<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบแก๊งลอบตัดไม้พะยูงขุดตอส่งขายนายทุนจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.62- นายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย กล่าวว่าเวลาประมาณ 17:00 น. ของวันที่ 10 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ตามที่ได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลเข้าไปลักลอบตัดไม้พะยูงเพื่อนำส่งขายให้กับพ่อค้าที่บริเวณป่าฝั่งซ้ายลำห้วยพลาญเสือทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ บ้านโนนสูงในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซ้อนทับเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูเมยป่าเขาสวนตาล และป่าพลานไหแตก ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 4 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เดินลาดตระเวนไปถึงบริเวณดังกล่าวได้ยินเสียงคล้ายคนขุดดินและเสียงเลื่อยไม้ จึงเข้าปิดล้อมเห็นชาย 1 คนกำลังใช้เสียมและเลื่อย ขุดและตัดตอไม้พะยูงเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบชายดังกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้วิ่งหลบหนีแต่เจ้าหน้าที่สามารถไล่ติดตามและควบคุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อนายสมเดช นันทะนา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48 หมู่ 20 ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พบไม้พะยูง จำนวน 1 ท่อนอยู่ในหลุมขนาดความกว้างประมาณ 60 เซนติเมตร ลึกประมาณ 40 เซนติเมตรลักษณะไม้พะยูงเป็นส่วนโคนต้นของไม้พะยูง ลักษณะเป็นไม้แก่นล่อนมีลักษณะเก่าถูกขุดขึ้นมาจากพื้นดิน และถูกตัดทอนด้วยเลื่อยจนขาดและพบเลื่อยคันธนู จำนวน 1 ปื้น ขวาน จำนวน 2 เล่ม เสียม จำนวน 2 เล่มตะไบหางหนู จำนวน 2 ด้าม ดวงไฟส่องสว่างชนิดคาดศีรษะ จำนวน 1 ดวงกระเป๋าเป้สีดำ จำนวน 1 ใบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายสมเดช ให้การว่าตนเองกับพวกอีก 2 คน ชื่อนายเก่งและนายตาล ได้ลักลอบเข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ในช่วงเช้าของวันที่ 10 สิงหาคม 2562 หลังจากนั้นในช่วงบ่ายได้ชักชวนกันเข้าไปทำไม้บริเวณร่องห้วยบกโดยการขุดตอไม้พะยูง ซึ่งได้ซุกซ่อนอุปกรณ์ทำไม้ไว้ในป่าอยู่แล้ว ตนเองนั้นทำหน้าที่เลื่อยตอไม้พะยูง ส่วนนายตาลทำหน้าที่ขุดตอไม้พะยูงในหลุมเดียวกัน และนายเก่งได้ขุดอีกหนึ่งตอเพียงคนเดียวเมื่อขุดเสร็จแล้วนายเก่งและนายตาลได้ออกไปล่าสัตว์เพื่อนำมาทำเป็นอาหารเย็นส่วนตนเองนั้นยังคงเลื่อยตอไม้พะยูงอยู่ในหลุมหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตนเองจึงได้วิ่งหนี แต่เจ้าหน้าที่วิ่งไล่ติดตามและสามารถควบคุมตัวไว้ได้สำหรับตอไม้พะยูง จำนวน 1 ท่อน ปริมาตร 0.037ลูกบาศก์เมตรที่ขุดขึ้นมานั้น ก็จะนำไปขายให้กับพ่อค้าชาวจีนที่มารอรับซื้อบริเวณชายแดนไทย-ลาว ในราคากิโลกรัมละ 120 บาท เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำยืนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43259</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มออฟโรด 4x4 อุบลราชธานี, ขบวนการค้าไม้พะยูง, ขุดตอไม้พะยูง, นายทุนจีน, อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190812/image_big_5d50dc1cb2136.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 12:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยิงปะทะสนั่นป่า! จับแก๊งมอดไม้ข้ามชาติลักลอบตัดไม้ในป่าลึกชายแดนไทย-กัมพูชา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.62 - นายจิณณะ สามศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ยิงปะทะกับแก๊งมอดไม้ข้ามชาติชาวกัมพูชา เกิดเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งป่าที่บริเวณป่าลำห้วยตะโหงก ทิศใต้บ้านแข้ด่อน ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย และเป็นพื้นที่ทับซ้อนเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงภูเมย ป่าเขาสวนตาล และป่าพลาญไหแตก ท้องที่ตำบลโดมประดิษฐ์&amp;nbsp;อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย เปิดเผยว่า จากการที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯภูจองนายอย ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2(ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ชุดปฏิบัติการพิเศษที่ 3 จังหวัดอุบลราชธานี ได้ออกปฏิบัติการลาดตระเวนในพื้นที่ป่าที่เป็นจุดเสี่ยง และมีไม้มีค่าจำนวนมาก เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2562 ในระหว่างเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนได้ยินเสียงเลื่อยยนต์กำลังตัดต้นไม้ขนาดใหญ่&amp;nbsp;จึงวางแผนปิดล้อมพื้นที่ก่อนจู่โจมเข้าจับกุม ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวคนร้ายได้พยายามทิ้งสิ่งของและหลบหนี แต่ไม่ทันเพราะเจ้าหน้าที่ได้เข้าประชิดตัวแล้ว ซึ่งจากเหตุการณ์ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพราะเป็นการยิงข่มขู่จากเจ้าหน้าที่โดยการยิงปืนขึ้นฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายได้สองราย คือนายชุก มก อายุ 25 ปี สัญชาติกัมพูชา&amp;nbsp;และนายบุญซง ซิง&amp;nbsp;อายุ 14 ปี สัญชาติกัมพูชา พร้อมไม้มะค่าโมง จำนวน 2 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 0.949 ลบ.ม. , เลื่อยโซ่ยนต์พร้อมบาร์และโซ่ ยี่ห้อ สติล สีส้ม หมายเลขเครื่อง 1200116666 จำนวน 1 เครื่อง , กระสอบปุ๋ยสีขาว จำนวน 1 ใบ , บล็อกขันหัวเทียน จำนวน 2 ชุด , ไขควงชนิดหกเหลี่ยม จำนวน 1 อัน , กุญแจปากตาย เบอร์ 10 จำนวน 2 อัน , น้ำมันเบนซิน จำนวน 5 ลิตร , จอบ จำนวน 1 เล่ม และมีดปลายแหลม จำนวน 1 เล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแจ้งข้อหา ผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช 2484 มาตรา 11 ฐานร่วมกันทำไม้หวงห้าม โดยไม่รับอนุญาต มาตรา 48 ฐานร่วมกันแปรรูปไม้ โดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรา 69 ฐานร่วมกันมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูป โดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;nbsp; พร้อมความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา&amp;nbsp;16 (2)&amp;nbsp;ฐานร่วมกันเก็บหานำออกไปหรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือทำให้เสื่อมสภาพซึ่งไม้หรือทรัพยากรธรรมชาติอย่างอื่น และตามความผิดพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4 ) พ.ศ. 2559&amp;nbsp; มาตรา 14 ฐานร่วมกันทำไม้ หรือทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และคดีสุดท้ายความผิดตามพระราชบัญญัติเลื่อยโซ่ยนต์ พ.ศ.2545&amp;nbsp;มาตรา 4 ฐานร่วมกันมี ผลิตหรือนำเข้าเลื่อยโซ่ยนต์&amp;nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนเลื่อยโซ่ยนต์ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำยืน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38461</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุบลราชธานี, ยิงปะทะแก๊งมอดไม้, อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย, แก๊งมอดไม้ข้ามชาติ, แก๊งมอดไม้ชาวกัมพูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d01e33226528.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอความเป็นธรรม! อุทยานฯปล่อยไฟช็อตเด็กชายวัย12ปีดับคากองไม้พะยูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองสามีภรรยา ชาว อ.นาจะหลวย ร้องอุทยานฯภูจองนายอยปล่อยไฟฟ้าช็อตลูกชายวัย 12 ขวบเสียชีวิต บริเวณรั้วล้อมของกลางไม้พะยูง เผยไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งคดีและเงินเยียวยา วอนผู้เกี่ยวตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับชีวิตลูกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 -&amp;nbsp;นางอุไร ทันเต อายุ 39 ปี และนายสิน ทันเต อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้านแก้งเรือง หมู่ 15 ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงและขอความเป็นธรรมในกรณีลูกชายอายุ 12 ปี ที่ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตในบริเวณรั้วล้อมของกลางไม้พะยูง เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาแต่ไม่มีความคืบหน้าทางคดี และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางอุทยานฯ ซึ่งกลัวว่าเรื่องคดีความของลูกชายจะเงียบ จึงเข้ามาขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุไร เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนไปขายอาหารที่บริเวณน้ำตกห้วยหลวง เขตอุทยานแหง่ชาติภูจองนายอย ซึ่งทำเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่ให้ลูกชายอยู่ที่บ้านและเล่นกับเพื่อนในชุมชน แต่พอเมื่อเวลา 16.00 น. ตนได้รับแจ้งว่ามีเด็กถูกไฟช็อตเสียชีวิตที่หน่วยพิทักษ์ ด่าน 1 อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซึ่งเป็นด่านแรกก่อนจะเข้าไปยังเขตอุทยานฯ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ติดกับสวนส้มโอของชาวบ้านแก้งเรือง ขณะนั้นยังไม่แน่ใจว่าเด็กที่เสียชีวิตเป็นน้องเฟรม ลูกชายวัย 12 ขวบของตนหรือไม่ จึงตรวจสอบที่โรงพยายามนาจะหลวย จึงมั่นใจว่าเป็นน้องเฟรม ซึ่งขณะนั้นหัวใจแทบสลายเมื่อทราบข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ของน้องเฟรม กล่าวอีกว่า หลังจากที่เกิดเรื่องตนได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นาจะหลวย และเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอความช่วยเหลือเพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะเหตุเกิดที่เขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานได้นำพวงหรีด และเงินช่วยเหลืองานศพจำนวน 30,000 บาท และได้นัดเจรจาเงินเยียวยากับทางอุทยานฯหลายรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอุไร ระบุว่าทางอุทยานฯ จะขอช่วยเหลือเยียวยารวมทั้ง 90,000 บาทเท่านั้น ซึ่งตนและครอบครัวบอกว่าเงินจำนวนนี้ มันไม่สามารถที่จะมาทดแทนกับชีวิตของลูกชายได้เลย ซึ่งตนขอให้ทางอุทยานฯ ช่วยเหลือมากกว่านั้นได้ไหม แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบอีกเลย ซึ่งผ่านมากว่าหนึ่งเดือน ก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงมาขอความเป็นธรรมและขอให้ทางอุทยานฯ ได้เห็นใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย เพราะการที่อุทยานฯ ปล่อยกระแสไฟฟ้าในรั้วนั้นก็ไม่เคยแจ้งให้ชาวบ้านรู้มาก่อน และอีกอย่างจุดที่เกิดเหตุก็ติดกับสวนของชาวบ้าน ส่วนใหญ่ใช้เส้นทางนั้นเดินทางไปเล่นน้ำที่แก่งคลองหลวงเป็นประจำ โดยเฉพาะเด็กๆในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ช.บอย (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี เพื่อนรุ่นน้องของน้องเฟรม ผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่น้องเฟรมถูกไฟฟ้าช็อต ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันนั้นตนพร้อมเพื่อนๆรุ่นเดียวกันในชุมชนบ้างแก้งเรือง ได้เดินทางไปเล่นน้ำที่แก่งคลองหลวง ซึ่งปกติจะใช้เส้นทางนั้นและใกล้กับชุมชน ซึ่งน้องเฟรมเป็นคนแรกที่เดินทางนำหน้าเข้าไปและเพื่อนๆก็เดินตามหลัง ซึ่งพอไปถึงที่เกิดเหตุน้องเฟรม ได้ยื่นมือไปจับกับสายลวดที่ขึงไว้กับต้นไม้ ล้อมท่อนไม้พะยูงไว้ จากนั้นน้องเฟรมก็ร้องเสียงดัง ชักล้มลงโดยที่มือและหน้าอกของน้องเฟรมมีรอยไหม้และมีควันออกมา ตนและเพื่อนๆตกใจจึงวิ่งหนีออกมา และวนกลับไปดูอีกครั้งพบว่าน้องเฟรมนอนนิ่งราบไปกับพื้นไม่มีเสียง แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมน้องเฟรมต้องร้องและนอนนิ่งอย่างนั้น ตอนนั้นตนและเพื่อนๆรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูกและรู้สึกกลัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายเจริญ อักโข อดีตกำนันตำบลนาจะหลวย อ.นาจะหลวย เปิดเผยว่าเดิมสวนส้มโอที่อยู่ติดกับที่เกิดเหตุนั้น เป็นสวนของลูกชายของตน และอยู่ติดกับแก่งคลองหลวง ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านเด็กๆ มาเล่นน้ำกันเป็นประจำ ซึ่งเข้าใจว่าเด็กๆจะชอบใช้เส้นทางนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไม่อนุญาต เพราะเป็นที่เก็บรักษาไม้พยุงของกลางจากคดีป่าไม้ ซึ่งตนยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่เคยแจ้งว่าจะมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับไม้พะยุง เพราะปกติจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยามอยู่แล้ว อีกอย่างจุดที่เก็บไม้พยุงก็อยู่ห่างจากป้อมยามของเจ้าหน้าที่เพียง 30 เมตร ซึ่งไม่น่าจะปล่อยกระแสไฟฟ้า และก็เป็นช่วงเวลากลางวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้พาเข้าไปสำรวจจุดเกิดเหตุ และพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่และเก็บภาพ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ขอให้สัมภาษณ์และไม่อนุญาตให้บันทึกภาพด้วย ซึ่งหากจะสัมภาษณ์และบันทึกภาพจะต้องส่งเอกสารไปขออนุญาตโดยตรงกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงทำได้เพียงเดินสำรวจห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณดังกล่าวมีไม้พะยูงของกลางจำนวนมาก ถูกกองไว้เป็นสัดส่วน และมีเลขกำกับทุกท่อน ซึ่งแต่ละกองมีลวดหนามที่ผูกติดไว้กับไม้พะยูงทุกกอง บางส่วนใช้สายลวดขนาดประมาณ 0.50 เซนติเมตร จำนวน 6 เส้น ยึดติดกับต้นไม้และล้อมกองไม้พะยูงเอาไว้ ซึ่งสายลวดถูกยึดให้ห่างกันประมาณ 10 นิ้ว เรียงเป็นชั้นจากพื้นดิน สูงไปประมาณ 170 เซนติเมตร ที่บริเวณต้นไม้มีป้ายสีแดงขนาด 10x10 นิ้ว ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;อันตราย วัตถุระเบิด&amp;rdquo; และมีรูปหัวกะโหลกติดไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชาวบ้านระบุตรงกันว่าป้ายนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน เพิ่งจะเคยเห็นหลังเกิดเหตุไฟฟ้าช็อตน้องเฟรมเสียชีวิต ซึ่งการตรวจสอบของทีมข่าวทราบว่าระยะห่างของสายลวดที่ปล่อยกระแสไฟ อยู่ห่วงจากรั้วสวนส้มโอของชาวบ้านเพียง 1-2&amp;nbsp;เมตรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22532</URL_LINK>
                <HASHTAG>รั้วล้อมไม้พะยูง, รั้วไฟฟ้า, ร้องขอความเป็นธรรม, อำเภอนาจะหลวย, อุทยานปล่อยไฟช็อตเด็กตาย, อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย, เด็กถูกไฟดูดตาย, เมืองอุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf692f014f38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
