<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115816</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รวบพรานป่าโหด ล่าสัตว์คุ้มครอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี นำกำลังชุด SMART Patrol กวาดล้างขบวนการล่าสัตว์ป่า บุกรวบ 3 พรานป่าใจทมิฬกลางอุทยาน ค้นพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิด พร้อมอาวุธปืนยาว 2 กระบอกและกระสุนจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ก.ย.64 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินการปราบปรามขั้นเด็ดขาดกับผู้ลักลอบล่าและค้าสัตว์ป่าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม ชุด SMART Patrol พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 ภาคกลาง (สปป.1) รวมจำนวน 15 นาย เข้าปฏิบัติการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับกฎหมายการป่าไม้ บริเวณพื้นที่ป่าบ้านทิพุเย หมู่ที่ 3 ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกระทั่งพบกลุ่มพรานป่าชายจำนวน 3 คน เดินสะพายอาวุธปืนยาว 2 กระบอก พร้อมสัมภาระถุงปุ๋ยออกมาจากป่าในบริเวณดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวพร้อมเข้าทำการจับกุมชายทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายลายคุโพ่ ไม่มีนามสกุล สัญชาติกะเหรี่ยง อายุ 24 ปี, นายสุวัฒน์ ทองผาสุทธิ อายุ 31 ปี และนายสะจูโพ่ ไม่มีนามสกุล อายุ 27 ปี ทั้ง 3 คนอาศัยอยู่ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดสัมภาระถุงปุ๋ยออกถึงกับผงะและสุดเศร้าใจ เนื่องจากพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองหายากหลายชนิดที่ถูกพรานใจโหดล่ามา ประกอบด้วย กระรอกดง หรือพญากระรอก 2 ตัว นกเงือกใหญ่ หรือนกกาฮัง หรือนกกก 2 ตัว เม่นหางพวง จำนวน 2 ตัว ค่างชำแหละรมควันเป็นชิ้นๆ จำนวน 1 ตัว ลิงกังชำแหละเป็นชิ้น จำนวน 1 ตัว ตะพาบน้ำ 1 ตัว ตะกวด 1 ซาก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมอุปกรณ์ในการล่าสัตว์ ดังนี้ ปืน CZ 452 .22 LR พร้อมกล้องเล็งติดปืน จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน จำนวน 75 นัด และแมกกาซีนปืน จำนวน 1 ชุด ปืนไทยประดิษฐ์ .22 พร้อมกล้องเล็งติดปืน จำนวน 1 กระบอก, มีดปลายแหลม จำนวน 3 เล่ม, ไฟคาดหัว จำนวน 4 ดวง, ไฟฉาย จำนวน 1 อัน, หม้อสนาม จำนวน 4 ใบ, เปลนอน จำนวน 3 หลัง, ไฟแช็ก จำนวน 4 อัน, เตาแก๊สพร้อมแก๊สกระป๋อง จำนวน 1 ชุด และเป้สะพายหลัง จำนวน 1 ใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมีความผิดดังนี้ 1.ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 12 ฐาน &amp;quot;ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;quot; ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 17 ฐาน &amp;quot;ครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (3) ฐาน &amp;quot;ล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใด ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน 2497 พระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7 ฐาน &amp;quot;ห้ามมิให้ผู้ใดทำ ซื้อ มีใช้ สั่ง หรือนำเข้าอาวุธปืนโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 พันบาทถึง 2 หมื่นบาท มาตรา 8 ทวิ ฐาน&amp;quot;ห้ามมิให้ผู้ใดพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่จึงได้นำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115816</URL_LINK>
                <HASHTAG>SMART Patrol, กวาดล้างขบวนการล่าสัตว์ป่า, ขบวนการล่าสัตว์ป่า, ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง, สังขละบุรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทยานแห่งชาติเขาแหลม, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135fd2e95494.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87883</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/12/2020 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/12/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; บุกร้องกรมอุทยานฯ เร่งแก้ปัญหาพื้นที่อุทยานฯเขาแหลมทับซ้อนนิคมสหกรณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ธ.ค.63 - ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้าพบหารือกับนายธัญญา นติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อเข้าร้องเรียนและหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชาวอำเภอสังขละบุรีและอำเภอทองผาภูมิ กรณีปัญหาการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับซ้อนกับพื้นที่นิคมสหกรณ์สังขละบุรีและทองผาภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สืบเนื่องจากความเดือดร้อนและเสียหายอันเนื่องมาจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ออกประกาศให้อุทยานแห่งชาติเขาแหลมเป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2534 ซึ่งพื้นที่บางส่วนทับซ้อนกับที่ดินของนิคมสหกรณ์ทองผาภูมิและสังขละบุรีกว่า 367,000 ไร่ โดยชาวบ้านได้ยึดถือ ครอบครองและทำกินพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่มี พรฎ.จัดตั้งนิคมสหกรณ์ท้องที่อำเภอทองภาภูมิและอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ.2518&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อมี การประกาศตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ที่มีพื้นที่กว่า 935,625 ไร่ ซึ่งบางส่วนของพื้นที่ดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่ของนิคมสหกรณ์ฯ ทำให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติเขาแหลมเริ่มเข้ามาคุกคามอ้างสิทธิ์การครอบครองทับซ้อนที่ดินดังกล่าวของชาวบ้าน ทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบหลายราย โดยถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯจับกุม ดำเนินคดีไปเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่ชาวบ้านยึดถือ ครอบครองและทำประโยชน์มาก่อนการประกาศเป็นอุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ การทับซ้อนของพื้นที่ดังกล่าว เป็นปัญหาหมักหมมมานาน โดยประชาชนในพื้นที่ถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ซึ่งอ้างสิทธิเป็นเจ้าของพื้นที่ แต่ในความเป็นจริงทางนิคมสหกรณ์ฯ ได้จัดตั้ง และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษามาตั้งแต่ปี 2518 หลังจากนั้นทางอุทยานฯ จึงได้มาประกาศทับในปี 2534 ซึ่งมาประกาศภายหลัง ทับซ้อนแนวเขตของนิคมสหกรณ์ฯ จึงต้องมาร่วมกันแก้ไขปัญหา และหาทางออกร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสรุปในการหารือในวันนี้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ยืนยันตกลงร่วมกันว่า 1)จะสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมชลอการจับกุม ดำเนินคดีกับชาวบ้านในพื้นที่ทับซ้อนออกไปก่อน จนกว่าจะร่วมกันแก้ไขปัญหาเสร็จ แต่ต้องไม่มีการบุกรุกแผ้วถางเพิ่มนอกพื้นที่ทับซ้อน 2)จะแต่งตั้งคณะทำงานที่มีตัวแทนอุทยานฯ เจ้าหน้าที่ภาครัฐในพื้นที่และตัวแทนชาวบ้าน เขามาเป็นคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาและลงพื้นที่พิสูจน์สิทธิ์เป็นรายแปลง ตามบัญชีรายชื่อชาวบ้านที่สมาคมฯมอบให้อธิบดีเพื่อสั่งการต่อไป ซึ่งการหารือจนได้ข้อสรุปดังกล่าวเป็นแนวทางที่ดีที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่ยืดเยื่อมาเกือบ 30 ปี นายศรีสุวรรณกล่าวในที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87883</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีสุวรรณ จรรยา, อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201224/image_big_5fe42f2eef42b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85871</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีแรกของประเทศ &#039;รีสอร์ทหรู 40 ล้าน&#039; รุกอุทยานฯเขาแหลม ไม่รื้อถอนโดนหนักรับกม.ใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุทยานฯเขาแหลม เร่งฟื้นฟูป่าหลังรีสอร์ทในพื้นที่ อ.ทองผาภูมิ ผวากฎหมายใหม่โทษหนัก ยอมรื้อ ส่วนโรงแรมหรูชื่อดังสังขละบุรี 40 ล้าน ยังเล่นบทดื้อไม่รื้อโดนจัดเต็ม &amp;quot;ฝ่าฝืนคำสั่งไม่รื้อถอน&amp;quot; โทษจำคุก3 ปี ปรับ 3 แสน แถมอีกวันละ 1 หมื่น จนรื้อเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ธ.ค.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่าตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาด กับนายทุนผู้บุกรุกป่า และนำพื้นที่ป่า ที่ยึดคืนมาได้จากนายทุน ดำเนินการฟื้นฟูเป็นสภาพป่าธรรมชาติดังเดิมโดยเร็ว เพื่อเป็นประโยชน์ของประชาชนทุกๆคน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม พร้อมกำลังได้เดินทางไปยังรีสอร์ท &amp;quot;กระท่อมริมธาร&amp;quot; บ้านเกริงกระเวีย อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามตรวจสอบ พบว่าเจ้าของรีสอร์ทกระท่อมริมธารได้ยินยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 4 หลังไปจนหมด เมื่อเป็นดังนั้น นายเทวินทร์จึงได้นำรถไถมาทำการปรับพื้นที่ เพื่อเตรียมทำการฟื้นฟูป่าให้มีสภาพธรรมชาติดังเดิม เป็นสมบัติของคนไทยทุกๆคน ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายนิพนธ์ นายเทวินทร์ และนายสุภาพเดินทางไปยังสภ.สังขละบุรี เข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของโรงแรมหรู &amp;quot;พรไพลิน รีเวอร์ไซด์ รีสอร์ท&amp;quot; มูลค่า 40 ล้าน ที่ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ์ ม.1 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในข้อหาฝ่าฝืนไม่ยอมรื้อถอน ตามมาตรา 35 (2) พรบ.อุทยานแห่งชาติ 2562 &amp;nbsp;ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และปรับรายวันวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรื้อถอนโรงแรมดังกล่าวเสร็จสิ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยโรงแรมหรูมูลค่า 40 ล้าน &amp;quot;พรไพลิน รีเวอร์ไซด์ &amp;nbsp;รีสอร์ท&amp;quot; บุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เนื้อที่ 2 ไร่ 3 งาน 8 ตารางวา โดยที่ผ่านมาจนท.ได้ติดประกาศคำสั่งรื้อถอน ไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 ให้รื้อถอนภายใน 30 วัน และได้ปิดประกาศคำเตือนครั้งที่ 2 ในวันที่ 2 ต.ค.2563 ให้รื้อถอนโรงแรมหรูดังกล่าวภายใน 15 วัน และได้ติดประกาศคำเตือนครั้งที่ 3 ครั้งสุดท้าย วันที่ 24 พ.ย.2563 ให้รื้อถอนโรงแรมหรูดังกล่าวภายใน 7 วัน ปรากฏว่าเจ้าของก็ยังดื้อแพ่ง ไม่ยอมรื้อถอนโรงแรมดังกล่าวแต่อย่างใด รวมทั้งไม่มีคำสั่งจากศาลปกครองชั้นต้นคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้รื้อถอนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;กล่าวต่อว่า คดีข้อหาฝ่าฝืนไม่ยอมรื้อถอน ตามประกาศคำสั่ง ของหัวหน้าอุทยานเขาแหลมในครั้งนี้ นับได้ว่าเป็นคดีแรกของประเทศไทย ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่พ.ศ. 2562 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2562 เป็นต้นมา นับจากวันนี้ไม่เกิน 6 เดือนโรงแรมแห่งนี้ก็ต้องถูกรื้อถอน และเมื่อถึงเวลานั้น เจ้าของจะต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการรื้อถอนให้ทางราชการ &amp;nbsp;เป็นจำนวนเงิน 1ล้าน 2 แสนบาท ค่าปรับคดีอีก 3 แสนบาท ค่าปรับรายวันรวม 6 เดือน ประมาณ 1ล้าน 8 แสนบาท รวมทั้งต้องถูกดำเนินคดี ในข้อหา&amp;quot;ฝ่าฝืนไม่ยอมรื้อถอน&amp;quot;อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายสุด ผอ.นิพนธ์ ได้ฝากเตือนบรรดาเจ้าของรีสอร์ท หรือเจ้าของโรงแรมทั้งหลาย ที่ปลูกสร้างบุกรุกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ หรือในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หรือในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า โดยมิชอบโดยกฎหมาย ให้ทำการรื้อถอนด้วยตนเองดีที่สุด เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติส่วนรวม และประโยชน์ต่อตัวเจ้าของรีสอร์ท หรือเจ้าของโรงแรมเอง ที่จะต้องไม่ถูกดำเนินคดีซ้ำอีก ในข้อหาฝ่าฝืน และต้องเสียค่าปรับเพิ่มขึ้นอีก เป็นเงินจำนวนมากอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85871</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, จังหวัดกาญจนบุรี, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8bd9c100a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79858</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของรีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ ยอมทุบทิ้งเอง17หลังรุกอุทยานฯเขาแหลม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า นางคณิสรา เชฐบัณฑิตย์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้เดินทางเข้าตรวจสอบ &amp;quot;พัสสาพาฎา รีสอร์ท&amp;quot; ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี หลังจากได้ปิดประกาศคำเตือนครั้งสุดท้ายไปเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกของนางสาวจารุภา เดชจินดา ผู้เสียชีวิต เจ้าของรีสอร์ท &amp;quot;พัสสาพาฎา รีสอร์ท&amp;quot; ที่ปลูกสร้างบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาแหลม 2 ไร่ 3 งาน ให้รื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวจำนวน 17 หลัง รวมมูลค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างประมาณ 15 ล้าน บาท ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า ทายาทของนางสาวจารุภาได้ยินยอมรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวจำนวน 17 หลังไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม โดยได้ใช้รถขุดทุบทิ้งรีสอร์ทดังกล่าวออกไปจนหมด โดยเชื่อว่าคงเกรงกฏหมายใหม่ เพราะหากครบกำหนด 7 วันแล้ว เจ้าของรีสอร์ทยังดื้อแพ่ง ไม่ยอมรื้อถอน ทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลมจะเข้าดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวโดยทันที&amp;nbsp;และจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหา &amp;quot;ฝ่าฝืนประกาศคำสั่งรื้อถอนของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งมีโทษจำคุก 1 ปีถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท และปรับอีกวันละ 1 หมื่นบาทอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;เปิดเผยต่อว่า หลังการทุบทิ้งรีสอร์ทดังกล่าวออกไปจนหมดแล้ว จะนำพื้นที่ของรีสอร์ทดังกล่าวมาปลูกฟื้นฟูป่าต่อไป โดยใช้ชื่อว่า &amp;quot;สวนป่าธรรมชาติเขาแหลม&amp;quot; เพื่อความยั่งยืนมั่นคงถาวร ในการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ดังกล่าวตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79858</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, จังหวัดกาญจนบุรี, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 (บ้านโป่ง), อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ec45d2b82a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2020 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2020 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งรื้อรีสอร์ทดังของอดีตพลตรีหญิง บุกรุกอุทยานฯเขาแหลม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ย.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินคดีกับนายทุน ผู้บุกรุกป่าอย่างเด็ดขาด และให้ฟื้นฟูป่าในพื้นที่ของนายทุนที่ได้ยึดคืนมาได้ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคนไทยทุกๆคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมได้เดินทางไปติดป้ายประกาศคำเตือนให้เจ้าของ &amp;quot;พัสสาพาฎา รีสอร์ท&amp;quot; ริมถนนสาย 323 ทองผาภูมิ-สังขละบุรี บ้านเกริงกระเวีย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม จำนวน 2 ไร่ 3 งาน พร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 17 หลัง มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท โดยให้รื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ภายใน 7 วัน หากไม่ดำเนินการใดๆ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จะเข้าดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทันที โดยเจ้าของรีสอร์ทต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอน จำนวน 2 แสนบาทให้กับทางราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2559 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ไปตรวจสอบและดำเนินคดี ตรวจยึด รีสอร์ท พร้อมสิ่งปลูกสร้างจำนวน 17 หลัง ต่อมามีนางสาวจา(นามสมมุติ)มาแสดงตัว และรับว่าเป็นเจ้าของ แต่สืบทราบว่า นางสาวจา เป็นเพียงนอมีนี ของอดีตนายพลหญิงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ทที่แท้จริง&amp;nbsp;หลังศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำพิพากษา จำคุก 6 เดือน ปรับ 1 หมื่นบาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี จำเลยไม่ฎีกาต่อศาลฎีกา คดีจึงถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จึงได้ใช้มาตรการทางปกครอง ประกาศคำสั่งรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว คำสั่งที่ 103 /2560 ลงวันที่ 7 กันยายน 2560 และประกาศแจ้งเตือนลงวันที่ 15 เมษายน 2563 ให้รื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว ไปให้พ้นจากเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลม &amp;nbsp;ต่อมาทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ได้ทราบว่านางสาวจาได้เสียชีวิตลง การรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว จึงเป็นสิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบของทายาทนางสาวจาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จึงได้ส่งจดหมายประกาศคำเตือนไปให้ทายาททราบในเรื่องการรื้อถอนรีสอร์ท ดังกล่าวแล้ว และได้มาติดประกาศคำเตือนในพื้นที่รีสอร์ทอีกครั้งหนึ่ง โดยประกาศให้ทายาทโดยธรรม หรือผู้จัดการมรดก ของจำเลย ให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้างจำนวน 17 หลังของ &amp;quot;พัสสาพาฎา รีสอร์ท&amp;quot; ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ 28 ก.ย. 2563 นี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากยังไม่ทำการรื้อถอนภายใน 7 วัน ทางหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จะเข้าไปดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวโดยทันที โดยทายาทโดยธรรมของนางสาวจา จะต้องเสียค่ารื้อถอน ให้กับทางราชการจำนวน &amp;nbsp;2 แสนบาทอีกด้วย หลังจากทำการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวเสร็จแล้ว จะนำพื้นที่ของรีสอร์ทดังกล่าว มาฟื้นฟูปลูกป่า ให้กลับคืนมาเป็นสภาพป่าธรรมชาติดังเดิม ตามนโยบายของรัฐมนตรีฯต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78866</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, รื้อถอนรีสอร์ท, อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200928/image_big_5f7194b8c4c39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77053</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปักป้ายรื้อถอนรีสอร์ทดังรุกอุทยานฯเขาแหลม เผยทนายอ้างเป็นของผู้ยากไร้ขอให้ระงับไว้ก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10&amp;nbsp;ก.ย.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3(บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนายเทวินทร์&amp;nbsp;มีทรัพย์&amp;nbsp;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาย เดินทางไปยังรีสอร์ท &amp;quot;กระท่อมริมธาร&amp;quot; ตำบลชะแล&amp;nbsp;อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี โดยดำเนินการปักป้ายคำสั่งให้รื้อถอน ซึ่งเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย ลงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ก.ย.2563 ให้นายกิตติพงศ์ ต้นสมบูรณ์&amp;nbsp;และนางสมหวัง ต้นสมบูรณ์ อดีตข้าราชการครู&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจ้าของรีสอร์ท ดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ท &amp;quot;กระท่อมริมธาร&amp;quot; เลขที่&amp;nbsp;8/7&amp;nbsp;หมู่ที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ตำบลชะแล&amp;nbsp;อำเภอทองผาภูมิ&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หลัง ที่ได้ปลูกสร้างบุกรุก พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เนื้อที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;1 งาน&amp;nbsp;45 ตารางวา ไปให้พ้นจากอุทยานฯเขาแหลม ภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน นับแต่วันประกาศคำเตือนครั้งสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่าหลังจากหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม ได้ประกาศคำสั่งรื้อถอนที่ 104/2560&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ก.ย.2560&amp;nbsp;และประกาศคำเตือนที่&amp;nbsp;28/2563&amp;nbsp;ลงวันที่ 15&amp;nbsp;เม.ย&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ไปแล้วนั้น&amp;nbsp;เจ้าของรีสอร์ทดังกล่าวยังดื้อแพ่ง ไม่ยินยอมรื้อถอน จึงได้สั่งการให้หัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม ติดป้ายประกาศคำเตือน ลงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ก.ย.2563&amp;nbsp;อีกครั้งหนึ่ง และเป็นครั้งสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากครั้งนี้ยังดื้อแพ่งไม่ยอมรื้อถอนภายใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน ตามประกาศคำเตือนครั้งสุดท้ายแล้ว ทางหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลมจะเข้าทำการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าว จำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หลังโดยทันที และนำพื้นที่ดังกล่าวมาฟื้นฟูกลับคืนมาเป็นสภาพป่าตามธรรมชาติดังเดิม กลับคืนมาเป็นสมบัติของคนไทยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;กล่าวอีกว่า ยังได้รับจดหมายลงวันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ส.ค.2563&amp;nbsp;จากทนายความคนหนึ่ง อ้างว่า ที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว เป็นของนายสมาน หงษ์เอี่ยม ซึ่งเป็นบุคคลผู้ยากไร้ กำลังขออนุญาตทำประโยชน์และอยู่อาศัยในที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว ต่อสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จประมาณเดือนพ.ย.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ขอให้ทางผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3 (บ้านโป่ง)&amp;nbsp;หรือหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม มีคำสั่งระงับการดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ทในที่ดินดังกล่าวไว้ก่อน หากมีการรื้อถอนรีสอร์ทดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp;จะสร้างความเดือดร้อนและเสียหายให้แก่นายสมาน หงษ์เอี่ยม บุคคลผู้ยากไร้เป็นอย่างมาก ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องฟ้องร้อง เป็นคดีความทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;เห็นว่าที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว ตามที่ ทนายความ กล่าวอ้างว่า เป็นของนายสมาน หงษ์เอี่ยม นั้น เป็นที่ดินรีสอร์ทแปลงเดียวกันกับของนายกิตติพงศ์ฯที่ได้ถูกหัวหน้าอุทยานฯเขาแหลมตรวจยึดพื้นที่ พร้อมรีสอร์ทจำนวน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;หลัง และถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหายึดถือ ครอบครอง ที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมโดยมิได้รับอนุญาต ในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;กรกฎาคม&amp;nbsp;2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาศาลอาญาจังหวัดทองผาภูมิ ได้มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่&amp;nbsp;227/2560&amp;nbsp;คดีหมายเลขแดงที่&amp;nbsp;223/2560&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;พิพากษาว่า นายกิตติพงษ์&amp;nbsp;จำเลย มีความผิด ฐาน ยึดถือ ครอบครอง ในเขตอุทยานฯเขาแหลม โดยมิได้รับอนุญาต ลงโทษ จำคุก&amp;nbsp;6&amp;nbsp;เดือน และปรับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นบาท โทษจำคุก ให้รอลงอาญา และให้นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารออกจากป่าที่เกิดเหตุ และให้นายกิตติพงศ์จำเลย ชดใช้ค่าเสียหายแก่กรมอุทยานแห่งชาติฯ จำนวน&amp;nbsp;101,499&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;นายกิตติพงศ์&amp;nbsp;จำเลยไม่อุทธรณ์ คดีถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำพิพากษา ศาลอาญาจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติว่า นายกิตติพงศ์ ต้นสมบูรณ์ เป็นผู้ครอบครองที่ดินรีสอร์ท ที่ผิดกฎหมาย ในเขตอุทยานฯเขาแหลม ดังกล่าว การที่ทนายความ อ้างว่า นายสมาน&amp;nbsp;บุคคลผู้ยากไร้&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นผู้ครอบครองที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว จึงขัดกับข้อเท็จจริงเป็นอันยุติแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;3 (บ้านโป่ง) จึงให้ทางอุทยานฯเขาแหลม นัดทนายความ&amp;nbsp;&amp;nbsp;นำนายสมาน&amp;nbsp;มาชี้แนวเขต และยืนยันว่านายสมานเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว ในวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ก.ย.2563&amp;nbsp;เวลา&amp;nbsp;10.00&amp;nbsp;น.บริเวณที่ดินรีสอร์ทดังกล่าว จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;จากนั้นทางอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77053</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระท่อมริมธาร, จังหวัดกาญจนบุรี, บุกรุกเขตอุทยาน, สั่งรื้อรีสอร์ต, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง), อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f59e91d32fe4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2020 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2020 18:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดภาพ &#039;เสือโคร่ง&#039; จนท.อุทยานฯเขาแหลม ตั้งกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าก่อนจมน้ำเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค.63 -&amp;nbsp;นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เปิดเผยว่า ตามที่ชุดเจ้าหน้าที่ออกตรวจลาดตระเวนของอุทยานฯ เขาแหลมได้ไปติดกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า เมื่อวันที่ 1-5 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายภูวดล ป้องสา (ซึ่งได้เสียชีวิตขณะเดินทางกลับ) ได้ร่วมการลาดตระเวนและติดตั้งกล้องดักถ่ายด้วยนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฯ ได้นำกล้องดักถ่ายที่ไปติดตั้งไว้มาเปิดดู ปรากฏภาพเสือโคร่ง ยืนโชว์ตัวหน้ากล้องด้วยท่าทางสงสัยแบบเต็มจอ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่พบเสือโคร่งในพื้นที่ แสดงถึงให้ความสมบูรณ์ของป่าและการปกป้องป่าของเจ้าหน้าที่ทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อุทยานฯเขาแหลม มีสภาพป่าที่สมบูรณ์โดยรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม ประกอบด้วยสัตว์ป่านานาชนิด เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของแนวเทือกเขาตะนาวศรีที่มีเทือกเขาสลับซับซ้อน เชื่อมต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และอุทยานแห่งชาติลำคลองงู จึงเป็นแหล่งที่อยู่ของเหล่าสัตว์ป่าหลากหลายชนิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การพบเสือโคร่งดังกล่าวเป็นตอกย้ำการทำงานของเจ้าหน้าที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการเฝ้าระวังไม่ให้มีการไล่ล่าและการดูแลพื้นที่ป่า ทำให้ประชากรเสือในพื้นที่ มีความสมบูรณ์และปลอดภัยจากภัยคุกคามต่างๆ ที่สำคัญสามารถถ่ายเทประชากรสัตว์ป่าจากพื้นที่ป่าอื่น ๆ มาในพื้นที่ป่าเขาแหลมได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นายภูวดล ป้องสา อายุ 27 ปี หัวหน้าสายตรวจอุทยานฯเขาแหลม ที่เสียชีวิตจมน้ำระหว่างข้ามห้วยรันตี ซึ่งมีระดับน้ำสูงเนื่องจากฝนตกหนักใกล้หน่วยพระบุ่ง พื้นที่อุทยานเขาแหลม หมู่ที่ 2 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ขณะออกตรวจและติดกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าสันหนอกวัว&amp;nbsp;การสูญเสียนายภูวดล ถือเป็นเหตุการณ์แรกหลังเพิ่งผ่านวันเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าโลกเมื่อ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา และถือเป็นเจ้าหน้าที่คนที่ 7 ของปีนี้ที่เสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74232</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาพเสือโคร่ง, ภูวดล ป้องสา, อุทยานแห่งชาติเขาแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200812/image_big_5f33d05916ca4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
