<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานฯลำคลองงู ยึดคืนผืนป่าเกือบ 600 ไร่ ลูกอดีต ส.ส.กาญจนบุรี ยอมถอยแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลูกชายอดีตส.ส.เมืองกาญจน์ยอมถอย รื้อโรงเรือน 5 หลัง พร้อมพืชผลต่างๆในพื้นที่อุทยานฯลำคลองงู 592 ไร่ ด้านอุทยานฯร่วมชุมชนเตรียมสร้างทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ให้สัตว์ป่า เป็นแหล่งท่องเที่ยวชมสัตว์ป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.64 - เมื่อเวลา 10.30 น.&amp;nbsp;นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนัก บริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชให้ดำเนินการปราบปราม นายทุนบุกรุกป่า อย่างเด็ดขาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายกมลาศ อิสสอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู นายบรรจง รสจันทร์ นายกอบต.ชะแล นายสถาพร ทองผาภูมิปฐวี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านคลิตี้ หมู่ที่ 4 &amp;nbsp;พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เจ้าหน้าที่หน่วยฯ กจ.6 (พุเตย) เจ้าหน้าที่หน่วยฯ กจ.18 (วังเกียง) และเจ้าหน้าที่ สปป.1 ภาคกลาง รวม จำนวน 20 นาย ได้เดินทางไปยัง บริเวณบ้านคลิตี้หมู่ที่ 4 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;เพื่อตรวจสอบติดตาม การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสิน ของลูกชาย อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ที่ยอมรื้อถอน โรงเรือน จำนวน 5 หลัง สวนยางพารา ปาล์ม ไผ่ตงและพืชไร่ รวมจำนวน 592ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา มูลค่าที่ดิน และทรัพย์สิน ประมาณ 30 ล้าน ที่ปลูกสร้าง บุกรุกในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2559 อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ได้แจ้งความดำเนินคดีต่อ ลูกชายอดีต ส.ส.จังหวัดกาญจนบุรี ในข้อหา &amp;quot;ปลูกสร้าง และยึดถือ ครอบครอง อุทยานแห่งชาติลำคลองงูโดยมิได้รับอนุญาต&amp;quot;นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ดำเนินคดี ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2561 อัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสังไม่ฟ้องจำเลย เพราะขาดเจตนาในการกระทำผิด จากนั้นเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2563 จำเลยได้ถึงแก่ความตาย กองมรดก รวมทั้งสิทธิ และหน้าที่ต่างๆ ย่อมตกแก่ทายาทโดยธรรมโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลลาศ เห็นว่า ถึงแม้อัยการจังหวัดกาญจนบุรี จะมีคำสั่งไม่ฟ้องจำเลย และจำเลย ถึงแก่ความตายไปแล้วก็ตาม&amp;nbsp;แต่ที่ดินดังกล่าว จำนวน 592 ไร่ 2 งาน 58 ตารางวา ก็ยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู หัวหน้าอุทยานฯมีอำนาจประกาศคำสั่ง ให้ทายาทโดยธรรมของจำเลยรื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสินดังกล่าว ออกไปให้พ้นจากเขตอุทยาน ฯได้ หากไม่ยอมรื้อถอน จะมีความผิดตาม มาตรา 35 (2) พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฉบับใหม่ จำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรื้อถอนเสร็จ หลังจากนายกมลาศฯ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองู ได้ทำการปิดประกาศคำสั่ง ให้ทายาทโดยธรรมของจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสิน ดังกล่าวไปแล้วในวันที่ 17 มิ.ย.2564 &amp;nbsp;ทายาทโดยธรรมจึงยินยอม และได้ว่าจ้างคนงาน เข้ารื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสินดังกล่าวทั้งหมด โดยดำเนินการตั้งแต่หลังวันปิดประกาศคำสั่งมาจนถึงวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากรื้อถอนเรียบร้อยแล้ว อุทยานแห่งชาติลำคลองงู จะร่วมกับอบต.ชะแล และชาวบ้านคลิตี้ พัฒนาพื้นที่แห่งนี้ทั้งหมดเกือบ 600 ไร่ ซึ่งมีลักษณะเป็นที่ราบทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยภูเขา ที่มีป่าไม้สมบูรณ์ และติดต่อกับพื้นที่มรดกโลก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ผลที่ได้รับโดยตรงจะร่วมกันพัฒนา เป็นแหล่งทุ่งหญ้า แหล่งอาหารสัตว์ป่า ผลที่ได้รับโดยอ้อม จะร่วมกันพัฒนา เป็นแหล่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ชมสัตว์ป่าในทุ่งหญ้าเป็นซาฟารีเมืองกาญจนบุรี ทำให้ชาวบ้านในท้องถิ่นมีรายได้ จากการท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้ต่อไป โดยได้ร่วมกันตั้งชื่อพื้นที่แห่งนี้ใหม่ว่า &amp;quot;ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า ตำบลชะแล อุทยานแห่งชาติลำคลองู &amp;quot;ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือ ระหว่างชุมชนในท้องถิ่น กับอุทยานแห่งชาติลำคลองงู อย่างยั่งยืนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113270</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, อุทยานแห่งชาติลำคลองงู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210814/image_big_611780927805f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2021 20:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2021 20:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานฯลำคลองงู ยึดคืนผืนป่านายทุนรุก 592 ไร่ เตรียมพัฒนาเป็นแหล่งดูสัตว์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช &amp;nbsp;ให้ปราบปรามการครอบครองที่ดิน ที่ผิดกฎหมายของนายทุนอย่างเด็ดขาด และให้นำพื้นที่ที่ยึดคืนมาได้จากนายทุน มาฟื้นฟูป่า ให้กลับคืนมามีสภาพป่าธรรมชาติดังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นางคณิสรา เชฐบัณฑิตย์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานฯ นายกมลาศ อิสสอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู นายศรัณย์วุฒิ พรสรายุทธ หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่กจ.6 (พุเตย) นายบรรจง รสจันทร์ นายกอบต.ชะแล นายคารใจ บุญเสริมถาวรนิจ สารวัตรกำนันตำบลชะแล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู และเจ้าหน้าที่สนับสนุนการป้องกัน และปราบปรามที่ 1(ภาคกลาง) จำนวน 20 นาย เดินทางไปติดป้ายประกาศคำสั่งอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา35 (1) (2) พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ขับไล่ทายาทโดยธรรมของนายทุนรายหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้ว และให้ทายาทโดยธรรมรื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใด ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ภายใน 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2559 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู&amp;nbsp;ได้ไปจับกุมดำเนินคดีนายทุนใหญ่รายหนึ่ง ในข้อหาบุกรุกพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู โดยมิได้รับอนุญาต บริเวณบ้านคลิตี้หมู่ที่ 4 ตำบลชะเเล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี และได้ตรวจยึดพื้นที่สวนยางพารา สวนไม้ไผ่ตง แปลงไร่มันสำปะหลัง และทุ่งหญ้า รวมจำนวนเนื้อที่ 592ไร่ 2งาน58 ตารางวา พร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง เป็นบ้านเรือนไม้ จำนวน 5 หลัง โรงเรือนเก็บยางพารา จำนวน 1 หลัง โรงจอดรถ จำนวน 1 หลัง นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2561 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีจำเลย เนื่องจากขาดเจตนากระทำผิด แต่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู เห็นว่าแม้พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;มีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากขาดเจตนากระทำผิดก็ตาม แต่เนื่องจากที่ดินของจำเลย อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู หัวหน้าอุทยานฯ ยังมีอำนาจขับไล่และให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใด ไปให้พ้นในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงูได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู จึงอาศัยอำนาจ มาตรา 35 (1)(2) พรบ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ประกาศคำสั่งขับไล่ทายาทโดยธรรมของนายทุนคนดังกล่าว และให้ทายาทโดยธรรม รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใด ไปให้พ้น จากอุทยานแห่งชาติลำคลองงู จังหวัดกาญจนบุรี ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศคำสั่งนี้ เมื่อครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้ว หากทายาทโดยธรรม ยังดื้อแพ่งไม่ยินยอมออก และไม่ยอมรื้อถอน จะถูกดำเนินคดีฐาน ฝ่าฝืนประกาศคำสั่ง ระวางโทษจำคุก ตั้งแต่1 ปี ถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับรายวันอีกวันละ10,000บาท จนกว่าจะรื้อถอนเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ถ้าหากทางราชการเข้าไปรื้อถอนเองแล้ว จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน ให้กับทางราชการ จำนวน 1,640,000 บาท และอาจถูกดำเนินคดีตามพรบ.ป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ 2542 มาตรา 3 (15) อาจถูกยึดเงิน และทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการค้าเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ ในการปลูกยางพารา ในเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อการค้าน้ำยางพาราต่อไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู กล่าวว่า หลังจากดำเนินรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสินในบริเวณดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ทางอุทยานแห่งชาติลำคลองงู จะร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลชะแล และชุมชนบ้านคลิตี้&amp;nbsp;จะร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศน์ เป็นแหล่งอาหารสัตว์ป่า และเมื่อสัตว์ป่าหลากหลายเข้ามาหากิน ก็จะทำให้เป็นแหล่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สัตว์ป่า แบบอุทยานฯกุยบุรี หรืออุทยานฯเขาใหญ่ โดยชุมชนมีส่วนร่วมตามนโยบายของกระทรวงทรัพย์ฯ และกรมอุทยานฯ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106840</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, อุทยานแห่งชาติลำคลองงู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210618/image_big_60cc9cf5093ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2020 18:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2020 18:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;อุทยานฯลำคลองงู&#039;เลี่ยงหน้าฝนรอเปิดเที่ยวเดือนพ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.63-ที่ห้องประชุมที่ทำการอุทยานแห่งชาติลำคลองงู อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีได้จัดประชุม คณะกรรมการที่ปรึกษา อุทยานแห่งชาติลำคลองงู (Protected Area Committee: PAC) โดยมีนายโชคชัย อู่โภคิน ปลัดอำเภออาวุโส อ.ทองผาภูมิ เป็นประธาน นายกมลาศ อิสสะอาด &amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู &amp;nbsp;นายวุฒิเดช ก้อนทองคำ นายกสมาคมสื่อมวลชน จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ปกครอง ตำรวจ และคณะกรรมการที่ปรึกษาของอุทยาน ฯ เข้าร่วมประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกมลาศ อิสสะอาด &amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู &amp;nbsp;เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงาน อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ที่ผ่านมา ในเรื่องเงินรายได้ จำนวนนักท่องเที่ยว งานนันทนาการ การท่องเที่ยว และงานพัฒนาอุทยานแห่งชาติ &amp;nbsp;โครงการสำรวจการฟื้นฟูของประชากรเสือโคร่งและเหยื่อในกลุ่มป่า ทางทิศใต้ของผืนป่าตะวันตก ร่วมกับสมาคมสัตว์วิทยาแห่งลอนดอน (ZSL) และงานด้านการอนุรักษ์ และป้องกันทรัพยากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้นการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับการเปิดแหล่งท่องเที่ยว ของอุทยานแห่งชาติลำคลองงู และแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดิน ของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ รวมถึงการปิดการท่องเที่ยว และพักแรมในอุทยานแห่งชาติ และวนอุทยานประจำปี การทิ้งขยะในเขตอุทยานแห่งชาติ การปิดกั้นเส้นทาง และการเข้าพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ได้มีการปรึกษาหารือและให้คณะกรรมการฯ มีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผน การดำเนินการ และมีส่วนร่วมในการติดตาม ประเมินผลการดำเนินงาน และกำหนดแนวทาง ในการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติฯ อย่างไรก็ตาม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เน้นย้ำให้ทุกอุทยานฯและวนอุทยานฯ เตรียมความพร้อมในทุกๆด้าน ทั้งความปลอดภัย ความสะอาด ความสวยงาม สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทุกด้านทุกอย่างต้องพร้อม ก่อนเปิดในวันที่1ก.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ส่วนอุทยานฯลำคลองงู จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ในเดือนพ.ย. เนื่องจากช่วงฤดูกาลนี้เป็นฤดูฝน การเดินทางเข้าชมถ้ำต่างๆ รวมทั้งเสาหินที่สูงที่สุดในโลก ทั้งเส้นทางและภายในถ้ำไม่สะดวก จึงต้องเปิดในดือนพฤษจิกายน ซึ่งเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว เส้นทางและถ้ำก็สามารถเข้าเที่ยวชมได้โดยไม่มีปัญหาใดๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69961</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, จ.กาญจนบุรี, อุทยานแห่งชาติลำคลองงู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200628/image_big_5ef8772d1f359.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 18:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 18:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานฯลำคลองงู เปิดเส้นทางเดินป่าเที่ยวชม &#039;ถ้ำเสาหิน-ถ้ำนกนางแอ่น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานฯลำคลองงู เปิดท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติเข้าชมความสวยงาม &amp;quot;ถ้ำเสาหิน-ถ้ำนกนางแอ่น&amp;quot; ตั้งแต่ 29 ก.พ. - 4 พ.ค.63 เปิดรับเฉพาะคนลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.63 - นายสาธิต ปิ่นกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า อุทยานฯลำคลองงู จะเปิดแหล่งท่องเที่ยวถ้ำเสาหิน และถ้ำนกนางแอ่น ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 และรับลงทะเบียนล่วงหน้าทางโทรศัพท์วันที่ 3-7 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 13.00-15.00 น. (สมาชิกจำนวนกลุ่มไม่เกิน 10 คน /ต่อสาย/ช่วงเวลาที่กำหนด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนักท่องเที่ยวควรมีช่วงอายุ 15-60 ปี มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิต และสามารถว่ายน้ำได้เท่านั้น และควรศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยวถ้ำเสาหิน และถ้ำนกนางแอ่น และเตรียมความพร้อมสำหรับการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวถ้ำมาเป็นอย่างดี ก่อนตัดสินใจลงทะเบียนกับทางอุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิต กล่าวอีกว่า ด้วยอุทยานฯลำคลองงู มีแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้ให้ความสนใจและมีความประสงค์ที่จะได้เข้าศึกษาและสัมผัสกับธรรมชาติโดยตรงด้วยการเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณถ้ำเสาหินที่มีหินงอกที่มีความสูง 62.5 เมตรและถ้ำนกนางแอ่นที่มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนเป็นประจำทุกปี อุทยานฯลำคลองงูพิจารณาแล้วว่าช่วงเวลาแห่งฤดูกาลมีความเหมาะสมและปลอดภัยสามารถจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้จึงเปิดให้เข้าชมถ้ำเสาหินและถ้ำนกนางแอ่นตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสามารถควบคุมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อยู่ในขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านนันทนาการของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ (Carrying Capacity) ทางอุทยานฯจึงต้องจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวถ้ำเสาหิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนักท่องเที่ยวลงทะเบียนทางโทรศัพท์แล้วให้ส่งหลักฐานการลงทะเบียน (เงินมัดจำคนละ 500 บาท เลขที่บัญชี 020261466609 ธ.ออมสิน สาขาทองผาภูมิ ชื่อบัญชี อุทยานแห่งชาติลำคลองงู) และสำเนาบัตรประชาชนสมาชิกทุกคนจำนวน 1 ชุด ทางอีเมล์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;regis.lamkhlongngu@gmail.com ภายในเวลา 3 วัน&amp;nbsp;หลังลงทะเบียน หากเกินกำหนดเวลา ทางอุทยานฯ จะตัดสิทธิ์ให้นักท่องเที่ยวในลำดับถัดไปเบอร์โทรศัพท์รับลงทะเบียน 082-247-3352 (เปิดรับสายตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์เป็นต้นไปเฉพาะช่วงเวลาลงทะเบียนจนกว่าจะเต็ม) และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 084-913-2381&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54632</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเดินป่าชมธรรมชาติ, จังหวัดกาญจนบุรี, อุทยานแห่งชาติลำคลองงู, เที่ยวถ้ำเมืองกาญจนบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1ef0e7c5cdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 18:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 18:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุทยานฯลำคลองงู เปิดเส้นทางเดินป่าเที่ยวชม &#039;ถ้ำเสาหิน-ถ้ำนกนางแอ่น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานฯลำคลองงู เปิดท่องเที่ยวเส้นทางศึกษาธรรมชาติเข้าชมความสวยงาม &amp;quot;ถ้ำเสาหิน-ถ้ำนกนางแอ่น&amp;quot; ตั้งแต่ 29 ก.พ. - 4 พ.ค.63 เปิดรับเฉพาะคนลงทะเบียนล่วงหน้าเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ม.ค.63 - นายสาธิต ปิ่นกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า อุทยานฯลำคลองงู จะเปิดแหล่งท่องเที่ยวถ้ำเสาหิน และถ้ำนกนางแอ่น ตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 และรับลงทะเบียนล่วงหน้าทางโทรศัพท์วันที่ 3-7 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 13.00-15.00 น. (สมาชิกจำนวนกลุ่มไม่เกิน 10 คน /ต่อสาย/ช่วงเวลาที่กำหนด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนักท่องเที่ยวควรมีช่วงอายุ 15-60 ปี มีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิต และสามารถว่ายน้ำได้เท่านั้น และควรศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยวถ้ำเสาหิน และถ้ำนกนางแอ่น และเตรียมความพร้อมสำหรับการประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวถ้ำมาเป็นอย่างดี ก่อนตัดสินใจลงทะเบียนกับทางอุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาธิต กล่าวอีกว่า ด้วยอุทยานฯลำคลองงู มีแหล่งท่องเที่ยวประเภทถ้ำ ซึ่งนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปได้ให้ความสนใจและมีความประสงค์ที่จะได้เข้าศึกษาและสัมผัสกับธรรมชาติโดยตรงด้วยการเดินศึกษาธรรมชาติบริเวณถ้ำเสาหินที่มีหินงอกที่มีความสูง 62.5 เมตรและถ้ำนกนางแอ่นที่มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนเป็นประจำทุกปี อุทยานฯลำคลองงูพิจารณาแล้วว่าช่วงเวลาแห่งฤดูกาลมีความเหมาะสมและปลอดภัยสามารถจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวได้จึงเปิดให้เข้าชมถ้ำเสาหินและถ้ำนกนางแอ่นตั้งแต่วันที่ 29 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 4 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ และสามารถควบคุมดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงการอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อยู่ในขีดความสามารถในการรองรับได้ด้านนันทนาการของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ (Carrying Capacity) ทางอุทยานฯจึงต้องจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวถ้ำเสาหิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนักท่องเที่ยวลงทะเบียนทางโทรศัพท์แล้วให้ส่งหลักฐานการลงทะเบียน (เงินมัดจำคนละ 500 บาท เลขที่บัญชี 020261466609 ธ.ออมสิน สาขาทองผาภูมิ ชื่อบัญชี อุทยานแห่งชาติลำคลองงู) และสำเนาบัตรประชาชนสมาชิกทุกคนจำนวน 1 ชุด ทางอีเมล์&amp;nbsp;:&amp;nbsp;regis.lamkhlongngu@gmail.com ภายในเวลา 3 วัน&amp;nbsp;หลังลงทะเบียน หากเกินกำหนดเวลา ทางอุทยานฯ จะตัดสิทธิ์ให้นักท่องเที่ยวในลำดับถัดไปเบอร์โทรศัพท์รับลงทะเบียน 082-247-3352 (เปิดรับสายตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์เป็นต้นไปเฉพาะช่วงเวลาลงทะเบียนจนกว่าจะเต็ม) และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 084-913-2381&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54631</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเดินป่าชมธรรมชาติ, จังหวัดกาญจนบุรี, อุทยานแห่งชาติลำคลองงู, เที่ยวถ้ำเมืองกาญจนบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200115/image_big_5e1ef0e7c5cdf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 18:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 18:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยยึดรีสอร์ทดังรุกอุทยาน-ป่าสงวน ถูกจับ2ครั้งยังกล้าสร้างเพิ่ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.สบอ.3 บ้านโป่ง นำกำลังอุทยานฯ ปกครอง ทหาร ตำรวจ &amp;nbsp;ตรวจรีสอร์ทดัง บ้านผาสวรรค์ยึดพื้นที่รุกป่า35ไร่ พร้อมบ้านพัก77หลัง ถูกจับมาแล้ว2ครั้ง ยังกล้ารุกสร้างเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค.61 - นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์&amp;nbsp;ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(บ้านโป่ง) พร้อมด้วย พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า/ผบ.ร.29 กกล.สุรสีห์ นายธรรมรัฐ วงศ์โสภา ผอ.ส่วนอุทยานฯ นายพงศ์สรรค์ ดิษฐานุพงศ์ หน.อุทยานแห่งชาติลำคลองงู นายสังวาล แสงสวัสดิ์&amp;nbsp;ผช.หน.อุทยานฯ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หน.อุทยานฯเขาแหลม นายชาติชาย ศรีแผ้ว หน.สำนักงานสนับสนุน การป้องกันและปราบปรามที่&amp;nbsp;1(ภาคกลาง)&amp;nbsp;ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร ส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์&amp;nbsp;อุทยานฯเขาแหลม อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานฯลำคลองงู&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตำรวจสภ.ทองผาภูมิ ตำรวจบก.ปทส. ตชด.135 ฝ่ายปกครอง อ.ทองผาภูมิ ทหารฉก.ลาดหญ้า ทหารร้อยรส.มทบ.17 นำกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นายเข้าปฎิบัติการตรวจสอบ รีสอร์ทบ้านผาสวรรค์ หรือบ้านผลไม้ยักษ์ ริมถนนสายสหกรณ์นิคม-คลิตี้ ม.5 ต.สหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายสังวาล แสงสวัสดิ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผช.หน.อุทยานฯลำคลองงู นำหมายค้นศาล จ.ทองผาภูมิ เข้าแสดงต่อนายอนุศักดิ์ สัสดี อายุ 21 ปี ผู้ดูแลรีสอร์ทบ้านผาสวรรค์ หรือบ้านผลไม้ยักษ์ (บ.ไม้ดอกไม้ผล จำกัด) หลังจากนายอนุศักดิ์ตรวจดูหมายศาลจนละเอียด จึงเปิดประตูด้านหน้ารีสอร์ท อนุญาตให้คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่ภายในรีสอร์ท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลัง ทำการตรวจสอบพื้นที่ โดยพบว่ารีสอร์ทแห่งนี้ก่อสร้างอย่างใหญ่โตอลังการในเนื้อที่นับ 100 ไร่อยู่ท่ามกลางขุนเขาและลำธารน้ำ ล้อมรอบด้วยป่าไม้สมบูรณ์ ซึ่งเป็นต้นน้ำลำธาร มีบ้านพักปลูกสร้างเป็นรูปทรงต่างๆ&amp;nbsp;เหมือนถ้ำบ้าง ตอไม้บ้าง ต้นไม้บ้าง และรูปทรงผลไม้ชนิดต่างๆ&amp;nbsp;รวมทั้งมีสวนน้ำขนาดใหญ่และธารน้ำตกธรรมชาติ พบว่าบริเวณด้านในรีสอร์ท และด้านข้างติดกับลำธารมีการปลูกสร้างบ้านพักจำนวน 77 หลัง รุกพื้นที่ป่าบ้านห้วยสมจิตรในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู และในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระฤาษี-ป่าเขาบ่อแร่ แปลง 1&amp;nbsp;จำนวน 34 ไร่ 3 งาน 39 ตารางวา เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดพื้นที่ป่า และบ้านพักทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์&amp;nbsp;ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;(บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยถูกจับกุมดำเนินคดี เมื่อวันที่&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ม.ค.&amp;nbsp;2556&amp;nbsp;โดยจับกุมนายทัดตะวัน บุญสน และน.ส.ลลิตา อุ่นทิม ในข้อหาบุกรุกป่า ต่อมาพนักงานอัยการ สั่งไม่ฟ้องทั้งสองคน ด้วยเหตุขาดเจตนา และพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง ส่วนข้อหาทำไม้หวงห้าม และข้อหามีและใช้เลื่อยโซ่ยนต์ ศาลฏีกาได้พิพากษาจำคุก นายทัดตะวัน บุญสน&amp;nbsp;18&amp;nbsp;เดือน ของกลางริบ และได้ดำเนินการ ออกคำสั่งทางปกครอง ตามมาตรา&amp;nbsp;22&amp;nbsp;พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504&amp;nbsp;ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและพืชผลอาสิน ทั้งมีการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริง จึงปรากฏทั้งในสำนวนการสอบสวนของอัยการและสำนวนคดีของทั้งสองศาลว่า นายไพโรจน์ สุขจั่น และ น.ต.บุญเลิศ สุขจั่น เป็นเจ้าของผาสวรรค์รีสอร์ท อ้างว่าได้รับผ่อนผัน จากการเป็นผู้ได้รับการสำรวจถือครองที่ดินตามมติครม. เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.2541&amp;nbsp;แต่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่า ทั้งสองนายครอบครองที่ดินเมื่อปีพ.ศ.&amp;nbsp;2539&amp;nbsp;หลังการประกาศป่าสงวนฯ โดยตามแบบ ทป.4&amp;nbsp;ระบุการได้มาโดย &amp;quot;จับจอง&amp;quot; และ &amp;quot;ซื้อขาย&amp;quot; ในขณะที่ในสำนวนระบุว่า &amp;quot;รับการยกให้จากผู้ครอบครองคนเดิม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พบว่ายังมีการขยายพื้นที่เพิ่มเติมออกไปอีก&amp;nbsp;มีการเปลี่ยนสภาพการทำประโยชน์จากเดิมทำการเกษตร เป็นรีสอร์ทที่พัก แม้ภายหลังออกคำสั่งให้รื้อถอน ก็ยังคงฝ่าฝืนก่อสร้างเพิ่มขึ้นอีก 19 รายการ นอกจากทั้งสองรายจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ตามมติครม.&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.2541&amp;nbsp;เนื่องจากผิดเงื่อนไขแล้ว&amp;nbsp;ยังจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากสืบสวนพบว่า เป็นผู้แจ้งการสำรวจถือครองที่ดินพิพาท ตามมติครม. เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.41&amp;nbsp;แต่ปฏิบัติผิดกฎหมาย และไม่ได้รับการผ่อนผันตามมติครม.เมื่อวันที่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.41&amp;nbsp;เนื่องจากไม่ใช่ผู้ครอบครองรายเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่ได้ที่ดินมาโดยการจับจอง หรือซื้อขาย หรือรับการยกให้จากผู้ครอบครองรายเดิม&amp;nbsp;แล้วต่อมายังมีการบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่ม รวมถึงมีการเปลี่ยนสภาพการทำประโยชน์ จากเดิมทำการเกษตรเป็นรีสอร์ท มีสิ่งก่อสร้างกระทบกระเทือน ต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการดำเนินคดีเนื่องจากปรากฏพยานหลักฐานใหม่ และมีการก่อสร้างเพิ่มเติมในพื้นที่ตรวจยึดคดีเดิม&amp;nbsp;นอกจากการดำเนินคดีอาญาแล้ว ได้สั่งการให้อุทยานแห่งชาติลำคลองงู เร่งรัดดำเนินมาตรการทางปกครองโดยการออกคำสั่งตามม.21&amp;nbsp;และ ม.22&amp;nbsp;แห่งพรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504&amp;nbsp;โดยเคร่งครัดต่อไป&amp;nbsp;และมอบหมายให้หัวหน้าอุทยานฯลำคลองงู พร้อมนายช่างรังวัดเป็นผู้กล่าวโทษและพยานต่อพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ เพื่อติดตามตัวเจ้าของรีสอร์ท 2&amp;nbsp;รายคือ นายไพโรจน์ สุขจั่น และ น.ต.บุญเลิศ สุขจั่น มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารีสอร์ทดังแห่งนี้ ได้ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจับกุมดำเนินคดี มาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19026</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, น.ต.บุญเลิศ สุขจั่น, นายไพโรจน์ สุขจั่น, บ้านผลไม้ยักษ์, ผอ.สบอ.3 บ้านโป่ง, รีสอร์ทบ้านผาสวรรค์, สภ.ทองผาภูมิ, อำเภอทองผาภูมิ, อุทยานแห่งชาติลำคลองงู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb4a25546d72.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
