<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พ่วงฝ่าไฟชนยับ พยาบาลดับคาที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่วงบรรทุกหินแหกสัญญาณไฟพุ่งขยี้เก๋งพังยับ &amp;nbsp;พยาบาลสาวตายคาที่ คนขับผู้เป็นพ่อเจ็บสาหัส อีกรายกระบะชน นร.ม.2 เสียชีวิตแล้วหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ร.ต.อ.ไพฑูรย์ พันธุ์กล้วยไม้ ร้อยเวร สภ.เมืองสระบุรี ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุรถบรรทุกพ่วงชนกับรถเก๋ง บริเวณสี่แยกไฟแดงบายพาสเสาไห้ อ.เมือง จ.สระบุรี มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในรถและเสียชีวิต 1 ราย จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างรัตนตรัยธรรมสถานสระบุรี และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพ โรงพยาบาลสระบุรี พบรถบรรทุกพ่วง หมายเลขทะเบียน 85-2179 สระบุรี (ตัวแม่) และ 85-2209 สระบุรี (ตัวลูก) บรรทุกหินมาเต็มคันพลิกตะแคง หินตกเกลื่อนกระจายเต็มพื้นถนน มีนายชัชวาลย์ ชำนาญยา อายุ 33 ปี เป็นคนขับ ด้านหน้ารถบรรทุกพ่วงพบรถเก๋งมาสด้า 2 สีแดง หมายเลขทะเบียน กธ 371 สระบุรี ถูกชนพังยับทั้งคัน ภายในรถพบศพ นางสาวนาสมนต์ พิมพ์ทนต์ อายุ 26 ปี เป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลโรงพยาบาลสระบุรี นั่งอยู่ข้างคนขับ ซึ่งภายในรถยังมีชุดพยาบาลแขวนอยู่ ส่วนคนขับคือ นายนคร พิมพ์ทนต์ อายุ 57 ปี พ่อผู้เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาลสระบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัชวาลย์ให้การว่า ขับรถบรรทุกหินมาจากโรงโม่หินหน้าพระลาน เพื่อไปส่งยัง จ.ปราจีนบุรี เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เป็นช่วงสัญญาณไฟเหลืองก่อนเปลี่ยนเป็นไฟแดง ตนได้เหยียบเบรกแล้วแต่เบรกไม่อยู่ จึงบีบแตรส่งสัญญาณ แต่รถเก๋งของคู่กรณีได้สัญญาณไฟเขียวและเลี้ยวขวาจะเข้าเมือง ทำให้รถพ่วงพุ่งชนเต็มแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจอยู่ระหว่างคุมตัวนายชัยวาลย์สอบสวนอย่างละเอียด พร้อมดูภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณนั้น ก่อนตั้งข้อหาดำเนินคดีนายชัชวาลย์ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกราย ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านโคกใหญ่ &amp;nbsp;ต.หนองสองห้อง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่ามีอุบัติเหตุรถกระบะชนนักเรียนชายชั้น ม.2 เสียชีวิต และลูกพี่ลูกน้องที่เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนคนขับกระบะได้หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เมื่อเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าทางครอบครัวได้ตั้งศพ ด.ช.ชิษณุพงศ์ รื่นรส หรือน้องนิว อายุ 14 ปี นักเรียน ชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.หนองสองห้อง บำเพ็ญกุศลที่บ้านพัก โดยนางจำปา รื่นรส อายุ 42 ปี ผู้เป็นแม่ เล่าว่า วันเกิดเหตุลูกชายซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปกับ นายกฤษณพงศ์ อรัญ อายุ 16 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เพื่อจะไปกดเงินที่ตู้ ATM ในตัวเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมามีผู้โทรศัพท์มาบอกว่า รถจักรยานยนต์ดังกล่าวถูกกระบะชนบนถนนสายบุรีรัมย์-นางรอง ก็ตกใจมาก และรีบออกไปดูที่เกิดเหตุ แต่ไปไม่ทัน ทราบว่าหน่วยแพทย์ฉุกเฉินได้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว พอตามไปที่โรงพยาบาลหมอบอกว่าน้องนิวเสียชีวิต ซึ่งทราบว่าคนขับรถกระบะคันที่ชนไม่ลงมาดู หรือช่วยเหลือน้องเลย กลับขับหลบหนีไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนขับมาดำเนินคดี และอยากฝากถึงคนขับ หากยังมีจิตสำนึกก็ควรจะออกมาแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่สำคัญอยากให้มาขอขมาศพน้องจะได้นอนตายตาหลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.ต.อ.มิตร ศรีบุญเรือง รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองสองห้อง เจ้าของคดี เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบว่ารถจักรยานยนต์ได้ชิดเข้าเลนในฝั่งขวาเพื่อเตรียมจะกลับรถที่จุดยูเทิร์น แต่รถยนต์ซึ่งคาดว่าน่าจะขับมาด้วยความเร็ว เพราะไม่เห็นรอยเบรกเลยได้พุ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์เต็มแรง หลังจากชนเสร็จก็ขับหลบหนี โดยพบชิ้นส่วนของรถยนต์ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ได้เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้แกะรอยภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามหารถคันที่ชนมาสอบสวนดำเนินคดี.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65575</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝ่าสัญญาณไฟจราจร, รถพ่วงบรรทุกหิน, สระบุรี, อุบัติเหตุรถชน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51835</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 10:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 10:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนขับเมาหนักเสียหลักพุ่งชนตู้โทรศัพท์-เสาไฟฟ้า เหินทับรถเก๋งอีกคันเสียหายยับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.62 - ตำรวจภูธรแสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมกู้ภัยชลบุรี และหน่วยรถยกรุดไปที่เกิดเหตุบริเวณปากซอยแยกลังเล ถ.ลงหาดบางแสน ฝั่งขาเข้าทะเลบางแสน รับแจ้งเหตุคนขับรถเมาแล้วขับ จนกระทั่งรถเหาะเหินขึ้นไปคร่อมทับรถเก๋งอีกคัน จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋ง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เกิดอุบัติเหตุจนรถคร่อมทับบนหลังรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่&amp;nbsp;ทราบชื่อคนขับคือ นายณัฐพงศ์ สิทธิสาร อายุ 41 ปี อยู่บ้านที่ 3/27 ม.4 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี บาดเจ็บเล็กน้อย แต่อยู่ในสภาพเมาหนัก เหม็นกลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่ว กู้ภัยจึงรีบนำส่ง รพ.ม.บูรพา บางแสนไปก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นรถยนต์เก๋งฟอร์จูนเนอร์ขับมาด้วยความเร็วที่ถนนลงหาดบางแสน มุ่งหน้าเข้าบางแสน เสียหลักไปชนตู้โทรศัพท์สาธารณะ แล้วพุ่งชนเสาไฟฟ้าข้างทางจนหักงอ แล้วลอยเหาะขึ้นไปทับรถยนต์เก๋งที่จอดอยู่ข้างทางจนแบน โชคดีที่ในรถยนต์เก๋งเจ้าของไม่อยู่ในรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจจึงดำเนินคดีนายณัฐพงศ์ สิทธิสาร ในข้อหาขับขี่รถยนต์ในขณะมึนเมา ทำให้ทรัพย์สินของราชการ และรถยนต์ของผู้อื่นเสียหาย ไว้ก่อน โดยจะเรียกนายณัฐพงศ์ มาทำการสอบสวน และชดใช้ค่าเสียหายทั้งของหลวงและรถยนต์เก๋งของผู้อื่นต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51835</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับขี่เร็ว, จังหวัดชลบุรี, บางแสน, สภ.แสนสุข, อุบัติเหตุรถชน, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191205/image_big_5de8751e92744.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถพ่วงเสียชีวิต คนขับเผยจอดรถนอนนานแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค.62 - ร.ต.ต.วุฒิพงศ์ ล้อมวงศ์ ร้อยเวรสภ.เมืองตราด ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง มีผู้บาดเจ็บสาหัสในที่เกิด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ราย บริเวณหน้าปั๊มปตท.ท่าพริก ถนนสุขุมวิท ขาเข้าเมืองตราด ต.ท่าพริก อ.เมือง จ.ตราด เหตุเกิดเมื่อเวลา 23.30 น.เมื่อคืนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกพ่วงหมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;70-0574&amp;nbsp;ตราด ส่วนพ่วงหมายเลขทะเบียน&amp;nbsp;70-0575&amp;nbsp;ตราด ท้ายรถ พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ หมายเลขทะเบียน ฬพษ&amp;nbsp;849&amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร ชนติดอยู่ร่างผู้ขับขี่ คือ นายชยานันต์ สุขุมวาท อายุ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ปี พนักงานร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาปั๊มน้ำมันปตท.ท่าพริก โดยสภาพบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยหลักเกาะได้ดึงร่างที่ติดอยู่กับซากรถจักรยานยนต์ออก ก่อนที่จะช่วยกันปั๊มหัวใจทันที เนื่องจากผู้บาดเจ็บไม่มีชีพจรแล้ว จากนั้นรถกู้ภัยโรงพยาบาลกรุงเทพตราด เดินทางมารับตัวนายชยานันต์ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลตราด และเสียชีวิตในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธศาสตร์ นนทภักดี อายุ 23 ปี คนขับรถยนต์บรรทุก ให้การกับตำรวจว่า ตนเองขับรถยนต์มาจากอำเภอคลองใหญ่ เพื่อนำสินค้าไปส่งในต่างจังหวัด แต่ได้แวะจอดริมถนน เพื่อนอนหลับพักผ่อนตอนเวลา 21.00 น. ซึ่งตอนนั้นมีรถจอดอยู่หลายคันเช่นกัน กระทั่งเกิดเหตุได้ยินเสียงจากท้ายรถสะดุ้งตื่นขึ้นมา จึงได้ลงไปดูและพบว่ามีอุบัติเหตุแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เพื่อนนายชยานันต์ กล่าวว่า นายชยานันต์ เป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาปั๊มน้ำมันปตท.ท่าพริก ซึ่งวันนี้เป็นวันหยุดของนายชยานันต์ เมื่อเกิดเหตุหน้าปั๊มน้ำมัน หลายคนได้รีบเข้าไปดู จนพบว่าผู้ประสบเหตุเป็นเพื่อนร่วมงานกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41900</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตราด, ชนท้ายรถพ่วง, สภ.เมืองตราด, อุบัติเหตุรถชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d3915e853b5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2019 18:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2019 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้องด้วยภาพ! พบหลักฐานมัดรถกระบะเสียหลักพุ่งชนเก๋ง ทำคนตายกลับโบ้ยผิดคันอื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บสาหัสอีก 3 คน บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 22 สายนครพนม-สกลนคร ใกล้กับฟาร์มหมูบริษัทบุญทะพาน บ้านหนองหญ้าไซ ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะ แค็บ ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีบรอนซ์ ทะเบียน ผล 7316 ขอนแก่น ชนกับรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน ฌน 2899 กรุงเทพมหานคร ด้านนอกพบศพผู้ตายเป็นชายสูงอายุ ทราบว่าชื่อนายพิศ ราชบัณฑิต อายุ 80 ปี ส่วนคนเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนครพนม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นนายคัมภีร์ ศรีนาแค อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 32 หมู่ 4 ต.หนองแปน อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ทำงานเป็นคนงานก่อสร้างถนนสายดังกล่าวที่อยู่ในระหว่างการขยายถนนจาก 2 เลน เป็น 4 เลน รับว่าเป็นคนขับรถกระบะนิสสันคู่กรณี อ้างว่าได้ขับรถมาจากหน้าค่ายพระยอดเมืองขวาง มณฑลทหารบกที่ 210 ต.กุรุคุ เพื่อจะเดินทางกลับแคมป์คนงานที่อยู่ไม่ไกลนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างทางมีรถเก๋ง ไม่ทราบยี่ห้อ สีและทะเบียน ขับแซงรถคันอื่นมาด้วยความเร็วสูง ตนจึงหักหลบจนรถเสียหลัก แฉลบออกข้างทาง ระหว่างนั้นที่ริมถนนมีคนงานประมาณ 20 คน กำลังทำงานกันอยู่ ตนจึงตัดสินใจหักพวงมาลัยเพื่อเกยกับคันดินหมายหยุดรถ แต่กลับเหินพุ่งไปชนรถเก๋งที่มีนายวิทยา ราชบัณฑิต อายุ 50 ปี ขับรถออกจากบ้านพักพร้อมกับลูกชายและลูกสะใภ้ เพื่อพานายพิศไปตัดผมในตัวเมืองนครพนม จนเป็นเหตุให้นายพิศเสียชีวิตคาเบาะด้านซ้ายคนขับ ส่วนตัวนายวิทยากับลูกบาดเจ็บสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด&amp;nbsp;ร.ต.อ.สิทธิชัย จันโทศิริ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม เจ้าของคดี ได้รับคลิปจากกล้องหน้ารถเก๋งฮอนด้าของนายวิทยา ความยาว 15 วินาที พบว่าเบื้องหน้ารถที่นายพิศผู้ตายนั่งมา มีรถเก๋งสีขาวที่ยังไม่ทราบยี่ห้อแน่ชัด วิ่งอยู่เบื้องหน้าจริง ในคลิปจะเห็นว่ารถเก๋งสีขาวได้ขับแซงขวารวดทีเดียวสองคัน เป็นจังหวะเดียวกับที่รถกระบะของนายคัมภีร์วิ่งสวนมาตามเลนตัวเองด้วยความเร็วเช่นกัน เมื่อรถเก๋งแซงแล้วก็หักเข้าเลนซ้าย ช่วงเสี้ยววินาทีนั้น รถกระบะของนายคัมภีร์หักหลบนิดหนึ่ง แล้วเกิดแฉลบเสียการทรงตัว ทำให้รถหมุนพุ่งชนรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ส อย่างจังเป็นเหตุให้นายพิศเสียชีวิตคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อดูจากในคลิปแล้วไม่ตรงกับคำให้การของนายคัมภีร์ พยายามโยนความผิดให้รถเก๋งคันที่แซง ทั้งที่ตัวเองก็ขับรถมาด้วยความเร็ว และไม่ยอมยกคันเร่งให้ทาง อาจจะคิดว่าตนขับรถมาทางถูก จึงไม่ยอมหลบให้รถเก๋งคันที่แซง จนเป็นเหตุเศร้าสลดดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกตัวนายคัมภีร์มารับทราบข้อกล่าวหา ขับรถโดยประมาททำให้ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ และทรัพย์สินเสียหาย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ส่วนรถเก๋งคันที่แซงเจ้าหน้าที่จะต้องดูข้อกฎหมายว่าเข้าข่ายความผิดใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37539</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบะชนเก๋ง, จังหวัดนครพนม, สภ.เมืองนครพนม, หักหลบเสียหลัก, อุบัติเหตุรถชน, เปิดคลิปหน้ารถ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190603/image_big_5cf50182e0aee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2019 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2019 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จันทบุรีเจอฤทธิ์พายุฤดูร้อนพัดต้นไม้ล้มขวางถนนจนเกิดอุบัติเหตุรถชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.62-ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถชนท้ายกันได้รับความเสียหาย และกีดขวางทางจราจรทั้ง 2 เลน ทำให้รถติดยาวกว่า 5 กิโลเมตร บนถนนสาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว ช่วงบริเวณบ้านทุ่งกร่าง ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน และเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี ได้รุดไปที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพบรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูสุ หมายเลขทะเบียน บบ 5996 จันทบุรี สภาพด้านท้ายพังยับ โดยมีเจ้าของรถ นายจันทรส กองรัตน์ ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ ห่างกันประมาณ 10 เมตร พบรถกระบะ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ หมายเลขทะเบียน บร 3978 จันทบุรี โดยมีนายหัสดิน ประสานวงศ์ เป็นผู้ขับ สภาพรถด้านหน้าพังยับ ซึ่งคนขับทั้ง 2 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจันทรส เล่าว่า ตนเองขับรถมาตามถนนสาย 317 พอถึงจุดเกิดเหตุได้มีพายุฝนและลมอย่างรุนแรงจนทำให้ต้นไม้ขนาด 1 คนโอบล้มขวางถนน ตนจึงจอดรถแล้วเปิดไฟผ่าหมากไว้เพราะไปไม่ได้ และในขณะที่จอดรถก็ได้มีรถของ นายหัสดิน ขับมาพุ่งชนท้ายอย่างแรงจนรถหมุนกลับ จากนั้นตนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุแต่ก็โชคดีทั้ง 2 ฝ่ายเพียงแค่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันตัดไม้กว่าครึ่งชั่วโมงจึงเปิดการเดินรถได้เป็นปรกติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32675</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.จันทบุรี, ต้นไม้ล้ม, พายุฤดูร้อน, อุบัติเหตุรถชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190401/image_big_5ca16b2e7627e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 11:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนตกถนนลื่นกระบะเสียหลักหมุนชนรถขนส่งไปรษณีย์ดับ2ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- เมื่อเวลา 02.00 น. พ.ต.ท.ชายชาญ กมุทชาติ สารวัตรเวร สภ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุรถชนบนถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ บริเวณระหว่าง กม.ที่ 158-159 หมู่ 1 ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี มีผู้เสียชีวิตหลายราย จึงประสานแพทย์เวร รพ.บ้านลาด และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานร่วมตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุบริเวณแท่งปูนกั้นเกาะกลางถนนพบรถกระบะอีซูซุ &amp;nbsp;ตอนครึ่ง สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 919 เพชรบุรี จอดอยู่ สภาพหัวรถหันกลับสวนทิศทางถนนบริเวณตัวรถด้านขวาข้างคนขับตั้งแต่ห้องโดยสารไปจนถึงกระบะท้ายรถมีรอยถูกชนอย่างรุนแรงพังเสียหายยับเยิน ใกล้เคียงพบพื้นถนนพบศพชายทราบชื่อต่อมาคือ นายธีรศักดิ์ ขุนพิทักษ์ ชาว อ.ชะอำ กระเด็นออกมาเสียชีวิตด้านนอกรถ ภายในรถบริเวณที่นั่งคนขับพบศพ นายพิทักษ์ อินทรัตน์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 284 ทับ 17 ถนนเจ้าลาย ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เสียชีวิตติดภายในซากรถ บริเวณโดยรอบพบซากชิ้นส่วนรถกระบะ กระเด็นกระจายอยู่ทั่วถนน ล้อหลังซ้ายหลุดกระเด็นออกจากตัวรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห่างไปประมาณ 400 เมตรพบรถ 6 ล้อ คอนเทนเนอร์ สีส้ม ขนส่ง ไปรษณีย์ หมายเลขทะเบียน 51-2 187 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทไปรษณีย์ไทย ซึ่งมีนายศุภกร บุญพา 36 ปี 30/69 ม.1 ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี จอดอยู่บริเวณไหล่ทางด้านซ้าย สภาพรถด้านหน้าซ้าย มีรอยชนพังเสียหาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนายศุภกรเล่าว่า ขณะเกิดเหตุมีฝนตกหนักตนขับรถไปรษณีย์มุ่งหน้าลงภาคใต้ ปรากฏ ว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้ลื่นเสียหลักหมุนกลางถนนในระยะกระชั้นชิด ตนเบรกรถไม่ทันจึงพุ่งชนที่บริเวณด้านคนขับอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18903</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านลาด-เพชรบุรี, รถไปรษณีย์, อุบัติเหตุรถชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb2f3818a913.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/08/2018 08:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2018 08:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สุดเศร้า!เเม่เอาแกงหน่อไม้ไปฝากลูกที่กทม ออกจากบ้านไม่ถึง 20 กม.รถเสียหลักเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ส.ค.61- &amp;nbsp; เมื่อเวลา 03.30 น. ของวันที่ 14 ส.ค 2561 สถานีตำรวจลานสักได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่ามีรถเก๋งชนต้นสักข้างทางเลยทางแยกเข้านาไร่เดียวไปประมาณ 300 เมตร ที่ ม.2 อำเภอลานสัก จ.อุทัยธานี หลังจากได้รับเเจ้งทาง พ.ต.ท.ทรงวุฒิ สวรรคโลก(สารวัตเวร) อำเภอลานสัก พร้อมกู้ภัยอุทัยธานี(จุดลานสัก)รีบรุดไปยังที่เกิดเหุต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋งสีเทา โตโยต้ายาริส หมายเลขทะเบียน ญ จ 2297 กทม สภาพหน้ารถพังเสียหาย เเคงคาอยู่ที่ต้นไม้สัก พร้อมกับมีคนติดภายใน 3 คน เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยอุทัยธานี จึงรีบ ช่วยนำคนบาดเจ็บออกมาได้ 2 คน นำส่งโรงพยาบาลลานสักเป็นการเร่งด่วน ส่วน อีก 1คน เสียชีวิตในรถ ด้านหลังคนขับในสภาพคอและขาหัก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบสวน ทราบต่อมาว่าผู้ตายชื่อ นางสมัย กองคูณ อายุ 50 ปีอยู่บ้านเลขที่ 79/4 ม.3 ต.ลานสัก จ.อุทัยธานี เเละผู้บาดเจ็บที่เป็นคนขับชื่อ นายจตุพล ขุนประเสริฐ อายุ 23 อยู่บ้านเลขที่ 79/4 ม.3 ต.ลานสัก บ้านโปร่งสามสิบ จ.อุทัยธานี เเละเเฟนของคนขับ1คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามญาติของผู้ตายได้ความว่า นางสมัย กองคูณพร้อม นายจตุพล ขุนประเสริฐซึ่งเป็นลูกชายของผู้ตายพร้อมกับแฟนสาว กำลังมุ่งหน้าเตรียมตัวออกเดินทางเพื่อจะไปหาลูกชายคนโตที่ทำงานอยู่กทม พร้อมกับนำแกงหน่อไม้ของโปรดลูก พร้อมของฝาก โดยนายจตุพล เป็นคนขับ ออกจากบ้านไปยังไม่ถึง 20 กิโลเมตร รถเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ที่ทางเเยกเข้านาไร่เดียว ถนนลานสักไปหนองฉาง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถาม พ.ต.ท.ทรงวุฒิ &amp;nbsp;สวรรคโลก(สารวัตเวร)คาดว่านายจตุพล อาจจะหลับใน เพราะช่วงเวลาที่ออกเดินทางเป็นช่วงเวลา ตี 3.00 น คนขับอาจจะพักผ่อนไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดรถเสียหลักลงข้างทางพุ่งชนเข้าที่ต้นไม้อย่างจังจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ซึ่งนั่งอยู่หลังคนขับ คาดว่าผู้ตายคงได้รับการกระเเทกอย่างเเรง หลังจากนั้นจึงได้ให้ญาตินำศพผู้ตายไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15342</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุทัยธานี, อำเภอลานสัก, อุบัติเหตุรถชน, แม่เสียชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180814/image_big_5b7233ba5c5ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
