<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89018</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แมงกะพุรนไฟโผล่ ‘เกาะห้อง’จ.กระบี่ เตือนอย่าเล่นน้ำ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระลอกแรกของปี &amp;ldquo;แมงกะพรุนไฟ&amp;rdquo; โผล่เกาะห้องในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ เผยมีพิษร้ายแรง หวั่นได้รับอันตราย หากสัมผัสโดยตรงจะปวดแสบปวดร้อน จนท.เร่งจัดเก็บก่อนเปิดให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายจำเป็น ผอมผักดี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ธบ 1 (เกาะห้อง) อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ทำการจัดเก็บแมงกะพรุนไฟที่ลอยอยู่ตามแนวชายหาดเกาะห้อง หลังพบว่ามีแมงกะพรุนไฟถูกคลื่นซัดลอยเข้ามาบริเวณชายหาดที่นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำ และเกรงว่านักท่องเที่ยวจะไปสัมผัสจนทำให้ได้รับอันตรายได้ เนื่องจากแมงกะพรุนชนิดดังกล่าวมีพิษร้ายแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจำเป็นกล่าวว่า แมงกะพรุนที่พบในเขตอุทยานฯ เป็นแมงกะพรุนแดง หรือแมงกะพรุนไฟ มีพิษร้ายแรง หากสัมผัสโดยตรงก็จะปวดแสบปวดร้อน โดยสาเหตุที่พบมากในวันนี้เกิดจากกระแสลมเปลี่ยนทิศทาง และคลื่นพัดเข้ามาบริเวณหมู่เกาะห้อง ในพื้นที่หมู่ 3 ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี โดยตั้งแต่เช้าจนขณะนี้ได้มีแมงกะพรุนแดง ขนาด 3-4 เซนติเมตร ลอยเกลื่อนทะเล และบางส่วนถูกคลื่นซัดลอยติดอยู่ตามชายหาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้สวิงเร่งตักแมงกะพรุนในทะเล และเก็บกวาดตามชายหาดออก พร้อมแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์โดยการบอกกล่าวของเจ้าหน้าที่ให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังไม่ควรลงเล่นน้ำและให้อยู่บนชายหาด อย่าสัมผัสแมงกะพรุนอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะมีอาการคัน ปวดแสบปวดร้อน หากบางคนมีอาการแพ้ขั้นรุนแรงก็จะต้องไปพบแพทย์โดยทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแก้พิษเบื้องต้นเมื่อถูกแพงกะพรุนไฟ โดยการใช้น้ำส้มสายชูราดบริเวณที่ถูกพิษ ซึ่งหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการกำจัดแมงกะพรุนออก จึงได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวหรือกรุ๊ปทัวร์ลงเล่นน้ำได้ เนื่องจากมีปริมาณไม่มากนัก และเป็นระลอกแรกของปีที่พบ คาดว่าประมาณ 1-2 วัน เมื่อคลื่นลมสงบแมงกะพรุนก็จะหมดไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89018</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธารโบกขรณี, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี, เกาะห้อง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แมงกะพุรนไฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210106/image_big_5ff5b037678c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2020 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2020 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลื่นลมสงบ! &#039;ฉลามหูดำ&#039; ฝูงใหญ่กลับเข้าหากินหน้าชายหาดเกาะห้องทะเลกระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.63 - นายทีฆาวุฒิ ศรีบุรินทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีจังหวัดกระบี่ ได้รับรายงานจากนายจำเป็น ผอมภักดี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์หมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี หมู่ที่ 3 บ้านท่าเลน ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ว่าขณะที่เจ้าหน้าที่ออกเดินตรวจความเรียบร้อยตามแนวชายหาดของเกาะห้อง ได้พบฝูงฉลามหูดำฝูงใหญ่ จำนวน 30 ตัว หลังจากทะเลอันดามันของน่านน้ำจังหวัดกระบี่ สภาพอากาศปลอดโปร่งไม่มีฝนตกลงมา ทำให้ท้องทะเลไม่มีคลื่นลมแรง สร้างความฮือฮาและตื่นเต้นให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยาก นานๆครั้งจะมีฝูงฉลามหูดำจำนวนมากเข้ามาหากินลูกปลาถึงหน้าชายหาดเกาะห้อง ที่มีระดับน้ำตื้นเพียง 30 เซนติเมตร โดยฉลามหูดำแต่ละตัวมีความยาวตั้งแต่ 50 เซ็นติเมตร ถึง 1.50 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฑีฆาวุฒิ กล่าวว่า ฝูงฉลามหูดำฝูงนี้เข้ามาหากินหน้าชายหาดเกาะห้องนานหลายชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 06.15-08.20 น.&amp;nbsp;ก่อนว่ายออกไปที่แนวปะการังน้ำลึกซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้งในรอบปีนี้ เป็นผลมาจากมาตรการปิดเกาะห้อง เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2561 และปิดในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ถือว่าในช่วงนั้นได้มีการฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมใต้ทะเลและบนบกให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ จนทำให้สัตว์น้ำหายากและใกล้จะสูญพันธุ์หวนกลับคืนสู่ถิ่นเดิม และหลังจากที่เปิดให้มีการท่องเที่ยวได้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ฉลามหูดำเข้ามาหากินอีกครั้ง ฉลามหูดำเป็นสัตว์ทะเลที่หาดูได้ยากทั้งเป็นสัตว์สงวนหวงห้าม มาแหวกว่ายริมชายหาดของเกาะห้องเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศวิทยาใต้ทะเลบริเวณดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74682</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ฉลามหูดำ, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200817/image_big_5f3a0ce9b446b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา! นักอนุรักษ์พบ &#039;ค้างคาวจิ๋ว&#039; ในถ้ำอุทยานฯธารโบกขรณี รอผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์สายพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร กรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่น จ.กระบี่ เปิดเผยว่า ได้เข้าสำรวจภายในถ้ำพระพุทธบาท ภายบริเวณน้ำตกธารโบก อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ม.2 ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี และชมรมคนรักถ้ำกระบี่ หลังจากได้รับแจ้งจากไกด์ท้องถิ่นว่า พบค้างคาวจิ๋ว ซึ่งเป็นค้างคาวที่มีขนาดเล็ก ใกล้เคียงค้างคาว คุณกิตติ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นค้างคาวที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก กำลังใกล้สูญพันธุ์ ภายในถ้ำดังกล่าว ซึ่งอยู่ด้านหลังรอยพระพุทธบาท มีค้างคาวขนาดเล็กเกาะตามเพดานถ้ำ นับได้จำนวน 20 ตัว จึงได้บันทึกภาพไว้ แต่ด้วยความที่ค้างคาวมีขนาดเล็กมาก และอยู่สูงจากพื้นประมาณ 10 เมตร จึงทำให้ไม่สามารถถ่ายภาพในระยะใกล้ได้ ทีมงานต้องต่อบันไดขึ้นไป แต่ก็เข้าใกล้ได้ไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิวัฒน์ เปิดเผยว่า ค้างคาวที่พบในถ้ำพระพุทธบาทมีขนาดเล็กมาก ตัวสีน้ำตาลอมแดง ปีกสีดำ แต่ช่วงหัวมองเห็นชัดเจน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับภาพค้างคาวคุณกิตติ ตามข้อมูลในกูเกิลพบว่ามีขนาดใกล้เคียง และคล้ายกันมาก จึงอยากจะให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาสำรวจดูว่าเป็นค้างคาวชนิดใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ที่ผ่านมา ทาง ดร.สุรีย์ ภูมิภมร ผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้ เคยพบค้างคาวจิ๋วในถ้ำที่บ้านไร่ใหญ่ ต.อ่าวลึกน้อย อ.อ่าวลึก มาแล้ว อยู่ระหว่างรอผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์ แต่ปัจจุบันถ้ำดังกล่าวถูกยกให้เป็นแหล่งแร่หินไปแล้ว ส่วนค้างคาวขนาดเล็กที่พบในถ้ำคลัง ก่อนหน้านี้นั้นเป็นค้างคาวบัวและค้างคาวแวมไพร์แปลง จึงได้ติดตามดูว่าค้างคาวจิ๋วอพยพไปอยู่ไหน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นได้แจ้งให้ทางอำเภออ่าวลึก และทางกรมอุทยานรับทราบ เพื่อส่งผู้เชี่ยวชาญมาตรวจพิสูจน์สายพันธ์และหาทางอนุรักษ์ต่อไป หากเป็นค้างคาวคุณกิตติ ที่เคยมีการสำรวจพบใน จ.กาญจนบุรี ก็จะเป็นการพบค้างคาวตัวเล็กที่สุดของโลก เป็นแห่งที่สองในประเทศไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค้างคาวคุณกิตติ หรือค้างคาวหน้าหมู เป็นค้างคาวและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลกลำตัวยาวประมาณ 29 -33 มม.หนักประมาณ 2 กรัม มีสีน้ำตาลปนแดงเรื่อๆหรือสีเทา มีจมูกคล้ายจมูกหมู มีอุปนิสัยชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ เฉลี่ยแล้วกลุ่มละ 100 ตัวต่อถ้ำ ในประเทศไทยพบค้างคาวคุณกิตติจำกัดอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดกาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57707</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค้างคาวจิ๋ว, จังหวัดกระบี่, ชมรมคนรักถ้ำกระบี่, ถ้ำพระพุทธบาท, นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e230bedc16.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/07/2019 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/07/2019 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธรรมชาติฟื้น ฝูงฉลามหูดำกว่า 100 ตัวขึ้นมาหากินน้ำตื้น หมู่เกาะห้อง จ.กระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 &amp;nbsp;นายจำเป็น ผอมภักดี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีจังหวัดกระบี่ &amp;nbsp;บันทึกภาพ ฝูงฉลามหูดำกว่า 100 ตัว ว่ายน้ำจับปลาเล็กบริเวณน้ำตื้น ชายหาดข้างท่าเรือ หมู่เกาะห้อง ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ &amp;nbsp;ช่วงเช้าวันนี้ &amp;nbsp;โดยฉลามฝูงดังกล่าว มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 1-1.50 เมตร &amp;nbsp;โดยฉลามหูดำใช้เวลาขึ้นมาหาอาหาร 30 นาที จึงว่ายน้ำกลับลงไปยังบริเวณน้ำลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า พบเห็นฝูงฉลามหูดำขึ้นมาว่ายน้ำหาอาหารริมชายหาดไม่บ่อยนัก &amp;nbsp;ส่วนใหญ่จะในช่วงอากาศเปิด และน้ำขึ้นไม่สูง และจะพบในช่วงเช้าเท่านั้น &amp;nbsp;แต่ครั้งนี้มีจำนวนมาก ที่สุด มีกว่า 100 ตัว ทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ เข้ามากินสัตว์น้ำขนาดเล็ก ใกล้ชายฝั่ง &amp;nbsp; เนื่องจาก &amp;nbsp;ส่วนใหญ่ ฉลามหูดำ อาศัยบริเวณน้ำลึกและออกหาอาหารในช่วงกลางคืนรอบๆ หมู่เกาะห้อง &amp;nbsp;ที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ โดยเจ้าหน้าที่คุมเข้มห้ามทำประมงบริเวณหมู่เกาะแห่งนี้ อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ซึ่งฉลามหูดำไม่ทำร้ายคน จึงไม่มีปัญหากับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา และนับว่าน่ายินดี เพราะในการพบฉลามหูดำ บ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของทะเลในบริเวณหมู่เกาะห้อง ภายในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีแห่งนี้...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40921</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำเป็น ผอมภักดี, หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะห้อง, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190714/image_big_5d2a9dacdbbf8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19669</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักท่องเที่ยวแห่ชม &#039;เกาะห้อง&#039; หลังกรมอุทยานฯโปรโมทเป็นอ่าวมาหยา2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เกาะห้อง&amp;nbsp;ตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาจำนวนมาก&amp;nbsp;หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;เผยแพร่ภาพถ่ายความสวยงามของเกาะแห่งนี้ และเตรียมโปรโมทให้เป็น &amp;ldquo;มาหยา 2&amp;rdquo; แทนอ่าวมาหยา ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมือกระบี่&amp;nbsp;ที่ต้องฟื้นฟูแนวปะการังหลังจากได้รับผลกระทบเสียหายหนักจากการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ มีนักท่องเที่ยววันละ 400-500 คนเดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะห้อง ในช่วงโลว์ซีซั่น&amp;nbsp;คาดว่าฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่นที่กำลังจะมาถึงในเดือน พ.ย.นี้ จะมีนักท่องเที่ยวทะลักเข้าไปเที่ยวมากกว่าวันละ 1,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ยังคงความเป็นธรรมชาติ รวมทั้งการบริหารจัดการที่เป็นระบบ ทั้งการวางแนวทุ่นกำหนดจุดจอดเรือรับส่งนักท่องเที่ยว การจัดการเรื่องขยะบนเกาะ ซึ่งก่อนนี้เกาะห้องถูกยกให้เป็นโมเดล หลังจากรณรงค์ห้ามนำถุงพลาสติก กล่องโฟม ขึ้นบนเกาะ ทำให้นักท่องเที่ยวพากันหิ้วปิ่นโตนำอาหารมารับประทาน รวมถึงการดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเล่นน้ำทะเลในบริเวณอ่าวที่มีพื้นน้ำสีเขียวมรกต โดยจะขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยวสวมเสื้อชูชีพลงเล่นน้ำ ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเกาะห้อง ได้ชื่อว่าเป็น &amp;ldquo;กรีนไอร์แลนด์&amp;rdquo; ถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 10 ชายหาด ที่มีหาดสะอาดและน่าเที่ยวมากที่สุดของโลก นอกจากจะมีอ่าวที่มีน้ำทะเลเป็นสีมรกต จนถูกขนานนามว่าเป็นสระว่ายน้ำกลางทะเล มีปะการังน้ำตื้น ให้นักท่องเที่ยวได้ชมแล้ว บนเกาะห้อง ยังมีอ่าวปิเละ ซึ่งมีสภาพอ่าวเป็นพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว เป็นสวรรค์ของบรรดานักพายเรือคยัคอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19669</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลกระบี่, น้ำทะเลเป็นสีมรกต, ปิดอ่าวมาหยาฟื้นปะการัง, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี, เที่ยวเกาะห้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbeed39a8f6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 21 ชาติพร้อมลงกระบี่สร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย&#039;ไทยแลนด์เบียนนาเล่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยครั้งที่ 4/2561 ได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมศิลปะนานาชาติระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp;Thailand Biennale, Krabi&amp;nbsp;2018 ระหว่างวันที่ 2 พ.ย. 2561 - 28 ก.พ. 2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ จ. กระบี่ ซึ่งจะมีศิลปินเข้าร่วมจัดแสดงผลงานกว่า 70 คน จาก 24 ประเทศทั่วโลก ล่าสุด สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ได้รับการประสานงานจากกลุ่มศิลปิน 21 ประเทศว่าจะทยอยเดินทางมา จ.กระบี่ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ จ.กระบี่ จำนวน 57 ชิ้น ภายในเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;อีกทั้งยังร่วมกับภาคเอกชนเตรียมพร้อมจัดพิธีเปิดงานในวันที่ 22 พ.ย. ที่หาดนพรัตน์ธารา มีการจัดริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่ตระการตา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดถนนประติมากรรม ถนนศิลปะและถนนสายวัฒนธรรม โดยจะมีการจัดบูธให้ศิลปินท้องถิ่น และนักศึกษา มาจัดแสดงผลงาน รวมทั้งให้ประชาชนนำสินค้าทางวัฒนธรรมและสินค้าพื้นบ้านมาจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดถนนประติมากรรม ล่าสุด สศร. ได้คัดเลือกผลงานของศิลปินท้องถิ่นและนักศึกษาสถาบันอุดมศึกษาภาคใต้เพื่อนำมาติดตั้งจำนวน 8&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ฉลามหัวขวด&amp;rdquo;ของศิลปินกลุ่มแก้มลิง&amp;nbsp;จ.กระบี่ ผลงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;พออยู่พอกิน&amp;rdquo;กลุ่มศิลปินตรัง จ.ตรัง ผลงาน&amp;ldquo;วิหคใต้ทะเลอันดามัน&amp;nbsp;Friendship Society&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ทักษิณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;โลมาสีน้ำเงิน&amp;rdquo;&amp;nbsp;คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ราชภัฏสงขลา โดยจะทยอยนำติดตั้งจากบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติ จ.กระบี่ จนถึงสวนสุขภาพอ่าวลึกเฉลิมพระเกียรติในเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังร่วมกับนักแบบและชุมชน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา ออกแบบลายผ้าบาติกชายแดนใต้ผสมความงดงามของผืนทรายฝั่งอันดามัน พร้อมถ่ายแบบประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.กระบี่ อาทิ&amp;nbsp;หาดนพรัตน์ธารา อ่าวนาง ท่าปอม คลอง2น้ำ อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ลานปูดำ เขาขนาบน้ำ&amp;nbsp;เผยแพร่ยังสื่อโซเซียลมีเดีย และเว็บไซต์&amp;nbsp;www.ocac.go.th&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;www.thailandbiennale.org&amp;nbsp;ชาวไทยและนักท่องเที่ยวได้ติดตามอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot; ที่ประชุมได้กำชับให้ สศร.เร่งประชาสัมพันธ์งานแพร่หลายทั้งในไทยและประเทศผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งจัดทำแอพพลิเคชั่นงานมหกรรมศิลปะนานาชาติระดับโลกไทย-อังกฤษ เพื่อรวบรวมข้อมูล ภาพและคลิปวีดิโอความเคลื่อนไหวการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;รวมถึงจัดเตรียมทีมงานนำชม ประสานงาน และพูดคุยทำความเข้าใจกับชุมชนและประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่มีการจัดแสดงผลงานศิลปะเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมกับ วธ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่ และหน่วยงานต่างๆ ในการต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการชม รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมและผลงานศิลปะภายในงานครั้งนี้ให้แก่คนไทยและชาวต่างชาติ&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16057</URL_LINK>
                <HASHTAG>Krabi 2018, Thailand Biennale, จังหวัดกระบี่, ถนนประติมากรรม, ถ้ำเขาขนาบน้ำ, มหกรรมศิลปะนานาชาติระดับโลก, วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b7f5bd0bcb2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนซัดกระบี่สั่งปิดน้ำตกธารโบกขรณี ขึ้นธงแดง &#039;หมู่เกาะห้อง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ได้ประกาศปิดบริเวณน้ำตกธารโบกขรณี พร้อมห้ามนักท่องเที่ยวเข้าไปเป็นการชั่วคราว เนื่องจากพบน้ำเริ่มเปลี่ยนสีและระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง เกรงว่าหากมีนักท่องเที่ยวเข้าไป อาจจะเกิดอันตราย โดยจะปิดชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งคาดว่าในระยะ 1-2 วันนี้ หากฝนหยุดตก สถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในส่วนของพื้นที่ทางทะเล สั่งให้เจ้าหน้าที่ขึ้นธงแดงตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะบริเวณหมู่เกาะห้อง ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้าไปเที่ยวกันมากในแต่ละวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่บริเวณเกาะไม้ไผ่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เจ้าหน้าที่ได้ขึ้นธงเหลืองเตือนเรือและนักท่องเที่ยวให้ระวังคลื่นลม ถึงแม้ฝนจะหยุดตกแล้ว แต่คลื่นลมยังคงมีกำลังแรง ขณะที่อ่าวไร่เลย์ ต.อ่าวนาง ผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว ไม่สามารถนำนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปบริเวณถ้ำพระนางได้ ต้องใช้วิธีพานักท่องเที่ยวนั่งเรือเข้าทางฝั่งไร่เลย์ตะวันออกแทน เนื่องจากสภาพคลื่นลมแรง ทำให้เรือไม่สามารถเข้าเทียบท่าได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพื้นที่ ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม ซึ่งมีรายงานน้ำไหลท่วมเส้นทางเข้าหมู่บ้าน ล่าสุดสถานการณ์น้ำเริ่มลดระดับ เจ้าหน้าที่ทหาร ร.15 พัน 1 เข้าพื้นที่บริเวณ หมู่ 5 บ้านทุ่งไทรทอง เพื่อสำรวจความเสียหายในเบื้องต้นแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15032</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, ขึ้นธงแดงหมู่เกาะห้อง, คลื่นลมแรง, ทะเลกระบี่, ปิดน้ำตก, อำเภออ่าวลึก, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6ba28594735.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
