<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดภาพ &#039;เสือโคร่ง&#039; ผืนป่าเมืองกาญจน์ ประชากรเพิ่มมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)เปิดเผยว่า ในวันที่ 29 ก.ค.ของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์เสือโคร่งโลก สำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับ องค์การแพนเทอรา (Panthere) ประเทศไทย และสมาคมสัตววิทยาแห่งลอนดอน(ZSL) ประเทศไทย ที่ได้รับอนุญาต เข้าร่วมทำการศึกษาหรือวิจัยทางวิชาการ ในการติดตามสัตว์ตระกูลแมวป่า ในกลุ่มป่าทางทิศใต้ ของผืนป่าตะวันตก ในจังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;ซึ่งมีรวม 6 อุทยานแห่งชาติ 1เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ อุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยองค์การPanthere และสมาคม ZSL ได้ส่งรายงานผลการติดตั้งกล้องดักถ่าย ภาพอัตโนมัติในการสำรวจเสือโคร่งในกลุ่มป่าทางทิศใต้ของผืนป่าตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ในระหว่างเดือน ต.ค 2563 ถึงเดือน มี.ค 2564 &amp;nbsp;ผลการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ &amp;nbsp;สามารถถ่ายภาพสัตว์ผู้ล่าในวงศ์เสือ และแมว 5 ชนิด ได้แก่ เสือโคร่ง เสือดาว เสือดำ เสือลายเมฆ เสือไฟ แมวดาว รวมทั้งภาพสัตว์ป่าสงวนจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ สมเสร็จ เลียงผา และเก้งหม้อ ภาพสัตว์ป่าคุ้มครองได้ 38 ชนิด &amp;nbsp;อาทิ ช้างป่า วัวแดง หมาใน ชะมดแผงสันหางดำ ฯลฯเป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ ฯเผยต่อว่า จากผลการวิจัยขององค์การPanthera และสมาคม ZSL และผลของการติดตั้ง กล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ เพื่อสำรวจเสือโคร่ง ในกลุ่มป่าทางทิศใต้ของผืนป่าตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี พบเสือโคร่ง และสัตว์ป่าหายากเพิ่มขึ้น บ่งบอกได้ถึงความสมบูรณ์ ของธรรมชาติ และสัตว์ป่า ในกลุ่มป่าทางทิศใต้ ของผืนป่าตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี ได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ฯ ยังเผยต่อไปว่า การที่เสือโคร่งและสัตว์ป่าหายาก เพิ่มขึ้นนั้น เป็นผลมาจากเจ้าหน้าที่ ทำการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ Smart Patrol ทั้งป้องกัน และปราบปราม อย่างเข้มข้น ของเจ้าหน้าที่ฯ ไม่เว้นวันหยุด &amp;nbsp;จับจริง ติดคุกจริง รวมทั้งโทษของการล่าสัตว์ป่า ตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฉบับใหม่ มีอัตราโทษสูงมาก โดยจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี ปรับสูงสุดถึง 1 ล้าน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ ฯเข้าไปสร้างความเข้าใจความร่วมมือ กับชุมชนในพื้นที่ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า ในทุกมิติ ทุกด้าน &amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตาม นโยบายทส.ยกกำลัง 2 + 4 ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111721</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธรรมชาติ, สัตว์ป่าคุ้มครอง, อนุรักษ์เสือโคร่ง, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210731/image_big_6104c0a3caec9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 20:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายทุน 3 รายรุมแย่งกันฮุบพื้นที่อุทยานเอราวัณ 32 ไร่ พี่สาวนักร้องดังเอี่ยวด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค.64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับนายทุน&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือบุคคลที่ได้บุกรุกป่าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้นำป่าที่ยึดคืนมาได้นำมาฟื้นฟูสภาพป่า กลับคืนมาตามสภาพธรรมชาติดังเดิมเพื่อ ประโยชน์ของคนไทยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เมื่อวันที่10&amp;nbsp;มี.ค.ที่ผ่านมา นายนิพนธ์ ได้สั่งการให้นายพีรวัตม์ สิโรตม์พิพัฒ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ส่งแจ้งหนังสือ ต่อนางสาวพร(นามสมมุติ) อายุ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ปีนายสม (นามสมมุติ)&amp;nbsp;&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ปี ทั้งสองอาศัยอยู่ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยให้บุคคลทั้งสองไปยกเลิกการแจ้งการครอบครอง และสละสิทธิ์เจตนายึดถือครอบครอง ที่ดินของอุทยานแห่งชาติเอราวัณภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน มิฉะนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อปีพ.ศ&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้ประกาศให้ราษฎรในตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยทำกินในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ&amp;nbsp;ตามมติครม.30&amp;nbsp;มิ.ย&amp;nbsp;2541 และตามคำสั่งคสช.ที่&amp;nbsp;66/2557&amp;nbsp;ลงวันที่ 17 มิ.ย.2557&amp;nbsp;โดยมีหลักกฎหมาย และระเบียบว่าต้องเป็นราษฎรเดิมอยู่อาศัย หรือทำกินอย่างต่อเนื่อง ในที่ดินอุทยานแห่งชาติเอราวัณ&amp;nbsp;มาตลอดจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;ห้ามมิให้การซื้อขาย เปลี่ยนมือ โอนสิทธิ์ ให้กับบุคคลภายนอก เว้นแต่ตกทอดทางมรดก ไปแจ้งสิทธิ์การครอบครองในที่ดิน ระหว่างวันที่&amp;nbsp;8 -28&amp;nbsp;ก.ค.&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ณ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นางพร และนายสมได้มาแจ้งสิทธิ์การการครอบครองในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จำนวน&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;งาน&amp;nbsp;93&amp;nbsp;ตาราวา นายสมได้มาแจ้งการครอบครองที่ดินจำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;งาน โดยทั้งสองแจ้งได้แจ้งว่าได้อยู่อาศัยทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ มานานแล้วประมาณ&amp;nbsp;23-24&amp;nbsp;ปี โดยมีผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้รับรองสิทธิ์การครอบครองที่ดินของนางสาวพร และนายสมว่า เป็นผู้ครอบครองที่ดินจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมามีนางแคท (นามสมมุติ) อายุ 74 ปี อยู่ กทม.พี่สาวนักร้องซูเปอร์สตาร์ชื่อดังของเมืองไทย ได้มอบอำนาจให้นายสืบ (นามสมมุติ) มาแจ้งการครอบครองที่ดิน จำนวน&amp;nbsp;32 ไร่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;งาน ในที่ดินแปลงเดียวกัน ทับซ้อนกับของนางสาวพร และนายสม โดยแจ้งว่าได้รับโอนที่ดินมาจากนายสมัย (สงวนนามสกุล) เมื่อปีพ.ศ&amp;nbsp;2533&amp;nbsp;แต่ได้ถูกนางสาวพรและนายสมได้มาบุกรุกแย่งการครอบครองที่ดินไปเมื่อหลายปีที่ผ่านมา และได้ทวงถามคืนที่ดินมาตลอด แต่ไม่ก็ยอมคืนที่ดินให้&amp;nbsp;โดยมีผู้ใหญ่บ้านคนเดิม เป็นผู้รับรองสิทธิ์การครอบครองที่ดิน นางแคทว่าเป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่ฯ เห็นว่ามีปัญหาเกิดขึ้นแล้วในที่ดินแปลงเดียวกัน แต่แจ้งทับซ้อนกัน มีบุคคลสามคนแย่งการครอบครองที่ดิน และแจ้งว่าตนเองเป็นเจ้าของที่ดินตัวจริง โดยมีผู้ใหญ่บ้านคนเดียวกัน รับรองเป็นความจริงทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบข้อมูลการแจ้งสำรวจที่ดิน ตามมติ ครม.&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.&amp;nbsp;41&amp;nbsp;ย้อนหลัง ในปีพ.ศ. 2551-2552 ที่ไดัเคยสำรวจเก็บข้อมูลในบริเวณดังกล่าวมาแล้วครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าแปลงดังกล่าวเป็นแปลง&amp;nbsp;CN&amp;nbsp;หมายเลขแปลงที่ดิน130/1&amp;nbsp;ชื่อ ผู้ครอบครองที่ดินเป็น&amp;quot;โบสถ์คริสต์&amp;quot;เนื้อที่&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;96&amp;nbsp;ตารางวา เป็นพื้นที่ส่วนรวมของหมู่บ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่เห็นว่า บุคคลทั้งสามคน ไม่ใช่เป็นผู้ครอบครองที่ดินเดิม&amp;nbsp;ที่ได้รับการผ่อนผันให้อยู่อาศัยทำกินได้ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ&amp;nbsp;ตามมติ&amp;nbsp; ครม.30&amp;nbsp;มิ.ย.41&amp;nbsp;และตามคำสั่ง&amp;nbsp;66/2557&amp;nbsp;เพราะเป็นการครอบครองที่ดิน ส่วนรวมของหมู่บ้าน ที่เป็นแปลงที่ดินของโบสถ์คริสต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงแจ้งให้บุคคลทั้งสาม ให้ยกเลิกการแจ้งครอบครอง&amp;nbsp;&amp;nbsp;และสละสิทธิ์ในที่ดินอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตามมติครม.&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.41 ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้รับหนังสือของผู้ใหญ่บ้าน ลงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ก.พ.2563&amp;nbsp;โดยขอแจ้งยกเลิก การรับรองสิทธิ์การครองครองที่ดิน ของนางสาวพร และนายสม รวมทั้งนางแคททั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน ไม่ได้เป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นางแคท ได้มอบอํานาจ ให้นายสืบ มาทำบันทึก ลงวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เม.ย.2563&amp;nbsp;ขอยกเลิกการแจ้งการครอบครองที่ดิน และแสดงเจตนารมณ์จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ อีก ส่วนของนางสาวพรและนายสมยังไม่ยินยอมมาขอยกเลิกการแจ้งการครอบครอง และสละสิทธิ์ในที่ดิน ตามมติครม.&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย254&amp;nbsp;ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ แต่อย่างใด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีรวัฒิ สิโรตม์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านบนเขาแก่งเรียน หมู่ที่&amp;nbsp;3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาย&amp;nbsp;จึงได้ทำหนังสือลงวันที่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;มี.ค.2564&amp;nbsp;มาแจ้งเตือนให้นางพรและนายสมยกเลิกการแจ้งการครอบครอง และสละสิทธิ์เจตนายึดถือครอบครอง ในที่ดินดังกล่าว ภายใน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;วัน มิฉะนั้น จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ เผยต่อว่า ขอเตือนไปยังกำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านที่มีหน้าที่ในการรับรองสิทธิ์การครอบครองที่ดินของราษฎรตาม&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.2541&amp;nbsp;และตามคำสั่งคสช.&amp;nbsp;66/57&amp;nbsp;ถ้าได้ไปรับรองสิทธิ์ราษฎร หรือบุคคลได้ครอบครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&amp;nbsp;และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทั้งตาม กฎหมายอุทยานและสัตว์ป่า ทั้งฉบับเก่า และฉบับใหม่ ปีพ.ศ.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไปรับรองเท็จ ทั้งที่รู้ว่าราษฎรหรือบุคคล ที่ครอบครองที่ดิน เป็นบุคคลที่ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดิน ตามมติ ครม.&amp;nbsp;30&amp;nbsp;มิ.ย.2541&amp;nbsp;และตามคำสั่งคสช.ที่&amp;nbsp;66/57&amp;nbsp;จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162&amp;nbsp;ฐานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ปี และปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท ทั้งจำและทั้งปรับ และประมวลกฎหมายอาญามาตรา&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ระวางโทษจำคุก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีถึง 10&amp;nbsp;ปี ปรับตั้งแต่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;หมื่นถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนบาท ทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;รวมทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รู้เห็นเป็นใจในการรับรองสิทธิการครอบครองที่ดินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95894</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b6f740f2c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของรีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ ผวากฎหมายใหม่โทษหนัก ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหลังยื้อมานานหลายปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมอุทยานฯสั่งรื้อรีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ รุกป่าอุทยานฯเอราวัณ เจ้าของผวายอมรื้อเอง หายวับ 13 ล้าน เตรียมพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.2563 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบายนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp;นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับนายทุนผู้บุกรุกป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และนายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติพุเตย และจนท.ชุดพญาเสือ นายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จำนวน 10 นายได้ร่วมกันตรวจสอบ การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ทชื่อดัง บ้านกกกอด ตำบลช่องสะเดา อ.เมือง จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 20 หลัง เนื้อที่ 8ไร่ 1งาน 62 ตารางวา ที่เปิดบริการให้เช่าห้องพักมานานหลายปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรีสอร์ทแห่งนี้มีสภาพธรรมชาติที่สวยงาม อยู่ติดริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนท่าทุ่งนา จังหวัดกาญจนบุรี มีนายทุนใหญ่ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เป็นเจ้าของ โดยซื้อที่ดินผ่อนผันตามมติครม.30 มิ.ย. 2541 มาในราคา 13 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ&amp;nbsp;เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและนำที่ดินดังกล่าวมาทำกิจการรีสอร์ท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าของกิจการได้ยินยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; ด้วยตนเอง จำนวน 20 หลัง ออกไปให้พ้นจากเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยได้ว่าจ้างคนงานเข้ามาทำการรื้อถอนตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.2563 จนถึงวันนี้ได้รื้อถอนรีสอร์ทไปแล้วกว่า 30% คาดว่าจะรื้อถอนเสร็จไม่เกินสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า มูลเหตุที่ทำให้นายทุนเจ้าของยอมรื้อถอนรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; ด้วยตนเอง สืบเนื่องมาจากไปซื้อที่ดินผ่อนผันตามมติครม. 30 มิ.ย. 41 ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ในปี พ.ศ.2558 โดยทำกิจการรีสอร์ทในที่ดินดังกล่าว ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอุทยานแห่งชาติ จนท.อุทยานฯเอราวัณ จึงเข้าจับกุมดำเนินคดี พร้อมปิดประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาอัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งไม่ฟ้องนายทุนเจ้าของ จึงเปิดกิจการรีสอร์ทเรื่อยมาจนถึงปัจจุปัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เห็นว่า ถึงแม้อัยการจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งไม่ฟ้อง แต่รีสอร์ท&amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; ยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ การปิดประกาศให้รื้อถอนรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; สามารถปิดประกาศให้รื้อถอนซ้ำได้อีกตามกฎหมายอุทยานฉบับใหม่ พ.ศ.2562 ซึ่งมีโทษรุนแรงกว่า หากฝ่าฝืนไม่รื้อถอนเพราะการรื้อถอนเป็นกฎหมายวิธีบัญญัติ บังคับย้อนหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้รื้อถอนได้ ทั้งตามกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ ตามแนวทางคำพิพากษาฎีกาที่ 3342/2525อุทยานแห่งชาติเอราวัณ จึงได้ปิดประกาศคำสั่งให้รื้อถอนซ้ำอีกครั้ง ตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ ปีพ.ศ.2562 มาตรา 35 (2) ให้รื้อถอนภายในวันที่ 5 เม.ย.2563 แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิท-19 จึงทุเลาคำสั่งผ่อนผันให้รื้อถอนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 หากฝ่าผืนไม่ยอมรื้อถอน ตามประกาศคำสั่งดังกล่าว ภายในเวลาที่กำหนดแล้ว ทางหัวหน้าอุทยานฯเอราวัณ จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืนประกาศคำสั่งดังกล่าวต่อไป ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปีและปรับไม่เกิน 3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และค่าปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะรื้อถอนเสร็จสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของจึงได้ว่าจ้างคนงานเข้ามารื้อถอนรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; ของตนเอง เพราะเกรงรับโทษในข้อหาฝ่าฝืนประกาศคำสั่ง ตามมาตรา35 (2) พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีโทษจำคุก หรือปรับ และค่าปรับรายวัน ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หลังจากรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรีสอร์ท &amp;quot;บ้านกกกอด&amp;quot; หมดแล้ว &amp;nbsp;ทางอุทยานฯจะนำพื้นที่ดังกล่าวมาฟื้นฟูสภาพป่าและพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้วิถีธรรมชาติ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ของประชาชนในท้องถิ่น และชุมชุนใกล้เคียง ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71058</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, บุกรุกอุทยาน, รีสอร์ทกกกอด, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200710/image_big_5f083b9db5020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2020 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2020 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยตรวจที่ดินเสี่ยพันล้านห้างดังครอบครองที่ดินเขตอุทยานฯเอราวัณ เตรียมส่งกรมชี้ขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ค.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มนายทุนผู้บุกรุกป่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 5 พ.ค.2563 นายนิพนธ์ พร้อมด้วย นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้ร่วมการตรวจสอบที่ดินจำนวน 25 ไร่ ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ของนายวราชัย ส่งวัฒนา กรรมการบริษัทห้างสรรพสินค้า Outlet ชื่อดัง ที่ได้อ้างหลักฐาน ส.ค.1 มาเป็นพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 นายวราชัย ได้ส่งพยานหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 27 ลงวันที่ 19 พ.ค. พ.ศ. 2498 มายืนยันว่า นายวราชัยได้สิทธิครอบครองในที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย และได้ชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมด้วยพยานเอกสาร และพยานบุคคล ว่าส.ค.1 เลขที่ 27 ดังกล่าว มาตั้งแต่มาดั้งเดิมก่อนปี พ.ศ.2498 ตามที่ได้ระบุใน ส.ค.1ดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้ส่งหลักฐานใบมอบอำนาจขายที่ดินส.ค.1เลขที่ 27 และสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ฉบับที่ ลงวันที่ 4 พ.ศ.2546 &amp;nbsp;ระหว่าง นางบุญยืน ปทุมทอง (ผู้ขาย) และนางสาวสุภาพร มังกะโรทัย (ผู้ขาย) กับนายวราชัย ส่งวัฒนา (ผู้ซื้อ) พยานเอกสารอื่นๆ และพยานบุคคลจำนวน 4 คน มายื่นยันการได้สิทธิ ครอบครองในที่ดินดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จนท.ได้ร่วมกันพิจารณาพยานเอกสาร และพยานบุคคล และการชี้แจ้งข้อเท็จจริงของนายวราชัยแล้ว ตลอดจนลงไปตรวจสอบในพื้นที่จริง โดยมี น.ส.อรุณรัตน์ งามจิรภากย์ เลขานายวราชัย เป็นผู้นำตรวจ ในที่ดินดังกล่าวตามเอกสาร ส.ค.1 เลขที่ 27&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.สบอ. 3 (บ้านโป่ง) และหน.อุทยานฯเอราวัณ จะส่งเอกสารส.ค.1 เลขที่ 27 เนื้อที่รวม 22 ไร่ 3 งาน 19 ตารางวา ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ของนายวราชัยไปให้ทางกรมอุทยานฯ แปลตีความและวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ ย้อนหลังว่าในปี พ.ศ.2498 มีการครอบครอง และร่องรอยการทำประโยชน์ ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับก่อนวันที่1 ธ.ค.พ.ศ. 2497 หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผลการอ่าน แปลตีความ และวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศ ปรากฎออกมาว่าไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ จะเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ให้จำหน่ายส.ค.1 เลขที่ 27 ออกจากทะเบียนการครอบครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ให้ที่ดินดังกล่าวตกมาเป็นสมบัติของชาติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66460</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, บุกรุกที่ดิน, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200520/image_big_5ec50ad912eb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2020 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2020 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อุทยานฯเอราวัณ&#039; ปักป้ายสั่งรื้อรีสอร์ทดังเมืองกาญจน์ภายใน 30 วัน หลังยื้อมานานเกือบ 4 ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.63 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานฯเอราวัณ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข เจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ/หน.อุทยานฯพุเตย และคณะเจ้าหน้าที่ จำนวน 20 นาย ได้เดินทางมาติดประกาศคำสั่งรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างฯ บริเวณด้านหน้ารีสอร์ทชื่อ &amp;quot;กกกอด&amp;quot; ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีนายศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ เป็นเจ้าของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสินหรือสิ่งอื่นใดของรีสอร์ทไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยมีนายวณฐพงศ์ วัชระโชควรากุล ผู้จัดการเป็นผู้รับมอบเอกสารข้อกฎหมาย รายละเอียดของการแจ้งรื้อถอน เพื่อแจ้งให้เจ้าของทราบ โดยนายวัชระ ได้เดินนำคณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในรีสอร์ท ที่มีการปลูกสร้างที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2559 เจ้าหน้าที่อุทยานฯได้เข้าตรวจสอบรีสอร์ท พบว่ามีนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ เป็นเจ้าของและผู้ครอบครองพื้นที่ มีการก่อสร้างบังกะโลที่พักรวม 18 รายการ บุกรุกพื้นที่อุทยานฯ 8 ไร่ 1งาน 62 ตารางวา ทำให้รัฐเสียหาย 420,053 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึด และเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสภ.ลาดหญ้า ดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาอัยการจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องนายศิริยุทธ &amp;nbsp;สิริยุทธพงศ์ ในคดีอาญาที่ 244/ 2559 เนื่องจากขาดเจตนากระทำผิด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ก็ยังมีอำนาจเข้าไปรื้อถอนรีสอร์ทแห่งนี้ได้ เทียบเคียงคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด ที่ อส. 31/2559 หลังจากนั้นมีคำสั่งศาลปกครองสูงสุดลงวันที่ 10 มกราคม 2562 ไม่รับอุทธรณ์ของนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ ที่อุทธรณ์ไม่ให้รื้อถอนรีสอร์ทแห่งนี้ จึงถือว่าคดีนี้เป็นอันถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จึงอาศัยอำนาจ มาตรา 35( 2 ) พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ฉบับใหม่พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นการใช้กฎหมายฉบับใหม่ กับพื้นที่นี้กรณีนี้เป็นแห่งแรก โดยประกาศคำสั่งให้ นายศิริยุทธ สิริยุทธพงษ์ และบริวาร ที่มีภูมิลำเนา อยู่บ้านเลขที่ 55/ 5 หมู่ที่ 8 ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ให้รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดของรีสอร์ทแห่งนี้ไปให้พ้นจากอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ภายใน 30 วัน นับแต่วันประกาศคำสั่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้ว หากยังดื้อเพ่งไม่รื้อถอน จะถูกดำเนินคดีฐาน ฝ่าฝืนประกาศคำสั่งนี้ ระวังโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 3 ปี ปรับไม่เกิน &amp;nbsp;3 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องระวางโทษปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท จนกว่าจะได้มีการรื้อถอนเสร็จ และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนให้กับทางราชการ จำนวน 242,733.22 บาท และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในอัตราร้อยละ 25 ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากคณะเจ้าที่ปิดประกาศคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ก็จะเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรลาดลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และหากครบกำหนดเวลาตามประกาศคำสั่งแล้วนายศิริยุทธ สิริยุทธพงศ์ ยังดื้อเพ่งไม่ดำเนินการรื้อถอน จะมาแจ้งความดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนประกาศคำสั่งตามกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ฉบับใหม่ และจะส่งเรื่องให้ปปง.ดำเนินคดีตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15) ให้ยึดเงินหรือทรัพย์สิน ที่ได้มาจากการค้าเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติต่อไปอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57708</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, บุกรุกป่า, รีสอร์ทกกกอด, รื้อถอนรีสอร์ท, สภ.ลาดหญ้า, หน่วยพญาเสือ, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200220/image_big_5e4e22e830980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18052</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2018 19:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2018 19:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุยยึดรีสอร์ทไร่5สหายพบ &#039;อดีตทหาร-ตำรวจ&#039; สร้างรุกป่าอุทยาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.61 - นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายปรยุษณ์ ไวว่อง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ นายพนัชกร โพธิบัณฑิต รักษาการหัวหน้าชุดเฉพาะกิจพญาเสือ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข ผช.หน.เอราวัณและผช.หน.ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ นายชาติชาย ศรีแผ้ว หน.สปป.ที่1 ภาคกลาง พตท.รัชพล กิตติคุณชนก สว.กก.สส.ปทส.ภ.จว. กาญจนบุรี รตอ.สุวัฒน์ ห้วยหงษ์ทอง รองสว.กก.5บก.ปทส.สอบสวนกลาง ทหารร้อยรส.อ.ศรีสวัสดิ์ พร้อมกำลังกว่า 50 นาย เดินทางเข้าตรวจสอบ บริเวณไร่5สหาย หรือแพน้องกลอย ม.5 ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่กระจายกำลังเข้าตรวจสอบ พบว่าบริเวณริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ มีการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯเอราวัณจำนวน 4 ไร่โดยมีการปลูกสร้างบ้านพักจำนวน 4 หลัง โรงเก็บรถ 2 หลัง โดยบ้านพักจำนวน 2 หลังถูกน้ำท่วมสูงราว 1 เมตร เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เรือเข้าตรวจสอบ โดยมีนายหม่องมิ ไม่มีนามสกุล ชาวเมียนมา อายุ55ปีและนางเสาวณี กองมา อายุ51ปี คนดูแล นำเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนนางเสาวณี บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า นายประวิตร สิงหโต นายจ้าง ให้เป็นผู้ดูแลที่พักแห่งนี้ โดยพื้นที่บริเวณนี้รวมทั้งบ้านพักทั้งหมด ทราบว่าเจ้าของมี 5 คนอยู่ในกรุงเทพฯ ทำงานสายการบินบ้าง เป็นอดีตทหารบ้างและอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่รู้ว่ารับราชการอยู่ที่ไหน ส่วนเอกสารหลักฐานก็ไม่รู้ว่า มีหรือไม่อย่างไร เป็นเพียงแค่รับจ้างดูแล เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เพื่อดำเนินการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่เขื่อนศรีนครินทร์ ตามกระบวนการอีกครั้งต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18052</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กาญจนบุรี, ชุดเฉพาะกิจพญาเสือ, นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์, บุกรุกเขตอุทยาน, ยึดรีสอร์ทรุกป่า, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3, อุทยานแห่งชาติเอราวัณ, อ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์, แพน้องกลอย, ไร่5สหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba37f5abb8a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
