<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไร้วี่แววผู้พิทักษ์ป่า หายตัวในอุทยานฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ระดมกำลังพรานป่าและทีมกู้ภัย เร่งค้นหา &amp;quot;จนท.พิทักษ์ป่า สบอ.11&amp;quot; ที่หายตัวกลางป่าลึกมาตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังผ่านมา 6 วันยังไร้วี่แวว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ความคืบหน้าการค้นหา นายปัจฉิม การะเกตุ หรือเอ๊ะ อายุ 42 ปี พนักงานพิทักษ์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (สบอ.11) หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (สล.) ต.วังยาง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก หลังนายปัจฉิมพร้อมทีมเจ้าหน้าที่ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจป่าตามภารกิจป้องกันและปราบปราม ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.2564 จากหน่วย สล.4 คลองตะเคียน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เขตติดต่อ อ.วังโปร่ง เพชรบูรณ์ ระหว่างทางจะต้องตรวจป่าผ่านทุ่งนางพญา ทุ่งโนนสน แต่เมื่อเพื่อนร่วมงานเดินทางกลับถึงหน่วย สล.6 บ้านมุง (อ. เนินมะปราง พิษณุโลก) กลับไม่พบนายประจินแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตั้งแต่ช่วงเช้า นายเพิ่มศักดิ์ ดวงแก้ว หัวหน้าฐานปฏิบัติการฐานหนองแม่นา สังกัด สบอ.11 ในฐานะหัวหน้าชุดฯ ได้ระดมเจ้าหน้าที่สังกัด สบอ.11 ค้นหานายประจิน โดยได้มีการตั้งศูนย์บัญชาการค้นหาขึ้นที่หน่วย สล.8 หนองแม่นา และจัดกำลังเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า พร้อมหน่วยกู้ภัยหลายหน่วย รวมประมาณ 50 นาย และทีมพรานจ้อย จิตอาสาภาคประชาชน ซึ่งชำนาญเส้นทางการเดินป่าระหว่าง สล.8 หนองแม่นา (เพชรบูรณ์) มายัง สล.6 บ้านมุง (อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก) ออกค้นหา แต่จนถึงเวลา 13.30 น.ก็ยังไม่มีรายงานการพบตัวแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน ยังได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยจำนวน 9 นาย ไปร่วมสนับสนุนกับเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สล.8 (หนองแม่นา) ต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อทำการค้นหานายปัจฉิม โดยมีเป้าหมายจะค้างคืนในป่า เพื่อทำการค้นหาอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพบตัวนายปัจฉิม แต่ปัญหาที่เป็นอุปสรรคคือในขณะนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ ได้จัดกำลังจำนวน 10 นาย ร่วมกับชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ของอุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวง เดินเท้าเข้าป่าในพื้นที่ทุ่งแสลงหลวง เพื่อออกติดตามค้นหานายปัจฉิมอีกครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่เจอตัวและต้องยกเลิกภารกิจเนื่องจากฝนตกหนักกลางป่า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99312</URL_LINK>
                <HASHTAG>จนท.พิทักษ์ป่า, พิทักษ์อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หายตัวกลางป่าลึก, อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210412/image_big_607444a86cf98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำเร็จ! ทีมกู้ภัยช่วย &#039;พระติดถ้ำ&#039; ดำน้ำลึก 4 เมตรออกมาได้แล้ว พบร่างกายยังแข็งแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงาน ปฏิบัติการเร่งช่วยเหลือ พระมานัส เขมโก อายุ&amp;nbsp;46&amp;nbsp;ปี พระนักปฏิบัติธรรม จากจังหวัดนครสวรรค์ ที่ได้เดินทางมาธุดงค์ที่ถ้ำไทรงาม ต.เนินมะปราง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;แล้วไม่สามารถออกมาจากถ้ำได้ เนื่องจากฝนตกและน้ำท่วมขังปิดทางออกไว้ จนกระทั่งวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เมษายน&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;ชาวบ้านในพื้นที่ได้แจ้งประสานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานต่างๆ เริ่มเข้าพื้นที่ช่วยเหลือตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เม.ย.64&amp;nbsp;แต่ต้องยกเลิกปฏิบัติภารกิจเนื่องจากมีอุปสรรคในหลายด้าน จึงตั้งศูนย์อำนวยการอยู่บริเวณปากถ้ำ และได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ชำนาญการด้านการกู้ชีพ-กู้ภัย ด้านถ้ำโดยเฉพาะเข้าให้การช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ปฏิบัติการเริ่มต้นเช้าวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;เม.ย.64&amp;nbsp;ช่วงเวลาประมาณ&amp;nbsp;07.00&amp;nbsp;น. ได้ส่งชุดนักประดาน้ำผู้เชี่ยวชาญ และทีมงานกู้ภัย ประมาณ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;นาย เข้าไปภายในถ้ำ โดยจัดชุดนักประดาน้ำ&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นายดำน้ำเข้าไปเพื่อทำการค้นหาพระมานัสตามแผนประชุมที่วางไว้ โดยระยะทางจากปากถ้ำใช้วิธีเดินเท้าเข้าไประยะทางประมาณ&amp;nbsp;400&amp;nbsp;เมตร มีน้ำขังสูงประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร จากนั้นจะเป็นลักษณะแอ่งกระทะแบบคอห่านความยาวประมาณ&amp;nbsp;15&amp;nbsp;เมตรระดับน้ำท่วมคอห่าน สูงประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;เมตร ปิดทางเดิน และมั่นใจว่าพ้นจากจุดคอห่านจุดนี้ จะเป็นห้องโถงโล่งซึ่งคาดว่าพระมานัสจะอยู่ตรงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นในเวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น. นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงแนวทางการดำเนินการให้ความช่วยเหลือในวันนี้ โดยช่วงเช้าไปจัดชุดนักประดาน้ำและทีมกู้ชีพเข้าไป โดยให้ชุดนักประดาน้ำดำน้ำเข้าเพื่อให้ผ่านจุดคอห่าน เพื่อสำรวจว่าพบพระมานัสหรือไม่ หากพบ อยู่ในสภาพใด พร้อมกับประเมินสถานการณ์แนวทางการช่วยเหลือ ซึ่งต้องรอนักประดาน้ำชุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส่งสัญญาณออกมาก่อน จึงจะสามารถวางแนวทาง และวิธีการให้ความช่วยเหลือต่อไป ขณะที่บริเวณกองอำนวยการ ทุกหน่วยงานได้ระดมความช่วยเหลือมารอ ทั้งกองอำนวยการ ประสาน อุปกรณ์กู้ชีพ รถพยาบาล รวมถึงเครื่องสูบน้ำ และเครื่องมือส่องสว่าง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เวลา&amp;nbsp;10.30&amp;nbsp;น.ได้รับแจ้งจากชุดกู้ภัยที่เดินทางเข้าไปในถ้ำพร้อมชุดนักประดาน้ำว่าพบตัวพระมานัสแล้ว อยู่ในจุดที่คาดการณ์ไว้จริง พระมานัสอยู่ในสภาพอิดโรยเล็กน้อย เนื่องจากร่างกายมีไข้อ่อนๆ แต่ภาพรวมยังค่อนข้างแข็งแรงและพร้อมที่จะรับความช่วยเหลือในการเดินทางออกจากถ้ำ ซึ่งหลังจากได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กู้ภัย นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้วาง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มาตรการในการให้ความช่วยเหลือ คือ&amp;nbsp;1.ประเมินสภาพร่างกายพระมานัสว่าแข็งแรงพอที่จะสามารถดำน้ำออกมาพร้อมนักประดาน้ำได้หรือไม่ และ&amp;nbsp;2.กรณีที่ร่างกายพระมานัสไม่พร้อมและไม่แข็งแรง จะต้องใช้วิธี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ และทำการสูบน้ำออกให้ลดลงจนถึงช่องคอห่าน ประมาณ&amp;nbsp;1.60&amp;nbsp;เมตร แล้วให้พระมานัสลอยคอกึ่งเดินข้ามมา ซึ่งวิธีที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นั้นจะใช้เวลาพอสมควร เพราะเครื่องสูบน้ำสามารถเข้าได้เป็นขนาดท่อ&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;นิ้ว หรือขนาดเล็ก เนื่องจากใช้ขนาดใหญ่ไม่ได้ เพราะพื้นที่ค่อนข้างจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาต่อมา กองอำนวยการได้รับการประสานจากชุดนักประดาน้ำว่า สภาพร่างกายของพระมานัสพร้อมที่จะใช้วิธีดำน้ำออกมา ผู้ว่าฯจึงสั่งการให้เริ่มปฏิบัติการกู้ภัยนำตัวพระมานัสออกมา โดยใช้วิธีให้ทีมนักประดาน้ำชุดที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นำถังออกซิเจน พร้อมสกูบ้า เข้าไปให้พระมานัส อุปกรณ์ทุกอย่างพร้อม ทีมกู้ภัยจึงได้เริ่มปฏิบัติการ โดยให้พระมานัสคาบสกูบ้า โดยวางแถวให้นักประดาน้ำ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายนำหน้า ตามด้วยพระมานัส และนักประดาน้ำอีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นาย ประกบท้าย จนกระทั่งเวลา&amp;nbsp;11.20&amp;nbsp;น. ได้รับรายงานว่าชุดนักประดาน้ำพร้อมด้วยพระมานัส ได้เดินทางมาถึงปากถ้ำแล้ว ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ต่างปรบมือ เฮลั่น ดังสนั่น เพราะนั่นหมายความว่าภารกิจใกล้สำเร็จแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา&amp;nbsp;11.30&amp;nbsp;น.ทุกคนได้พบหน้าชุดนักประดาน้ำ และพระมานัส เขมโก ปฏิบัติการกู้ชีพ-กู้ภัย สำเร็จลุล่วง จากนั้นได้นำตัวพระมานัส ขึ้นรถโรงพยาบาลเนินมะปรางเพื่อตรวจร่างกาย และชีพจร พบว่าพระมานัส ยังมีร่างกายที่แข็งแรงดี ความดันปกติ มีไข้เล็กน้อย จึงนำส่งรักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลเนินมะปราง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชาญชัย ศุภวีระกุล ชุดประดาน้ำมูลนิธิเพื่อนพึ่งพายามยาก&amp;nbsp;เล่าให้ฟังว่า ทีมดำน้ำตนเองมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาดำน้ำช่วยเหลือพระที่ติดอยู่ในถ้ำ โดยเริ่มดำตั้งแต่เวลา 08.30 น. โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชม.ก็สามารถผ่านจุดขอห่านไปได้แล้ว ก็พบห้องโถงบริเวณ จึงได้ตะโกนเรียกหลวงพี่ ประมาณ 2 นาที ก็ได้ยินเสียงตอบ ถึงเดินมาที่ต้นเสียง ก็พบพระมานัสนั่งอยู่บนเนินทราย จึงได้ทำการสอบถามอาการของพระมานัส ก็พอจะทราบว่าร่างกายยังแข็งแรง สามารถดำน้ำได้ไหวอยู่ จึงได้รอชุดของตนเองมาเพิ่ม และตัดสินใจนำพระมานัสดำน้ำออกมาได้ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงพยาบาลเนินมะปราง แพทย์ได้ตรวจอาการของพระมานัส เป็นการเบื้องต้นเห็นว่ามีร่างกายอ่อนเพลีย แต่สามารถพูดคุยได้ปกติ จึงให้เกลือแร่เพื่อฟื้นฟูร่างกาย โดยพระมานัสเล่าถึงเหตุการณ์ที่อยู่ในถ้ำว่า ขณะที่นั่งวิปัสสนา ก็มีน้ำป่าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ตอนแรกคิดว่าจะดำน้ำออกมาก่อนได้ แต่หลังจากระดับน้ำขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ก็ต้องหนีน้ำขึ้นบนที่สูง ไม่สามารถออกมาได้ ระหว่างนั้นฉันโปรตีนประทังความหิวไปได้ และช่วงที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยเหลือ ก็คิดว่าเป็นเทวดามาพูดคุยด้วย&amp;nbsp;จนกระทั่งทางเจ้าหน้าที่ช่วยนำอุปกรณ์ดำน้ำออกไปได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98656</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, ถ้ำพระไทรงาม, พระติดถ้ำ, พระธุดงค์, อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d6658c5559.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 20:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุติค้นหา &#039;พระธุดงค์&#039; ติดถ้ำนาน 3 วัน ระดับน้ำเพิ่มสูง-ไหลเชี่ยว วางแผนช่วยเหลือพรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 -&amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีพระภิกษุเข้าไปธุดงค์และนั่งวิปัสสนากรรมฐานภายในถ้ำพระไทรงาม หมู่ 8 บ้านดงงูใหม่ ต.เนินมะปราง อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ปรากฏว่ามีพายุฝนตกกระหน่ำในพื้นที่ทำให้ปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 4-6 เม.ย.&amp;nbsp;ส่งผลให้บริเวณปากถ้ำและภายในถ้ำเต็มไปด้วยน้ำท่วมขังสูง พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ภายในนั้นไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งทุกวันจะมีชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปใส่บาตรและถวายอาหารเป็นประจำ แต่ล่าสุดวันนี้เกิดน้ำท่วมถ้ำไม่สามารถเข้าไปได้ทำให้พระรูปดังกล่าวติดอยู่ในถ้ำด้วย จึงแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก จำนวนกว่า 30 นาย ได้ระดมกำลังพร้อมประสานไปยัง ปภ.พิษณุโลก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมได้สอบถามชาวบ้านและยืนยันว่า เมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา มีพระภิกษุ 1 รูป อายุประมาณ 46 ปี ทราบชื่อคือ พระอาจารย์มนัส ได้เข้าไปที่ถ้ำพระไทรงามเพื่อไปปักกลดและนั่งวิปัสสนากรรมฐานภายในถ้ำ กระทั่งมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้น้ำขึ้นสูงไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไปตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นในพื้นที่ก็ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเวลาประมาณ 15.00 น. แจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินมะปราง และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง สล.6 ถ้ำเดือนถ้ำดาว ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาทางช่วยเหลือแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจากการสอบถามพระสงฆ์ในวัด เปิดเผยว่า ช่วงหน้าแล้ง พระอาจารย์มนัส จะเดินทางมาที่ถ้ำพระไทรงามเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้พายุฝนมาไวทำน้ำท่วมปิดช่วงคอห่านของถ้ำจนไม่สามารถกลับออกมาได้ ความกว้างช่วงคอห่านประมาณ 12 เมตร ถ้าจะเข้าไปช่วยเหลือต้องดำน้ำเข้าไป และข้างในก็ไม่มีสัญญาณใดๆ เลย จึงไม่สามารถติดต่อพระอาจารย์มนัสได้ ส่วนลักษณะถ้ำพระไทรงามจากระยะของปากถ้ำเดินเข้าไปประมาณ 400 เมตร จะไปเจอลักษณะคล้ายคอห่านหรือท้องช้างที่เป็นแอ่งกระทะสูงประมาณ 4 เมตร และจะมีหินงอกหินย้อยเหมือนถ้ำทั่วไป ซึ่งตอนนี้น้ำท่วมปิดเต็มทั้งหมด ซึ่งเป็นน้ำฝนจากบนภูเขาที่ไหลมาจากหลังถ้ำเอ่อล้นเข้ามา ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอประสานความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดเข้ามาวางแผนการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพราะพระอาจารย์มนัสอาจจะอ่อนเพลียหรือหมดสติเป็นลมเนื่องจากไม่ได้ฉันอาหารเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง สล.6 ถ้ำเดือนถ้ำดาว และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินมะปราง หน่วยกู้ชีพ กู้ภัย ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น กำลังร่วมประชุมหารือบริเวณหน้าปากถ้ำ เบื้องต้นได้จัดส่งนักประดาน้ำจำนวน 4 นาย ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง 2 นาย ทำภารกิจดำน้ำเพื่อวัดระดับน้ำภายในถ้ำแล้ว โดยรายงานเบื้องต้นขณะนี้ในพื้นที่ฝนหยุดตกแล้ว แต่ยังคงมีน้ำไหลลงมาจากเทือกเขาเป็นลักษณะน้ำป่าไหลเข้าพื้นที่อยู่ โดยรอทีมงานชุดที่ 1 ที่เข้าไปสำรวจออกมาเพื่อแจ้งความสูงของระดับน้ำ เพื่อเตรียมประชุมหารือกำหนดทิศทางและแนวทางการช่วยเหลือ เพื่อนำตัวพระอาจารย์มนัสออกมาจากถ้ำต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับถ้ำพระไทรงามนั้นปากถ้ำจะมีลักษณะงดงามด้วยหินย้อย และเถาไม้เลื้อยที่ปกคลุมอยู่ บริเวณหน้าถ้ำ หนทางลงสู่ถ้ำจะต้องปีนลงไปจากด้านบนก่อน จุดเด่นจะมีหินย้อยรูปร่างคล้ายช้าง หรือไดโนเสาร์ ภายในมีห้องโถงขนาดใหญ่ จุดแรก คือ สะดือถ้ำ มีหินย้อยจากหินปูน ทอดยาวลงมาจากเพดานถ้ำจนถึงพื้น ความยาวร่วมๆ 2 เมตร หรือท่วมหัวคน นักธรณีวิทยาเชื่อกันว่า ภูเขาหินปูนเนินมะปราง มีอายุกว่า 300 ล้านปี และพื้นที่ส่วนใหญ่เคยเป็นทะเลมาก่อน ทำให้ภายในถ้ำมีทั้งหินงอก หินย้อย สีขาวและดำ &amp;nbsp;จุดเด่นของถ้ำนี้คือการพบปลาสีขาวที่ไม่มีตา ชาวบ้านเรียกว่าปลาตาเดียวพันธุ์หายาก สภาพน้ำในถ้ำนั่นเป็นน้ำนิ่งใสเย็น นอกจากนี้ถ้ำพระไทรงามเคยมีพระและฤาษีบุกเข้ามาพิสูจน์เหล็กไหลและปลุกเสกวัตถุมงคลตามความเชื่อ เคยมีนักสำรวจชาวต่างชาติเดินเข้าไปในถ้ำถึง 3 วัน 3 คืน ก็ยังเดินไปไม่ทะลุปากทางออกอีกฝั่งหนึ่งของถ้ำ จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าถ้ำพระไทรงามมีความลึกของถ้ำเท่าใดแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 17.30 น. นายปารเมษ แสงสว่าง นายอำเภอเนินมะปราง&amp;nbsp;ที่ลงพื้นที่ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่หาทางช่วยเหลือพระมนัสได้สั่งการยุติการค้นหาก่อน โดยจะเริ่มต้มค้นหาใหม่ในวันพรุ่งนี้ ซึ่งนายปารเมษ แสงสว่าง&amp;nbsp;นายอำเภอเนินมะปราง&amp;nbsp;กล่าวว่า อุปสรรคข้างในคือความมืดแล้วก็น้ำไหลแรงขณะนี้กำลังรอนักประดาน้ำชุดแรกที่เข้าไปเพื่อออกมาสรุปสถานที่ขณะนี้ได้สั่งให้นักประดาน้ำถอนตัวออกมาจากถ้ำก่อน พรุ่งนี้จะเริ่มวางแผนในช่วง 8.00 น. เพื่อส่งเรื่องต่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการเรื่องทำอีกที และร้องขอผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ชีพกู้ภัยเกี่ยวกับถ้ำ เป็นชุดดำน้ำ 2 ถังซึ่งจะเชี่ยวชาญมากกว่ากู้ชีพในพื้นที่หรือนักประดาน้ำในพื้นที่ที่จะดำน้ำได้เพียงครั้งเดียว ซึ่งเราไม่รู้ว่าภายในถ้ำด้านในมีความลึกสุดทางแค่ไหนโอกาสที่ออกซิเจนเพียงครั้งเดียวจะหมดก่อนนั้นมีแนวโน้มเป็นไปได้สูง เนื่องจากพื้นที่ภายในถ้ำเป็นลักษณะดำน้ำสวนกระแสน้ำเข้าไปจึงทำให้เวลาในการดำน้ำไม่เหมือนดำน้ำในพื้นที่ราบจึงจะใช้เวลานานมากขึ้น ขณะนี้กำลังรอนักประดาน้ำชุดแรกที่เข้าไปเซอร์เวย์พื้นที่เนื่องจากมีคำสั่งให้ถอนกำลังก่อนเพราะว่าระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยและค่อนข้างมีสภาพอากาศที่เย็นและน้ำไหลแรง ขณะนี้ระดับน้ำในถ้ำเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อยและสีน้ำค่อนข้างขุ่นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายวิทยา ม่วงสุข เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน เปิดเผยว่า ภายในถ้ำมีน้ำไหลเชี่ยวตลอดเวลา นักประดาน้ำยังมุดลงไปไม่ได้ ขณะนี้ยังทำอะไรไม่ได้นอกจากสำรวจพื้นที่รอบๆ ถ้ำ และจะประสานหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือในพื้นที่ ล่าสุดได้ให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลังก่อนเนื่องจากระดับน้ำในถ้ำเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีฝนตกลงมา โดยพรุ่งนี้จะวางแผนกันใหม่โดยให้เจ้าหน้าที่ที่ชำนาญการค้นหาคนสูญหายภายในถ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่อย่างไรจากสภาพอากาศพบว่าท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มและมีเมฆฝนก่อตัว ทำให้ในวันนี้การค้นหาต้องยุติลงก่อน ด้านนายขจรศักดิ์ ฤาษี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า ถ้ำด้านในลักษณะค่อนข้างซับซ้อนไม่เคยมีใครเข้าไปจนสุดทาง จึงไม่มั่นใจว่าพระมนัสท่านจะสามารถทะลุออกทางอื่นได้หรือไม่ ซึ่งเมื่อ 2 ปีก่อนเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้พระภิกษุสงฆ์เสียชีวิตภายในถ้ำขณะที่มาปฏิบัติธรรมแต่เป็นลักษณะเป็นลมเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดทาง พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3 มีความห่วงใยพระภิกษุที่ติดอยู่ในถ้ำ ได้สั่งการให้พลตรีทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 ลงพื้นที่เพื่อวางแผนหาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ซึ่งเบื้องต้นทาง ผบ.พล.พัฒนา 3 ได้นำยุทโธปกรณ์เข้าไปช่วยเหลือมี รถยนต์บรรทุกขนาดเบาติดเครื่องสูบน้ำขนาด 4 นิ้วในตัว (เพื่อสูบน้ำออกจากถ้ำ) / รถยนต์บรรทุกขนาดเบาบรรทุก เครื่องสูบน้ำท่วมขัง จำนวน 2 คัน (เพื่อสูบน้ำออกจากถ้ำ)/ รถไฟฟ้าส่องสว่างจำนวน 1 คัน /รถยนต์บรรทุกขนาดเบาและเครื่องอัดถังออกซิเจน 1 คัน (สำหรับเติมออกซิเจนให้กับทีมดำน้ำของกู้ภัย) เตรียมลงพื้นที่สนับสนุนการค้นหาและร่วมวางแผนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98552</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, ถ้ำพระไทรงาม, พระธุดงค์ติดถ้ำ, อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c659939398.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98522</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2021 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! จนท.เร่งค้นหาพระธุดงค์ติดถ้ำ ฝนตกหนักน้ำท่วมออกมาไม่ได้ 3 วันแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 เม.ย.64 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน โพสต์ภาพบริเวณถ้ำพระไทรงาม พื้นที่อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก พร้อมระบุว่า พระธุดงค์เข้าไปปักกลดติดอยู่ในถ้ำ &amp;lsquo;พระไทรงาม&amp;rsquo; พื้นที่อำเภอเนินมะปราง หลังจากเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมปิดปากถ้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมกันลงพื้นที่และเริ่มปฏิบัติการช่วยเหลือ ทางเพจจะรายงานสถานการณ์ให้ทราบเป็นระยะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีพระภิกษุไปธุดงค์ภายในถ้ำพระไทรงาม บริเวณสำนักสงฆ์&amp;nbsp;อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2564 ปรากฏว่าปริมาณฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 4-6 เมษายน 2564 ส่งผลให้บริเวณปากถ้ำและภายในถ้ำ เต็มไปด้วยน้ำท่วมขังสูง พระภิกษุสงฆ์ที่อยู่ภายในนั้นไม่สามารถออกมาได้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลกได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และสอบถามชาวบ้านยืนยันว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมามีพระภิกษุ 1 รูปอายุประมาณ 40 ปี ได้เข้าไปที่ถ้ำพระไทรงาม โดยไปปฏิบัติสมาธิภายในถ้ำ กระทั่งมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้น้ำขึ้นสูงไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งระหว่างที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไปตรวจสอบที่เกิดเหตุนั้นในพื้นที่ก็ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เนินมะปราง และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง สล.6 ถ้ำเดือนถ้ำดาว ได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเพื่อหาทางช่วยเหลือแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98522</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิษณุโลก, ถ้ำพระไทรงาม, น้ำท่วม, พระธุดงค์, อำเภอเนินมะปราง, อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210406/image_big_606c2d7a0c05d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66277</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิบัติการกู้ชีพ คนหลงป่า6วัน ส่งรพ.ปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปฏิบัติการช่วย 4 ชีวิตและสุนัข 3 ตัวหลงป่านาน 6 วันประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับตัวและนำส่ง รพ.วังทองได้ปลอดภัย ญาติโผกอดร่ำให้ด้วยความดีใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 18 พฤษภาคม เริ่มปฏิบัติการช่วยชาวบ้าน 4 ราย และสุนัข 3 ตัว หลงป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง บ้านป่ามะกรูด ม.11 ต.วังนกแอ่น อ.วังทอง จ.พิษณุโลก กองอำนวยการช่วยเหลือได้เริ่มปฏิบัติการตั้งแต่เช้า 07.00 น. ที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว ลานตากมัน ห่างจากจุดค้นพบผู้หลงป่า 10 กิโลเมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบุญเหลือ บารมี นายอำเภอวังทอง ได้ร่วมฝ่ายทหาร นำโดย พลตรีทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผบ.มณฑลทหารบกที่ 39 &amp;nbsp;พร้อมเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ชุดกู้ภัย เพื่อเตรียมพร้อมในการปฏิบัติการใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงผู้หลงป่า 4 ราย ลงมายังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว โดยเตรียมพร้อมรถพยาบาลจาก รพ.วังทอง และ รพ.พิษณุเวชมาเตรียมพร้อมรับส่งต่อ รพ.วังทอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้หลงป่า ต้องใช้ระยะเวลารอคอยประมาณ 3 ชั่วโมง รอให้ชุดทหารกรมรบพิเศษที่ 4 ทำสนามจอดเฮลิคอปเตอร์ชั่วคราว เป็นจุดรับผู้พลัดหลง ซึ่งต้องเคลียร์พื้นที่สำหรับให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอด โดยแผนที่ใช้เฮลิคอปเตอร์แบบลำเลียง 1 ลำ และเฮลิคอปเตอร์แบบ ฮท.72 บินสนับสนุนอีก 1 ลำ ท่ามกลางการลุ้นระทึกของญาติและชาวบ้านที่มารอจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 11.00 น. เฮลิคอปเตอร์ยกตัวจากลานจอด บินขึ้นไปยังสนามจอดบนอุทยานฯ ทุ่งแสลงหลวง ระยะทางห่างประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแดง ชัยชนะ หนึ่งในผู้หลงป่า ได้ให้สัมภาษณ์ว่า &amp;nbsp;สาเหตุที่หลงป่าเพราะมีฝนตก 2 วัน 2 คืน จึงต้องหลบใต้ต้นไม้ ทำให้หาทางกลับไม่ถูก ช่วงที่หลงทางอยู่ในป่าได้อาศัยกินผลไม้ กินลูกมะไฟ และผลไม้ป่า นอนกับพื้นกับดิน หาดื่มน้ำในลำห้วย มีไฟแช็ก 1 อัน และเป็นคนจุดไฟเพื่อให้สัญญาณกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งบินมาตรวจค้นหา ตนเองรู้สึกดีใจมากที่ได้กลับบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่ผู้หลงป่าลงจากเฮลิคอปเตอร์ ญาติได้เข้ามาสวมกอดด้วยความดีใจ จนท.พยาบาลได้ตรวจเช็กอาการเบื้องต้น และนำส่งโรงพยาบาลวังทองได้อย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66277</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิบัติการกู้ชีพ, ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับตัว, หลงป่า, อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec27b39c1f00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
