่างหนักจากศึกสงคราม กระทั้งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ.2005 บนจุดเดิมตามลักษณะโครงสร้างเดิมที่เหลืออยู่ อีกทั้งวัสดุและรายละเอียดก็สร้างตามร่องรอยประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จางอี้โหมว&amp;rdquo; ผู้กำกับ Curse of the Golden Flower แปลไทยว่า &amp;ldquo;ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง&amp;rdquo; (เข้าฉายปี ค.ศ.2006) เลือกใช้โรงเตี๊ยมในหุบเขาลึกนี้เป็นฉากสำคัญในหนัง หลายท่านคงจำได้ ภาพการบุกจู่โจมจากรอบทิศทางโดยนักรบชุดดำจำนวนมากโหนสลิงพุ่งลงไปยังโรงเตี๊ยม ขณะดูหนังหลายคนคงไม่คิดว่าสถานที่แห่งนี้มีอยู่จริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พวกเราตามไกด์สาวที่ถือธงเดินนำลงไปยังโรงเตี๊ยมเทียนฟู เธอบรรยายของเธอไปเรื่อย ใครอยู่ห่างไปก็ไม่ได้ยิน เพราะมีนักท่องเที่ยวเต็มไปหมดและส่งเสียงเซ็งแซ่ จาห่าวก็ไม่ได้ตามติดเธอตลอดเวลา ถึงเวลานี้แค่คอยสังเกตธงของเธอก็พอว่าอยู่ตรงไหนแล้วพยายามรักษาระยะไม่ให้ห่างจนเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
สะพานธรรมชาติมังกรดำ แต่ไฉนดูคล้ายคิงคอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากโรงเตี๊ยมมองเงยหน้าย้อนหลังกลับไปก็จะเห็นสะพานธรรมชาติ &amp;ldquo;มังกรฟ้า&amp;rdquo; ดูคล้ายซุ้มประตูหินขนาดยักษ์ ในโรงเตี๊ยมมีภาพยนตร์ฉายอยู่ตรงกำแพงด้านหนึ่ง รูปปั้นม้าตั้งอยู่อย่างน้อย 2 ตัว น่าจะเป็นการสื่อว่าม้าคือผู้นำส่งข่าวสารในอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมอยู่ในนี้ได้เพียงครู่เดียว จาห่าวเดินมาฉุดให้ตามคณะไป จากสะพานมังกรฟ้าสู่สะพานมังกรเขียว ป้ายเขียนบรรยายว่าในวันฝนตกจะมีน้ำตกลงมาจากหน้าผากลายเป็นหมอก เมื่อฝนหยุดหมอกจะกลายเป็นสีรุ้ง ประสานกับสะพานธรรมชาติรูปคล้ายมังกรสีเขียวทะยานขึ้นฟ้าแลดูอัศจรรย์น่าเกรงขาม ตัวสะพานมังกรเขียวนี้สูงถึง 281 เมตร ถือเป็นสะพานธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลก ปัจจุบันมีตัวหุ่นยนต์ไดโนเสาร์จาก Transformers 4 มาแยกเขี้ยวคุมเชิงมังกรอยู่ใกล้ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาห่าวคว้าเอาโดรนออกมาจากเป้ จัดการต่ออุปกรณ์เข้ามือถือแล้วพยายามจะนำโดรนขึ้นบินเพื่อถ่ายภาพในมุมมองที่ไม่ได้หาง่ายๆ แต่ลองแล้วลองอีกก็ไม่สำเร็จ เขาบอกว่าไม่มีสัญญาณ ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้จึงไม่เข้าใจว่าเขาต้องการสัญญาณอะไรในการบังคับโดรนขึ้นบิน สุดท้ายก็เก็บกลับเข้าเป้ด้วยความผิดหวัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
รอยแยกหลงฉุ่ยเสีย ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทางธรณีวิทยาอูหลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สะพานถัดไปชื่อสะพานมังกรดำ แต่มีคนมองเป็นกอริลลายักษ์มากกว่า ถึงขั้นมีป้ายเขียนบรรยายความคล้ายกับคิงคองไว้ โดยเฉพาะดวงตาทั้งคู่ สะพานนี้มีน้ำพุธรรมชาติอยู่ด้านบนไหลลงสู่เบื้องล่างให้ภาพต่างกัน บ้างเป็นม่านน้ำตก บ้างเป็นแผ่นละอองน้ำ ตอนสัมผัสเหมือนโดนฉีดสเปรย์บางๆ นอกจากบรรดาน้ำตกแล้วตลอดทางเดินก็ยังมีลำธารและสะพานหินสวยงามข้ามไปมา ช่วงท้ายๆ ลำธารขยายออกเป็นสระ เพราะมีฝายกั้นไว้ด้านบน แต่ดูไม่ลึก ด้านข้างบางจุดมีหาดทรายและโขดหินให้ลงไปเดินเล่น ส่วนในสระปลาคาร์พแหวกว่ายอยู่เต็มไปหมด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนจะออกจากโซนหลุมฟ้ามีห้องน้ำอย่างดีให้เข้าไปทำธุระ จากนั้นออกมาเจอกับซุ้มภาพถ่าย ตากล้อง 2 คนได้ถ่ายเราไว้กับฉากหลังสวยงามบริเวณใต้สะพานมังกรฟ้าและสะพานมังกรสีเขียว เรายื่นบัตรหมายเลขที่ได้จากตากล้องให้เจ้าหน้าที่สาว เธอนำรูปขนาดประมาณ 6X8 นิ้วที่ปรินต์เคลือบพลาสติกเรียบร้อยแล้วมาให้ดู น่าจะเป็นกระดาษปอนด์ธรรมดา บอกราคาขาย 20 หยวนต่อภาพ หรือตกราวๆ 100 บาท ผมทำท่าจะควักตังค์ซื้อ จาห่าวบอกว่าไม่ต้องซื้อ แพงไป แล้วขอรูปเล็กมาแทน รูปเล็ก 2 รูปนี้ฟรี เอาไปใส่ในพวงกุญแจล็อกเก็ตที่ผมพูดถึงก่อนหน้านี้ รู้สึกเสียดาย โดยเฉพาะภาพที่มีฉากหลังเป็นโรงเตี๊ยมในหลุมฟ้า เพราะผมไม่มีรูปตัวเองกับวิวนี้ อันที่จริงผมไม่มีรูปตัวเองแม้แต่รูปเดียวในอุทยานแห่งนี้ นอกจากรูปเล็กจิ๋วในพวงกุญแจ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
น้ำตกกาแล็กซี่ภายในรอยแยกหลงฉุ่ยเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราตามคณะทัวร์ไม่ทันไปสักพักแล้ว จุดเปลี่ยนก็คือตอนที่จาห่าวพยายามนำอากาศยานของเขาขึ้นบิน แย่ไปกว่านั้นจาห่าวไม่ยอมซื้อตั๋วรถชัทเทิลพลังงานไฟฟ้า คล้ายๆ รถกอล์ฟราคา 15 หยวน เพื่อนั่งไปยังโซนถัดไประยะทางกิโลเมตรกว่าๆ เขาบอกว่านั่นสำหรับสตรีและคนชรา แล้วเราก็พากันเดิน บางช่วงก็วิ่ง แม้ว่าทางเดินจะทำไว้ดีมาก แต่ลาดชันจนทำให้เหนื่อย รถกอล์ฟคันแล้วคันเล่าวิ่งแซงเราไป ตอนเริ่มเดินเขาถามผมว่า &amp;ldquo;ไหวไหม&amp;rdquo; แต่พอเดินไปสักพักผมได้ยินเสียงเขาหอบดังชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรามาช้ากว่าที่นัดกับไกด์สาวเอาไว้ประมาณ 10 นาที เธอจัดให้เข้าแถวขึ้นรถบัสของอุทยานสำหรับไปชม &amp;ldquo;รอยแยกหลงฉุ่ยเสีย&amp;rdquo; ส่วนคณะผู้สูงอายุที่มากับพวกเราล่วงหน้าไปก่อนแล้ว และสถานที่ต่อไปไกด์สาวไม่ได้เดินทางไปด้วย เธอจะไปรออยู่ที่ทางออกพร้อมรถทัวร์ในเวลา 4 โมงเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่กี่นาทีก็ถึงทางเข้ารอยแยกหลงฉุ่ยเสีย (Longshuixia Fissure) มีป้ายเขียนไว้ว่า &amp;ldquo;การเดินทางสู่ใจกลางโลก&amp;rdquo; ช่วงแรกๆ เราเดินในถ้ำ จากนั้นก็ออกมาเดินเลียบผาหิน เบื้องบนคือยอดผา เบื้องล่างคือหลุมลึก แสงอาทิตย์ส่องลงมาได้เพียงบางเบา มีน้ำตกให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจหลายแห่ง โดยเฉพาะน้ำตกที่ชื่อ &amp;ldquo;น้ำตกกาแล็กซี่&amp;rdquo; ตกลงมาแล้วก็รวมกับลำธารแคบ ไหลเซาะไปตามหินใหญ่น้อยรูปร่างแปลกตา บางช่วงเราต้องเดินงอตัวไปตามช่องเขาแคบๆ โค้งๆ เกือบจะยื่นมือไปแตะผาอีกฝั่งได้ ไม่ง่ายนักที่จะทำทางเดินบันไดหินมีราวจับแข็งแรงตลอดเส้นทาง โดยรวมแล้วรอยแยกนี้ก็คือแคนยอนที่เรียกว่าแคนยอนระดับตัดลึกถึงตัดกลาง ความยาวรวม 5 กิโลเมตร แต่ทางเดินที่สร้างขึ้นช่วยย่นระยะให้เหลือ 2 กิโลเมตร มีความลึกจากยอดผาถึงก้นหลุมระหว่าง 200 เมตร ถึง 350 เมตร ส่วนที่แคบสุดห่างกันเพียง 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
น้ำตกม่านลูกปัดในรอยแยกหลงฉุ่ยเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เราถ่ายรูป 2 จุด 2 รูปกับตากล้องมืออาชีพ รับบัตรหมายเลขและพวงกุญแจล็อกเก็ตอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ รับมาแต่รูปจิ๋วแจกฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้ำฟูหรงที่เป็น 1 ใน 3 สถานที่ท่องเที่ยวหลักของอูหลงคาสต์อยู่ค่อนข้างห่างออกไปจาก 2 แห่งแรก คณะทัวร์ของเราจึงไม่มีเวลาไปเยือน เราออกจากอุทยานไปเจอกับแผงขายของกินจำพวกมันปิ้ง ข้าวโพดต้ม และผลไม้หลายชนิด แต่ละแผงล้วนขายเหมือนกันทั้ง 2 ฝั่งทางเดิน มีห้องน้ำและคาเฟ่อยู่มุมหนึ่ง เราไม่เจอคณะที่มาด้วยกัน แต่ผมเดินหารถทัวร์ของเราจนเจอ จาห่าวโทรศัพท์หาไกด์สาว เธอโผล่มาโดยที่ยังไม่ได้รับโทรศัพท์ คณะที่เหลือทยอยออกมาจากห้องน้ำ เมื่อพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกลับตัวเมืองฉงชิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเราไม่ใช้รถทัวร์ แต่ใช้เฮลิคอปเตอร์หรือโดรนขึ้นบินแล้วมองกลับไปยังอุทยานอูหลงก็จะเห็นหลุมและรอยแยกแซมอยู่ตามสีเขียวพืดของขุนเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหมาะนักที่ยักษียักษาจะเล่นซ่อนหากันในนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59753</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉงชิ่ง, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, สะพานสวรรค์, หลุมฟ้า-สะพานสวรรค์, อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์, อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ (จบ), อูหลง, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2020 19:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2020 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ (1)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากว่าท่านใช้ชีวิตต่างไปจากมนุษย์ทั่วไป เป็นคนนอนดึกตื่นสาย จะด้วยธรรมชาติการงานบังคับหรือนอนหลับยากจนต้องบังคับให้ทำงานเข้ากับวิถีการนอน เคล็ดไม่ลับเพื่อการปรับให้การนอนกลับเข้ารูปรอยเหมือนย้อนสู่วัยเยาว์อีกครั้งวิธีหนึ่งก็คือ การเดินทางท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การจัดแสดงตัวอย่างหินหายากในพิพิธภัณฑ์หิน ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอูหลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเป็นการเดินทางคนเดียวหรือแบบกลุ่มในบางกรณี ย่อมหนีไม่พ้นการออกแรงเดินเหิน โดยเฉพาะการเดินทางคนเดียวนั้นจะบังคับให้ต้องเดินเหินมากกว่าการใช้ชีวิตประจำวันไปหลายเท่าตัวด้วยบางสาเหตุ อาทิ ประหยัดเงิน กลัวแท็กซี่โกง นั่งรถเมล์ไม่เป็น และบางคนนั้นชอบเดินเป็นทุนอยู่แล้ว เพราะสามารถสัมผัสสิ่งอย่างรอบตัวได้ถนัดชัดเจนกว่า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงเวลาค่ำคืนไม่ต้องดึกดื่นมากร่างกายก็จะเรียกหาเตียงนอนแต่โดยดี ไม่นับที่ได้ดื่มเข้าไปสักนิดหน่อยพองาม บวกกับการที่สมองปลอดโปร่งไร้กังวลจากหน้าที่การงานที่อยู่ไกลออกไป ผมเป็นคนประเภทหลับยากเมื่ออยู่บ้าน (และเมื่ออายุมากขึ้น) จนกลายเป็นคนนอนดึกตื่นสาย แต่เมื่อได้เดินทางท่องเที่ยวก็จะกลับไปเป็นเด็กวัยรุ่น หลับง่ายโดยบางวันไม่ต้องพึ่งเครื่องดื่มประจำถิ่นเลยก็ยังได้ แถมตื่นเช้าอีกต่างหาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตัวอย่างหินหายากในพิพิธภัณฑ์หินอูหลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาห่าว หนุ่มกว่างโจวเพื่อนใหม่ของผม เพื่อนร่วมเกสต์เฮาส์เพียงคนเดียวนัดหมายเวลากันไว้ที่ 06.45 น. ผมออกไปเจอเขาที่ล็อบบี้แล้วก็พากันเดินลงสู่ถนน เขาบอกว่า 7 โมงตรงต้องขึ้นรถทัวร์ ระหว่างทางเดินไปยังย่านเจียฟางเบ่ย เขาแวะซื้อแป้งทอดคล้ายๆ โรตี 2 แผ่นเพื่อเป็นอาหารเช้า ยื่นให้ผม 1 แผ่น ผมยังไม่หิวกะจะเก็บไว้กินทีหลัง เขาก็ขอกลับไปกินเองจนหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้เวลาไม่นานจาห่าวหารถทัวร์ที่จองไว้เจอแล้วก็ชวนผมขึ้นไปนั่ง เปิดเผยความจริงออกมาว่ารถออก 7 โมงครึ่ง แต่นัดเวลาเผื่อๆ เอาไว้ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลา 07.22 น. รถก็ออก คงเพราะผู้ร่วมคณะทัวร์มากันครบแล้ว ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย รุ่นอาโกว อาแปะ ขึ้นไป ไกด์สาวบรรยายจีน จาห่าวคอยแปลให้ผมฟังเป็นภาษาอังกฤษเท่าที่เขาเห็นว่าเป็นข้อมูลน่าสนใจและมีประโยชน์ ผมเกรงใจเหลือเกิน แต่ให้ทำไงได้ ไม่เช่นนั้นก็มืดบอดทุกอย่าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไกด์สาวขอเก็บเงินเพิ่มคนละ 50 หยวน สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หินและเดินบนระเบียงพื้นกระจกใสสูงเสียวไส้ ทุกคนในรถพร้อมใจกันจ่าย ไม่รู้ว่าทางบริษัททัวร์จะซ่อนโปรแกรมส่วนนี้ไว้ทำไม คงคิดว่าค่าทัวร์ 370 หยวนนั้นดูจะแพงไป สู้ขายที่ 320 หยวนไม่ได้ ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​แล้วแต่จินตนาการของแต่ละคนจะบอกว่าเห็นเป็นสิ่งใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมลองตรวจสอบราคาทัวร์ที่มีไกด์บรรยายภาษาอังกฤษนั้นแพงกว่าไกด์จีนประมาณ 3 เท่า ส่วนคณะทัวร์ไทย (ไกด์จีนพูดไทย) ที่รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พักและอาหารอยู่ในแพ็กเกจ เฉลี่ยออกมาแล้วถือว่าราคาไม่ค่อยแพง ครั้นจะเดินทางมาเองผมก็ไม่ได้หาข้อมูลไว้ก่อน มาทราบทีหลังว่ามีรถไฟและรถบัสมายังเขตอูหลง หารถเข้าไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอูหลง (Wulong Karst Tourist Center) จากนั้นซื้อตั๋วแล้วจึงนั่งรถอีกต่อเข้าไปยังทางเข้าอุทยานอันกว้างใหญ่ไพศาลและทั้งลึกทั้งสูง เรียกว่า Wulong Karst National Geology Park&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากไม่รู้จักกับจาห่าวผมก็คงต้องคลำๆ มาจนถึงที่หมาย แต่น่าจะเที่ยวโดยขาดตกบกพร่องไปหลายสถานที่ รวมถึงพลาดรายละเอียดดีๆ ไปอย่างแน่นอน กลับมาคิดดู ผมรู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้ผู้มีน้ำใจและอัธยาศัยดีมาเป็นเพื่อนร่วมทาง แถมยังทำหน้าที่แทนการท่องเที่ยวฉงชิ่งทั้งที่เขามาจากมณฑลกวางตุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​หินรูปหัวใจดึงดูดความสนใจจากทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระยะทางเกือบๆ 200 กิโลเมตร รถทัวร์ใช้เวลาวิ่งประมาณ 3 ชั่วโมงถึงเขตอูหลงที่อยู่ภายใต้การบริหารของเทศบาลนครฉงชิ่ง ซึ่งฉงชิ่งเป็น 1 ใน 4 เทศบาลนครของจีนที่ขึ้นตรงกับรัฐบาลกลาง อีก 3 แห่ง ได้แก่ ปักกิ่ง, เซียงไฮ้ และเทียนจิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาห่าวแปลให้ฟังว่าสถานะทางเศรษฐกิจของเขตอูหลงดีขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการท่องเที่ยวอุทยานธรรมชาติอูหลง เฉพาะอย่างยิ่งพระเอก &amp;ldquo;หลุมฟ้าสะพานสวรรค์&amp;rdquo;ถูกนำเสนอสู่ภายนอกและมีการจัดการอย่างเป็นระบบ ผมเชื่อว่าคงหลังจากภาพยนตร์เรื่อง &amp;ldquo;Curse of the Golden Flower&amp;rdquo; (ศึกโค่นบัลลังก์วังทอง) ของผู้กำกับดัง &amp;quot;จางอี้โหมว&amp;quot; ออกฉายในปี ค.ศ.2006 โดยโรงเตี๊ยมกลางหลุมฟ้าในฉากเด่นของเรื่องนั้นสร้างขึ้นใหม่ (แทนของเก่าที่ถูกทำลาย) เมื่อ 1 ปีก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลาประมาณ 11 โมง รถทัวร์ของเราแวะให้ลูกทัวร์กินข้าวเที่ยง ร้านอาหารจัดโต๊ะจีนไว้แล้วหลายโต๊ะเต็มร้าน มีแยกออกเป็นห้องเล็กห้องใหญ่อีกจำนวนหนึ่ง นอกจากคณะของเราแล้วก็ยังมีคณะจากรถคันอื่นด้วยที่ทยอยกันเข้ามากิน แม้ยังไม่ถึงเวลาสำหรับมื้อเที่ยงของบางคน แต่บรรดาทัวร์และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเองต่างก็ต้องกินอาหารก่อนเข้าไปในอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ เพราะในนั้นไม่มีการจำหน่ายอาหาร เข้าใจว่าห้ามพกไปกินด้วย ออกมาอีกทีก็ตอนเย็น หากไม่กินเสียก่อน รุ่นใหญ่อย่างอากง อาม่าทั้งหลายมีโอกาสหิวจนเป็นลมสูง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
​​​​​​​ตัวอย่างหินหายากในพิพิธภัณฑ์หินอูหลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาห่าวบอกให้ผมเดินตาม เขานั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง เว้นเก้าอี้ให้ผมนั่งข้างๆ คณะทัวร์ล้อมเป็นวงกลมรอบโต๊ะจีน ตักข้าวสวยใส่ถ้วยใครถ้วยมันแล้วยื่นโถใส่ข้าววนๆ ไป จากนั้นจึงเริ่มหมุนโต๊ะทวนเข็มนาฬิกาใช้ตะเกียบคีบอาหารจากในจาน กินกับข้าวสวย อาหารวางไว้พร้อมหมดแล้ว มีอยู่มากกว่า 10 อย่าง ตอนแรกๆ เหมือนจาห่าวกังวลว่าผมจะกินไม่เป็น ไม่นานเขาก็ดูสบายใจ ผมกินเสร็จเป็นคนท้ายๆ ของโต๊ะ ไม่ใช่อาหารฉงชิ่งหรือเสฉวนที่เผ็ดร้อน ถือว่าเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ และอาจเป็นมื้อที่กินมากที่สุดด้วยเช่นกัน ผมรู้ดีว่าจะต้องเดินกันหลายกิโลในอีก 4-5 ชั่วโมงข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นพวกเราก็ขึ้นรถไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อาคารรูปทรงพีระมิด ไกด์ของเราจัดการเรื่องตั๋วไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เรายังไม่เดินทางไปยังอุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์ เพราะในศูนย์แห่งนี้มีส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์หรืออาจเรียกส่วนจัดแสดงตัวอย่างหินหายาก สวยงาม ไปจนถึงขั้นแปลกประหลาด และเราได้จ่ายเงินสำหรับค่าเข้าชมไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไกด์ของศูนย์ทำหน้าที่บรรยายข้อมูลของหินที่จัดแสดง ผมบอกจาห่าวว่าไม่ต้องแปลให้ฟัง เพราะคงยากเอาการ อีกทั้งเกรงใจ เพราะตัวเขาไม่ใช่ไกด์ สุดท้ายก็แยกย้ายกันชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ขออนุญาตสุภาพสตรีผู้ไม่กลัวความสูงทุกท่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หินแต่ละก้อนแต่ละกลุ่มมีขนาด รูปร่างและสีสันที่หลากหลาย มีชื่อและชนิดของหินเขียนไว้ บ้างมีแต่ภาษาจีน บ้างก็มีภาษาอังกฤษกำกับด้วย ที่เป็นก้อนใหญ่ตั้งโชว์แยกกันไว้นั้นดูคล้ายประติมากรรม เห็นเป็นรูปสัตว์ ต้นไม้ พาหนะ สัตว์ประหลาด รูปเคารพ บางชิ้นสัณฐานบอกชัด บางชิ้นก็สุดแต่จินตนาการ จัดแสดงได้งดงาม อลังการ คล้ายศิลปะการจัดวาง บางชิ้นน่าเกรงขาม บางชิ้นดูแล้วอมยิ้ม ส่วนหินก้อนเล็กๆ จัดแสดงอยู่ในจานหลายใบ มองเผินๆ เหมือนอาหารตั้งเรียงรายรอคนมากิน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังมีโซนที่แสดงการทับถมของซากพืชซากสัตว์ ส่วนมากใส่กรอบไว้ดูคล้ายผลงานจิตรกรรม พืชและสัตว์เหล่านี้เคยมีชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์ สัตว์บางตัวที่ยังมีชิ้นส่วนโครงกระดูกครบถ้วน แต่กลับสูญพันธุ์ไปนานแล้วจากโลกใบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไกด์ไม่ได้ให้เวลาพวกเรานานนัก จาห่าวเดินมาตามให้ผมรีบออกไปสมทบกับคณะ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเยือนอูหลงไม่ได้เข้าไปชมในส่วนการจัดแสดงนี้ หากเดินทางมาด้วยตัวเอง ผมคงใช้เวลาในโซนนี้นานเป็นพิเศษ ใกล้ๆ กับศูนย์บริการนักท่องเที่ยวมีที่พักให้บริการหลายเจ้า ถ้ามีเวลานอนค้าง ก็จะได้ดูคนดูเมือง แล้วก็แวะมาดูพิพิธภัณฑ์หินเสียให้ฉ่ำใจ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนเที่ยงนิดหน่อยรถทัวร์ของเราก็มาถึงระเบียงพื้นกระจกใส ใช้ชื่อในภาษาอังกฤษว่า The Glass Sightseeing Balcony of the Three Natural Bridges สร้างยื่นไปจากยอดหน้าผา เป็นชะง่อนออกไปสู่เวหาเวิ้งว้าง ผนังระเบียงก็เป็นกระจก แต่มีราวเหล็กสูงระดับหน้าอกตีเป็นขอบกันตกและสำหรับไว้จับเดิน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ระเบียงพื้นกระจกใสนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ส่วนพื้นดินเบื้องล่างนั้นอยู่ลึกลงไป 298 เมตร ข้อมูลในโบรชัวร์ภาษาอังกฤษที่เหลืออยู่เพียงชุดเดียวในศูนย์บริการนักท่องเที่ยวระบุว่าเป็นระเบียงกระจกที่สูงที่สุดในโลก อีกทั้งใช้แผ่นกระจกหนาที่มีขนาดแต่ละชิ้นใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน ระเบียงมีพื้นที่ 220 ตารางเมตร ผมไม่เคยไปเยือนระเบียงพื้นกระจกใสที่ไหนมาก่อน แต่รู้สึกว่าระเบียงแห่งนี้ไม่ได้กว้างขวางอะไรนัก ทำให้น่าหวาดเสียวเข้าไปอีกหน่อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การทับถมของซากพืชซากสัตว์ในอดีตกาลกลายเป็นผลงานจิตรกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีป้ายคำเตือนเขียนไว้ทั้งภาษาจีนและอังกฤษ ได้แก่ ระวังลื่น, ระวังตก, เดินช้าๆ, ห้ามกระโดด, ห้ามปีน และห้ามทุบห้ามเคาะ ผมรู้สึกไม่ดีที่เขียนว่า &amp;ldquo;ห้ามทุบห้ามเคาะ&amp;rdquo; แต่คงแค่เตือนกันไว้เป็นธรรมดา ไม่งั้นมนุษย์จอมซนและชอบทำอะไรแผลงๆ อาจข้ามขั้นไปทำอย่างอื่นที่อันตรายกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนเดินเข้าสู่ระเบียง เจ้าหน้าที่ให้หยิบรองเท้ากำมะหยี่ยืดหยุดที่วางไว้ในกรงตาข่ายเหล็กมาสวมหุ้มรองเท้าของเราเพื่อไม่ให้สร้างความเสียหายแก่กระจก ยอมรับว่าเกิดอาการขาสั่นอยู่เหมือนกันตอนที่เดินไปบนกลางแผ่นกระจก บ่อยครั้งที่ต้องยอมเสียฟอร์มเดินบนขอบหรือบริเวณรอยต่อระหว่างแผ่นกระจก ส่วนนี้จะเห็นคานเหล็กรองรับอยู่ ให้ความรู้สึกปลอดภัย เดินไปเดินมาสักพักก็กล้าที่จะเดินไปบนกลางแผ่นกระจก แต่เดินเชิดหน้า ไม่กล้ามองลงไปยังหุบเหวเบื้องล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวจีนรุ่นใหญ่ทั้งหลาย โดยเฉพาะสุภาพสตรีกลับไม่มีความกลัวแสดงออกมาให้เห็น&amp;nbsp; ทั้งนั่งทั้งนอนลงกลางแผ่นกระจกแล้วเพ่งมองลงเบื้องล่าง บ้างก็รวมกันเป็นกลุ่มถ่ายรูปส่งเสียงสนุกสนาน แม้มีเสียงเอียดๆ แอดๆ ดังขึ้นเป็นบางคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ระเบียงกระจกใสห้อยอยู่คล้ายชะง่อนผา ถ่ายหลังจากลงลิฟต์แก้วสู่อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จาห่าวก็เป็นอีกคนที่ไม่มีอาการตื่นกลัว คงเป็นเพราะว่าระเบียงพื้นกระจกใสในจีนนั้นมีอยู่มากมาย เขาน่าจะไปเยือนมาแล้วหลายแห่ง เขาถ่ายรูปผมแล้วส่งให้ในภายหลัง ผมมาดูรูปก็พบว่าตัวเองยืนอยู่บนขอบรอยต่อของแผ่นกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปกับตัวเองได้ว่ายังไม่ผ่านด่านทดสอบระเบียงริมผาชวนขาสั่นนี้ และถ้าจะต้องทดสอบใหม่โดยให้เดินไปบนสะพานพื้นกระจกข้ามภูเขาอย่างที่เคยเห็นกันในทีวี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็คงต้องสอบตก เพราะทำได้แค่เดินบนขอบกระจกอีกเหมือนเดิม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59108</URL_LINK>
                <HASHTAG>Wulong Karst National Geology Park, การท่องเที่ยว, ททท., วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, อุทยานหลุมฟ้าสะพานสวรรค์, เจียฟางเบ่ย, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
