<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52691</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 16:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 16:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ขบวนรถบุปผชาติ&quot;อัญเชิญ&quot;พระเกศาธาตุ -พระบรมสารีริกธาตุ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ขบวนรถบุปผชาติ อัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ที่ตกแต่งด้วยดอกไม้สด หนึ่งแสนดอก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นับเป็นเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ที่ประเทศไทยได้อัญเชิญ &amp;ldquo;พระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ&amp;rdquo; จากประเทศศรีลังกามาประดิษฐาน ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร &amp;nbsp; ทั้งนี้ มูลนิธิโดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหารในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร มูลนิธิธรรมดี และองค์กรภาคี เป็นเจ้าภาพ ในการอัญเชิญ และพิธีมีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่&amp;nbsp;15ธันวาคม 2562 ที่ผ่านนี้ &amp;nbsp;เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นมงคลแก่ตนเองรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ การอัญเชิญ &amp;nbsp;พระบรมเกศาธาตุจากประเทศศรีลังกา ยังเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์เถรวาทไทย-ลังกา ที่ดำเนินสืบเนื่องมากว่า 700 ปี นับตั้งแต่การรับนับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทแบบลังกาวงศ์ในสมัยสุโขทัย อีกทั้งปี พ.ศ. 2562 &amp;nbsp;ยังเป็นวาระครบรอบ 266 ปี แห่งการประดิษฐานพระพุทธศาสนานิกายสยามวงศ์ในศรีลังกา ซึ่งเป็นนิกายที่ได้รับการอุปสมบทจากคณะพระธรรมทูตนำโดยพระอุบาลีมหาเถระ จากวัดธรรมารามแห่งกรุงศรีอยุธยาในสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งเป็นการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในศรีลังกาขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากเสื่อมถอยไปด้วยอิทธิพลของชาวต่างชาติและผู้ปกครองที่นับถือศาสนาอื่น นิกายสยามวงศ์จึงเป็นส่วนสำคัญในการเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างไทย&amp;ndash;ศรีลังกา มาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ที่ประดิษฐาน ตำหนักเพชร วัดบวรฯแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในพิธีอัญเชิญได้จัดริ้วขบวนและรถบุปผชาติอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสมาคมปากคลองตลาด ร่วมกับ อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน สร้างสรรค์&amp;nbsp;วิจิตรางานศิลป์ ร่วมจัดดอกไม้ถวายนับแสนดอก ทั้งกล้วยไม้ กุหลาบ งานไทยประดิษฐ์ ช่ออุบะมะลัย พร้อมทั้งเครื่องสูงบุษบก ผอบเพื่อบรรจุพระบรมเกศาธาตุ &amp;nbsp;ทั้งนี้ยังประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมช้างเผือก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศศรีลังกา แกะสลักเสมือนจริง ตระหง่านอยู่บนหัวรถ มีความสูงกว่า 4 เมตร &amp;nbsp;โดยงานทุกชิ้นและดอกไม้ทั้งหมด ถูกรังสรคค์ให้เหมือนคลื่น มีความหมายและความเป็นมาของเรื่องราวและความสัมพันธ์ที่ดีของประเทศไทย และศรีลังกา ในพิธีอันมหามงคลและศักสิทธิ์ เพื่อออกสู่สายตาของชาวโลกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนตัวรถประดับตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงและประณีตงดงาม ออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยศิลปะความเป็นไทย เช่น มณฑปต่างๆ ที่มีความเก่าแก่ &amp;nbsp;การจัดแต่งดอกไม้รอบตัวรถออกแบบให้เป็นเหมือนลายคลื่นน้ำ เปรียบเสมือนพระบรมเกศาธาตุ ที่ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงประเทศไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากขบวนรถบุปผชาติ ทางอุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน บุรีรัมย์ ยังร่วมกับ สมาคมปากคลองตลาด จัดสร้างสรรค์ผลงานด้วยดอกไม้สดตกแต่งประดับบริเวณพิธีการจัดสถานที่ ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรณิเวศวิหาร สถานที่ประดิษฐานพระบรมเกศาธาติ และพระบรมสารีริกธาตุอีแกด้วย ใน รูปแบบดอกไม้สด และงานไทยประดิษฐ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ พิทักษ์ &amp;nbsp;หังสาจะระ ที่ปรึกษาเพลาเพลิน และ นักออกแบบตกแต่งการจัดดอกไม้ระดับประเทศ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ในฐานะคนไทย คนหนึ่ง รู้สึกยินดีและเป็นมหามงคลของชีวิตอย่างมาก ตอนได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของเพลาเพลินออกแบบรถบุปผชาติ &amp;nbsp;รู้สึกตื่นเต้น อยากสร้างสรรค์ผลงาน ที่มีทั้งความเป็นศาสนา และความเป็นไทยในงานฝีมือคนไทย ที่ละเอียดอ่อน นำมาผสมผสาน &amp;nbsp;ให้รถขบวนอัญเฃิญมีความปราณ๊ตวิจิตรบรรจง &amp;nbsp;ส่วนชนิดของดอกไม้ที่เลือก ก็เลือกที่สีแสดงความเป็นเอกลักษณ์ทางด้านศาสนา ความเรียบ ความสงบ โดยเฉพาะดอกไม้ไทยที่อยากนำเสนอ &amp;nbsp;
&amp;quot;รูปแบบแนวคิด ต้องบอกว่างานนี้เป็นงานบุญที่ใหญ่มาก &amp;nbsp;การที่เราจะทำงานบุญที่ใหญ่ระดับโลก สิ่งที่เราต้องทำ ต้องเน้นเรื่องของความประณีตจริงๆ ออกแบบด้วยความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็น มณฑปต่างๆที่เก่าแก่ ฉะนั้นการจัดดอกไม้ &amp;nbsp; เลยออกแบบรอบตัวรถให้เป็นเหมือนลายน้ำ ลายคลื่น ที่เปรียบเสมือนพระบรมเกศาธาตุ ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงบ้านเรา คนไทยทุกคนก็ได้รับบุญ มีวาสนาได้กราบพระเกศาธาตุของจริง ในครั้งนี้เพราะฉะนั้น งานที่ออกมานอกจากจะใช้รับขึ้นขบวนแล้ว เราต้องการโชว์ในคนทั้งโลกเห็นว่า ความเป็นไทยมีความสวยงามแค่ไหน และจะมีเรื่องของรายละเอียดของงานไทย ซึ่งเป็นงานดอกไม้ไทย ประกอบกับการจัดดอกไม้ไทยในตัวรอบขบวน และจะมีองค์ประกอบอื่นๆเยอะ ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือก ที่นำเรามาใช้ในการนำขบวน ซึ่งครั้งนี้เราใช้แกะพิเศษสำหรับงานนี้เลย&amp;rdquo;&amp;quot;อาจารย์พิทักษ์เล่าแนวคิดออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการทำงานที่ต้องบันทึกในประวัติศาสตร์ครั้งนี้ อาจารย์พิทักษ์ บอกว่า ต้องต่อสู้กับเวลาที่ค่อนข้างจำกัดมาก &amp;nbsp;ซึ่งการทำรถบุปผชาติคันใหญ่แบบนี้ ปกติต้องเตรียมงานอย่างน้อย 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อจะได้รู้ว่าการวางแผนงานต่างๆเป็นอย่างไรบ้าง เพราะการนำรถ 1 คันใหญ่ๆ มาประดับตกแต่งต้องมีการสร้างโครงสร้างขึ้นมา ซึ่งต้องใช้เวลา รวมถึงการดีไซน์รอบคันรถให้เป็นเหมือนสายน้ำ &amp;nbsp; ทำให้รายละเอียดต่างๆ มาก ตั้งแต่การแกะโครงสร้างออกมาให้เป็นรูปของลายน้ำแบบลายไทย การเซ็ทดอกไม้ให้รับกับน้ำ แม้กระทั่งการตกแต่งพระมณฑปที่ประดิษฐานอยู่บนรถด้วย รวมถึงตัวช้างเอง &amp;nbsp;ต้องสั่งแกะในเวลาที่น้อยมาก &amp;nbsp;กว่าจะได้ช้างเผือกที่แกะออกมาแล้วเหมือนจริงมากๆ &amp;nbsp;และมีความสวยงามในเรื่องรายละเอียดต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบร่างโครงสร้างรถบุปผชาติ อัญเชิญ พระบรมเกศาธาตุ พระบรมสารีริกธาตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ระหว่างทำงาน เรื่องดอกไม้เราก็มีความเป็นห่วงมาก แต่เจ้าของปากคลองตลาดก็เป็นผู้ Support ให้ ส่วนเพลาเพลินก็ดูแลในเรื่องของ Design ดูแลในเรื่องของทีมงานทั้งหมด &amp;nbsp; คนที่เป็นช่างสัก ช่างฝีมือ แรงงาน ทุกอย่างต้องทำงานพร้อมกันหมดในเวลาอันสั้น &amp;nbsp;ซึ่งความยากอยู่ตรงเรื่องของเวลา &amp;nbsp;เพราะเป็นรถบุปผชาติ ไม่ใช่การจัดดอกไม้ที่อยู่กับที่เฉยๆ รถมีการเคลื่อนไหว &amp;nbsp;หากจัดไม่แข็งแรงหรือแน่นหนา โอกาสการหลุดจะเยอะมาก โชคดีที่เพลาเพลิน เคยทำรถบุปผชาติมาแล้ว เรามีบทเรียนและประสบการณ์ในการทำงานมาแล้ว เพียงแต่เราห่วงเรื่องเวลามากๆ แค่นั้นเอง &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงของคณะจากศรีลังกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การอัญเชิญพระบรมเกศาธาตุ นอกจากทางฝ่ายไทย จะทำพิธีและชบวนอัญเชิญที่สวยงามวิจิตรบรรจงแล้ว &amp;nbsp;ทางศรีลังกายังได้มีการแสดงทางวัฒนธรรมด้วยขบวนกลอง และคณะนาฏศิลป์ เพื่อสรรเสริญพระพุทธเจ้านำขบวนรถบุปผชาติ รวมถึงรอบพิเศษในการถวายเครื่องบูชาสักการะในพระตำหนักเพ็ชรทุกวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมพระบรมเกศาธาตุ เก็บรักษาอยู่ที่วัดโบราณแห่งหนึ่งในเมืองแคนดี้ ประเทศ ศรีลังกา และเป็นที่เคารพบูชาอย่างสูงสุดมากว่า 700 ปี จนกระทั่งเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่ Nelligala International Buddhist Center เพื่อให้พุทธศาสนิกชนเดินทางมาสักการะได้สะดวกขึ้น &amp;nbsp;และการอัญเชิญมายังประเทศไทยในครั้งนี้ &amp;nbsp;เป็นดําริของพระสังฆนายกแห่งวัดมัลละวัตตะมหาวิหาร หรือวัดบุปผาราม และพระสังฆนายกแห่งวัดอัสคิริยามหาวิหาร ประเทศศรีลังกา โดยวัดมัลละวัตตะ เป็นวัดที่พระอุบาลีเถระ และคณะสมณทูตจากกรุงศรีอยุธยา มาทําการบรรพชาอุปสมบทให้ชาวศรีลังกา ส่วนวัดอัสคิริยา เป็นสถานที่ถวายเพลิงสรีระสังขารพระอุบาลีเถระ ทั้ง 2 วัดนี้ยังที่ทำหน้าที่สำคัญในการดูแลวัดพระเขี้ยวแก้วอีกด้วย พระบรมเกศาธาตุนี้เป็นองค์ที่ไม่เคยอัญเชิญมาในประเทศไทยมาก่อน จึงเป็นครั้งแรกในรอบ 700 ปี ที่พุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระบรมเกศาธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาพร้อมกันในครั้งนี้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล่าพระสงฆ์นั่งเรียงราย&amp;nbsp; ทีพระตำหนักเพชร เพื่อทำพิธีอัญเชิญพระบรมเกศาธาติ ประดิษฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วัดบวรนิเวศวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพระบรมราชจักรีวงศ์มายาวนาน โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงเป็นเจ้าอาวาสพระองค์แรก วัดนี้ยังที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 จนถึงรัชกาลที่ 10 ขณะทรงผนวช อีกทั้งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและพระพุทธศาสนามาอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของ พระตำหนักเพ็ชร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เพื่อถวายแด่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระราชอุปัธยาจารย์ ทรงใช้ประกอบศาสนกิจ เคยใช้เป็นสถานที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม รวมถึงเป็นที่ประดิษฐานต้นแบบพระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ 4 ขนาดเท่าพระองค์จริง พระบรมฉายาลักษณ์ ตลอดจนเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อน ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระสงฆ์จากศรีลังกา กราบสักการะพระบรมเกศาธาตุ ที่ประดิษฐานแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พุทธศาสนิกชนสามารถเข้ากราบสักการะพระบรมเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ ณ พระตำหนักเพ็ชรวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 - 20.00 น. ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคม 2563 รวมถึงสามารถจองรอบเวลาเป็นเจ้าภาพถวายเครื่องสักการะบูชาตามธรรมเนียมศรีลังกาได้ที่ฝ่ายเลขานุการโครงการฯ โทร. 02-610 2366 , 063 526 &amp;nbsp;5359&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแสดงของคณะจากศรีลังกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52691</URL_LINK>
                <HASHTAG>พระบรมสารีริกธาตุ, พระบรมเกศาธาตุ, วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร, สมาคมปากคลองตลาด, อุทยานไม้ดอกเพลาเพลิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8a27725543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
