<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2019 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2019 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วาฬบรูด้า2ตัวโผล่ข้างเรือทัวร์ท่องเที่ยวใกล้หมู่เกาะสุรินทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.62-ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายเลิศศักดิ์ ปนกลิ่น &amp;nbsp;ผู้จัดการบริษัท ว้าว อันดามัน ทัวร์ ว่า เมื่อเย็นวานนี้ ได้รับแจ้งจากไกด์ของบริษัทว่า ขณะที่เรือทัวร์ของบริษัทได้นำนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางกลับจากท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อ.คุระบุรี จ.พังงา ระหว่างนั่งเรือเดินทางกลับออกจากเกาะสุรินทร์ ประมาณ 8 ไมล์ทะเล ได้เจอวาฬบรูด้าขนาดใหญ่มีความยาวประมาณ 8 &amp;ndash; 10 เมตร จำนวน 2 ตัว ว่ายน้ำอยู่ใกล้เรือนักท่องเที่ยว ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นเต้น ตื่นตาและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็น ทางกัปตันเรือได้เบาเครื่องยนต์และปล่อยให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพความประทับใจ ประมาณ 10 นาที ก่อนที่ฝูงวาฬจะว่ายน้ำหายไป ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างนำกล้อง และโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ดู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กล่าวสว่า เปิดเผยว่า ขณะนี้พบว่าท้องทะเลอันดามันมีความสมบูรณ์ เนื่องจากในพื้นที่ได้มีการร่วมกันจัดการปัญหาขยะทะเลของทุกภาคส่วน ทำให้มีสัตว์ทะเลหายากเข้ามาหากินอยู่เสมอ ทางอุทยานฯขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยว เมื่อพบวาฬหรือสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ ไม่ควรให้อาหารโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้สัตว์ในธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและนิเวศวิทยา สร้างพฤติกรรมเรียนรู้ผิดๆ อาจได้รับอาหารที่มีการปนเปื้อนจนทำให้สัตว์เจ็บป่วยและไม่ควรจับหรือสัมผัส เพราะอาจมีการติดเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่สัตว์ได้ นอกจากนี้ทุกคนจะต้องไม่ทิ้งขยะลงทะเล เพราะสัตว์อาจกินเข้าไปจนเกิดอันตรายถึงชีวิตได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33687</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเลอันดามัน, วาฬบรูด้า, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190415/image_big_5cb4397d3a301.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2019 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2019 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมสิทธิฯลงพื้นที่หมู่เกาะสุรินทร์ เร่งแก้ปัญหาชาวมอแกนนับร้อยไร้บัตรประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์อีกนับร้อยยังไร้บัตรประชาชน กรรมการสิทธิฯ-จังหวัดพังงาจับมือเร่งแก้ไข หวั่นช่วงฤดูมรสุมหลังไฟไหม้ใหญ่ เงินทองสะสมถูกเผาหมด ระดมข้าวสารช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค.62 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 2 มีนาคมที่ผ่านมา นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)และคณะประกอบด้วย นายจำนง จิตรนิรัตน์ กรรมการแก้ไขปัญหาชาวเล นายไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท นายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเล ได้เดินทางลงพื้นที่ชุมชนมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา เพื่อติดตามกรณีไฟไหม้หมู่บ้านมอแกนเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการสร้างบ้านหลังใหม่แต่ยังไม่แล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนลงพื้นที่นางเตือนใจได้เข้าหารือกับนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา โดยนายศิริพัฒ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเร่งฟื้นฟูและเยียวยาชาวบ้านโดยเร่งสร้างบ้านหลังใหม่ซึ่งแข็งแรงมั่นคงกว่าบ้านหลังเดิม รวมทั้งดูแลเรื่องการศึกษาและสาธารณสุขโดยมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลทุกวัน ส่วนในเรื่องอาชีพก็ไม่น่าเป็นห่วงเพราะชาวมอแกนส่วนใหญ่ทำงานอยู่กับอุทยานฯอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การเพิ่มพื้นที่ให้ขยายไปที่อื่นทำไม่ได้ เพราะหากร้องขอให้ขยายไปเรื่อยๆจะทำอย่างไร พื้นที่นี้เป็นเขตอุทยานฯ ตอนนี้กำลังเดินหน้าช่วยเหลือในเรื่องสัญชาติสำหรับคนที่ยังไม่มีบัตรประชาชน เรากำลังตรวจสอบเอกสารหลักฐานกันอยู่ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือบริเวณนี้ติดกับน่านน้ำพม่า ทำให้มีชาวมอแกนข้ามกันไปมา เราต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไร&amp;rdquo;นายศิริพัฒ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คณะของนางเตือนใจได้ลงพื้นที่ชุมชนมอแกนที่ไฟไหม้โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ยังอาศัยอยู่ในเต็นท์ ขณะที่บางส่วนย้ายไปนอนใต้ถุนบ้านที่ยังสร้างไม่เสร็จซึ่งมีสาเหตุมาจากใบจากที่นำมาใช้มุงหลังคาขาดแคลนและกำลังสั่งซื้อจากนอกพื้นที่อย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กล่าวว่าการสร้างบ้านใกล้เสร็จโดยไม่น่าจะเกินสิ้นเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตามตอนนี้ข้าวของบริจาคที่ได้รับความช่วยเหลือในด้านอื่นๆมีมากเกินไปหรือไม่ เป็นเรื่องน่าพิจารณาเพราะมอแกนบางคนต้องใช้เต็นท์ 2 หลังในการเก็บข้าวของและทุกคนต่างก็มีอาชีพ ส่วนในช่วงฤดูมรสุมที่กำลังจะมาถึงก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงเพราะทุกคนต่างเตรียมอุปกรณ์หาปลาและสัตว์น้ำแบบง่ายๆ เช่น เบ็ด ฉมวงยิงปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเตือนใจ ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ว่า จุดประสงค์ในการเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามดูสถานการณ์หลังจากเกิดไฟไหม้หมู่บ้านซึ่งพบว่าไม่มีอะไรน่าเป็นกังวลเนื่องจากทุกฝ่ายได้ร่วมมือกันจนดำเนินการคืบหน้าไปได้มากโดยเฉพาะเรื่องการสร้างบ้าน และได้มีการแก้ไขแบบให้บ้านกว้างขวางขึ้นตามข้อเสนอของขบวนประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) และอาจมีการต่อเติมในอนาคตตามความจำเป็นของแต่ละครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเตือนใจ กล่าวว่าปัญหาหลักประการหนึ่งที่จำเป็นต้องเร่งแก้ไขคือเรื่องสถานะบุคคลเพราะมีชาวมอแกนประมาณ 80 คนยังไม่มีบัตรอะไรเลย นอกจากนี้ยังมีอีกกลุ่มใหญ่ราวกว่า 100 คนที่เป็นบัตรเลขศูนย์ ดังนั้นจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบประวัติ ถ้าเขาเกิดในประเทศไทยก็จำเป็นต้องหาหลักฐานและพยานมายืนยัน เช่น หมอตำแยที่ทำคลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับมอแกนบางกลุ่มเราจำเป็นต้องคุยกับระดับนโยบายในเรื่องของหลักการก่อน เพราะคนเหล่านี้เขาอยู่ตามเกาะต่างๆและเคลื่อนย้ายกันไปมาตามวิถีดั้งเดิม แต่เมื่อเกิดเส้นแบ่งแดนทีหลัง พวกเขาก็ยังเดินทางกันไปมาระหว่างเกาะเพื่อเยี่ยมเยียนกัน ทั้งจากเกาะที่อยู่ในประเทศไทยและเกาะที่อยู่ในพม่า ดังนั้นเราควรหารือกันว่าจะทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนในระดับนโยบายและพื้นที่&amp;rdquo;นางเตือนใจ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30660</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, จังหวัดพังงา, นางเตือนใจ ดีเทศน์, สถานะบุคคล, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, แก้ปัญหาชาวเล, ไฟไหม้บ้านชาวมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7f9e98c2d19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายชาวเลร้องชะลอสร้างบ้านใหม่ให้มอแกน เหตุคับแคบไม่สอดรับวิถีดั้งเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายชาวเลยื่นหนังสือชะลอสร้างบ้านหลังใหม่ให้มอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เหตุคับแคบ-เสนอขยายพื้นที่บนหาดเดิม-ปลัดทส.รับลูกนำเข้าที่ประชุม นักวิชาการแนะหน่วยราชการมุ่งช่วยชุมชนมากกว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.62 -&amp;nbsp;ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เครือข่ายชาวเลอันดามันนำโดยนายวิทวัส เทพสง ได้ยื่นหนังสือต่อนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวง ทส.ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเลและชาวกะเหรี่ยง เพื่อขอให้ชะลอการสร้างบ้านชาวเลชนเผ่ามอแกน หมู่เกาะสุรินทร์และขยายพื้นที่เพียงพอต่อการดำรงวิถีชีวิต โดยนายวิจารย์รับปากว่าจะรีบนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื้อหาในหนังสือที่ยื่นระบุว่าชาวมอแกนเกาะสุรินทร์ บุกเบิกตั้งถิ่นฐานมามากกว่า 150 ปี โดยหลังจากมีการแบ่งเส้นขอบแดนและแบ่งน่านน้ำของแต่ละประเทศ ทำให้ชาวเลมอแกนในอันดามันถูกจำกัดพื้นที่การไปมาหาสู่และออกหากิน ขาดสิทธิขั้นพื้นฐานทั้งๆที่ชาวเลมอแกนมีวิถีชีวิตหากินกับทะเลและชายฝั่ง พึ่งพาธรรมชาติ โดยอาศัยเครื่องมือจับปลาดั้งเดิมที่ไม่ทำลายล้างทรัพยากร เหตุการณ์ไฟไหม้หมู่บ้านมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ 61 หลังคาเรือน ทำให้มอแกนกว่า 70 ครอบครัว กว่า 273 คน ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าว ของ เครื่องใช้ เครื่องมือหากิน โดยเฉพาะเงินทองที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหนังสือระบุว่าหลังไฟไหม้แล้ว ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมาช่วยเหลือ เมื่อเริ่มตั้งหลักได้ก็ต้องเริ่มสร้างบ้าน กลับไม่มีทางเลือกให้สร้างบ้านได้เหมือนเก่า ทั้งๆที่มีการบริจาคมากพอที่จะสร้างบ้านมอแกนให้พออยู่เหมือนก่อนถูกไฟไหม้ เมื่อแบบบ้านออกมาก็มีคำถามว่าคน 12 คน จะอยู่ในบ้านขนาด 3X6.5 อย่างไร โดยข้อเสนอของชาวเลมีดังนี้ 1.ชะลอกระบวนการสร้างบ้านที่มีแบบบ้านคับแคบ ไม่พออยู่อาศัยสำหรับมอแกนบางหลัง ซึ่งเดิมอาศัยรวม 2-3 ครอบครัวในหลังใหญ่ 2.ให้นำเรื่องการสร้างบ้านของชุมชนมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เข้าสู่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ตาม มติ ครม.2 มิถุนายน 2553 เพื่อให้หน่วยงาน ชาวเล และทุกภาคส่วนในระดับที่พอจะตัดสินใจได้หารือเพื่อหามติ 3.ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯชาวเล เพื่อสนับสนุนการสร้างบ้านและยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเลชนเผ่ามอแกนเกาะสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางนฤมล อรุโณทัย นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ลงพื้นที่ชุมชนมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เมื่อวันที่ &amp;nbsp;9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กล่าวว่าขณะนี้ข้าวของบริจาคบางชนิดมากเกินความจำเป็น เช่น เสื้อผ้าที่วางกองไว้มากมาย ท้ายสุดเกรงว่าจะกลายเป็นขยะ เสื้อผ้าที่รับบริจาคเป็นเสื้อผ้าทั่วไป แต่หญิงชาวมอแกนส่วนใหญ่ใส่ผ้าถุงและเสื้อชั้นใน ส่วนผู้ชายมักจะใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่สำคัญคือการจัดกระบวนการสำหรับการแจกจ่ายข้าวของ ซึ่งควรให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม และมีบุคคลที่คอยประสานงานระหว่างภายนอกและภายใน เพื่อที่จะได้ตรวจสอบว่ามีอะไรที่ได้รับบริจาคครบแล้ว และยังมีสิ่งใดที่ขาดแคลนบ้าง จะได้รับบริจาคข้าวของเครื่องใช้ เครื่องมือที่ชาวมอแกนได้ใช้ประโยชน์จริงและมีความทนทานในการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จริงๆ แล้วการฟื้นฟูควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างชุมชนและการประสานงานร่วมกันทั้งหน่วยงานและชุมชน ไม่ควรเน้นเชิงกายภาพ หรือเน้นการปฎิบัติภารกิจของหน่วยราชการและหน่วยที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จอย่างรวบรัด เพราะจะเกิดการนำเอาเป้าหมายของหน่วยงานเป็นตัวตั้งแต่ละเลยการสร้างความเป็นชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ความเจริญที่เข้ามาภายหลังเหตุการณ์สึนามิทำให้ชาวมอแกนต่างคนต่างอยู่ &amp;nbsp;วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้ชุมชนหันมารวมตัวกันและเรียนรู้วิถีที่จะอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ได้ แต่เข้าใจว่าหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลืออาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิถีวัฒนธรรม จึงเข้าใจเพียงบางเสี้ยวและได้ข้อมูลไม่รอบด้าน อยากให้รับฟังมุมมองจากชุมชน ชวนชาวบ้านมาหารือ โดยเริ่มสร้างกลุ่มบนพื้นฐานระบบเครือญาติที่มีอยู่ ไม่ใช่แต่งตั้งผู้นำเดี่ยวหรือเรียกใครคนใดคนหนึ่งมาสอบถาม และควรจะให้เวลาชาวบ้านได้มีเวลาคิดร่วมกัน พูดคุยปรึกษาหารือกันเพื่อวางแผนอนาคต ซึ่งชุมชนบ้านน้ำเค็มเป็นตัวอย่างของการฟื้นฟูตนเองจากภัยพิบัติสึนามิ&amp;rdquo; นางนฤมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับชาวมอแกนนั้น เจ้าหน้าที่อุทยานฯเน้นให้สร้างบ้านในพื้นที่เดิมไปก่อน หากครอบครัวใดมีความจำเป็นก็ค่อยต่อเติมเอาภายหลัง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในผังแบบบ้านครั้งนี้มีพื้นที่โล่งสำหรับใช้ประโยชน์ร่วมกันของคนในชุมชนอยู่น้อย ขณะเดียวกันชาวมอแกนก็เสนอว่าควรขยับขยายพื้นที่ไปยังที่ดินอีกด้านหนึ่งของโรงเรียน ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งจะทำให้ลดความแออัดของชุมชนได้มาก และจะมีแนวกันไฟเพื่อป้องกันอุบัติเหตุอัคคีภัยในอนาคตได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวเลหมู่เกาะสุรินทร์, สร้างบ้านใหม่ให้ชาวมอแกน, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, เครือข่ายชาวเล, เครือข่ายชาวเลอันดามัน, ไฟไหม้ชาวเลมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c613acf4bcc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 20:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 20:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง! ของบริจาคชาวมอแกนล้นเกาะ แต่ยังไม่ได้แจกเหตุอำเภอไม่ส่งจนท.มาจัดการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.62 - ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ชุมชนมอแกนที่อ่าวบอนในหมู่เกาะสุรินทร์ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ภายหลังจากถูกไฟไหม้เผาบ้านเรือนกว่า 60 หลัง ตั้งแต่คืนวันที่ 3&amp;nbsp;กุมภาพันธ์&amp;nbsp;ขณะนี้ชาวมอแกนยังคงอาศัยอยู่ในเต็นท์และอาคารเรียน ขณะที่ข้าวของบริจาคยังคงทยอยมาจนเกือบเต็มอาคาร&amp;nbsp;ส่วนใหญ่ยังไม่ได้แจกให้ชาวบ้านเนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดพังงามอบหมายให้ทางอำเภอเป็นผู้ดำเนินการ แต่ผ่านไปแล้ว 3 วันทางอำเภอก็ยังไม่ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ชาวเลถึงกระบวนการที่ล่าช้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ชาวมอแกนหลายรายยังคงขุดคุ้ยเถ้าถ่านบนพื้นดินซึ่งเคยเป็นบ้านเนื่องจากมีความหวังว่าจะเจอทองและทรัพย์สินมีค่าบางอย่างที่เก็บซ่อนเอาไว้และสูญหายไปในกองเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาปักหลักและวัดพื้นที่เพื่อสร้างบ้านหลังใหม่ ซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านหลายคนต่างบอกว่าไม่รู้ว่าแบบบ้านหลังใหม่จะออกมาอย่างไรเพราะไม่เคยมีการสอบถามพวกตน ทำให้รู้สึกกังวลเพราะกลัวว่าจะขัดกับวิถีชีวิตของชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเงย กล้าทะเล ผู้ประสานงานชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ ซึ่งยังคงคุ้ยหาทรัพสินย์กล่าวว่า รู้สึกเสียดายทอง 1 บาทที่เก็บเงินสะสมซื้อมาได้ นอกจากนี้ยังมีเงินสดอีก 3 หมื่นบาทที่ถูกไฟไหม้ รวมแล้วทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้ไปเกือบ 2 แสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมใช้เวลานานกว่าจะเก็บเงินและทองได้เท่านี้ ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเก็บได้เท่านี้อีกหรือไม่ ชาวบ้านบางคนสูญเงินและทองมากกว่าผมอีก เราไม่รู้เลยเรื่องความช่วยเหลือจะเป็นอย่างไร&amp;rdquo;นายเงย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเงย กล่าวว่าในเรื่องของการสร้างบ้านใหม่นั้นยังไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไร เพราะไม่เคยมีใครเรียกชาวมอแกนไปสอบถาม แต่โดยส่วนตัวแค่เขาสร้างใหม่ก็ดีใจแล้ว หากเป็นไปได้ก็อยากได้แบบเดิมคือ บ้านไม้มุงหลังคาจาก แต่อยากให้ขยายพื้นที่ปลูกสร้างออกไปอีกเพราะเดิมแออัดมากโดยบางหลังอยู่กันนับสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากได้บ้านไม้ที่คงทนกว่าเดิม ควรปลูกห่างกันหน่อย และหน้าจั่วต้องทะแยงกัน เราเขื่อว่าถ้ากันหน้าตรงกันจะทำให้เจ็บป่วย ที่สำคัญหากเกิดไฟไหม้จะได้ไม่เหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้ควรสร้างเป็นสองหย่อมบ้าน&amp;rdquo;นายเงย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางหมี่เซียะ กล้าทะเล ผู้นำทางจิตวิญญาณ วัย 73 ปี กล่าวว่ารู้สึกเสียดายบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านที่ถูกเผาไปในกองไฟเพราะกลัวว่าเวลาเดินทางไปข้างนอกจะถูกจับ ทั้งนี้ภายหลังจากเกิดไฟไหม้ได้มีญาติพี่น้องจากเกาะต่างๆมาเยี่ยมให้กำลังใจและมีข้าวของมาฝาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าเขามาถามก็จะบอกว่าอยากได้บ้านคล้ายๆแบบเดิม ที่สำคัญคือต้องอยู่ติดทะเล แต่ผ่านมาแล้ว 3 วันยังไม่เห็นมีใครถาม เราได้แต่ยืนมอง&amp;rdquo;นางหมี่เซียะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่เฒ่าชาวมอแกนกล่าวว่า รู้สึกเป็นห่วงลูกหลานเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะอยู่กันอย่างไร สำหรับตนนั้นคงอยู่อีกไม่นาน ที่ผ่านมามีคนชวนไปอยู่บนฝั่งที่เกาะพระทอง แต่เคยไปอยู่แล้วร้อนเพราะไม่ติดทะเลในที่สุดจึงกลับมาอยู่บนเกาะสุรินทร์เช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฉันเกิดที่นี่ พ่อแม่ก็ตายที่นี่ ฉันถึงไม่อยากไปไหน แต่ละปีก็ทำพิธีหล่อโบงให้ลูกหลานได้ขอขมาผี แม้จะขาดเครื่องเซ่นบางอย่างไปบ้าง เช่น เต่า แต่เราก็ใช้ไก่แทน ฉันหวังว่าพวกเราจะได้อยู่เย็นเป็นสุข ไม่คิดว่าจะเกิดไฟไหม้ใหญ่ขนาดนี้&amp;rdquo;นางหมี่เซียะ กลาาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์กล่าวว่า ในวันที่ 8 ก.พ. ทหาร 30 นายจะมาลงพื้นที่เพื่อเตรียมสร้างบ้าน โดยพื้นที่ชุมชนจะไม่มีการขยายคือเนื้อที่ประมาณ 6.16 ไร่ เท่าเดิมโดยแบ่งบ้านออกเป็นหย่อมๆละ 20 หลังและเว้นระยะห่างระหว่างบ้านให้มากกว่าเดิม ส่วนแบบบ้านนั้นคงคล้ายของเดิมคือเป็นไม้และหลังคามุงจาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวบ้านบ่นว่าชุมชนค่อนข้างแออัดสามารถขยายพื้นที่ไปยังหาดอื่นที่ชาวเลเคยอยู่ได้หรือไม่ นายพุทธพจน์กล่าวว่า คงไม่ขยายไปที่หาดอื่นเพราะต้องการควบคุมดูแลในวิถีชีวิตโดยต้องคำนึงถึงสภาพสิ่งแวดล้อมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทุกวันนี้ชาวมอแกนมีรายได้ที่พออยู่ได้ ชาวบ้าน 50 คนทำงานรับจ้างอยู่กับอุทยานฯ ข้าวเช้า ข้าวกลางวันก็กินอยู่กับเรา อาหารเหลือก็ขนกลับบ้านได้ พวกผู้ชายก็ไปเป็นลูกจ้างบริษัททัวร์ ส่วนพวกคนเฒ่าคนแก่ที่อยู่บ้านก็ทำของที่ระลึกขายนักท่องเที่ยว&amp;rdquo;หัวหน้าอุทยานฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงข้าวของบริจาคที่ยังไม่ได้แจกกองไว้จนแทบล้นอาคาร นายพุทธพจน์กล่าวว่า ทางจังหวัดได้มอบให้อำเภอเป็นผู้รับผิเชอบ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ส่งทีมมาแต่ทราบว่าจะมาในวันที่ 7 ก.พ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ข้าวของบริจาคมากมายจนเชื่อว่าชาวบ้านกินใช้ไม่หมดในเวลาอันรวดเร็ว ผมอยากบอกผู้ที่ต้องการบริจาคว่าขอให้ชะลอการบริจาคไว้ก่อนได้หรือไม่ พอหมดฤดูกาลท่องเที่ยวในเดือนเมษายน ซึ่งชาวบ้านจะไม่มีรายได้ค่อยบริจาค ถึงเวลานั้นเราจัดระบบและตรวจสอบเรียบร้อยก็จะได้รู้ด้วยว่าชาวบ้านเขายังขาดแคลนอะไร&amp;rdquo;นายพุทธพจน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28491</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ชาวมอแกน, ช่วยเหลือชาวมอแกน, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, ไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5ad890ef14b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28469</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2019 15:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2019 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯพังงา นำทีมบูรณาการเร่งสร้างบ้านใหม่ชาวมอแกนให้เสร็จภายใน 60 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.62 - ที่ศาลาการเรียนรู้หมู่บ้านชาวมอแกน เกาะสุรินทร์ใต้ ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา พร้อมด้วย พล.ต.มโนช จันทร์คีรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 พล.ต.ต.วิมล พิทักษ์บูรพา ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดพังงา ผู้แทนฐานทัพเรือพังงา ร่วมประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยา ชาวเลมอแกน ที่ประสบเหตุอัคคีภัยเมื่อคืนวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้มีบ้านเรือนถูกเพลิงไหม้ 61 หลัง จากจำนวนทั้งหมด 81 หลัง ที่ทำการสาธารณสุขชุมชน 1 หลัง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต มีผู้ประสบภัย 237 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศิริพัฒ กล่าวว่า ได้สรุปการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนในเรื่องที่อยู่อาศัยเบื้องต้นนั้น ให้พักอาศัยอยู่ที่บริเวณโรงเรียน และในเต็นท์นอนของทางอุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ พร้อมเตรียมเข้าทำความสะอาดพื้นที่บ้านเรือนที่ถูกไฟไหม้ และจะมีการคัดแยกขยะที่ไม่สามารถทำลายได้ ให้ทางฐานทัพเรือพังงา ขนย้ายออกไปกำจัดให้ถูกวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการที่จะสร้างบ้านให้ใหม่นั้น หลังการเคลียร์พื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ทางอุทยานฯจะร่วมกับชาวมอแกนในการวางผังแนวเขตของบ้านแต่ละหลัง โดยได้ประมาณการไว้ที่หลังละ 50,000 บาท ซึ่งจะมีงบของจังหวัดหลังละ 33,000 บาท จำนวน 61 หลังคาเรือน รวมประมาณ 2,013,000 บาท ส่วนที่ขาดเหลือ ที่จะทำไฟฟ้าประปาและอื่นๆ ก็จะมีการขอกราบบังคมทูล ขอพระราชทานความช่วยเหลือผ่านศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสา อีกหลังละ 17,000บาท จำนวน 61 หลังคาเรือนเป็นเงินประมาณ 1,037,000 บาท โดยจะให้ทางอำเภออำเภอคุระบุรีมีการเบิกจ่ายเป็นค่าวัสดุในการสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งประสานงานกับฐานทัพเรือพังงาในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ก่อสร้าง และกำลังพล จะมีทหารจากมณฑลทหารบก 45 จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากกองอาสาสมัครรักษาดินแดน และจิตอาสา กำลังเจ้าหน้าที่ทหารทัพเรือภาคที่ 3 โดยจะมีการจัดเวรในการนำกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสร้างบ้านให้กับประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านมอแกน ซึ่งจะมีการบูรณาการทางจังหวัดอำเภอคุระบุรี อุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์ พร้อมกำหนดในการก่อสร้างภายใต้การอำนวยการของรองผู้ว่าฯพังงา ซึ่งได้กำหนดระยะเวลาก่อสร้างภายใน 60 วัน คาดว่าประมาณต้นเดือนเมษายน 2562 ต้องแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จะมีการขอพระราชทานเต็นท์จำนวน 200 เต้น ซึ่งเป็นเต็นท์นอนได้ 2 คนและที่นอนจำนวน 400 ชุด หมอน 400 ใบ ผ้าห่ม 400 ผืน เพื่อให้บริการประชาชนและให้เจ้าหน้าที่ที่มาช่วยเหลือส่วนหนึ่งและสำรองไว้เผื่อชำรุดอีกส่วนหนึ่ง ส่วนของการช่วยเหลือในการประกอบอาชีพต่างๆ เครื่องยนต์เรือและการเรียนการสอนของเด็ก จะมีการสรุปสิ่งของที่ต้องการและเป็นตัวเงินที่แน่นอน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนและขอพระราชทานความช่วยเหลือต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องของอาหารการกินใน 2 วันที่ผ่านมา ทางฐานทัพเรือภาคที่ 3 ฐานทัพเรือพังงา ได้สนับสนุนส่วนของกองทัพและกำลังพลมาช่วยดำเนินการแล้ว ทางอุทยานฯหมู่เกาะสุรินทร์รับผิดชอบโรงครัวพระราชทาน ซึ่งเมนูอาหารในแต่ละวันจะติดชื่อเมนูอาหารให้อย่างชัดเจนทุกมื้อ ส่วนอาหารแห้งที่ได้รับบริจาคจะให้ทางอำเภอบริหารจัดการในการแยกสัดส่วน เรื่องของกิน เสื้อผ้านุ่งห่ม น้ำดื่ม ยารักษาโรค ที่ได้รับบริจาคจะมีการแจกเมื่อไหร่ก็จะต้องวางแผนกันต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28469</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ชาวมอแกน, ชาวเลหมู่เกาะสุรินทร์, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, ไฟไหม้ชาวเลมอแกน, ไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190206/image_big_5c5a9aa05a524.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 20:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 20:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการหวั่นของบริจาคกลายเป็นขยะล้นเกาะ แนะฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลไม่ควรอยู่แออัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.62 -&amp;nbsp;นางนฤมล อรุโณทัย นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หมู่บ้านชาวมอแกนเกาะสุรินทร์ไฟไหม้กว่า 60 หลังคาเรือนว่า ควรใช้วิกฤตที่เกิดขึ้นให้เป็นโอกาสโดยหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องและชุมชนควรร่วมกันหารือเพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่พิเศษที่อยู่ในความดูแลของอุทยานฯ เช่น ตัวแทนของบริษัทนำเที่ยว เพราะจริงๆแล้วก็มีปัญหาเช่นกัน อย่างกรณีการนำเรือสปีทโบทมาจอดริมชายหาดซึ่งทำให้เกิดหลุม หรือกรณีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ขึ้นไปเที่ยวแล้วไม่เคารพวิถีวัฒนธรรมของชาวเล เราควรใช้โอกาสนี้หารือกันให้ครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ควรรีบๆสร้างบ้านแล้วก็จบๆไป ควรช่วยกันฟื้นฟูวิถีชุมชนของพวกเขา อย่างกรณีปัญหาเฉพาะหน้าที่ช่วยเหลือก็เช่นกัน ควรมีวิธีบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมที่ดีเหมือนกับตอนที่หมู่บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า ทำคือให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ใช่ให้พวกเขาเป็นเพียงผู้ที่รอรับความช่วยเหลือ ยิ่งตอนนี้บ้านไฟไหม้หมด ก็ควรเปิดโอกาสให้เขาได้ร่วมหารือพูดคุยว่าปัญหาเฉพาะหน้าคืออะไร และอนาคตชุมชนเขาอยากเห็นอะไร&amp;rdquo;นางนฤมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม กล่าวว่าก่อนเกิดไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกนอยู่กันค่อนข้างแออัดและอยู่ปะปนกันหมด แต่ในอดีตวิถีของพวกเขาอยู่กระจัดกระจายกันตามอ่าวต่างๆเป็นหย่อมๆตามเครือญาติ แต่หลังสึนามิชาวบ้านทั้งหมดถูกให้มาอยู่รวมกัน ดังนั้นในอนาคตหากมีการสร้างชุมชนขึ้นมาใหม่อาจต้องสร้างแนวกันไฟหรือเว้นระยะห่างระหว่างบ้านให้มากขึ้น ไม่ใช่อยู่ติดกันอย่างแออัดพอเกิดไฟไหม้ก็เลยถูกเผาไปด้วยกันหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ที่อยากเห็นคือ ควรมีผู้ประสานงานระหว่างชุมชนมอแกนกับความช่วยเหลือภายนอกที่จะเข้าไป ไม่ควรกระหน่ำกันส่งข้าวของเข้าไปโดยที่ไม่รู้ถึงความต้องการ เพราะยิ่งจะทำให้เกิดปัญหามากขึ้น เช่น ส่งผ้าอ้อมเด็กอ่อน เพราะเด็กๆที่นั่นไม่ใช้ก็จะกลายเป็นขยะ หรือส่งน้ำเปล่าใส่ขวดพลาสติกกันเข้าไปจำนวนมากทำให้ขวดเป็นปัญหา เช่นเดียวกับการส่งอาหารใส่กล่องโฟมเข้าไป ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ควรสร้างความเข้าใจกันตั้งแต่ต้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปตามแก้ไขปัญหาภายหลัง ดังนั้นคนที่ช่วยประสานงานจะช่วยเหลือได้มาก&amp;rdquo;นางนฤมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวว่า เดิมทีชาวเลบนเกาะสุรินทร์มีวิถีที่เดินทางทางเรือบ่อย แต่เมื่อถึงฤดูมรสุมก็มาปักหลักตามอ่าวๆต่างๆประมาณ 10 แห่งเป็นหย่อมๆ 5-10 หลัง เมื่อมีการจัดตั้งอุทยานฯในตอนแรกอนุญาตให้ชาวบ้านอยู่ 2 พื้นที่คืออ่าวบอนเล็กและอ่าวไทรเอน แต่ตอนหลังได้ย้ายมาในพื้นที่ปัจจุบันที่เกิดไฟไหม้ ซึ่งเข้าใจว่าอุทยานฯคงไม่ต้องการให้ชาวเลอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางจุรี หาญทะเล ชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ วัย 52 ปีกล่าวว่า ตนอยู่มาตั้งแต่เด็กโดยติดตามพ่อแม่ล่องเรือกาบางไปตามเกาะต่างๆ ทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า ซึ่งสมัยก่อนไม่ได้ห้ามเพราะเรื่องข้ามเขตแดน จนกระทั่งตอนหลังมาปักหลักอยู่ในอ่าวในหมู่เกาะสุรินทร์ และถูกย้ายให้มาอยู่รวมกันในหมู่บ้านที่ถูกไฟไหม้ซึ่งค่อนข้างแออัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนไฟไหม้ฉันอยู่บนฝั่ง แต่ลูกอยู่บนเกาะ ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างไม่รู้ ทุกคนต่างเป็นห่วง ยังดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต หากเขาสร้างบ้านให้ใหม่ ฉันอยากให้ขยายออกไปด้วย เมื่อก่อนเราเคยอยู่ที่อ่าวบอนเล็ก แต่ตอนหลังเขาไม่ให้อยู่และย้ายเรามาที่นี่ จริงๆแล้วถ้าให้เลือกระหว่างอยู่บนฝั่งกับอยู่บนเกาะสุรินทร์ ฉันก็อยากอยู่เกาะเพราะเงียบดี และไม่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายอะไร&amp;rdquo;นางจุรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท&amp;nbsp;กล่าวว่า ที่น่าหวั่นเกรงคือกระแสช่วยเหลือถั่งโถมเข้าไปและกลายเป็นปัญหาคือทำให้เกาะกลายเป็นที่ทิ้งขยะ นอกจากนี้ชาวมอแกนเกาะสุรินทร์มีปัญหาเรื่องบัตรประชาชน ดังนั้นอาจมีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่อยู่อาศัย ซึ่งตอนนี้จังหวัดพังงาได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และมีข้าวของบริจาคหลั่งไหลลงทุกทาง ดังนั้นควรชะลอการขนลงเกาะไว้ก่อนเพราะแค่บริจาครอบแรกก็เต็มหมดแล้ว ตอนนี้ควรหันมาเร่งจัดระบบบริหารจัดการ และการวางแผนฟื้นฟูระยะยาว เช่น การสร้างบ้าน เพื่อจัดกระบวนการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อาจมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งบประมาณของราชการ เพราะชาวบ้านจำนวนหนึ่งไม่มีบัตรประชาชน ดังนั้นผู้บริจาคควรช่วยเหลือเรื่องการสร้างบ้าน หรือหากต้องการบริจาคข้าวของก็ควรเช็คความต้องการที่แท้จริงก่อนแล้วค่อยซื้อ แต่ถ้าบริจาคเป็นเงินจะคล่องตัวกว่า ส่วนการสร้างบ้านจากการสอบถามความต้องการของชาวบ้าน เขาต้องการปรับผังชุมชนให้เป็นไปตามเครือญาติและเว้นระยะตามความต้องการของชาวบ้าน&amp;rdquo;นายไมตรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลา 19.30 น.ได้เกิดเหตุไฟไหม้ในหมู่บ้านชาวมอแกน บริเวณอ่าวบอน หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา จนทำให้มีบ้านเรือนถูกเผาไปกว่า 60 หลัง ซึ่งคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการสตาร์ทเครื่องยนต์เรือและเกิดระเบิดไฟลุกไหม้ ซึ่งต่อมานายศิริพัฒ พัฒนกุล ผู้ว่าราชการพังงาและคณะได้ลงพื้นที่ทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28320</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพังงา, ชาวเลหมู่เกาะสุรินทร์, วิถีชุมชนชาวเล, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, ไฟไหม้ชาวเลมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190204/image_big_5c58354f8ea53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พังงา-ประกาศปิดชั่วคราวเกาะสิมิลัน-สุรินทร์ ในวันที่ 6 ม.ค.อีก 1 วัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค.2562 &amp;nbsp;เมื่อช่วงค่ำของวานนี้ &amp;nbsp;นายรวมสิน มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เปิดเผยว่า ด้วยทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่องพายุโซนร้อน &amp;ldquo;ปาบึก&amp;rdquo;ที่ลดกำลังกลายเป็นดีเปรสชั่นพัดผ่านจังหวัดพังงาลงสู่ทะเลอันดามันที่อำเภอท้ายเหมือง และกลายเป็นหย่อมอากาศต่ำในมหาสมุทรอินเดีย ขณะนี้พบว่าบริเวณอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา ก็มีคลื่นลมค่อนข้างแรง ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ได้พิจารณาแล้วว่าเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จึงขอปิดการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เป็นการชั่วคราวต่ออีก 1 วัน ในวันที่ 6 มกราคม 2562 &amp;nbsp;โดยได้ประกาศห้ามบริษัททัวร์นำเที่ยวต่างๆรวมทั้งเรือท่องเที่ยวลงทะเลอย่างเด็ดขาดจนกว่าสภาพอากาศจะดีขึ้น เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายพุธทพจน์ คูประสิทธิ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์อำเภอคุระบุรีจังหวัดพังงา กล่าวว่า เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์จึงแจ้งปิดการท่องเที่ยว ทางทะเลเป็นการชั่วคราวเพิ่มอีก 1 วัน ในวันที่ 6 มกราคม 2562 และหากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา เปิดเผยว่า กรมอุตินิยมวิทยาได้ออกประกาศสถานการณ์พายุดีเปรสชั่น ปาบึก(PABUK) บริเวณทะเลอันดามัน ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมอากาศต่ำ และมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอีก จนสลายตัวไปตามลำดับ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพังงา พิจารณาสถานการณ์ได้กลับสู่ปกติแล้ว จึงขอประกาศยกเลิกการห้ามเรือทุกชนิดออกจากชายฝั่งทุกอำเภอที่ติดทะเลอันดามัน ตั้งแต่เวลา 01.00 น.วันที่ 6 มกราคม 2562 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25840</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดชั่วคราว 1 วัน, พายุโซนร้อน “ปาบึก”, หมู่เกาะสิมิลัน, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190106/image_big_5c315886adf0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
