<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63991</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2020 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2020 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะเลไทยฟื้นฟูช่วงโควิด-19 จนท.อุทยานฯเผยภาพ &#039;วาฬเพชฌฆาตดำ&#039; ฝูงใหญ่แหวกว่ายอวดโฉมหมู่เกาะลันตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 เม.ย.63 - เพจเฟซบุ๊กสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสต์คลิปฝูงวาฬเพชฌฆาตดำแหวกว่ายอวดโฉมบริเวณอ่าวหินงาม เกาะรอก ในเขตอุทยานฯหมู่เกาะลันตา พร้อมข้อความว่า นับตั้งแต่ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติและวนอุทยานทุกแห่ง จากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2563 เป็นต้นมา พบว่าทรัพยากรธรรมชาติได้รับการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด มีการปรากฏตัวของสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของทรัพยากรธรรมชาติหลังจากไม่มีการรบกวนจากการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 63&amp;nbsp;เวลา 17.00 น. ขณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ นั่งเรือออกไปลาดตระเวนตามปกติ ได้พบเจอฝูงวาฬเพชฌฆาตดำฝูงใหญ่ 10-15 ตัว แต่ละตัวความยาวประมาณ 3-4 เมตร แหวกว่ายอวดโฉมบริเวณอ่าวหินงาม เกาะรอกในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา ซึ่งห่างจากฝั่งเพียง 400 เมตร โดยฝูงวาฬเพชฌฆาตดำที่ปรากฏตัวขึ้นมาฝูงใหญ่ เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพและวิดีโอ ขณะที่ฝูงวาฬเพชฌฆาตดำเล่นน้ำอยู่บริเวณดังกล่าวนานประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการพบเจอวาฬเพชฌฆาตดำในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยวาฬเพชฌฆาตดำเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดหนึ่ง ในวงศ์โลมามหาสมุทร (Delphindae) เป็นวาฬมีฟัน จัดเป็นเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Pseudorca ที่ยังสืบเผ่าพันธุ์มาจนถึงปัจจุบัน มีลักษณะลำตัวยาวสีดำคล้ายกันมากกับวาฬนำร่องครีบสั้น (Globicephala macrorhynchus) ต่างกันที่ลักษณะครีบหลังตั้งอยู่กึ่งกลางลำตัว (วาฬนำร่องครีบสั้นจะตั้งเยื้องมาทางส่วนหัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหัวไม่โหนกมากปลาวาฬนำร่องครีบสั้นสีดำทั้งตัว ส่วนท้องจะเทาจางเล็กน้อยครีบข้างโค้งหักข้อศอกเรียวยาวค่อนข้างแหลม หน้าผากกลมมนไม่มีจะงอยปาก มีจำนวนฟันทั้งหมด 7-12 คู่ ในปาก ซึ่งอาหารของวาฬเพชฌฆาตดำ คือ ปลาและหมึก มีขนาดโตเต็มที่ยาวถึง 6 เมตร ลูกแรกเกิดยาว 1.5-2 เมตร การตั้งท้องใช้เวลา 12-14 เดือน เป็นโลมาที่พบกระจายพันธุ์ทั่วทั้งโลก โดยมากจะอยู่รวมเป็นฝูงในทะเลใกล้ชายฝั่ง ในประเทศไทยมีรายงานพบในหลายจังหวัดทั้งในอ่าวไทยและฝั่งทะเลอันดามัน และจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63991</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, วาฬเพชฌฆาตดำ, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา, อ่าวหินงาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200423/image_big_5ea08aa5e7133.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57410</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฉลามวาฬ&#039; ยักษ์ใหญ่ใจดีโผล่ว่ายน้ำอวดโฉมใกล้เรือนักท่องเที่ยวหมู่เกาะลันตา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบฉลามวาฬขนาดใหญ่ลำตัวยาวกว่า 4&amp;nbsp;เมตรกำลังเวียนว่ายหากินบริเวณเกาะห้า&amp;nbsp;ต.เกาะลันตาใหญ่&amp;nbsp;อ.เกาะลันตา จ.กระบี่&amp;nbsp;ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา กำลังดำน้ำสำรวจความสมบูรณ์ทรัพยากรทางทะเลในเขตอุทยานหมู่เกาะลันตา&amp;nbsp;โดยฉลามวาฬตัวดังกล่าวโผล่ขึ้นมาใกล้เรือให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯและนักท่องเที่ยวได้เห็นในระยะใกล้&amp;nbsp;โดยไม่มีอาการตื่นกลัวแต่อย่างใด หลังจากเวียนว่ายอยู่ประมาณ 10 นาทีก็ดำน้ำหายไปในทะเลลึก&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพไว้ก่อนแชร์ในโลกออนไลน์&amp;nbsp;สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น เพราะการที่ฉลามวาฬจะปรากฎตัวให้เห็นในระยะใกล้นั้นมีไม่บ่อยนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯหมู่เกาะลันตานำเรือตรวจขนาดเล็กออกลาดตระเวนบริเวณเกาะห้า ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของ จ.กระบี่&amp;nbsp;เพื่อดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว&amp;nbsp;ก็พบกับฉลามวาฬยาวประมาณ 4 เมตรเวียนว่ายหากินอยู่รอบๆ ลำเรือ เจ้าหน้าที่จึงได้บันทึกภาพไว้เพื่อเก็บข้อมูลการอาศัยของฉลามวาฬในพื้นที่เกาะลันตา&amp;nbsp;ขณะที่นักประดาน้ำว่ายไปใกล้ๆ ฉลามวาฬก็ไม่ได้ทำร้ายหรือมีอาการตื่นกลัวแต่อย่างใด&amp;nbsp;เนื่องจากฉลามวาฬไม่มีนิสัยดุร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การที่ฉลามวาฬหากินบริเวณเกาะห้า&amp;nbsp;เนื่องจากทรัพยากรยังมีความสมบูรณ์ มีแพลงก์ตอน แหล่งอาหารของฉลามวาฬ&amp;nbsp;หลังจากนี้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการให้คอยเตือนนักท่องเที่ยวหากพบเห็นฉลามวาฬ สามารถบันทึกภาพได้ แต่ห้ามใช้แฟลชอย่างเด็ดขาด เพราะอาจจะทำฉลามวาฬตกใจ และอาจทำอันตรายโดยไม่ได้ตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57410</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ฉลามวาฬ, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4a32aa68e60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2019 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี.กริม ผนึกรัฐ - เอกชนจัดการขยะหมู่เกาะลันตา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;บี.กริม ผนึกความจับมือ โรงแรมพิมาลัย รีสอร์ท แอนด์สปา และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา สานต่อโครงการ &amp;ldquo;รักษ์ลันตา&amp;rdquo; ร่วมรณรงค์ไม่ทิ้งขยะพร้อมปลูกจิตสำนึกชาวบ้านเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ หวังช่วยลดประมาณขยะได้มากถึง 80% เผยเคล็ดลับคัดแยกขยะเพื่อการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
24 ต.ค. 62 -นายอนุรัต ตียาภรณ์ ผู้ก่อตั้งและเจ้าของโรงแรมพิมาลัยฯ กล่าวว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้สัตว์ทะเลหลายชนิดต้องตายไป คือ ปริมาณขยะที่พบในท้องทะเลไทย โดยเฉพาะปริมาณถุงพลาสติกที่มีมากถึง 11.7% ทุกภาคส่วนจึงเริ่มตระหนักและต้องการที่จะช่วยลดปริมาณขยะในทะเล จนเกิดโครงการ &amp;ldquo;รักษ์ลันตา&amp;rdquo; ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการประชารัฐร่วมใจจัดการขยะทะเลในแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ลต.1 (เกาะรอก) จังหวัดกระบี่ จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 15 โดยความร่วมมือระหว่าง บี.กริม โรงแรมพิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการแรกเริ่มจากการปล่อยปลาการ์ตูนคืนกลับสู่ธรรมชาติ เพื่อปลูกจิตสำนึกให้คนในเกาะและชาวบ้านไม่ไปจับปลา สู่การบริหารจัดการขยะและการคัดแยกขยะโดยเริ่มนำร่องจากในโรงแรมพิมาลัยฯ ก่อน แล้วค่อยส่งวิทยากรไปอบรมให้เด็กๆ ใน 15 โรงเรียนทั้งชั้นประถมและมัธยมจากนั้นจึงขยายสู่ชุมชน เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้จักการคัดแยกขยะซึ่งเป็นวิธีบริหารจัดการขยะได้ดีที่สุด ทำให้ชุมชนบนเกาะลันตามีการบริหารขยะได้ดีขึ้น รวมทั้งการรณรงค์การงดใช้ถุงพลาสติกและนำขยะบางจำพวกมาใช้ใหม่ ตลอดจนการเก็บขยะบริเวณชายหาด เพราะปัญหาหลักใหญ่ๆ คือขยะจากเมืองมักจะหลุดรอดสู่ทะเลมากถึง 90% &amp;nbsp;ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ใต้ท้องทะเลเป็นอย่างมาก ทำให้แต่ละปีมีสัตว์ทะเลจำนวนมากที่ตายจากการกินขยะเหล่านี้ นอกจากนี้ ยังได้ทำโครงการเก็บขยะในทะเลซึ่งได้ผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยว และ นักประดาน้ำทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ มาช่วยเก็บขยะใต้ทะเลเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราปลูกจิตสำนึกให้ชาวบ้านตระหนักถึงเรื่องการคัดแยกขยะมาตลอด15 ปี แต่สิ่งที่ช่วยเรามากคือการน้ำขยะไปทำปุ๋ย จึงเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นทุกปี เช่น ปริมาณขยะในทะเลบริเวณอุทยานแห่งชาติเกาะ 5 ลดลงไปมาก และยังได้เร่งเก็บขยะก่อนเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยว ซึ่งมีการเปิดเกาะวันที่ 15 ตุลาคมนี้ เพื่อธรรมชาติที่สวยงาม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาไม่น้อยกว่า 5,000 คนต่อปี&amp;rdquo; นายอนุรัตกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นาย ฮาราลด์ ลิงค์ &amp;nbsp;ประธาน &amp;nbsp;บีกริม กล่าวว่า บี.กริม ให้ความสำคัญกับกิจกรรมต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหามลภาวะอันเนื่องมาจากขยะและของเหลือใช้จากภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคการเกษตร โดยยอมรับว่า ขณะนี้ปัญหาขยะทะเล เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยและของโลก โดยไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 6 ของประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลมากที่สุด และจากข้อมูลสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ชัดว่าส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติก ดังนั้น กิจกรรมเก็บขยะใต้ทะเลของเกาะลันตา รวมถึงการให้ความรู้กับนักเรียนและชุมชนถึงความสำคัญและความจำเป็นในการแยกขยะและการกำจัดขยะอย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน แซฟฟรอน คิดดี เจ้าของ Scubafish โรงเรียนสอนดำน้ำหนึ่งในอาสาสมัครพานักประดาน้ำนานาชาติมาช่วยเก็บขยะใต้ท้องทะเลย เล่าว่าการพิชิตขยะใต้ท้องทะเลยซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ และต้องใช้งบประมาณในการบริหารจัดการที่ยุ่งยาก นับเป็นความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ผู้เช่าเหมาเรือ และนักประดาน้ำเอกชนที่ส่งนักดำน้ำพร้อมอุปกรณ์มาช่วยเรื่องการเก็บขยะในแต่ละปี ปีหนึ่งมีสมาชิกนักดำน้ำราว 80-100 คนเข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ด้านนายอาสัน เสื้อชาติ กำนันตำบลเกาะลันตาใหญ่ เล่าถึงแนวทางการบริหารจัดการขยะบนบก เมื่อเก็บขยะบนเกาะลันตาใหญ่ เล่าถึงแนวทางการบริหารจัดการขยะบนบก เมื่อเก็บขยะบนเกาะแล้วต้องทำการคัดแยกให้เป็นหมวดหมู่ เช่น พลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ก็แยกแล้วนำไปขาย บางส่วนที่เป็นขยะเคมีหรืออื่นๆ ก็ต้องลำเลียงขึ้นฝั่งเพื่อการกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา มีการณรงค์ไม่ใช้พลาสติกบนเกาะและพยายามสอนเด็กๆ ให้นำกล่องนม พลาสติกมาทำกระเป๋าหรือของใช้อื่นๆ ซึ่งทำต่อเนื่องมาหลายปี และคาดหวังว่าปีนี้ทุกคนจะช่วยกันลดขยะให้ได้ 80% ทุกภาคส่วน และมีขยะเหลือเพียง 20% เท่านั้นที่จะต้องนำไปฝังกลบซึ่งมีพื้นที่ที่จำกันบนเกาะ&amp;rdquo; นายอาสันกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายกรรณเกษม มีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา กล่าวว่า กิจกรรมเก็บขยะในทะเลในปีแรกๆ มีปริมาณมากถึง 5 ตัน และทางอุทยานฯ รณรงค์ให้นักท่องเที่ยวไม่นำขนมขบเคี้ยว งดพลาสติก และให้น้ำแก้วน้ำมาใช้บนเกาะ หากนำขยะมาก็ให้นำกลับคืนสู่ฝั่งด้วย รวมถึงการปลูกฝังให้ชาวบ้านในชุมชนมีความรู้เรื่องการบริหารจัดการขยะโดยวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งปัญหาหลักของขยะบนอุทยานฯ คือขวดพลาสติก หลอดพลาสติก โฟม ไฟแช็ค แปรงสีฟัน ปละคอตตอนบัด และขยะที่พบในทะเลทั้งจากในประเทศไทยเอง และถูกพัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ศรีลังกา บังคลาเทศ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับผลการจัดกิจกรรมเก็บขยะทั้งบนบกและในทะเลในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 5 จุด คือ อ่าวมะขาม, อ่าวทะลุ, หาดแหลมสน, อ่าวม่านไทร และหาดศาลเจ้า สามารถเก็บขยะได้ 9 ประเภท ได้แก่ ขยะทั่วไป &amp;nbsp;1,030 กิโลกรม, ขยะอันตราย 35.26 กิโลกรัม, ขวดแก้ว 514 กิโลกรัม, โฟม 414 &amp;nbsp;กิโลกรัม, ทุ่น 34.6 กิโลกรัม, ขวดพลาสติก 830 กิโลกรัม, รองเท้า 131 กิโลกรัม, เชือก 945 กิโลกรัม และอุปกรณ์ประมง 7.9 กิโลกรัม รวมขยะทั้งหมดประมาณ 3,944 กิโลกรัม โดยปีนี้พบขยะที่เก็บได้ในทะเลมีปริมาณที่ลดลง นับเป็นความสำเร็จของการรณรงค์อย่างเมาก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48790</URL_LINK>
                <HASHTAG>คัดแยกขยะ, บีกริม, รักษ์ลันตา, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db17468c98fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
