<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/11/2025 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แต่งตั้ง 2 พระดังนักพัฒนาเมืองอุบลฯ นั่งที่ปรึกษาปลัดมหาดไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 2496/2564 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่18 ต.ค.64 โดยระบุว่า เพื่อขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน(ฉบับที่5)พ.ศ.2545 จึงแต่งตั้งที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย จำนวน 2 รูป ดังนี้ 1. พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี 2. พระพิพัฒน์ วชิโรภาส ผอ.ศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่งดงใหญ่ วังอ้อ ต.หัวดอน อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี โดยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาและเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานที่เหมาะสมในประเด็นต่างๆที่เห็นว่ามีความสำคัญ และเป็นประโยชน์ต่อการบริหารและขับเคลื่อนงานของกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
allone66
crow789
g2g-slot
g2ggold168
g2gslot
goldbet1688
hungry888
king77
imi189
388goals
9slotgame
69slot
crow168
g2g88gold
ggpoker
gold365bet
kingjoker777
lavagame168
kkpoker
77betthai
789slot
fafa
ava168
game88
gtr55
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงมหาดไทย, พระปัญญาวชิรโมลี, พระพิพัฒน์วชิโรภาส, พัฒนาชุมชน, อุบลราชธานี, โคก หนอง นา โมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211019/image_big_616e5fc78834b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีป้า - จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;17 กันยายน 2564, อุบลราชธานี &amp;ndash; ดีป้า จับมือ จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปักหมุดพื้นที่ศาลากลางจังหวัด จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center หวังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล รวมถึงศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ช่วยยกระดับเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ คาดพร้อมให้บริการหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปปลายปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center บนพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับเกียรติจาก นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ซึ่งมีคณะผู้บริหาร รวมถึงพนักงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีกันโดยพร้อมเพรียง โดยทั้งหมดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดย นายสฤษดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับการปักหลักของ ดีป้า และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ณ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งเสริมเส้นทางเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง และขอแสดงความยินดีกับ ดีป้า ภายใต้การนำของ ดร.ณัฐพล รวมไปถึงคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน อีกทั้งขออำนวยพรให้การดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานสาขาฯ ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และสามารถดำเนินภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน ดร.ณัฐพล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีป้า บูรณาการการทำงานกับจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่องในการสำรวจและวางแผนความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนอุบลราชธานีสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านดิจิทัลในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ก่อนพัฒนาไปสู่การเป็น ASEAN Digital Hub ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;อาคารสำนักงาน ดีป้า สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก เหมาะกับการคิดค้นสิ่งใหม่ต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มี Co-working Space รองรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการประชุม เป็นศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ (City Data Platform) ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถให้บริการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงชาวต่างชาติ อีกทั้งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ โดยคาดว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2565&amp;rdquo; ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ ดีป้า และ จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ (Smart Economy Showcase) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารในจังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีคุณภาพจากเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการจัดกิจกรรม Smart Economy Showcase ได้ทาง Facebook Page: depa Thailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Digital Hub, City Data Platform, co-working space, Smart City, Smart Economy Showcase, ขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ, จังหวัดอุบลราชธานี, ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, ดีป้า, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์, บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, ศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, อุบลราชธานี, เมืองอัจฉริยะ, โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144528f49379.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2021 21:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ททท.อุบลโปรยเสน่ห์เมืองดอกบัว เน้นท่องเที่ยวปลอดภัยในบรรยากาศงดงาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อุบลม่วนชื่น เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว หากการเดินทางเข้าสู่สภาวะปกติ ชูจุดขายเน้นท่องเที่ยวตามวิถีใหม่ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้มาตรฐาน SHAใช้สื่อออนไลน์ ช่วยกระตุ้นเตือนการดูแลตัวเอง ให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและเผยแพร่เรื่องราวเสน่ห์ท่องเที่ยวเมืองดอกบัว ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายธงชัย แสนทวีสุข ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;สำนักงานอุบลราชธานี รับผิดชอบพื้นที่อุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ เปิดเผยว่า ในขณะนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวในบางพื้นที่เริ่มผ่อนคลายเปิดให้เดินทางบ้างแล้ว แต่สิ่งสำคัญสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยวก็คือความกังวลใจเรื่องของความปลอดภัยทางด้านสุขภาพที่จะได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ ททท.จึงให้ความสำคัญกับการกระตุ้นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวแบบปลอดภัยวิถีใหม่ ที่ทุกคนต้องดูแลตัวเองทางด้านสุขอนามัย ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากตลอดการเดินทาง การเว้นระยะห่าง การล้างมือ เป็นแนวทางปฏิบัติที่พึงกระทำโดยอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัยไม่ว่าจะเดินทางไปยังพื้นที่ใดก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของแหล่งท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และบริการที่เกี่ยวข้อง สำนักงานททท.อุบลราชธานีได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวใน 10 ประเภทกิจการเข้าร่วมโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัย หรือ SHA เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในการมาใช้บริการในพื้นที่ โดยขณะนี้มีผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้รับการรับรอง 81 ราย จังหวัดยโสธร 21 ราย และจังหวัดอำนาจเจริญ 6 รายและตั้งเป้าหมายว่าขยายให้ผู้ประกอบการเข้าสู่กระบวนการของ SHA เพิ่มขึ้นให้มากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เครื่องหมายรับรองความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการมาตรฐาน SHA คือโครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย หรือ Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration (SHA) เกิดขึ้นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยททท.ร่วมกับกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มีเป้าหมายเพื่อยกมาตรฐานการบริการที่มีความปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยเชิญชวนผู้ประกอบการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องแต่ละพื้นที่เข้าร่วมโครงการ ผู้ที่ผ่านมาตรฐานการประเมิน จะได้รับเครื่องหมาย SHA เป็นสัญลักษณ์เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่นักท่องเที่ยว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;พระอาทิตย์ยามเช้าที่ผาชะนะได อ.โขงเจียม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ครอบคลุมกิจการท่องเที่ยว 10 ประเภท&amp;nbsp; ได้แก่ 1.ภัตตาคาร ร้านอาหาร 2.โรงแรม ที่พัก สถานที่จัดประชุม 3.นันทนาการและสถานที่ท่องเที่ยว 4.ยานพาหนะ 5. บริษัทนำเที่ยว 6.สุขภาพและความงาม 7.ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้า 8.กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 9.โรงละคร โรงมหรสพ การจัดกิจกรรม และ 10.ร้านค้าของที่ระลึกและร้านค้าอื่นๆ เพื่อเตรียมตัวรับกระแสโลกที่เน้นการท่องเที่ยวปลอดภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้อำนวยการททท.สำนักงานอุบลราชธานีกล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการทำให้นักท่องเที่ยวจากภายนอกรู้จักแหล่งท่องเที่ยวของเมืองอุบล ยโสธร และอำนาจเจริญมากขึ้น รวมทั้งเป็นข้อมูลก่อนที่จะเดินทางมาเยือนสถานที่จริง ทางททท.จึงใช้สื่อออนไลน์ในช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะFacebook ททท.สำนักงานอุบลราชธานี Tat&amp;nbsp; UbonRatchathani เผยแพร่เรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยว ประเพณีวัฒนธรรม อาหารการกิน เพื่อให้นักท่องเที่ยวรับรู้ว่าพื้นที่นี้ สามารถเดินทางมาได้ทุกฤดูกาล และมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวได้แบบครบครัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;คิดถึงเทียนพรรษา คิดถึงอุบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ในช่วงที่ยังเดินทางได้เฉพาะภายในพื้นที่ ททท.สำนักงานอุบลราชธานีก็นำเสนอเรื่องราวเพื่อเป็นทางเลือก เช่นการแนะนำเส้นทางไหว้พระ 9 วัดในเมืองอุบลช่วงวันหยุด ที่ทำให้ไม่ต้องเดินทางไปไกลๆ&amp;nbsp; ได้แก่วัดพระธาตุหนองบัว,วัดนาควาย,วัดศรีประดู่,วัดมหาวนาราม พระอารามหลวง (วัดป่าใหญ่),วัดทุ่งศรีเมือง,วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ (วัดใต้),วัดเลียบ,วัดหลวง,วัดสุปัฏนารามวรวิหาร โดยมีประวัติความเป็นมาของแต่ละวัด และพิกัดที่สามารถเดินทางไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ยังมีข้อมูลการเปิดปิดของสถานที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เช่นอุทยานนาควัตร ตำบลหนองบ่อ อำเภอเมืองที่ถือว่าเป็นแหล่งรวมนาคราช 4 ตระกูล รวมพุทธประวัติพระพุทธองค์ ป่าหิมพานต์ ซึ่งในช่วงกลางคืนระหว่างเวลา 19.00-20.00น.ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมีการเปิดให้ชมอุทยานเรืองแสง ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม รวมทั้งนำดอกไม้บายศรีไปถวายปู่ศรีสุทโธได้ ผู้สนใจสอบถามเส้นทางได้ที่ โทร.063-440-4719 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;อุทยานนาควัตร ตำบลหนองบ่อ อ.เมืองอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การประกาศ เปิดการท่องเที่ยวบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 โดยแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดภายในเช่น แหล่งพลาญกงเกวียน/พลาญป่าชาด, แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกห้วยหลวง/น้ำตกประโอนลออ/แก่งกะเลา/แก่งสนสามพันปี/น้ำตกสราลีภิรมย์&amp;nbsp; แต่ขอให้งดกิจกรรมการพักแรมทุกประเภทและการลงเล่นน้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตารางการบินท่าอากาศยานนานาชาติอุบลราชธานี ประจำเดือนกันยายน 2564 พร้อมรวบรวมรายละเอียดการจองตั๋วและการสอบถามราคาตั๋วของทุกสายการบินในเส้นทางอุบลราชธานี เพื่อความสะดวกสำหรับประชาชนเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนที่สนใจเรื่องวัฒนธรรม มีการแพร่ภาพสดการแสดงวัฒนธรรมแบบออนไลน์ เทศกาลยลเทียนพรรษา มรดกล้ำค่า เมืองดอกบัวให้ได้ชมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่วิดีโอแหล่งท่องเที่ยวและถ่ายสด กิจกรรม &amp;ldquo;พูดจาประสาท่องเที่ยว&amp;rdquo; เพื่อรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์ท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่องทางเฟสบุ๊ค ของสำนักงานททท.อุบลราชธานียังให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอำนาจเจริญและยโสธรที่หลากหลาย โดยมีความเป็นมา จุดที่เป็นไฮไลท์ไว้แบบครบครัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ถือว่าเป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดที่จะไปเยือนได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;แม่น้ำโขง มองจากผาชะนะได&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ผาชะนะได&amp;quot; อำเภอโขงเจียม ซึ่งนอกจากจะมองเห็นแสงแรกของดวงอาทิตย์ยามเช้าเป็นจุดแรกของประเทศไทยแล้ว จากจุดที่ยืนอยู่มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างจะเป็นแม่น้ำโขงกั้นแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยและลาว มีความสวยงามเป็นอย่างมาก ถ้ามาในช่วงฤดูหนาวจะได้ชมความงดงามของทะเลหมอกเหนือลำน้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ใกล้ๆ กันคือ &amp;quot;ผาแต้ม&amp;quot; มีชื่อเสียงในเรื่องภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เรียงรายอยู่บริเวณด้านล่างของหน้าผา มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 ปี เป็นภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ความยาวทั้งหมดประมาณ 1,600 เมตร แบ่งออกเป็น 4 จุด คืออยู่ที่ ผาขาม ผาแต้ม ผาหมอนน้อย และผาหมอน ซึ่งทางอุทยานแห่งชาติผาแต้มทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้ มีทั้งภาพคน สัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัญลักษณ์ ลวดลายเรขาคณิต ฯลฯ บอกเล่าถึงพิธีกรรม ความเชื่อ และวิถีชีวิตของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สามพันโบก หรือ แกรนด์แคนยอนเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สามพันโบก&amp;quot; หรือ &amp;quot;แกรนด์แคนยอนเมืองไทย&amp;quot; แหล่งท่องเที่ยวที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาเป็นกลุ่มหินทรายแนวเทือกเขาภูพานตอนปลาย ทอดตัวยาวริมฝั่งโขงไทยและลาว เรียงตัวทอดยาวเป็นสันดอนขนาดใหญ่ มีขนาดพื้นที่ 10 ตารางกิโลเมตร ความงดงามอลังการของสามพันโบก ถือเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ หินแต่ละก้อนที่ถูกกัดเซาะเว้าแหว่ง บางแห่งเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่จนสามารถแทรกตัวเข้าไปอยู่ได้เหมือนภาพศิลปะ ไฮไลต์ก็คือการได้ไปถ่ายภาพโบกที่มีชื่อว่า &amp;quot;มิกกี้เม้าส์&amp;quot; ล่องเรือชมความงามของทิวทัศน์แม่น้ำโขง และรับประทานอาหารกลางวันแบบพื้นบ้าน เช่น ลาบปลา ต้มปลา ที่ร้านอาหารบริเวณสามพันโบก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;แม่น้ำสองสี&amp;quot; ที่โขงเจียม เป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน มีความแตกต่างระหว่างสีของแม่น้ำทั้งสองสาย คือ แม่น้ำมูลที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่เรียกกันว่า &amp;quot;โขงสีปูน มูลสีคราม&amp;quot; มีจุดชมแม่น้ำสองสีอยู่ริมตลิ่งหน้าวัดโขงเจียม และที่หมู่บ้านห้วยหมาก และสามารถนั่งเรือไปชมทัศนียภาพริมฝั่งโขงได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับคนชอบป่า &amp;quot;อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย&amp;quot; ครอบคลุมพื้นที่อำเภอบุณฑริก อำเภอนาจะหลวย และอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศลาวและประเทศกัมพูชา พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาในเทือกเขาพนมดงรัก ป่าจึงมีความสวยงามและอุดมสมบูรณ์มากๆ ภายในเขตอุทยานฯ มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย โดยมีไฮไลต์ที่ &amp;quot;น้ำตกห้วยหลวง&amp;quot; หรือ &amp;quot;น้ำตกบักเตว&amp;quot; อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30 เมตร สวยงามอลังการมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือ วัดเรืองแสง อ.สิรินธร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้าเป็นวัด แนะนำ &amp;quot;วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว&amp;quot; หรือที่เรียกกันว่า &amp;quot;วัดเรืองแสง&amp;quot; ตั้งอยู่ที่อำเภอสิรินธร เป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงโดยจำลองสภาพแวดล้อมของวัดป่าหิมพานต์ หรือเขาไกรลาส มาไว้ที่นี่ บริเวณยอดเขาจะมองเห็นพระอุโบสถสีทอง จุดเด่นของวัดคือการได้มาชมจิตรกรรมบนผนังด้านหลังของอุโบสถในยามค่ำคืน เป็นภาพเรืองแสงสีเขียวของต้นกัลปพฤกษ์ที่แสนงดงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดทุ่งศรีเมือง&amp;quot; ตั้งอยู่ในเขตกลางใจตัวเมืองอุบลฯ สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี มีสถาปัตยกรรมอันงดงามมากมาย โดยเฉพาะ&amp;quot;หอไตรกลางน้ำ&amp;quot; เป็นหอพระไตรปิฎกที่สร้างด้วยไม้ตั้งอยู่กลางสระน้ำ มีลักษณะผสมผสานกันระหว่างศิลปะของไทย ลาว และพม่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หอไตรกลางน้ำ &amp;nbsp;วัดทุ่งศรีเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีวัดของครูบาอาจารย์สายวัดป่าที่สำคัญ คือ &amp;quot;วัดหนองป่าพง&amp;quot; ตั้งอยู่ที่บ้านพงสว่าง หมู่ที่ 10 ตำบลโนนผึ้ง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันสงบเงียบ มีบรรยากาศอันร่มรื่น เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมหรือการมาศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาในสายปฏิบัติ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2497 โดยพระโพธิญาณเถร หรือที่รู้จักกันในนาม หลวงพ่อชา สุภัทโท เป็นสถานที่ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่สนใจพุทธศาสนาเดินทางมาเยือนปีละจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เจดีย์พระโพธิญาณเถร บรรจุอัฐิหลวงปู่ชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดสระประสานสุข&amp;quot; หรือวัดบ้านนาเมือง อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 5 กิโลเมตร เป็นวัดที่มีชื่อเสียง ทั้งในจังหวัดอุบลราชธานีและจังหวัดใกล้เคียง มีพุทธศาสนิกชนเลื่อมใสจำนวนมาก ด้วยบารมีของ หลวงปู่บุญซึ่งเคร่งครัดในพระวินัยตามสายพระธรรมยุตรวมทั้งมีสถาปัตยกรรมสวยงาม มีพระอุโบสถแปลกตา สร้างเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ประดับตกแต่งด้วยเซรามิก ทำให้มีคนเดินทางมาชมและมาทำบุญจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดถ้ำคูหาสวรรค์&amp;quot; จุดเด่นของวัดนี้คือมีพระเจดีย์ยอดสีทอง ชื่อว่าพระธรรม เจดีย์ศรีไตรภูมิ โดยมียอดเจดีย์ใหญ่ 1 ยอด ตรงกลางล้อมรอบด้วยยอดเล็กๆ อีก 8 ยอดที่มีความสวยงามมากตั้งอยู่ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ติดแม่น้ำโขง บริเวณวัดเป็นจุดชมวิวแม่น้ำโขงที่ได้รับความนิยมจุดหนึ่ง ใครที่ไปเที่ยวอุบลฯ แล้วมีโปรแกรมที่จะไปผาแต้ม มักไม่ยอมพลาดวัดนี้ บริเวณด้านในถ้ำยังเป็นที่ประดิษฐานร่างของหลวงปู่คำคนิง จุลมณี ซึ่งมรณภาพแล้วแต่สังขารไม่เน่าเปื่อย แต่ละวันมีลูกศิษย์ลูกหาและผู้ศรัทธาแวะกราบนมัสการจากทั่วสารทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;วัดมหาวนาราม&amp;quot; หมายถึง &amp;quot;วัดป่าใหญ่&amp;quot; เดิมชาวอุบลเรียกวัดนี้ว่า &amp;quot;วัดป่าหลวง&amp;quot; ซึ่งหลวงในภาษาอีสานและเหนือก็หมายถึง ใหญ่ นั่นเอง ถือเป็นวัด เก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี สร้างด้วยศิลปะแบบล้านนา ที่ตัวพระอุโบสถไม่สูงมากมีหลังคาจั่วหลายชั้น ตั้งอยู่กลางเมืองบริเวณถนนหลวง ตำบลในเมือง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีวัดอื่นๆ อีกหลายวัดตั้งเรียงรายตั้งอยู่ติดกัน วัดนี้ยังมีคนในพื้นที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า &amp;quot;วัดพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง&amp;quot; ตามชื่อพระประธานที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;หมูยออุบล ของกินขึ้นชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินสายท่องเที่ยวและทำบุญกันมาหลายจุดแล้ว เมื่อมาอุบลราชธานี ไม่ควรพลาดอาหารประจำถิ่นที่หารับประทานได้ง่ายๆ เช่น ในตัวเมืองอุบลฯ มีอาหารเช้ารสเลิศคือ ไข่กระทะ หมูยอ และกวยจั๊บญวน หาชิมได้จากร้านทั่วไปและร้านยอดนิยมอย่าง &amp;quot;สามชัยกาแฟ (ข้างจวนผู้ว่าฯ)&amp;quot; หรือ &amp;quot;99 ก๋วยจั๊บรสแซบ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนคออาหารอีสานขนานแท้มาแล้วรับรองไม่ผิดหวังกับส้มตำรสแซบนัวให้ชิมกัน เช่น &amp;quot;ร้านส้มตำ ทบ.&amp;quot; ส่วนร้าน อื่นๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน แต่มาถิ่นนี้แล้วต้องสั่งแนว ตำปู ตำลาว ตำซั่ว ตำสายบัว ตำโคราช ตำป่า ตำแตง พร้อมปลาเผา ปีกไก่ทอด หมูทอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ก๋วยจั๊บญวณ เมืองอุบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนของฝากจากเมืองอุบลราชธานี มีทั้งหมวดอาหารอย่างหมูยอ หรือเส้นกวยจั๊บเมืองอุบล มีหลายแบรนด์ ทุกร้านรับประกันคุณภาพสินค้าไม่ใส่สารกันบูด กินแล้วสบายใจ เช่น ร้านหมูยอกิมลั้ง หมูยอ ณ อุบล หรือร้านดาวทอง ร้านหมูยอตองหนึ่ง ฯลฯ เป็นต้น คนชอบผักแหนมเนืองเมืองนี้ขึ้นชื่อเช่นกัน ส่วนของที่ระลึกประเภทผ้า ผ้ากาบบัวที่โด่งดังระดับโลก เลือกเป็นของขวัญของฝากที่คนรับถูกใจอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สนใจเรื่องราวการท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานี ยโสธร และอำนาจเจริญ เข้าไปติดตามได้ที่ Facebook :&amp;nbsp;ททท.สำนักงานอุบลราชธานี Tat&amp;nbsp; UbonRatchathani&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116372</URL_LINK>
                <HASHTAG>99 ก๋วยจั๊บรสแซบ, Amazing Thailand Safety &amp; Health Administration (SHA), SHA, Tat Ubonratchathani, กรมควบคุมโรค, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, กรมอนามัย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, กระทรวงสาธารณสุข, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายธงชัย แสนทวีสุข, ยโสธร, วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว, สามพันโบก, สำนักงานอุบลราชธานี, หมูยอ, อำนาจเจริญ, อุทยานนาควัตร, อุบลม่วนชื่น, อุบลราชธานี, เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยว, เน้นท่องเที่ยวตามวิถีใหม่, เสน่ห์เมืองดอกบัว, โครงการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางด้านสุขอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210911/image_big_613c68c861e80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97687</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2021 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กฟผ.เปิดโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำเขื่อนสิรินธรเป็นแหล่งท่องเที่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มีนาคม 2564 &amp;nbsp;นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ลงพื้นที่เยี่ยมชมโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร (Hydro-floating Solar Hybrid) หรือโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนสิรินธร เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.อุบลราชธานี โดยมีส่วนราชการท้องถิ่น สื่อมวลชน ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. เข้าร่วมงาน ณ เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์ของการพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี คือ ส่งเสริมการค้า การลงทุนและการท่องเที่ยว เพราะจังหวัดอุบลฯ มีแหล่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประเพณีที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้การท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของจังหวัดอุบลราชธานี สำหรับเขื่อนสิรินธรของ กฟผ. นอกจากจะอำนวยประโยชน์ด้านชลประทาน การประปา การคมนาคมทางน้ำและการผลิตกระแสไฟฟ้าให้คนอุบลฯและประเทศไทยมาอย่างยาวนานแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อนสิรินธร จึงเป็นการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาชมความสวยงามของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ลอยน้ำไฮบริดแห่งแรกในไทย สอดรับกับแนวทางการพัฒนาจังหวัดอุบลราชธานี ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังทำให้ประชาชนในท้องถิ่นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีอาชีพและรายได้ มีความสุขอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนมาผลิตไฟฟ้าเนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดช่วยลดภาวะโลกร้อน โดยพัฒนาโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนสิรินธร ขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ เป็นแห่งแรกที่สามารถผลิตไฟฟ้าผสมผสาน (Hybrid) ระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเข้าด้วยกัน โดยนำนวัตกรรมระบบบริหารจัดการพลังงาน หรือ Energy Management System (EMS) มาช่วยประเมินผลและสั่งการให้โรงไฟฟ้าทั้งสองประเภทผลิตไฟฟ้าสอดคล้องกับช่วงเวลาได้อย่างเหมาะสม ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องยาวนานขึ้น ช่วยลดความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน และช่วยเสริมระบบผลิตไฟฟ้าให้มีความมั่นคงมากขึ้น ถือเป็นการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำแรกของไทยและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) ได้ในเดือนมิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้เตรียมพัฒนาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนให้กับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป พร้อมสร้างเส้นทางเดินชมธรรมชาติ (Nature Walkway) เพื่อเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แห่งใหม่ เตรียมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ประมาณปลายปี 2564 นี้ โดย กฟผ. จัดเตรียมจุดจำหน่ายสินค้าชุมชน ร้านขายของที่ระลึก ร้านเช่าจักรยาน จุดบริการรถรับ-ส่งนักท่องเที่ยว บริเวณจอดแพท่องเที่ยว เป็นต้น คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97687</URL_LINK>
                <HASHTAG>อุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210329/image_big_6061b361a10cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90662</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กฟผ.เร่งสปีดโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนสิรินธรใหญ่ที่สุดในโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค.2564 นายฉัตรชัย มาวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำและพลังงานหมุนเวียน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. เร่งเดินหน้าก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร หรือโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ขนาดกำลังผลิต 45 เมกะวัตต์ ให้ทันตามแผน ก่อนดำเนินการต่อในเขื่อนอื่น ๆ ของ กฟผ. ให้ครบ 2,725 เมกะวัตต์ อย่างต่อเนื่อง ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 - 2580 (PDP2018) ขณะนี้ โครงการฯ มีความคืบหน้าภาพรวมอยู่ที่ ร้อยละ 82.04 โดยได้ประกอบและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำในเขื่อนสิรินธรชุดแรกแล้วเสร็จเมื่อสิ้นปี 2563 พร้อมเร่งเดินหน้าติดตั้งให้ครบ 7 ชุด เพื่อเตรียมทดสอบระบบไฟฟ้าของโครงการ คาดว่าจะแล้วเสร็จสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ตามแผนได้ในเดือนมิถุนายน 2564 ถือเป็นโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำแบบไฮบริดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก นอกจากนี้ กฟผ. ยังร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานี พัฒนาโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานหมุนเวียนที่สำคัญของจังหวัด โดยก่อสร้างเส้นทางเดินชมธรรมชาติ (Nature Walkway) ความยาว 415 เมตร เพื่อให้ประชาชนได้เดินชมความสวยงามของทิวทัศน์ได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมให้ธุรกิจท่องเที่ยวของจังหวัดกลับมาคึกคัก ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร หรือ Hydro-floating Solar Hybrid เป็นโครงการนำร่องแห่งแรกของ กฟผ. ที่ได้นำพลังงานหมุนเวียนสองประเภทจาก &amp;ldquo;พลังงานแสงอาทิตย์&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;พลังน้ำ&amp;rdquo; มาผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน หรือเรียกว่า ระบบไฮบริด เพื่อลดข้อจำกัดของการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่การผลิตไฟฟ้าจะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ โดยพัฒนาระบบควบคุมและบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System : EMS) เพื่อบริหารจัดการการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั้งสองชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องยาวนาน และเสริมความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการฯ มีขอบเขตพื้นที่ประมาณ 760 ไร่ คิดเป็นสัดส่วนพื้นที่ผิวน้ำไม่ถึงร้อยละ 1 ของพื้นที่อ่างเก็บน้ำทั้งหมด โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนทุ่นลอยน้ำและอุปกรณ์ต่าง ๆ บนพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 450 ไร่ ซึ่งแผงโซลาร์เซลล์เป็นชนิดดับเบิลกลาส (Double Glass) สามารถทนต่อความชื้นสูงได้ดี ทำให้ไม่มีสิ่งปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้ำ นอกจากนี้ ได้ติดตั้งทุ่นลอยน้ำชนิด HDPE (High Density Polyethylene) ซึ่งเป็นวัสดุชนิดเดียวกับท่อส่งน้ำประปา จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสัตว์น้ำ โครงการแห่งนี้จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนได้ประมาณ 47,000 ตัน/ปี หรือคิดเป็นพื้นที่ป่าประมาณ 37,600 ไร่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90662</URL_LINK>
                <HASHTAG>อุบลราชธานี, โครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดเขื่อนสิรินธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600a84b8ba29f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82115</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปะทะเดือดโจรลอบตัดไม้ชายแดน ทหารไทยเจ็บ 1 รวบตัวชาวกัมพูชาพร้อมอาวุธสงคราม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค.63 -&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;อุบลราชธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าเมื่อช่วงสายวานนี้(27ต.ค.)เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ชุด&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;&amp;nbsp;Patrol ขสป.ห้วยศาลา พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร เกิดปะทะกับขบวนการลักลอบตัดไม้ บริเวณทิศตะวันตกป่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;พลาญจาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขสป.ห้วยศาลา เจ้าหน้าที่ทหารถูกกระสุนได้รับบาดเจ็บ&amp;nbsp;1 ราย จับกุมชาวกัมพูชาได้ 1 ราย พร้อมอาวุธปืนสงคราม&amp;nbsp;AK 47 (อาก้า) 1 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังทราบเหตุ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่ อนุรักษ์ที่&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พร้อมด้วย นายสาธิต พันธุมาศ หน. ขสป.ห้วยศาลา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวนาย แง็น โสแว้ย อายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี ชาวกัมพูชา อยู่หมู่บ้าน ภูมิโอว์กระยูง ต.คุ้มตอเปียงไปร อ.สรกอัลลองเวง จ.เขตอุดรมีชัย&amp;nbsp;ประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;พร้อมของกลางอาวุธปืนสงคราม&amp;nbsp;AK 47 (อาก้า)1กระบอก เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง&amp;nbsp;ไม้ตะเคียนทอง จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ต้น ถูกตัดโค่นและแปรรูปเป็นแผ่น ส่วนจนท.ทหาร ร.ท.ศิวะเทพ บุญล้อม ได้รับบาดเจ็บถูกยิงบริเวณหลังด้านซ้าย ได้นำส่งรพ.ค่ายสรรพสิทธิประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวนทราบว่า ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ชุด&amp;nbsp;Smart&amp;nbsp;&amp;nbsp;Patrolขสป.ห้วยศาลา ทหารหน่วยเฉพาะกิจที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จนท. ทหารพรานร้อย&amp;nbsp;2601ออกลาดตระเวน จนถึงบริเวณทิศตะวันตกป่า&amp;nbsp;&amp;ldquo;พลาญจาก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขสป.ห้วยศาลา พิกัด&amp;nbsp;UTM 48 P 415026 E1588700 N&amp;nbsp;ห่างจากชายแดนไทย - กัมพูชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;พบกลุ่มขบวนการลักลอบตัดไม้ เป็นชายชาวกัมพูชา&amp;nbsp;5คน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม เมื่อกลุ่มชายดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ ได้ใช้อาวุธปืนสงคราม&amp;nbsp;AK 47 (อาก้า) ยิงใส่ จนท.จึงเกิดการปะทะ เสียงปืนสนั่นป่า ราว20&amp;nbsp;นาทีเสียงปืนสงบลง โดยจนท.ทหาร ร.ท.ศิวะเทพ บุญล้อม ได้รับบาดเจ็บถูกยิงบริเวณหลังด้านซ้าย จึงรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเสียงปืนสงบ กำลังเจ้าหน้าที่ได้ออกเคลียร์พื้นที่ สามารถจับกุมนายแง็น โสแว้ย อายุ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;ปี ได้&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน เป็นชาวกัมพูชา พร้อมอาวุธปืนสงคราม&amp;nbsp;AK 47 (อาก้า)1กระบอก พร้อมซองบรรจุกระสุน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ซอง กระสุนปืน&amp;nbsp;&amp;nbsp;6&amp;nbsp;นัด เลื่อยโซ่ยนต์ จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เครื่อง ตรวจสอบพบ ต้นตะเคียนทองขนาดใหญ่ ถูกตัดโค่นลงมา และใช้เลื่อยโซ่ยนต์แปรรูป เป็นแผ่นเหลี่ยมกองอยู่ทั้งหมด&amp;nbsp;35&amp;nbsp;ท่อน/แผ่น ปริมาตร&amp;nbsp;2.83ลูกบาศก์เมตร ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจพื้นที่ รอบๆบริเวณ ก็ได้ยินเสียงรถยนต์ และเสียงปืนดังขึ้น ซึ่งแสดงว่ากลุ่มที่หลบหนี ได้ไปบอกกับพรรคพวก และนำกำลังติดอาวุธมาสมทบ กลับมาเพื่อมาช่วยเพื่อน ที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อเหตุการณ์เป็นดังนั้น จนท .ขสป.ห้วยศาลา พร้อมจนท.ทหาร จึงจำเป็นต้องรีบถอนตัวออกจากป่า พร้อมนำจนท.ที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมผู้ต้องหา และอาวุธปืนของกลางที่ยึดได้ ออกจากพื้นที่ในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนาย แง็น โสแว้ย ผู้ต้องหาอ้างว่า ไม่ได้เป็นคนตัดโค่นไม้ตะเคียนทอง หรือเลื่อยแปรรูปไม้ และ ไม่ได้ใช้อาวุธปืน&amp;nbsp;AK 47 (อาก้า) ยิงเจ้าหน้าที่ และไม่ใช่ปืนของตน เพียงมารับจ้างแบกไม้เท่านั้น มาแบกไม้เท่านั้น และไม่ใช่ทหารกัมพูชา มากัน&amp;nbsp;5&amp;nbsp;คน มี2คนเป็นทหารกัมพูชา มีหน้าที่คอยคุ้มกัน อีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คน มีหน้าที่โค่นไม้และแปรรูปไม้ ส่วนตน มีหน้าที่แบกไม้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สบอ.&amp;nbsp;9&amp;nbsp;จึงได้ สั่งการให้ จนท นำเสื้อและกางเกง มาเปลี่ยนให้ผู้ต้องหา เพื่อจะนำเสื้อผ้าของผู้ต้องหา นำไปพิสูจน์หาหลักฐาน คราบน้ำมัน และ ขี้เลื่อย ในเสื้อผ้าของผู้ต้องหา นำเป็นพยานหลักฐาน มัดตัวผู้ต้องหาให้ได้ว่า คราบน้ำมัน /เศษขี้เลื่อย และ รอยนิ้วมือ ของผู้ต้องหา นั้น ตรงกับ น้ำมันเครื่องของเลื่อยโซ่ยนต์ และที่สำคัญ ลายนิ้วมือ ในปืน&amp;nbsp;AK 47 (อาก้า)นี้ ตรงกับผู้ต้องหาหรือไม่ เพราะ ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่ได้โคนไม้ ตัดไม้ ตนมาแค่แบกไม้ เพื่อให้พ้นข้อหา ทำไม้ ซึ่งข้อหานี้ มีโทษหนัก และ ตรวจสอบลายนิ้วมือในอาวุธปืนสงคราม เพื่อให้ทราบว่า ปืนอาก้ากระบอกดังกล่าว ผู้ต้องหาได้ใช้เอง หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พันเอก ลิขิต สมานมิตร ผบ. ฉก.3&amp;nbsp;นำตัวผู้ต้องหาและนำอาวุธปืน&amp;nbsp;AK 47 (อาก้า) ซึ่งได้ขออายัดตัวผู้ต้องหาและของกลาง ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อขยายผล ให้ผู้ต้องหานำชี้หาตัว ผู้ที่ซุ่มยิง ร.ท.ศิวะเทพ บุญล้อม จนได้รับบาดเจ็บและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ โดยเพิ่มเติมกำลัง จนท.ทุกส่วน จะเข้าไปตรวจสอบพื้นที่อีกครั้ง และอาจจะต้องมีการเจรจากับทหารของกัมพูชา เพื่อให้สั่งห้ามไม่ให้มีการตัดไม้และล่าสัตว์ป่า ในเขตพรมแดนที่ยังไม่ได้ปักปันเขตแดนอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82115</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร, ชาวกัมพูชา, ลักลอบตัดไม้, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9, อุบลราชธานี, ไม้ตะเคียนทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9978bd6d10f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77236</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ยโสธร”ชวนร่วมงานบุญจุดไฟตูมกา   ชมกุ้งเดินขบวนรับกรีนซีซั่นเมืองอุบล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ช่วงกรีนซีซั่น หรือฤดูฝน หลายๆ พื้นที่ในประเทศไทย รวมทั้งจังหวัดยโสธรและอุบลราชธานี จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่น่าสนใจหลากหลาย และเป็นช่วงที่มีงานประเพณีออกพรรษาที่หาชมได้ยาก ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถไปร่วมกิจกรรมเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกใหม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธนภร พูลเพิ่ม ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี (รับผิดชอบพื้นที่อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 28 กันยายน-3 ตุลาคม 2563 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรมในงานบุญออกพรรษาที่เป็นประเพณีเก่าแก่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย คือ งานบุญประเพณีจุดไฟตูมกาออกพรรษา ที่จังหวัดยโสธร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานบุญดังกล่าว มีที่มาจากบ้านทุ่งแต้ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งใน ต.ทุ่งแต้ อ.เมือง จ.ยโสธร ได้ร่วมกันฟื้นฟูภูมิปัญญาในงานประเพณีในอดีตซึ่งเลือนหายไปพร้อมกับการมีไฟฟ้าใช้ของชุมชน นั่นคือการจุด &amp;ldquo;ไฟตูมกา&amp;rdquo; ในวันออกพรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจุดไฟตูมกา เป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนบ้านทุ่งแต้ที่สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลายาวนาน โดยการนำผลตูมกาผลไม้ป่าที่มีรูปทรงกลมคล้ายผลส้มขนาดเท่ากำปั้น หรือโตกว่า มีก้านยาวและมีลักษณะพิเศษคือเปลือกบางโปร่งแสง เมื่อขูดเอาผิวสีเขียวออกและคว้านเอาเนื้อและเมล็ดข้างในออกหมดแล้ว ใช้มีดแกะเป็นลายต่างๆ ตามความต้องการ หลังจากนั้นจุดเทียนสอดขึ้นไปจากรูที่เจาะไว้ส่วนล่างของผลตูมกา แสงสว่างจากเปลวเทียนก็จะลอดออกมา เป็นลวดลายตามรูที่เจาะไว้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในคืนออกพรรษาชาวบ้านจะจุดเทียนจากที่บ้านหิ้วก้านตูมกาไปรวมกันที่วัด ซึ่งรูปทรงของผลตูมกาที่ออกแบบมามีความพิเศษคือแม้จะมีลมพัด เทียนก็จะไม่ดับ เมื่อเทียนจะหมดก็เปลี่ยนเล่มใหม่ได้ เมื่อไปถึงที่วัดก็จะนำไฟตูมกาไปแขวนไว้ตามสถานที่ที่ทางวัดจัดไว้ เช่น ซุ้มไม้ไผ่หรือราวไม้สำหรับแขวนก้านตูมกา แล้วร่วมสวดมนต์ใหว้พระตามวิถีของชาวพุทธ ถวายเป็นพุทธบูชาในวันออกพรรษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปีนี้จังหวัดยโสธรได้ยกระดับงานประเพณีจุดไฟตูมกาให้ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กันยายน-&amp;nbsp; 2 ตุลาคม 2563 บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับความระยิบระยับตระการตาของแสงไฟตูมกานับหมื่นดวงที่จุดเป็นพุทธบูชา พร้อมกับชมการฟ้อน &amp;ldquo;เพลินใจ ไฟตูมกา&amp;rdquo; จากนางรำนับพันคน รวมทั้งกิจกรรมสาธิต การแกะลายไฟตูมกา และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในวันที่ 2 ตุลาคม 2563 ซึ่งเป็นวันออกพรรษา จะมีขบวนแห่ไฟตูมกาตามแบบวิถีชุมชนไฟตูมกา บ้านทุ่งแต้ ต.ทุ่งแต้ อ.เมือง จ.ยโสธร เพื่อประกอบพิธีจุดไฟตูมกาถวายเป็นพุทธบูชาที่วัดบูรพาบ้านทุ่งแต้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจะได้ร่วมงานบุญออกพรรษาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถเดินทางในพื้นที่เชื่อมโยงได้อย่างคุ้มค่า อาทิ เส้นทางย้อนรอยเมืองสิงห์ท่า ค้นหาอดีตเมืองยโสธร,&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชมโบสถ์ไม้บ้านซ่งแย้ อ.ไทยเจริญ, หัตถกรรมหมอนขวาน ผ้าขิดบ้านศรีฐาน, พิพิธภัณฑ์มาลัยข้าวตอก ที่วัดหอก่อง อ.มหาชนะชัย หรือวิมานพญาแถน เป็นต้น รวมทั้งซื้อของฝากขึ้นชื่อของเมืองยโสธร เช่น ปลาส้ม หมอนขวานผ้าขิด เครื่องจักสาน เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอีกทางหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ภายในงานและทุกพื้นที่จะมีมาตรการรักษาความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด นับตั้งแต่ขอให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวมใส่หน้ากากอนามัย การวัดอุณหภูมิ การทำจุดเพื่อเว้นระยะห่างในการนั่งหรือยืน การติดตั้งเจลล้างมือเพื่อทำความสะอาด เพื่อความปลอดภัยทางด้านสุขภาพของทุกคน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือนกันยายนของทุกปี ในพื้นที่แก่งลำดวน ซึ่งเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี จะมีปรากฏการณ์ของกุ้งก้ามขน หรือ Macrobrachium Dienbienphuense จำนวนนับแสนตัว พากันเดินขบวนไปวางไข่ และบางช่วงที่มีน้ำมาก กุ้งว่ายทวนน้ำไปไม่ไหว จำต้องปีนป่ายไปบนก้อนหินทรายเพื่อคืบคลานไปข้างหน้า กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ในธรรมชาติที่ไม่ค่อยได้พบเจอ และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการไปชมกุ้งเดินขบวนนั้น ต้องไปตอนกลางคืน โดยนักท่องเที่ยวต้องมีไฟฉายไปด้วย และห้ามนำอาหารไปกิน ต้องเดินด้วยความระมัดระวังเพราะพื้นลื่น และทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ผู้สนใจไปชมปรากฏการณ์นี้ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าอุบลราชธานี โทร. 0-4541-0040 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากมาชมกุ้งเดินขบวนแล้ว ในจังหวัดอุบลราชธานีบริเวณใกล้เคียงกันยังมีแหล่งท่องเที่ยวในฤดูฝน โดยเฉพาะน้ำตกต่างๆ ซึ่งมีน้ำมาก มีความสวยงาม ฉ่ำเย็น สร้างความสดชื่นแก่ผู้มาเยือน อาทิ &amp;ldquo;น้ำตกแสงจันทร์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;น้ำตกลงรู&amp;rdquo; หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว Unseen In Thailand มีลักษณะพิเศษคือ สายน้ำตกจะไหลผ่านหน้าผาที่เป็นปล่องหิน ทำให้เหมือนน้ำไหลลงไปในรู บริเวณโดยรอบของน้ำตกแห่งนี้มีทั้งโขดหินน้อยใหญ่เรียงรายกันสวยงามและต้นไม้นานาพันธุ์ ดูคล้ายกับสวนญี่ปุ่น บริเวณเบื้องล่างเป็นถ้ำ สามารถตั้งแคมป์ได้ โดยน้ำตกแห่งนี้นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;น้ำตกสร้อยสวรรค์&amp;quot; อยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ไหลจากหน้าผาสูงชันสองด้าน ตกลงมาบรรจบกัน มีลักษณะคล้ายสายสร้อย ก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง สูงประมาณ 20 เมตร มีน้ำไหลตลอดปี เป็นน้ำตกที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกันมาก สามารถมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขง ผืนป่าและหน้าผาหินฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;น้ำตกห้วยหลวง&amp;quot; ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย คนท้องถิ่นเรียกกันว่า &amp;quot;น้ำตกบักเตว&amp;quot; เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ เกิดจากลำธารห้วยหลวง อยู่เลยที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอยไปทางใต้ 3.5 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้สะดวกโดยรถยนต์ มีความสูงประมาณ 45 เมตร ไหลผ่านหน้าผาลงสู่เบื้องล่าง มีลักษณะเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ พื้นน้ำเป็นสีเขียวมรกตและมีหาดทรายขาวสะอาด เหมาะสำหรับการลงเล่นน้ำ ด้านบนมีจุดชมทิวทัศน์และถ่ายภาพ ด้านล่างมีบันไดสำหรับขึ้นลงจำนวน 272 ชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี กล่าวต่อว่า นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาในพื้นที่นี้ด้วยความสะดวกสบาย โดยเฉพาะในวันธรรมดา และในสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลราชธานี ยังมีมาตรการรักษาสุขอนามัยตามมาตรฐานทางด้านสาธารณสุข ทั้งการให้สวมหน้ากากอนามัย ตรวจวัดไข้ มีอุปกรณ์ล้างมือ และลงชื่อเข้าชมเพื่อรักษาระยะห่างและความหนาแน่นอย่างเคร่งครัด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สนใจ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุบลราชธานี (รับผิดชอบในพื้นที่อุบลราชธานี อำนาจเจริญ และยโสธร) โทรศัพท์&amp;nbsp; 0-4524-3770 และติดตามข้อมูลการท่องเที่ยวได้ที่ Facebook: Tat UbonRatchathani&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77236</URL_LINK>
                <HASHTAG>การท่องเที่ยว, กุ้งเดินขบวน, ท่องเที่ยวไทย, น้ำตกสร้อยสวรรค์, น้ำตกห้วยหลวง, น้ำตกแสงจันทร์, มองเมือง, ยโสธร, อุบลราชธานี, ไฟตูมกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200912/image_big_5f5cc07ab5565.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
