<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116205</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งปิดเกาะพีพีหลังพบผู้ติดเชื้อโควิด โวยอุทยานฯประกาศรื้อ &#039;ขนำชาวเล&#039; ผิดข้อตกลง &#039;วราวุธ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สั่งปิดเกาะพีพีหลังพบมีผู้ติดโควิด เครือข่ายชาวเลโวยอุทยานฯซ้ำเติมชาวบ้านยามวิกฤตออกประกาศไล่รื้อ &amp;ldquo;บาฆัด&amp;rdquo;ของชาวอูรักลาโว้ย ชี้ผิดข้อตกลงทำไว้กับ &amp;ldquo;ลูกท๊อป&amp;rdquo;วราวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - นายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้มีประกาศให้ชาวเลอูรักลาโว้ยเร่งรื้อถอน &amp;quot;บาฆัด&amp;quot; (ทับหรือที่พักระหว่างการออกเรือ) ออกจากพื้นที่ชายฝั่งของเกาะพีพีภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 โดยระบุว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำเขตอุทยานฯฯ แต่ชาวบ้านยืนยันว่าบาฆัดที่ตั้งอยู่บริเวณชายหาดเป็นที่พักของชาวเลมาตั้งแต่บรรพบุรุษก่อนประกาศเขตอุทยานฯ โดยใช้เป็นจุดจอดเรือ ที่เก็บอุปกรณ์ประมง และจุดหลบลมมรสุมซึ่งเลือกทำเลสร้างบาฆัดใกล้แหล่งหาปลา &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่ทางจิตวิญญาณ(หลาโต๊ะ) อยู่ในเส้นทางเดินเรือของชาวเลอันดามันที่ใช้ประโยชน์ตามวิถีมานับพันปี ชาวบ้านจึงไม่ยินยอมให้มีการรื้อถอนบาฆัด ตอนนี้จึงช่วยกันเฝ้าระวังไม่ให้เจ้าหน้าที่แอบเข้ามารื้อถอน เพื่อหวังให้มีการผ่อนปรนและเจรจาหาทางออกร่วมกัน และได้มีการยื่นส่งหนังสือคัดค้านประกาศฉบับดังกล่าวต่อสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในอดีตชาวเลมีเส้นทางหากินเชื่อมโยงเกาะแก่งต่างๆ ทั้งอันดามันมานับพันปี จึงไม่ใช่การบุกรุกอุทยานอย่างแน่นอน ที่เกาะพีพีมีบาฆัดอยู่ 4 แห่ง คือ อ่าวโล๊ะลาน่า อ่าวโล๊ะมุดีใกล้หาดแหลมตง อ่าวลันตี และอ่าวปากหนาม ก็เหมือนเป็นเถียงนา หรือกระท่อมชาวเลที่ใช้เป็นที่พักยามออกหาปลาหมุนเวียนไปเพื่อหลบมรสุม เป็นที่ซ่อมลอบดักปลา ทำอวน และมีบ่อน้ำจืดให้ชาวเลที่เดินเรือแวะเติมน้ำได้ สมัยก่อนที่จะมีอุทยาน ชาวเลออกเรือจากเกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ มาจากตรัง จากภูเก็ตมาหาปลาแถวนี้ก็ต้องมาพักที่นี่&amp;quot; นายวิทวัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทวัส กล่าวอีกว่า ประกาศของทางอุทยานฯ ฉบับนี้ขัดต่อข้อตกลง 3 ฝ่าย ระหว่าง เครือข่ายชาวเล อุทยานฯ และดร.ธนพร ศรียากูล ที่ปรึกษาประจำสำนักงานเร่งรัดนโยบายของนายกรัฐมนตรี ตามผลการประชุมวันที่ 30 มีนาคม 2563 ที่ให้มีการร่วมสำรวจ 14 พื้นที่นำร่องที่มีพื้นที่บาฆัดรวมอยู่ด้วย เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน รวมทั้งขัดต่อบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ(MOU) ที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามร่วมกับภาคีเครือข่าย เมื่อ 28 พฤศจิกายน 2563 เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาชาวเล นอกจากนี้ยังขัดต่อรัฐธรรมนูญ ม.70 ที่รัฐต้องให้ความคุ้มครองวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ &amp;nbsp;ชาวบ้านจึงต้องการให้อุทยานฯ ยกเลิกประกาศ แล้วเดินหน้าพิสูจน์สิทธิร่วมกันตามข้อตกลงที่ให้ไว้กับชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวบ้านต้องการให้ชะลอคำสั่งรื้อถอนออกไป แล้วให้กรมอุทยานเร่งสำรวจพื้นที่นำร่องตามข้อตกลงกับชาวเลให้เสร็จก่อน ยิ่งช่วงโควิดนี้ การหาปลาเป็นช่องทางหากินที่เหลือเพียงอย่างเดียวของชาวเล จึงไม่อยากให้อุทยานทำการซ้ำเติมชาวบ้านในวิกฤตตอนนี้ และอุทยานอยู่มานานแต่ไม่เคยสำรวจกันเขตให้คนดั้งเดิม ชาวเลได้รับพระราชทานนามสกุล พระราชทานให้สิทธิที่ดินก่อนมีอุทยาน แต่ปัจจุบันที่ดินพระราชทานเหลือเพียง 2 ไร่ แต่กลับไปให้สิทธิเอกชนมาทำการท่องเที่ยวไปทั่วทั้งอันดามัน อะไรคือความเป็นธรรมสำหรับชาวบ้าน&amp;quot; นายวิทวัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางสาวพรสุดา ประมงกิจ ชาวเลชุมชนหาดแหลมตง เกาะพีพี จ.กระบี่ กล่าวว่า ในอดีตบนเกาะพีพีชาวเลจะตั้งบ้านอาศัยอยู่ใกล้อ่าวหรือชายหาดหลายจุดของเกาะ และมีการสร้างบาฆัดไว้ใกล้แหล่งหาปลา แต่นับตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา กระแสการท่องเที่ยวบีบให้ชาวบ้านถูกขับไล่จากชุมชนตนเอง จนปัจจุบันต้องมาแออัดอยู่ในพื้นที่ 2 ไร่ ที่หาดแหลมตง จึงเหลือชุมชนชาวเลเพียงแห่งเดียวบนเกาะพีพี ซึ่งเป็นทั้งหมู่บ้านและหน้าหาดใช้เป็นที่จอดเรือ และยังถูกบีบจากนายทุนและอุทยานฯ จนชาวเลแทบจะไม่มีที่ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวเลบนพีพีเหลือชุมชนเดียวที่แหลมตง จากเมื่อก่อนเราจะกระจายกันอยู่ตามหาดหรืออ่าวทั่วเกาะ พอการท่องเที่ยวเข้ามา พี่น้องกระจัดกระจายไปอาศัยกับพี่น้องที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะภูเก็ต หรือเกาะจำ บาฆัดที่เหลือ 4 แห่งก็เป็นที่พักของพี่น้องชาวเลจากเกาะจำที่มาหากินจับปลาที่เกาะพีพี ส่วนชาวเลพีพีจะมีบาฆัดที่เกาะไผ่ จะหมุนเวียนไปตามมรสุม ตอนนี้แทบไม่เหลือพื้นที่ให้ชาวเลแล้ว มีแต่ของนายทุนกับอุทยาน&amp;quot; นางสาวพรสุดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกัน ฝ่ายปกครองท้องที่หมู่ 7 หมู่ 8 และองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ ได้ลงนามในคำสั่งงดเดินทางเข้า-ออกพื้นที่เกาะพีพี เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดส่งผลให้มีผู้ที่ได้รับเชื้อในพื้นที่เกาะพีพีจึงจำเป็นต้องงดการเดินางเข้า-ออกเกาะพีพีระหว่างวันที่ 11 -18 กันยายน 2564 แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านโครงการภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์สามารถเดินทางผ่านโดยเส้นทางเรือโดยสารของโครงการได้ แต่ในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวไทยและคนในพื้นที่เกาะพีพีขอความร่วมมืองดเดินทางเข้า-ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116205</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ชาวเลอันดามัน, ชาวเลอูรักลาโว้ย, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_613a0e3e01f5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2019 14:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2019 14:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮา!ฉลามหูดำกว่า 50 ตัว ว่ายน้ำที่เกาะไม้ไผ่หลังไม่เจอมานาน(มีคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.62- &amp;nbsp; คลิปจากอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ที่เจ้าหน้าที่ประจำเกาะไม้ไผ่ ที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะพีพี และหมู่เกาะปอดะ บันทึกภาพฉลามหูดำขณะที่กำลังว่ายน้ำหากินอยู่ใกล้ชายฝั่งจำนวนมากกว่า 50 ตัว โผล่ขึ้นมาให้เห็นครีบขณะว่ายน้ำได้อย่างชัดเจน ซึ่งสร้างความตื่นเต้นแก่เจ้าหน้าที่ประจำเกาะแห่งนี้ เนื่องจากไม่บ่อยนักที่จะเห็นฉลามหูดำที่เกาะดังกล่าว เพราะส่วนใหญ่ จะพบที่เกาะพีพี และหมู่เกาะปอดะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า วันนี้ประมาณช่วงเช้าฝูงฉลามหูดำประมาณ 50 ตัวได้มาแหวกว่ายหน้าบริเวณเกาะไม้ไผ่อย่างเป็นธรรมชาติในเขตอุทยานฯหาดนพรัตน์ธาราฯ ซึ่งแสดงให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ทางงทรัพยากรธรรมชาติ โดยที่เกาะแห่งนี้จะไม่พบบ่อยนักนานๆ จะเจอสักครั้งถือเป็นความสมบูณ์อย่างแม้จริง ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยววันนี้ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เป็นชาวยุโรปเดินทางมาท่องเที่ยว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;





&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48082</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบี่, ฉลามหูดำ, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191015/image_big_5da57af2c0d7e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 09:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ติดตั้งรูปปั้นพะยูนน้อยมาเรียมหน้าหาดนพรัตน์ฯสร้างจิตสำนึกหยุดทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ก.ย.62-เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 19ก.ย.ที่ผ่านมา นายธนพัฒน์ พัฒศรีเรือง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อ่าวนางแลนด์มาร์ค จำกัด ได้นำรูปปั้น พะยูนน้อย&amp;quot;มาเรียม&amp;rdquo;ขวัญใจคนไทยทั่วประเทศ นำมาติดตั้งไว้บริเวณโครงการอ่าวนางแลนด์มาร์ก หน้าหาดนพรัตน์ธารา ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ หลังจากที่ช่างปั้นได้ปั้นเสร็จ ภายใต้โครงการ &amp;quot;รักมาเรียม หยุดทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล&amp;rdquo; ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมรณรงค์ขึ้น ในวันที่ 20 ก.ย.นี้ โดยจะมีพิธีเปิดในเวลา 17.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนพัฒน์ กล่าวว่าว่า ความคิดในการปั้นหุ่นมาเรียม พะยูนน้อยกำพร้าขวัญใจคนไทยทั้งประเทศ หลังจากที่ได้เสียชีวิตลงอันเนื่องมาจากภาวะช็อคโดยพบมีถุงพลาสติกหลายชิ้นอุดตันลำไส้ จนทำให้ลำไส้อักเสบ ทาง บริษัท อ่าวนางแลนด์มาร์ค จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และสิ่งแวดล้อม โดยการรณรงค์งดใช้กล่องโฟม หยุดทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นางฟ้ามาเรียม พะยูนน้อย เป็นการจุดประกาย การจัดการอนุรักษ์ท้องทะเล สร้างความตระหนักในการลดและเลิกใช้วัสดุพลาสติก ไม่ทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล ประกอบกับลูกพะยูนมาเรียม ถูกเจอเกยตื้นที่ จ.กระบี่ จึงได้จัดโครงการ &amp;quot;รักมาเรียม หยุดทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล&amp;rdquo; โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกให้คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้ตระหนักถึงภัยจากขยะพลาสติก&amp;quot;นายธนพัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะที่นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หน.อช.หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ได้นำทุ่น ไปติดตั้งแนวเขตอนุรักษ์หญ้าทะเล บริเวณอ่าวทึง ต.หนองทะเล เพื่อเป็นการคุ้งครองสัตว์ทะเลหายาก และเป็นพื้นที่ที่พบพะยูนน้อยมาเรียม...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46195</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาเรียม-ลูกพะยูน, หยุดทิ้งขยะพลาสติกลงทะเล, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, อ่าวนางแลนด์มาร์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190920/image_big_5d8435c1714fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40409</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เศร้า!พบเต่าตนุตายติดอยู่ในไซดักปลาชาวประมงกระบี่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค.62- เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี &amp;nbsp;จังหวัดกระบี่ ใช้อุปกรณ์ Lift Bag &amp;nbsp;เป็นเครื่องมือเพื่อใช้ในการกู้ไซดักปลา โครงสร้างเป็น ตาข่ายเหล็ก &amp;nbsp;ขนาดความยาว กว่า 3 เมตร กว้าง 2 เมตร &amp;nbsp;ของชาวประมง ที่ลักลอบ วาง จับสัตว์ ไว้ ที่บริเวณ เกาะเสม็ด หมู่ 2 ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ &amp;nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่ ทำการกู้ขึ้นมาจากทะเล ภายพบซากเต่าตนุ ขนาด ใหญ่ ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ &amp;nbsp;เหลือแต่กระดอง อยู่ในไซ เตรียมส่งตรวจสอบอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปรัญญา พันธุ์ตาจิตร ครูสอนดำน้ำ ร้าน สคูบ้า เอ็กเพริส อ่าวนาง เปิดเผยว่า เมื่อสองวันที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจาก เพื่อนนักดำน้ำชาวต่างชาติว่าพบเต่าตายติดอยู่ในไซจับปลาที่บริเวณเกาะเสม็ด ตำบลหนองทะเล อำเภอเมืองกระบี่ จากนั้นจึงดำน้ำไปตรวจสอบพบเต่าตายอยู่ในไซจริง แต่ไม่สามารถนำขึ้นมาได้ จึงประสานแจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เข้าตรวจสอบพร้อมเก็บกู้ไซดังกล่าวขึ้นมา&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม ก่อนนี้มีนักดำน้ำชาวต่างชาตินำคลิปภาพโพสต์ลงในเฟซบุ๊กเต่าทะเลเสียชีวิตติดอยู่ในลอบดักปลาของชาวประมง &amp;nbsp;ตั้งอยู่บนเแนวปะการังใกล้เกาะเสม็ด &amp;nbsp;ก่อนนี้เจ้าตัวเคยไปแจ้งให้ทาง อุทยานฯ รื้อถอนเครื่องมือประมงดังกล่าวแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่มีการรื้อถอนออกไป จนมาพบซากเต่าติดอยู่ข้างใน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40409</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.กระบี่, ชาวประมง, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, เต่าตนุ, ไซดักปลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22b8c39c838.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2019 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2019 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเกาะพีพี&#039; ยันอยู่ก่อนประกาศเขตอุทยานฯ 3 ชั่วอายุคน หวังได้สิทธิ์ครอบครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านเกาะพีพี เฮ! กรมอุทยานฯนำร่องเปิดโอกาสให้แจ้งชื่อสำรวจการครอบครองที่ดิน หวังได้สิทธิ์ครอบครอง ทำประโยชน์ ตกทอดถึงลูกหลาน ไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ยันชาวบ้านอยู่ก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ 3 ชั่วอายุคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.62 -&amp;nbsp;ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ พพ.7 (เกาะพีพีดอน) อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ได้มีประชาชนอาศัยบนเกาะพีพี ได้ทยอยเดินทางเข้าแจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าหน้าที่ เพื่อร่วมสำรวจการครอบครองที่ดินตามประกาศของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. - 2 พ.ค.62 กันอย่างคึกคัก เนื่องจากที่ดินบนเกาะพีพี ร้อยละ 90 อยู่ในเขตอุทยานฯไม่สามารถขอออกเอกสารสิทธิ์และเข้าทำประโยชน์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจักรมงคล ระถะการ อายุ 58 ปี ชาวบ้านเกาะพีพี กล่าวว่า หลังจากที่ทางกรมอุทยานฯ ได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านที่ครอบครองที่ดินบนเกาะพีพี อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี แจ้งการครอบครองที่ดิน และสำรวจการครอบที่ดิน เพื่อป้องกันการบุกรุกป่าเพิ่ม ความเห็นส่วนตัวตนเห็นด้วย แต่อยากให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงรายละเอียดให้ชาวบ้านได้มั่นใจด้วยว่า หลังจากที่ชาวบ้านแจ้งชื่อและเดินสำรวจแล้ว จะมีการออกหนังสือรับรองให้ชาวบ้านถือครองที่ดินเข้าทำประโยชน์ได้โดยไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี และให้ที่ดินสามารถตกทอดไปถึงลูกหลานและที่ดินที่ชาวบ้านครอบครองอยู่ ปัจจุบันก็มีการถือครองมากว่า 3 ชั่วอายุคน ตนอยู่ในรุ่นที่ 3 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวรรณ ชำนินา อายุ 50 ปี ชาวบ้านเกาะพีพี อีกราย กล่าวว่า พื้นที่เกาะพีพีประมาณ 90 เปอร์เซนต์อยู่ในเขตอุทยานฯ โดยชาวบ้านอยู่มาก่อนการประกาศเป็นเขตอุทยานฯ แต่พบว่าที่ดินของชาวบ้านส่วนใหญ่ติดอยู่ในเขตอุทยานฯไม่สามารถขอออกเอกสารสิทธิ์และปลูกสิ่งก่อสร้างใดๆได้ แตกต่างกับของนายทุน แม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่เดียวกันแต่พบว่ามีการสร้างโรงแรมระดับ 5 ดาว ตนไม่แน่ใจว่ามีเอกสารสิทธิ์หรือไม่ อยากให้มีการตรวจสอบด้วยเพราะที่ดินเกาะพีพีเป็นที่ต้องการของนายทุน ราคาไร่ละหลายสิบล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายแสงสุรี ซองทอง ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ด้วยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชจะดำเนินการสำรวจการครอบครองที่ดินของราษฎรในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี ท้องที่อำเภอเมืองกระบี่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและบริหารจัดการพื้นที่ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในเขตป่าอนุรักษ์ จึงให้ราษฎรที่มีพื้นที่ทำกินหรือที่อยู่อาศัยภายในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา- หมู่เกาะพีพี ท้องที่หมู่ที่ 7 และ 8 ตำบลอ่าวนาง แจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมสำรวจการครอบครองที่ดิน ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.-2 พ.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากราษฎรรายใดไม่มาแจ้งและร่วมสำรวจการครอบครองที่ดินตามกำหนดนัดหมาย ให้ถือว่ามีเจตนาสละสิทธิ์การครอบครองที่ดิน และมิให้ผู้ใดนำมากล่าวอ้างเพื่อเข้าครอบครองที่ดินดังกล่าว หากมีเหตุจำเป็นไม่สามารถแจ้งด้วยตนเองได้ ให้มอบหมายบุคคลอื่นดำเนินการแทน โดยให้ผู้ใหญ่บ้านรับรองพร้อมแสดงเอกสารหลักฐานที่เชื่อถือได้ของราษฎรรายนั้น และแจ้งให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ทราบภายในระยะเวลาที่กำหนด นัดหมายตามประกาศนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผช.หน.อุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวด้วยว่า การสำรวจที่ดินบนเกาะพีพี เป็นพื้นที่นำร่อง การแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าในเขตอุทยานฯของจังหวัดกระบี่ โดยใช้ภาพถ่ายปี 2545 ตรวจสอบการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่เป็นหลัก และหลังจากที่สำรวจพื้นที่เกาะพีพีแล้วเสร็จ ก็จะมีการดำเนินการต่อไปในพื้นที่ ต.หนองทะเล และพื้นที่อื่นๆตามประกาศของกรมฯ ซึ่งจะไม่มีการยึดคืนพื้นที่แต่อย่างแน่นอนตามที่ราษฎรเป็นกังวล
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34701</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, จังหวัดกระบี่, สำรวจการครอบครองที่ดินในเขตอุทยาน, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, เกาะพีพี, แจ้งการครอบครองที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190429/image_big_5cc6a64d0e438.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 08:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 08:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนรักทะเลเฮลั่น! แนวปะการัง &#039;อ่าวมาหยา&#039; เริ่มฟื้นตัว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญทะเลไทย เปิดเผยถึงสภาพแวดล้อมบริเวณอ่าวมาหยา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ โดยโพสต์รูปภาพแนวปะการังที่กำลังเจริญเติบโตขึ้นมาหลังจากมีการปิดอ่าวมาหยาเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังและทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลที่กำลังทรุดโทรมอย่างหนักให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ผศ.ดร.ธรณ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวThon Thamrongnawasawat&amp;nbsp;ระบุว่า #คำสัญญาต่อมาหยา&amp;nbsp;หากย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน บอกว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้เป็นเรื่องจริง เราคงหัวเราะ&amp;nbsp;เป็นไปได้อย่างไรที่ในอ่าวมาหยาจะไม่มีเรือสักลำ&amp;nbsp;เป็นไปได้อย่างไรที่พวกเรากำลังลงน้ำไปปลูกปะการังที่อ่าวมาหยา&amp;nbsp;เพราะวันนั้น วันวาน ในอ่าวน้ำตื้นเต็มไปด้วยเรือวิ่งสับสน นับได้ครั้งละ 50-60 ลำ&amp;nbsp;บนหาดเต็มไปด้วยผู้คนนับพัน แม้แต่ที่ยืนยังแทบจะไม่มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันนี้ พวกเรากำลังนำปะการังจากแปลงเพาะชำมาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ&amp;nbsp;ปะการังพวกนี้เคยอยู่ที่เกาะยูง แต่โดนคลื่นลมพัดจนล้มคว่ำ&amp;nbsp;เราไปเก็บมาก่อนนำไปพักฟื้นไว้ที่แปลงลอยน้ำริมเกาะพีพีดอน&amp;nbsp;รอเวลาจนเธอฟื้นคืน ก่อนพาเธอมาที่อ่าวมาหยา&amp;nbsp;ปะการังแต่ละกิ่งถูกตัด แต่ไม่ต้องห่วง เธอไม่ตาย&amp;nbsp;ปะการังชิ้นหนึ่งมีตัวปะการังเล็กๆ นับร้อยนับพัน&amp;nbsp;เรานำเธอไปยึดติดกับก้อนปะการังตาย แปะไว้ด้วยกาวพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเธอจะเริ่มสร้างตัวเองอีกครั้ง สร้างหินปูนมายึดเกาะกิ่งไว้ด้วยตัวเอง&amp;nbsp;ตัวปะการังที่อยู่บนยอด จะโตขึ้นและโตขึ้น&amp;nbsp;โตเหมือนกับรุ่นพี่กิ่งอื่นๆ ที่เราเคยนำมาแปะไว้&amp;nbsp;เมื่อเดือนก่อน เดือนก่อน และเดือนก่อนๆ&amp;nbsp;ตัวเลข 365 ถูกเขียนไว้บนพื้นทราย ไม่ใช่เป็นการบอกใบ้อะไร แต่เป็นจำนวนปะการังที่เรานำลงไปในวันนี้&amp;nbsp;เป็นตัวเลขเท่ากับจำนวนวันในหนึ่งปี เป็นตัวเลขที่เราตั้งใจจะทำให้ได้และก็ได้ตามจำนวนนั้น&amp;nbsp;เมื่อรวมกับปะการังครั้งก่อนและครั้งก่อน เราปลูกปะการังไปแล้วเกือบ 2,000 กิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นั่นยังน้อยนิด เมื่อเทียบกับปะการังอีกหลายพันที่กำลังถือกำเนิดเกิดขึ้นใหม่&amp;nbsp;Life will find the way หากมีโอกาส ธรรมชาติย่อมมีหนทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปะการังที่เราช่วยกันปลูก เป็นเพียงช่วยสนับสนุนธรรมชาติ มิใช่สร้างธรรมชาติ&amp;nbsp;เราช่วยเธอ เพราะเธอเจ็บช้ำมากเกินไป ถูกย่ำยีนานเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเราเมื่อทำผิด เราก็ต้องขอโทษ&amp;nbsp;ปะการังที่ปลูกไปในวันนี้ เป็นเพียงคำขอโทษเพียงน้อยนิดที่มีให้เธอ&amp;nbsp;ขอโทษนะที่เราช่วยเธอสายไปมาก เราควรจะยืนหยัดให้เร็วกว่านี้&amp;nbsp;ขอโทษนะ ที่เราไม่กล้า เรามัวแต่กลัว มัวแต่คิดว่าเป็นไปไม่ได้&amp;nbsp;มันจึงสายถึงขนาดนี้ มันถึงต้องรอนานขนาดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ต่อจากนี้ เราสัญญา&amp;nbsp;เมื่อเรายืนแล้ว เราจะไม่ล้ม&amp;nbsp;มันจะไม่มีการถอยหลังอีกแล้ว !&amp;nbsp;จะไม่มีเรือท่องเที่ยวเข้ามาในอ่าวมาหยาอีกแล้ว&amp;nbsp;จะไม่มีทรายฟุ้งกระจายท่วมทับพื้นอีกต่อไป&amp;nbsp;พวกเธอจะได้เติบโตในน้ำใสๆ แห่งอ่าวมาหยา&amp;nbsp;เมื่อถึงตอนนั้น สรวงสวรรค์จะกลับคืนมา&amp;nbsp;ทะเลจะแสดงให้เห็นว่า ทำไมพีพีถึงเคยเป็นเกาะสวยที่สุด 1 ใน 5 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกไม่กี่นาทีจะเที่ยงคืน เป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการทำสัญญา&amp;nbsp;เธอจะไม่เพียงแค่ &amp;ldquo;เคยเป็น&amp;rdquo; แต่เธอจะ &amp;ldquo;ต้องเป็น&amp;rdquo;&amp;nbsp;นี่คือคำสัญญาของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสัญญาต่อมาหยา...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16468</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกระบี่, ทวงคืนทะเลไทย, ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี, อ่าวมาหยา, เกาะพีพี, แนวปะการัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b8744c188116.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2018 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2018 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> 21 ชาติพร้อมลงกระบี่สร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย&#039;ไทยแลนด์เบียนนาเล่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยครั้งที่ 4/2561 ได้หารือถึงการเตรียมความพร้อมจัดงานมหกรรมศิลปะนานาชาติระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทย&amp;nbsp;Thailand Biennale, Krabi&amp;nbsp;2018 ระหว่างวันที่ 2 พ.ย. 2561 - 28 ก.พ. 2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่ จ. กระบี่ ซึ่งจะมีศิลปินเข้าร่วมจัดแสดงผลงานกว่า 70 คน จาก 24 ประเทศทั่วโลก ล่าสุด สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) ได้รับการประสานงานจากกลุ่มศิลปิน 21 ประเทศว่าจะทยอยเดินทางมา จ.กระบี่ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่ จ.กระบี่ จำนวน 57 ชิ้น ภายในเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;อีกทั้งยังร่วมกับภาคเอกชนเตรียมพร้อมจัดพิธีเปิดงานในวันที่ 22 พ.ย. ที่หาดนพรัตน์ธารา มีการจัดริ้วขบวนที่ยิ่งใหญ่ตระการตา&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดถนนประติมากรรม ถนนศิลปะและถนนสายวัฒนธรรม โดยจะมีการจัดบูธให้ศิลปินท้องถิ่น และนักศึกษา มาจัดแสดงผลงาน รวมทั้งให้ประชาชนนำสินค้าทางวัฒนธรรมและสินค้าพื้นบ้านมาจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดถนนประติมากรรม ล่าสุด สศร. ได้คัดเลือกผลงานของศิลปินท้องถิ่นและนักศึกษาสถาบันอุดมศึกษาภาคใต้เพื่อนำมาติดตั้งจำนวน 8&amp;nbsp;&amp;nbsp;ชิ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;อาทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;ฉลามหัวขวด&amp;rdquo;ของศิลปินกลุ่มแก้มลิง&amp;nbsp;จ.กระบี่ ผลงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;พออยู่พอกิน&amp;rdquo;กลุ่มศิลปินตรัง จ.ตรัง ผลงาน&amp;ldquo;วิหคใต้ทะเลอันดามัน&amp;nbsp;Friendship Society&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ทักษิณ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ผลงาน&amp;nbsp;&amp;ldquo;โลมาสีน้ำเงิน&amp;rdquo;&amp;nbsp;คณะศิลปกรรมศาสตร์ ม.ราชภัฏสงขลา โดยจะทยอยนำติดตั้งจากบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติ จ.กระบี่ จนถึงสวนสุขภาพอ่าวลึกเฉลิมพระเกียรติในเดือน ก.ย.นี้&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังร่วมกับนักแบบและชุมชน 4 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และสงขลา ออกแบบลายผ้าบาติกชายแดนใต้ผสมความงดงามของผืนทรายฝั่งอันดามัน พร้อมถ่ายแบบประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.กระบี่ อาทิ&amp;nbsp;หาดนพรัตน์ธารา อ่าวนาง ท่าปอม คลอง2น้ำ อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ลานปูดำ เขาขนาบน้ำ&amp;nbsp;เผยแพร่ยังสื่อโซเซียลมีเดีย และเว็บไซต์&amp;nbsp;www.ocac.go.th&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;nbsp;www.thailandbiennale.org&amp;nbsp;ชาวไทยและนักท่องเที่ยวได้ติดตามอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot; ที่ประชุมได้กำชับให้ สศร.เร่งประชาสัมพันธ์งานแพร่หลายทั้งในไทยและประเทศผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งจัดทำแอพพลิเคชั่นงานมหกรรมศิลปะนานาชาติระดับโลกไทย-อังกฤษ เพื่อรวบรวมข้อมูล ภาพและคลิปวีดิโอความเคลื่อนไหวการจัดกิจกรรม&amp;nbsp;รวมถึงจัดเตรียมทีมงานนำชม ประสานงาน และพูดคุยทำความเข้าใจกับชุมชนและประชาชนในแต่ละพื้นที่ที่มีการจัดแสดงผลงานศิลปะเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมกับ วธ.&amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดกระบี่ และหน่วยงานต่างๆ ในการต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการชม รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับกิจกรรมและผลงานศิลปะภายในงานครั้งนี้ให้แก่คนไทยและชาวต่างชาติ&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระ&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0px; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16057</URL_LINK>
                <HASHTAG>Krabi 2018, Thailand Biennale, จังหวัดกระบี่, ถนนประติมากรรม, ถ้ำเขาขนาบน้ำ, มหกรรมศิลปะนานาชาติระดับโลก, วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี, อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180824/image_big_5b7f5bd0bcb2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
