<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2019 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2019 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรจี้&#039;เฉลิมชัย&#039;เลิกนโยบายประชานิยม ควรแก้ปัญหายางพาราตามรอย&#039;ลุงตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.62- นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ปัญหาราคายางตกต่ำเกิดขึ้นจากตลาดการซื้อขายยางล่วงหน้าจากประเทศจีน เกิดการบิดเบือนในราคาต้นทุนที่แท้จริง จึงอยากให้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ จริงจังกับการแก้ไขปัญหาในระยะยาวมากกว่าการจัดการในระยะสั้น ด้วยนโยบายประชานิยม อาทิ การประกันราคายาง แต่อยากให้สานต่อแนวคิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการส่งเสริมให้แต่ละกระทรวงนำ ยางพารา ไปใช้ในการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งนำ พระราชบัญญัติควบคุมยางและพระราชบัญญัติของกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2542 เข้ามาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกร และควบคุมการส่งออกได้อย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภาครัฐ ควรเปลี่ยนแนวคิดใหม่ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งพาตนเอง ผ่านการอบรมให้ความรู้ สนับสนุนแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และการนำสินค้าสู่ตลาดราชการ เพื่อให้สินค้าเกษตรเป็นอุตสาหกรรมเพิ่มมูลค่า เช่น การนำยางมาแปรรูป เป็น โต๊ะ เก้าอี้ รองเท้า หรืออื่น ๆ ส่วนมาตรการจำกัดการใช้สารเคมี พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพรีฟอส นั้น รัฐควรแนะนำให้เกษตรกรใช้อย่างถูกต้อง และมีมาตรการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ดีกว่าการยกเลิกใช้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อระบบเกษตรกรรม เสียหายหลายแสนล้านบาท แล้วใครจะรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ เกษตรกรกลุ่มอ้อย กำลังประสบปัญหาเรื่องราคาอ้อยตกต่ำ จากเดิมเฉลี่ยตันละ 1,000 บาท เหลือเพียง 700 บาท ภัยแล้งส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตที่หายไปกว่าร้อยละ 30 และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น จากกระแสข่าวการแบนที่มีมาเป็นระลอก จนมาถึงข้อสรุปจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ให้มีการจำกัดการใช้ 3 สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืช. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41119</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน, ประชานิยม, ปัญหาราคายางพารา, รมว.เกษตรและสหกรณ์, อุทัย สอนหลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190716/image_big_5d2d6f1798679.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุมัติ1.8หมื่นล. อุ้ม&#039;ยาง-ปาล์ม&#039; ให้ไร่ละพันแปด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครม.อนุมัติ 1.8 หมื่นล้านบาทช่วยชาวสวนยางไร่ละ 1,800 ไม่เกินรายละ 15 ไร่ นายกฯ แจงรัฐบาลช่วยทั้งปาล์ม-ยาง-มะพร้าว มีหลายมาตรการ วอนเกษตรกรอย่าก่อม็อบประท้วง ยันช่วยเหลือทุกเรื่องทั้งระบบ แกนนำชาวสวนยางชง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ใช้ ม.44 สั่ง อปท.ทั่วประเทศทำถนนยางพาราหมู่บ้านละ 1 กม. ดูดทรัพย์นำยางออกจากตลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบในหลักการมาตรการช่วยเหลือกระตุ้นความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรชาวสวนยาง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้หารือกับผู้ประกอบและชาวสวนยาง โดยมีแนวทางมาตรการในการช่วยเหลือผู้กรีดยาง ในพื้นที่กรีดยางที่เปิดให้กรีดไร่จริง 1,800 บาท ไม่เกินรายละ 15 ไร่ แบ่งเป็นของเจ้าของสวนยาง 11,00 บาท คนกรีด 700 บาท โดยอนุมัติงบประมาณ 18,604.95 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม จะต้องนำเรื่องเข้าหารือในคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติอีกครั้ง ทั้งนี้ ยังมีพื้นที่ที่ไม่ลงทะเบียนและไม่มีเอกสารสิทธิอีกประมาณ 4 ล้านไร่ ในส่วนนี้กระทรวงเกษตรฯ กับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังหารือว่าจะมีช่องทางอย่างไรในการช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า เรื่องของเกษตรกรสวนยาง สวนปาล์ม แม้กระทั่งมะพร้าว วันนี้ได้มีการหารือในที่ประชุมครม. มีหลายมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรหลายรูปแบบด้วยกัน ทั้งมาตรการเร่งด่วน เช่น การรับซื้อน้ำมันปาล์ม 18 บาทต่อกิโลกรัม ประมาณ 1.6 แสนตัน เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้า โดยซื้อจากลานเท โรงสกัดน้ำมันปาล์มของเกษตรกรโดยตรง ส่วนระยะยาวจะมีการเพิ่มการใช้น้ำมันบี 20 โดยตั้งเป้าปีละประมาณ 5 แสนตัน อยากให้ทุกคนเข้าใจความต่อเนื่อง การที่จะดูแลพืชการเกษตรดูเหมือนง่าย ดังนั้นต้องแยกให้ออก อะไรคือมาตรการในการแก้ปัญหาเร่งด่วน ระยะสั้น แต่ไม่ใช่จะให้ตลอด เพราะต้องใช้งบประมาณอีกส่วนไปสนับสนุนในส่วนที่ขาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ยางพาราประเทศไทยมีการผลิตยางถึง 4.6 ล้านตัน ใช้ในประเทศไม่เกิน 7 แสนตัน แต่วันนี้ใช้ถึง 6 แสนตัน ยังเหลืออีก 4 ล้านตันที่ต้องส่งออกไปขายต่างประเทศ รวมแล้วเรามียางมากกว่าประเทศอื่นในโลก ดังนั้นราคายางจึงขึ้นอยู่กับปริมาณ เราต้องสร้างความเข้มแข็ง เช่น ลดการปลูก แก้ปัญหาการปลูกในพื้นที่บุกรุก วันนี้มีมาตรการเสนอเข้ามาแล้วต้องรอฟังในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติก่อน &amp;nbsp;โดยจะมีโครงการช่วยเหลือไม่เกิน 15 ไร่ และจะเพิ่มเติมมาตรการในเรื่องใช้ยางในประเทศ แต่ไม่ว่าจะเอายางไปทำอะไรก็ตาม หากต้นทุนสูงขึ้น ราคาผลผลิตที่เกิดจากยางก็จะแพงขึ้น สิ่งเหล่านี้รัฐบาลเสียเงินอยู่แล้ว โดยส่วนแรกคือมาตรการเร่งด่วนช่วยเกษตรกร จากนั้นดูแลผู้ประกอบการที่ต้องถือว่าต้องช่วยต้องดูแลทุกภาคส่วน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องยาง ปาล์ม มะพร้าว วันนี้กระทรวงพาณิชย์เสนอมาตรการเข้ามา และตนสั่งการให้ด่านตรวจทุกจุดของทุกหน่วยงานบูรณาการร่วมกันแก้ปัญหาการลักลอบนำสินค้าเกษตรเข้ามาในประเทศ จะต้องมีผลสัมฤทธิ์ในการจับกุมและการดำเนินการ เราจำเป็นต้องใช้นโยบายทางด้านความมั่นคงเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยใช้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เข้าไปดำเนินการ รวมถึงเรื่องเร่งด่วนอื่นๆ แต่ทั้งนี้ต้องไม่ให้เกิดผลกระทบโดยรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเรื่องการประท้วงของเกษตรกรนั้น นายกฯ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าเดือดร้อน ถึงได้เรียกประชุมไปเมื่อวันที่ 19 พ.ย. เพื่อนำแนวทางไปหารือกัน มันต้องใช้เงินมากพอสมควร ขอร้องอย่าประท้วงเลย รัฐบาลดูแลทุกเรื่อง ขออย่างเดียวให้เข้าใจว่าทุกอย่างในกรณีที่รัฐบาลให้เงินไปเพียงแค่บรรเทาความเดือดร้อนเป็นการชั่วคราว สิ่งที่อยากขอคือ การปรับเปลี่ยนตัวเอง และเข้าใจบริบทการค้าการลงทุนในปัจจุบัน ทุกคนทราบดีว่าเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างไร หลายประเทศมีปัญหา หลายประเทศดีขึ้น แต่น้อยมาก เรารักษาสภาพได้ขนาดนี้ถือว่าดีมาก ยืนยันรัฐบาลนี้เตรียมแก้ทั้งยาง ปาล์ม อ้อย เยอะแยะไปหมดหลายเรื่องด้วยกัน เป็นปัญหาที่ต้องแก้ทั้งระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์มเตรียมเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาคใต้ว่า ตนก็ทำอยู่ และเชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนการแก้ไขปัญหาปาล์ม รัฐบาลจะดูแลให้ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะเขาเดือดร้อนกันจริงๆ ที่ผ่านมารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาไปแล้ว อีกไม่นานคงจะเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมเคลื่อนไหวของกลุ่มเกษตรกรสวนปาล์มในพื้นที่ภาคใต้ว่า เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนเรารับฟังในทุกด้าน เจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องก็พยายามแก้ไขปัญหานี้อยู่ ยืนยันหน่วยงานต่างๆพร้อมหารือช่วยเหลือ ตนอยากให้ประชาชนได้เสนอสิ่งที่ตัวเองร้องเรียนมาตามช่องทาง ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวให้วุ่นวาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(สยยท.) กล่าวถึงปัญหาราคายางตกต่ำว่า ขณะนี้ปัญหาราคายางต่ำมาก 3 กิโลกรัมไม่ถึง 100 บาท ไม่เคยปรากฏมาก่อนเลย กระทรวงเกษตรฯ แก้ปัญหาด้วยการถามผู้แทนเกษตรกร ขอให้หยุดกรีดยาง 1 เดือนแล้วให้ค่าชดเชย 1,500 บาทต่อไร่ต่อเดือน ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะหากหยุดกรีดยางก็จะไม่มีรายได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการพูดคุยกับสมาชิก สยยท. มีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยให้รัฐบาลช่วยเกษตรกรโดยตรงในกิโลกรัมละ 60 บาท เพราะตอนนี้ต้นทุนอยู่ที่ 63.65 บาท แล้วให้นายกฯ ใช้มาตรา 44 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศทำถนนยางพาราซอยซีเมนต์ หมู่บ้านละ 1 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้ยางพารากิโลเมตรละ 3 ตัน(เนื้อยางแห้ง) เป็นราคา 1.8 แสนบาท จะได้ถนนยางพาราซอยซีเมนต์ 84,000 กิโลเมตร จะดูดทรัพย์น้ำยางออกจากตลาด 252,000 ตัน ใช้เงิน 15,120 ล้านบาท จะทำให้เกิดการขายจริงเกษตรกรได้ขายยางของตัวเองโดยไม่ต้องไปผ่านนายหน้า แต่ถ้านายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะใช้แนวทางชดเชยที่เสนอมา ซึ่งต้องใช้เงินถึง 20,000 ล้าน จะเป็นวิธีเก่าที่เงินจะไปตกที่นายทุนแล้วเกษตรกรจะไม่ได้อะไรเลย&amp;quot; นายอุทัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ศาลากลางจังหวัดตรัง นายศักดิ์สฤษดิ์ ศรีประศาสตร์ ในนามประธานเครือข่ายชาวสวนยางรายย่อยภาคใต้ พร้อมด้วยผู้ชุมนุมเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยกว่า 30 คน ถือป้ายเรียกร้องแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ขึ้นศาลากลางยื่นหนังสือร้องเรียนให้แก่นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าฯ ตรัง ไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อหาแนวทางแก้ไขโดยด่วน โดยขอให้ใช้อำนาจตาม ม.44 แก้ไข ปรับปรุงและยกเลิก ระเบียบคำสั่ง กฎกระทรวงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการรับซื้อยางพาราที่เกษตรฝากไว้หรือพ่อค้ารายย่อยหน้าสวนโดยตรง เพื่อนำไปใช้ในการทำถนน พาราแคปซีล พาราคอนกรีต พาราซอย &amp;nbsp;ผลักดันให้การยางฯ ดำเนินการผลิตยางล้อรถและผลิตภัณฑ์อื่นๆขายให้กับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22400</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทัย สอนหลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf41ae4a3209.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22327</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานสภาสวนยางฯแนะ&#039;บิ๊กตู่&#039;งัด ม.44 แก้ปัญหาราคาตกต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 พ.ย.61- &amp;nbsp;นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) กล่าวถึงปัญหาราคายางตกต่ำว่า ขณะนี้ปัญหาราคายางต่ำมาก 3 กิโลกรัมไม่ถึง 1 ร้อยบาท ไม่เคยปรากฏหมายก่อนเลย สมัยก่อนเมื่อปี 2508 ราคายางกิโลกรัมละ 14 บาท ข้าวแกงจานละ 1.5 บาท น้ำมันลิตรละ 2 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่วันนี้ข้าวแกงจานละ 40 บาท &amp;nbsp;ยางกิโลกรัมละ 32 บาทไม่สามารถซื้อข้าวแกง แล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ปัญหาด้วยการถามผู้แทนเกษตรกร ขอให้หยุดกรีดยาง 1 เดือนแล้วให้ค่าชดเชย 1,500บาทต่อไร้ต่อเดือน ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเพราะหากหยุดกรีดยางก็จะไม่มีรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุทัย กล่าวว่า &amp;nbsp; จากการพูดคุยกับสมาชิก สยยท. มีการเสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยให้รัฐบาล ช่วยเกษตรกรโดยตรงในกิโลกรัมละ 60 บาท เพราะตอนนี้ต้นทุนอยู่ที่ 63.65บาท แล้วให้นายกฯ ใช้มาตรา 44 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั่วประเทศทำถนนยางพาราซอยซีเมนต์ หมู่บ้านละ 1 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้ยางพารากิโลเมตรละ 3 ตัน(เนื้อยางแห้ง) เป็นราคา 1.8 แสนบาท จะได้ถนนยางพาราซอยซีเมนต์ 84,000 กิโลเมตร จะดูดทรัพย์น้ำยางออกจากตลาด 252,000 ตัน ใช้เงิน 15,120 ล้านบาท จะทำให้เกิดการขายจริง เกษตรกรได้ขายยางของตัวเองโดยไม่ต้องไปผ่านนายหน้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำแบบนี้แล้วตลาดล่วงหน้าจะสั้นคลอนพ่อค้าคนกลางก็จะดิ้นหาซื้อยางกันทำให้ราคาสูงขึ้นสุดท้ายประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยตรง แต่ถ้า นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;จะใช้แนวทางชดเชยที่เสนอมาซึ่งต้องใช้เงินถึง 20,000 ล้าน จะเป็นวิธีเก่าที่เงินจะไปตกที่นายทุนแล้วเกษตรกรจะไม่ได้อะไรเลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22327</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.44, ยางพารา, อุทัย สอนหลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf36577dfe64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกษตรกรฮึ่ม!จี้ประยุทธ์ ปลดบอร์ด&#039;กยท.&#039;ยกชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวสวนยางสุดทน! เตรียมร่อนหนังสือถึง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ปลดบอร์ด กยท.ยกชุด อัดแทนที่จะยกชีวิตเกษตรกรกลับทำร้ายและซ้ำเติม ผลงานก็สุดบู่ ทำขาดทุน แต่กลับละเลงงบประมาณพะเรอเกวียน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นายศิวะ ศรีชาย แกนนำเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดพัทลุง ให้สัมภาษณ์ถึงการบริหารงานของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ว่า นับตั้งแต่มีพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 &amp;nbsp;กยท.ไม่ประสบความสำเร็จการบริหารงานเลย โดยมีปัญหาขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญไม่ได้ช่วยยกระดับความเป็นอยู่เกษตรกร ทำให้ในสัปดาห์นี้เครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางจะยื่นหนังสือจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ให้ปลด พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข ประธานบอร์ด รวมทั้งบอร์ด กยท.ออกไป และเร่งจัดหาคนที่มีความรู้ความสามารถเรื่องยางมาทำหน้าที่ดูแลโดยเร็ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกษตรกรชาวสวนยางเดือดร้อนราคายางตกต่ำมาหลายปี และยังไม่มีทิศทางดีขึ้น เราทนไม่ได้ ปัญหาสะสมมา ไม่มีใครแก้ไขให้ได้ แทนที่ กยท.เป็นหน่วยงานใหม่จะเข้ามาแก้ไข แต่กลับเป็นหน่วยงานสร้างปัญหาซ้ำเติมเกษตรกรให้เลวร้ายขึ้นไปอีก มาตรการแก้ไขจากรัฐบาลไปไม่ถึงเกษตรกร แม้แต่งบช่วยน้ำท่วม และเห็นชัดเจนเรื่องปุ๋ย ผ่านมา 2 ปี เกษตรกรเข้าโครงการปลูกทดแทนยางยังไม่ได้รับปุ๋ยและเงินส่งเสริม เพราะการจัดหาปุ๋ยมีความล่าช้า ได้ปุ๋ยไม่เต็มสูตร และยังมีราคาแพงกว่าท้องตลาดกิโลกรัมละ 3 บาท&amp;rdquo; นายศิวะกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศิวะยังระบุว่า การแทรกแซงราคายางตั้งบริษัทร่วมกับ 5 เสือ ก็สร้างความเสียหาย จึงขอเรียกร้องให้มีคนมีความรู้เข้าใจการตลาด เข้าใจหัวอกเกษตรกรสวนยาง รู้กระบวนการผลิตยางดีกว่านี้ ถ้าปล่อยแบบนี้ชาวสวนยางแย่ทั้งประเทศ ตอนนี้รายได้หายไปครึ่งต่อครึ่ง ขณะที่สินค้าอื่นๆ สูงขึ้น ดังนั้นภายในสัปดาห์นี้ ม็อบยางยกระดับทั่วประเทศ ขับไล่ประธานบอร์ดและผู้ว่าฯ กยท.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวุฒิ รักษ์ทอง แกนนำเกษตรกรชาวสวนยางพาราใน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ได้เร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง และอธิบายเหตุผลความจำเป็นในการยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ที่ให้เลิก กยท.ชุดปัจจุบัน โดยเป้าหมายหลักการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ต้องการให้ปลดคณะบอร์ด กยท.ทั้งหมด เนื่องจากที่ผ่านมาได้บริหารงานล้มเหลวถึง 2 เรื่องใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเรื่องแรกคือ การเปิดให้เอกชนเข้ามาเก็บเงินค่าธรรมเนียมส่งออกยางพารา (เงินเซส) ที่เป็นการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทเข้ามากินหัวคิวแต่ละปีมูลค่ามากกว่า 50 ล้านบาท ทั้งที่ในความเป็นจริง แม้ไม่มีบริษัทนี้ ทางผู้ส่งออกยางต้องมีหน้าที่นำส่งค่าธรรมเนียมให้ กยท.อยู่แล้ว และเรื่องที่ 2 การที่ กยท.ไปร่วมทุนกับบริษัทเอกชนในนามบริษัท ร่วมทุนยางไทย จำกัด โดยวาดฝันให้บริษัทร่วมทุนซื้อยางในราคานำตลาด เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ แต่โครงการนี้กลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องโดยเฉพาะสถาบันการเกษตรได้พยายามทักท้วงแล้ว แต่ไม่เป็นผล จนล่าสุดขาดทุนไปกว่า 600 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการชำระบัญชี เนื่องจากได้ปิดบริษัทไปแล้ว ถือว่าทำความเสียหายให้กับราชการและสูญเสียเงินแผ่นดินไปแล้ว จึงขอให้ดำเนินคดีอาญากับคณะบอร์ด กยท.ทั้งหมดด้วย&amp;rdquo; นายวุฒิกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวุฒิยืนยันว่า การทำงานของบอร์ด กยท.มีความผิดพลาดมาโดยตลอด คล้ายกับให้คนไม่มีความรู้เรื่องยางพารามาออกนโยบายเพื่อประโยชน์บริษัทเอกชน แต่ไม่ได้ทำเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางอย่างแท้จริง จนถึงวันนี้เราเลิกเรียกร้องเรื่องราคายางพารา เลิกพูดถึงเรื่องตลาดโลก แต่จะพูดถึงเรื่องการบริหารงานของ กยท.เท่านั้น และถึงเวลาแล้วที่ต้องเลิกเอาผู้ที่ไม่มีความรู้ความสามารถ ไม่เข้าใจการทำงานมากุมชะตาพี่น้องชาวสวนยางอีกต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;(สยยท.) กล่าวว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) กำลังตรวจสอบเรื่องการจัดประมูลปุ๋ย 6 หมื่นตันของ กยท.ที่ราคาแพงกว่าเกษตรกรซื้อเองถึง 3 บาทต่อ กก. ซึ่งการบริหารงานขาดทุนของ กยท. 800 ล้านบาทต่อปี ส่วนหนึ่งมาจากไม่ยอมรัดเข็มขัด มาจากค่าเช่ารถประจำตำแหน่งผู้บริหาร 65,000 บาทต่อเดือน ค่ารักษาพยาบาลใช้โรงพยาบาลเอกชนเกือบ 300 ล้านบาทต่อปี ทำให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯเคยแถลงว่า ถ้า กยท.ขาดทุนมากๆ ก็ยุบทิ้ง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้ตรงใจเกษตรกรสวนยาง ที่อยากให้ยุบ กยท. เพราะบริหารไม่เป็น ถ้างดเก็บเงินเซส &amp;nbsp;เกษตรกรก็จะได้เพิ่มขึ้น 2 บาทต่อกิโลกรัม ให้เกษตรกรพึ่งตนเองจะดีกว่าที่มีคนไม่รู้เรื่องมากำกับดูแล ถ้าอย่างนี้รัฐปล่อยเหมือนปาล์มน้ำมัน ข้าว และผลไม้จะดีกว่า&amp;quot; นายอุทัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่ 4/2561 ลงวันที่ 20 มี.ค.2561 เรื่องให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีคำสั่งให้นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าฯ กยท. ไปปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักนายกฯ เป็นการชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษแล้ว โดยปัจจุบันมีนายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ กรรมการและเลขานุการ กยท. ทำหน้าที่รักษาการผู้ว่าฯ กยท.อยู่
วันเดียวกัน เว็บไซต์ thaigov.go.th ได้เผยแพร่ข่าวระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ยินดีที่กระทรวงอุตสาหกรรมเริ่มเดินหน้าการพัฒนาศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติอย่างเป็นรูปธรรม โดยได้วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างศูนย์ดังกล่าว ถือเป็นแห่งแรกของเอเชีย เพื่อดึงดูดการลงทุนสู่พื้นที่ EEC คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการ และเปิดให้บริการแบบครบวงจรได้ในปี 2563&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่าอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ไทยมีความเข้มแข็ง จึงหวังให้ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ภาคธุรกิจ ช่วยให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไม่ต้องส่งผลิตภัณฑ์ออกไปทดสอบและขอใบรับรองจากต่างประเทศ และยังจะช่วยดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราในไทยมากขึ้น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10610</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ, การยางแห่งประเทศไทย, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ, ชีวิตเกษตรกร, พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วุฒิ รักษ์ทอง, สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย, สวนยาง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทัย สอนหลักทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180603/image_big_5b13f3a85f0ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
