<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113895</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 20:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพหรูชื่อดังยอมรื้อถอนออกจากแม่น้ำแควน้อย ในเขตอุทยานฯไทรโยคแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ&amp;nbsp;นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินการปราบปราม นายทุนบุกรุกป่าอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายนิพนธ์ พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค นายจิรายุ พูลทวี ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค และเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติไทรโยค จำนวน 15 นาย ได้เดินทางไปตรวจดูการรื้อถอน เคลื่อนย้าย รีสอร์ตแพหรู &amp;quot;ไทรโยคโฟลทเทล&amp;quot; ราคา 20 ล้านบาท ระดับ 5 ดาว มีห้องพักหรู 29 ห้อง ห้องอาหาร ห้องรับรอง สระว่ายน้ำ ที่ปลูกสร้างบุกรุก ยึดถือ ครอบครองในแม่น้ำแควน้อย เขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ท้องที่บ้านไทรโยคใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่นายสมเจตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้ทำการปิดประกาศ คำสั่ง ขับไล่ รื้อถอน ภายใน 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.2564 ที่ผ่านมา นายวสันต์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของรีสอรต์แพหรูดังกล่าว ได้ทำการรื้อถอน เคลื่อนย้าย รีสอร์ทแพหรูออกไปจากแม่น้ำแควน้อยในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค&amp;nbsp;จังหวัดกาญจนบุรี ไปจนเกือบหมดแล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ เผยว่า การที่นายวสันต์ได้รื้อถอนรีสอร์ตแพหรูไปด้วยตนเอง ภายในเวลาอันรวดเร็ว ถือได้ว่าเป็นผลดี ไม่ต้องถูกดำเนินคดี และเสียค่าปรับ เพราะหากดื้อดึง ไม่ยินยอมรื้อถอนภายในเวลา 30 วัน ตามประกาศคำสั่งของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคแล้ว อาจจะถูกดำเนินคดีในข้อหาฐานฝ่าฝืนประกาศคำสั่ง ขับไล่ รื้อถอน ตามมาตรา 35 (1) พรบ.อุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ พ.ศ. 2562 ซึ่งมีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ และปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท และต้องเสียค่าขนย้ายรีสอร์ตแพหรู ให้กับทางราชการเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากเจ้าของได้รื้อถอน เคลื่อนย้าย รีสอร์ทแพหรู ดังกล่าว ออกไปจนหมดแล้ว ทางนายสมเจตน์จะดูแลรักษา ป้องกัน มิให้บุคคลใด นำรีสอร์ทแพ หรือสิ่งอื่นใด มาจอดขวางแม่น้ำแควน้อยในบริเวณดังกล่าวอีก เพื่อรักษาภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว น้ำตกไทรโยคใหญ่ ในแม่น้ำแควน้อย ให้มีบรรยากาศ สุนทรียภาพตามธรรมชาติที่งดงามเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายสุดนายนิพนธ์ฯ ได้เตือนไปยัง นายทุนเจ้าของโรงแรม หรือ เจ้าของรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศ ทั้งหลาย ที่ปลูกสร้าง บุกรุก &amp;nbsp;ยึดถือ ครอบครองที่ดิน หรือ แม่น้ำในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ขอให้ท่านอย่าได้คิดว่าอัยการจังหวัด มีคำสั่งไม่ฟ้อง ทำให้คดีอาญายุติไป ตามประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา มาตรา 147 และหลุดพ้นคดีทั้งหลายทั้งปวง และจบแล้วนั้น เป็นความเข้าใจผิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ยังมีอำนาจใช้กฎหมาย ออกประกาศคำสั่ง ขับไล่ รื้อถอน ตาม &amp;nbsp;พรบ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฉบับใหม่ได้อีก และการขับไล่ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&amp;nbsp;ที่เป็นเขตสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่มีอายุความ ไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดี สามารถ ขับไล่ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผล อาสินหรือสิ่งอื่นใด ไปให้พ้นจากเขตสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ได้ตลอดเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113895</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, อุทยานแห่งชาติไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e5abda9d55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รื้อแล้ว!แพพักหรู รุกแม่น้ำแควน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของรื้อถอนเคลื่อนย้ายแพพักหรู 20 ล้าน พ้น อช.ไทรโยคแล้ว คืนความสวยงามแม่น้ำแควน้อยตามธรรมชาติ เตือนนายทุน-ผู้ประกอบการที่เหลือ ถ้าปลูกสร้างบุกรุกยึดถือครองที่ดิน-แม่น้ำในเขตอนุรักษ์ ใช้ 2 กม.ไล่รื้อได้ตลอดเวลา คดีไม่มีอายุความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำโดยนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค นำป้ายประกาศคำสั่งไปติดตั้งที่แพพักหรูระดับ 5 ดาว &amp;quot;ไทรโยคโฟลทเทล&amp;quot; ที่สร้างรุกเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค กลางแม่น้ำแควน้อย ท้องที่หมู่ 7 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อให้นายวสันต์ สดใส เจ้าของรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายแพพักที่มีมูลค่าร่วม 20 ล้านบาท ออกไปให้พ้นเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.64 ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 19 ส.ค. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายสมเจตน์ จันทนา หน.อุทยานแห่งชาติไทรโยค นายจิรายุ พูลทวี ผู้ช่วย หน.อุทยานแห่งชาติไทรโยค และเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าอุทยานฯ ไทรโยค จำนวน 15 นาย ได้เดินทางไปตรวจดูการรื้อถอนเคลื่อนย้ายแพพักดังกล่าว
&amp;nbsp;นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ กล่าวว่า ตามข้อสั่งการ ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ดำเนินการปราบปรามนายทุนบุกรุกป่าอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง โดยหลังจากปิดประกาศคำสั่ง ขับไล่ รื้อถอน&amp;nbsp; นายวสันต์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของรีสอร์ตแพดังกล่าว ได้ทำการรื้อถอน เคลื่อนย้ายรีสอร์ตแพหรูออกไปจากแม่น้ำแควน้อย ในเขตอุทยานฯ ไทรโยค&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี เกือบทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;หลังจากนี้ จนท.จะดูแลรักษา ป้องกันมิให้บุคคลใดนำรีสอร์ตแพ หรือสิ่งอื่นใดมาจอดขวางแม่น้ำแควน้อย ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค บริเวณดังกล่าวอีก เพื่อรักษาภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว น้ำตกไทรโยคใหญ่ในแม่น้ำแควน้อยให้มีบรรยากาศสุนทรียภาพตามธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่งดงามเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์แท้จริง
&amp;quot;การที่เจ้าของรีสอร์ตแพได้รื้อถอน เคลื่อนย้ายแพพักไปด้วยตนเองภายในเวลาอันรวดเร็ว ถือว่าเป็นผลดี ไม่ต้องถูกดำเนินคดี และเสียค่าปรับ เพราะหากดื้อดึงไม่ยินยอมรื้อถอน เคลื่อนย้ายรีสอร์ตแพหรูดังกล่าวภายในเวลา 30 วัน ตามประกาศคำสั่งจะถูกดำเนินคดี ในข้อหาฐานฝ่าฝืนประกาศคำสั่ง ขับไล่ รื้อถอน ตามมาตรา 35 (1) พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ พ.ศ.2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ และปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท และต้องเสียค่าขนย้ายรีสอร์ตแพหรูให้กับทางราชการเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาทอีกด้วย&amp;quot; นายนิพนธ์กล่าว
ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กล่าวอีกว่า ขอเตือนไปยังนายทุนเจ้าของโรงแรม หรือเจ้าของรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศทั้งหลายที่ปลูกสร้าง บุกรุก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยึดถือ ครอบครองที่ดิน หรือแม่น้ำ ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า อย่าคิดว่าอัยการจังหวัดมีคำสั่งไม่ฟ้อง ทำให้คดีอาญายุติไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147 และหลุดพ้นคดีทั้งหลาย และจบแล้วนั้น เป็นความเข้าใจผิด เพราะหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ยังมีอำนาจใช้กฎหมายออกประกาศ คำสั่ง ขับไล่ รื้อถอน ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฉบับใหม่ได้อีก และการขับไล่ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&amp;nbsp;ที่เป็นเขตสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่มีอายุความ ไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดี สามารถขับไล่ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดไปให้พ้นจากเขตสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ตลอดเวลา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113884</URL_LINK>
                <HASHTAG>รื้อแพพักหรู, รุกแม่น้ำแควน้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทยานแห่งชาติไทรโยค, เขตอนุรักษ์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่น้ำแควน้อย, ไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e457bdd6a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ศรี&#039; เดือดปุดๆ จี้กองทัพไล่ออก &#039;ทหารเลว&#039; ล่า &#039;นกเงือก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่ผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้ออกมาเปิดเผยว่ามีผู้หวังดีแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ท้องที่บ้านไทรโยคใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี และเมื่อนำกำลังไปตรวจค้นพบทหารยศ พันจ่าเอก สังกัดหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 11 สำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนหลายประเภท รวมทั้งอุปกรณ์ล่าสัตว์ต่างๆมากมาย ที่สำคัญพบซากนกเงือก จำนวน 7 ซาก ซากนกกาเหว่า จำนวน 2 ซาก ซากนกเขียวคราม จำนวน 1 ซาก รวมทั้งยังพบยาบ้าพร้อมอุปกรณ์เสพยา และกัญชาอัดแท่งอีกด้วยนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า หลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ของทหารคนดังกล่าวที่ไม่ยี่หระต่อกฎหมาย และวินัยทหาร เพราะคิดว่าเป็นทหารมีอาวุธ จะทำอะไรก็ได้ จึงได้กล้ากระทำการดังกล่าวอันเป็นการเย้ยหยันคนไทยที่รักสัตว์ป่า รวมทั้งนักอนุรักษ์ และนักสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศเป็นอย่างมาก และน่าจะกระทำมาหลายต่อหลายครั้ง จนย่ามใจ และอาจชี้ให้เห็นว่าหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ได้มีการฝึกอบรมหรือสั่งสอนให้มีความรับผิดชอบชั่วดี ให้เกิดขึ้นในก้นบึ้งของหัวใจของความเป็นทหารเลยแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรณีที่เกิดขึ้นทหารคนดังกล่าวจะต้องถูกดำเนินคดีหลายข้อหา ทั้งการฝ่าฝืน พรบ.อุทยานแห่งชาติ 2562 พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 พรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน 2490 พรบ.ยาเสพติดให้โทษ 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งล้วนเป็นข้อหาหนักซึ่งต้องถูกจำคุกก็ตาม แต่สำหรับโทษทางทหารนั้น นอกจากเป็นการฝ่าฝืน พรบ.ว่าด้วยวินัยทหาร 2476 แล้วยังมี พรบ.ระเบียบข้าราชการทหาร 2521 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยประมวลจริยธรรม 2551 อีกด้วย ซึ่งพฤติกรรมและหรือการกระทำดังกล่าวของพันจ่าเอก สังกัดหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ จะต้องถูกต้นสังกัด คือ &amp;ldquo;กองบัญชาการกองทัพไทย&amp;rdquo; สอบสวนและลงทัณฑ์โดยพลัน ซึ่งโทษสูงสุดควรที่จะต้อง &amp;ldquo;ไล่ออก&amp;rdquo; จากความเป็นทหารเท่านั้น แต่หากมีการช่วยเหลือปกป้องให้กันและกัน ก็จะทำให้องค์กรในภาพรวมมัวหมองตามไปด้วย และผู้บังคับบัญชาก็จะต้องมีโทษเฉกเช่นผู้กระทำผิดตามไปด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92178</URL_LINK>
                <HASHTAG>นกเงือก, ล่าสัตว์, ศรีสุวรรณ, อุทยานแห่งชาติไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210206/image_big_601e16a133353.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92132</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 12:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2021 19:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.บุกจับคนร้ายล่านกเงือกในอุทยานแห่งชาติไทรโยค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ. 64 -&amp;nbsp;นายนิพนธ์ จำนงค์ศิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า​ เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจอุทยานแห่งชาติไทรโยค (ส่วนกลาง) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันปฏิบัติงานออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตามที่มีผู้หวังดีแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลเข้าไปลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ท้องที่บ้านไทรโยคใหญ่ หมู่ที่ 7 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เมื่อเวลา 09.47 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าพื้นที่ตามที่ได้รับแจ้ง พบรถยนต์ยีห้อ ISUZU สีเทา หมายเลขทะเบียน บบ 5145 กาญจนบุรี จอดอยู่บริเวณไร่ซึ่งเป็นพื้นที่ในความรับผิดชอบอุทยานแห่งชาติไทรโยค จึงได้นำกำลังดักซุ่มเพื่อสังเกตการณ์ พบเห็นบุคคลชาย จำนวน 1 คน กำลังนั่งและใช้อาวุธปืนยาวไม่ทราบชนิดซุ่มยิงสัตว์ป่าอยู่บริเวณโคนต้นไทร คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปิดล้อม พร้อมทั้งได้แสดงตนเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบและตรวจค้นตัวในเบื้องต้นบุคคลชายคนดังกล่าวระบุว่าตนคือ พันจ่าเอก พิสนุ อายุ 41 ปี หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ซึ่งในมือด้านขวาถืออาวุธปืนเดี่ยวยาวลูกกรด ขนาด .22 LR &amp;nbsp;พร้อมแม็กกาซีน ภายในรังเพลิงมีลูกกระสุนปืนขนาด .22 จำนวน 1 นัด ลักษณะพร้อมใช้งาน ตรวจสอบภายในแม็กกาซีน พบลูกกระสุนปืนขนาด .22 บรรจุอยู่ภายในแม็กกาซีน จำนวน 7 นัด ตรวจค้นที่ตัวพบอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. พกอยู่เอวด้านหลัง ตรวจสอบภายในอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ไม่พบลูกกระสุนปืนภายในรังเพลิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรวจสอบภายในแม็กกาซีน พบลูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. บรรจุอยู่ภายในแม็กกาซีน จำนวน 6 นัด ใกล้กันพบซากนกเงือก จำนวน 7 ซาก ซากนกกาเหว่า จำนวน 2 ซาก​ ซากนกเขียวคราม จำนวน 1 ซาก มีดพกสั้นจำนวน 1 เล่ม ไฟฉายคาดหัว จำนวน 2 อัน พร้อมอุปกรณ์กระเป๋าคาดเอวสีม่วง ตรวจค้นภายในกระเป๋าคาดเอวสีม่วงพบยาบ้าอยู่ในซองซิ๊ปล๊อกพลาสติกสีขาว จำนวน 4 เม็ดครึ่ง พร้อมอุปกรณ์เสพยา และกัญชาอัดแท่ง และคณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นยอมรับว่ารถยนต์คันดังกล่าวเป็นของตน ตรวจพบอาวุธปืนเดี่ยวลูกซองยาว ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 1 กระบอก ลูกกระสุนปืนขนาดเบอร์ 12 จำนวน 14 นัด มีดพกสั้นจำนวน 3 เล่ม มีดพล้าโต้ยาว จำนวน 1 เล่ม หม้อแปลงสำหรับช๊อตปลา จำนวน 1 ตัว แร้วดักสัตว์ป่า(แร้วคอม้า) จำนวน จำนวน 23 อัน แร้วดักสัตว์ป่า(จิก) จำนวน 31 อัน ไฟฉายคาดหัว 1 อัน ของกลางทั้งหมดอยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับรับทราบว่าผู้ถูกจับได้กระทำความผิดตาม พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19 (3) ฐาน ล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใดๆ ประกอบมาตรา 43 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 (3) หรือ (4) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 19 (7) ฐาน นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป ประกอบมาตรา 45 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 (7) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท มาตรา 56 บรรดาไม้ สัตว์ป่า ทรัพยากรธรรมชาติอื่นใดที่มีอยู่ในอุทยานแห่งชาติฯ ที่บุคคลได้มาจากการกระทำความผิด หรืออาวุธ เครื่องมือ เครื่องใช้ สิ่งปลูกสร้าง อุปกรณ์ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใดๆ ที่บุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิด ตามมาตรา 19 (1) (2) (4) (5) (7) หรือ (10)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 12 ฐาน ล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง ประกอบมาตรา 89 &amp;nbsp;ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 12 หรือมาตรา 29 ถ้ากระทำต่อสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง หรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 17 ฐาน มีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน สัตว์ป่าคุ้มครอง หรือซากสัตว์ป่าดังกล่าว ประกอบมาตรา 92 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 17 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 55 (3) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 92 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 17 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 55 (3) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 ข้อหา มียาเสพติด(กัญชา) ยาเสพติดประเภท 5 ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหา เสพยาติด(กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต​ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคได้ดำเนินคดีและนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรไทรโยค เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92132</URL_LINK>
                <HASHTAG>นกเงือก​, อุทยานแห่งชาติไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d32801a925.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19640</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/10/2018 08:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/10/2018 08:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบไอ้ต้า รับเป็นคนยิงหมีขอบนต้นไทร พบหลักฐานอีกเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ต.ค.61 - นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เปิดเผยว่า เมื่อวานที่ผ่านมา (10 ต.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบภาค 7 และชุดสืบสภ.ไทรโยค ได้เดินทางเข้าไปตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ สำนักสงฆ์เต่าดำ ม.8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค โดยในระหว่างทาง รถของคณะนายพนัชกรเดินทางเข้าไปทีหลัง ได้สวนกับรถของคณะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุมตัวนายตาต้า คนดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำ ไปสภ.ไทรโยค หลังจากนายตาต้าได้ยอมรับว่า เป็นคนยิงหมีขอด้วยตัวเอง และพาเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดที่ยิงหมีขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายตาต้าสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเวลา 20.00 น. คืนวันที่ 6 ต.ค.หลังจากกลุ่มออฟโร๊ดของนายวัชรชัย สมีรักษ์ อดีตปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย เดินทางมาถึง มีชายในคณะนี้ 2 คน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใครชื่ออะไร ได้ชักชวนให้นายตาต้าพาไปส่องไฟเพื่อล่าสัตว์ป่า นายตาต้าจึงพาชาย 2 คนเดินออกจากที่พัก ห่างจากสำนักสงฆ์เต่าดำราว&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร ได้ส่องไฟไปพบชะมดบริเวณริมลำธาร โดยชายหนึ่งในนั้นได้ใช้อาวุธปืนยาวยิงไป 1 นัด แต่ไม่ถูกชะมด จึงพาเดินส่องไฟต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแยกห่างจากทางเดิน เข้าไปในราวป่าประมาณ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;เมตร ส่องไฟไปพบหมีขออยู่บนกิ่งต้นไทร หนึ่งในนั้นได้ส่งปืนให้ตนเป็นคนยิงไป 1 นัด ถูกหมีขอเสียชีวิตตกจากต้นไทร ลงมาบนพื้น จากนั้นได้แบกซากหมีขอกลับไปที่พัก แล้วนำซากหมีขอไปเผาขน แล่เนื้อออกจากกระดูก ที่บริเวณริมลำธารในเขตสำนักสงฆ์ จากนั้นนำไปประกอบอาหาร ส่วนปืนที่ใช้เป็นของคณะนายวัชรชัย สมีรักษ์ อดีตปลัดด่านมะขามเตี้ย โดยเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนขนาด.22 แอลอาร์ 1 ปลอก บริเวณที่นายตาต้าพาไปชี้จุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเจ้าหน้าที่พฐ.ภ.7ร่วมพฐ.ภ.จว.กาญจนบุรี เข้าตรวจสอบ บริเวณศาลเจ้าพ่อเขาพลู ซึ่งห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯเขาพลูราว 5 กม. ปรากฎพบร่องรอยกระสุนตามแนวต้นไผ่&amp;nbsp;6-7&amp;nbsp;จุด และพบหัวกระสุนปืน 1 หัวฝังในกอไผ่ ซึ่งเป็นไปตามที่กลุ่มผู้ต้องหาให้การว่า ยิงปืนแก้บน ซึ่งวิถีกระสุนประเมินว่า ยิงมาจากบริเวณหน้าศาล นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด.223(5.56) อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ปลอก ตกอยู่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเขาพลู ซึ่งรายละเอียดแต่ละจุดมีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่ 1 พบย่าม (กระสอบปุ๋ย) ซุกซ้อนอยู่ข้างขอนไม้ถนนฝั่งขวา (มุ่งหน้าไปทางหน่วย ทย.6 ) ห่างจากถนน 2.85 เมตร และห่างจากจุดเกิดเหตุ 1.1 กิโลเมตร พบหลักฐานและวัตถุพยานภายในย่ามจำนวน 3 รายการ คือ 1.ซากสัตว์ป่า กบทูด หรือ เขียดแลว (Limnonectes blythii&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Rana blythii)&amp;nbsp;จำนวน 4 ตัว 2.ซากสัตว์ป่า หมีขอ หรือ บินตุรง (Arctictis binturong)&amp;nbsp;จำนวน 3 ชิ้น น้ำหนัก 4.3 กก. และ 3.ดิน บริเวณที่พบถุงย่ามใส่ซากสัตว์ป่า จำนวน 1 ถุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่ 2 พบหลักฐานและพยานวัตถุ จำนวน 2 รายการ คือ 1.ลูกกระสุนปืน จำนวน 1 ลูก ภายในลำต้นไผ่ หลังศาลเจ้าพ่อเขาพลู 2.ปลอกกระสุนปืน ขนาด .223 (5.56 มิลลิเมตร) จำนวน 2 ปลอก บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อเขาพลู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดที่ 3 บริเวณที่ นายตาต้า (ผู้ต้องหา) แจ้งว่าเป็นจุดยิงและล่าสัตว์ป่า (หมีขอ) บนต้นไทร ด้วยอาวุธปืนลูกกรด&amp;nbsp;&amp;nbsp;ห่างจากป้ายทางเข้าสำนักสงฆ์เต่าดำ 30 เมตร และห่างจากจุดที่นายวัชรชัยและพวกตั้งแคมป์ 300 เมตร พบปลอกกระสุนปืน ขนาด .22 มิลลิเมตร จำนวน 1 ปลอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ได้ร่วมกันจับกุมผู้ที่ร่วมกระทำผิดจำนวน 2 คน ดังนี้ 1.นายตาต้า (ชาวพม่า) รับสารภาพว่าเป็นคนยิงหมีขอ 2.นายสมเกีรยติ เพ็งนาเรนทร์ และออกหมายจับ นายจีระ(ชาวพม่า) และภรรยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19640</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, คดีปลัดอุ้งตีนหมี, นายวัชรชัย สมีรักษ์, ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย, ยิงหมีขอ, สภ.ไทรโยค, สำนักสงฆ์เต่าดำ, อุทยานแห่งชาติไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181011/image_big_5bbea7bc1b36f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดลำดับเหตุการณ์จับ&#039;ปลัดออฟโรด&#039;ล่าสัตว์ป่า! </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.61- เพจทีมพญาเสือ โพสต์เฟสบุ๊คถึงลำดับเหตุการณ์การเข้าจับกุมกลุ่มออฟโรด ซึ่งมีปลัดอเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ร่วมอยู่ด้วย โดยระบุว่า รถทั้ง 6 คัน ที่ได้ตรวจยึด จากกรณี เมื่อวานนี้(7 ต.ค.) ลำดับเหตุการณ์ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเสาร์ที่ 6 ต.ค. 2561 เวลา ตอน เย็น ได้รับแจ้งมีกลุ่มบุคล เข้าพื้นที่ มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะล่าสัตว์จากสายที่วางใว้ในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันอาทิตย์ ที่ 7 ต.ค. 2561
เวลา 07.00 น. ระดมเจ้าหน้าที่ 17 นาย เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบ
เวลา 11.30 น. เดินทาง ถึง ป่าเขาพลู ในป่าสงวนแห่งชาติป่าวังใหญ่ พบ รถทั้ง 6 คันขับสวนทางออกมา จึงเรียกให้หยุดรถ และขอตรวจค้นพบ ชาย 10 คน หญิง 2 คน เด็กโต 3 คน มี 1คนอ้างตัวว่าเป็นปลัดอำเภอ ภายหลังตรวจสอบพบว่าเป็นปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยจริง พบอาวุธ ปืน และ ขาทั้ง 4 ข้าง ของหมีขอ จึงควบคุมทั้งหมดมาที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อทำการตรวจค้นโดยละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15.30 น เดินทางถึงที่ อุทยานแห่งชาติไทรโยคได้ตรวจค้นโดยละเอียดร่วมกับ จนท.ตร. และ ทหารในพื้นที่ พบอุกกรณ์ ในการกระทำผิด ดังนี้
1. อาวุธปืน CZ 442-2 EZKM CAL .22 พร้อมกระบอกเก็บเสียงยาว 8 นิ้ว
2.เครื่องกระสุน ขนาด .22 LR ยี่ฮ้อ CCI จำนวน 34 นัด
3.อาวุธปืนพก Glock 34 AUSTRIA 9&amp;times;19 หมายเลขทะเบียน .....
4.แม็กกาซีน พร้อมเครื่องกระสุน (ในแม็ก 12 นัด นอกแม็ก 19 นัด)
5.เครื่องกระสุน ขนาด 5.56 mm จำนวน 20 นัด
6.มีพร้า 3เล่ม มีดทำครัว2เล่ม
7.เขียง1อัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะทำการตรวจค้น บุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นปลัดอำเภอ ไม่ยอมให้ตรวจค้น แต่เมื่อเวลา 18.34 น. จึงยินยอมให้ตรวจค้นพบ 1.อาวุธปืนพก SIGSAUER P320SP ขนาด 9mm พร้อมเครื่องกระสุนภายในแม็กกาซีน 16 นัด แต่ไม่พบใบอนุญาติพกพา จากการสอบสวนทราบว่าทั้งหมดเดินทางเข้าไปตั้งแค้มป์ ที่ บริเวณใกล้ สำนักสงฆ์ เหมืองเต่าดำ มีการดื่มสุราและ อาหารที่ทำจากเนื้อสัตว์ป่า จนท.จึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19331</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.กาญจนบุรี, ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย, ล่าสัตว์ป่า, ออฟโรด, อุทยานแห่งชาติไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181008/image_big_5bbac600d83c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2018 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2018 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จี้ผวจ.ไล่ออกปลัดอำเภอ-พวกฆ่าหมีขอกลางป่าไทรโยค </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.61-นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ผู้ว่าฯกาญจนบุรีไล่ออกปลัดอำเภอกับพวกฆ่าหมีขอกลางป่าไทรโยค ระบุ
ตามที่ปรากฏในเฟซบุ๊ค &amp;ldquo;ทีมพญาเสือ&amp;rdquo; เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2561 รายงานว่าเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค เข้าตรวจสอบบริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพูล) พบกลุ่มรถออฟโรสจำนวน 6 คัน มีชายหญิงรวม 12 คน ลักลอบเข้าอุทยานฯ หลังตรวจสอบโดยละเอียดแล้วพบว่ามีอาวุธปืนยาวไรเฟิล .22 CZ ติดกล้องและอุปกรณ์เก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุน 30 นัด พบอาวุธปืนพก 9 มม. จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 40 นัด เครื่องกระสุนขนาด 5.56 (เครื่องกระสุนใช้กับ M 16) จำนวน 20 นัด และยังพบซากสัตว์ป่า (หมีขอ) ทั้ง 4 เท้าซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 2 ตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 เป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ในบัญชีไซเตส นอกจากนั้นยังมีดอีโต้อีก 2 และมีดทำครัวอีก 3 เล่มพร้อมเขียงด้วย โดยกลุ่มออฟโรดดังกล่าวนำทีมโดยปลัดอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมทีม อส. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติการณ์ดังกล่าวของปลัดอำเภอและ อส. ในฐานะที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของรัฐ ย่อมมีสำนึกรู้ว่าการพกพาอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติและฆ่าหมีขอหรือมีซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ย่อมต้องมีความผิดตามกฎหมายหลายกระทง อาทิ 1)ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 8 ทวิ วรรคหนึ่ง พรบ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ. 2490 ต้องระวางโทษตามมาตรา 72 ทวิ วรรคสอง จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ 2)ร่วมกันทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ตามมาตรา 16(3) พรบ.อุทยานแห่งชาติ 2504 มีความผิดตามมาตรา 24 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3)ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มีความผิดตามมาตรา 16 พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษตามมาตรา 47 จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 4)ร่วมกันมีซากสัตว์ป่าไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ต้องระวางโทษตามมาตรา 47 จำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พฤติกรรมดังกล่าวของปลัดอำเภอและ อส.ถือได้ว่าไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะเป็นถึงเจ้าพนักงานของรัฐกลับปฏิบัติโดยมิชอบ เข้าข่ายฐานความผิด &amp;ldquo;ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง&amp;rdquo; อันถือได้ว่าเป็นการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 85 (7) ประกอบมาตรา 82(10) ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรีควรสั่งลงโทษโดยการไล่ออกจากราชการ ตามมาตรา 88 (5) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อสังคมและต่อข้าราชการอื่น ๆ ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19325</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมีขอ, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย, ผวจ.กาญจนบุรี, ล่าสัตว์ป่า, อุทยานแห่งชาติไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1bc1397979.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
