<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84523</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!สังเวยหยุดยาว5ชีวิต รถพลิกควํ่าดอยอินทนนท์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังเวยหยุดยาว รถกระบะพลิกคว่ำหลัก กม.33 ใกล้ดอยอินทนนท์ ดับยกคัน 5 ศพ นายกเทศมนตรีเทศบาลหลักหกเมืองปทุมธานีเสียชีวิตพร้อมภรรยา &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; รับเสียใจ หวังไม่เกิดซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 20 พ.ย. ศูนย์วิทยุตำรวจ สภ.จอมทอง แจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำบนดอยอินทนนท์ กม. 33 ใกล้ที่ทำการอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ กม.31 อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทยานดอยอินทนนท์และเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ได้เข้าทำการช่วยเหลือ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จำนวน 5 ราย เป็นชาย 1 หญิง 4 ราย
โดยในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน มฐ 3307 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำอยู่กลางถนน ส่งผลให้เกิดรถขาขึ้นและลงติดเป็นทางยาว เนื่องจากเจ้าหน้าที่กำลังเข้าให้การช่วยเหลือ เร่งเคลียร์เส้นทางเพื่อเปิดการจราจร เพราะเป็นช่วงทางลาดชัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสาเหตุเบื้องต้นคาดว่ารถยนต์กระบะขับมาทางดอยอินทนนท์ มุ่งหน้าไปทาง อ.จอมทอง พอถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งเสียหลักพลิกคว่ำ มีผู้โดยสารอยู่ในห้องโดยสารและกระบะหลังบางส่วน หลังเกิดเหตุร่างได้กระเด็นออกนอกตัวรถทั้งหมด และจากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือนายสมพงษ์ ศรีอนันต์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหลักหก อ.เมืองฯ จ.ปทุมธานี พร้อมภรรยานั้น ซึ่งลูกชายของนายสมพงษ์ได้เดินทางมาที่ จ.เชียงใหม่ รับศพบิดาและมารดากลับไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว โดยจะตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดนาวง อ.เมืองฯ จ.ปทุมธานี ในวันที่ 21 พ.ย.
ทั้งนี้ จุดที่เกิดอุบัติเหตุเป็นช่วงขาลงดอยอินทนนท์ก่อนถึงตลาดม้ง เรียกกันว่าโค้งฝรั่ง เนื่องจากเกิดเหตุลักษณะนี้บ่อยครั้ง เพราะมีลักษณะทางลงเขาลากยาว หากขับเร็วจะทำให้รถเบรกไหม้ได้
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในเรื่องนี้ว่า เป็นที่น่าเสียใจ ถึงแม้ว่าจะมีการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมากขึ้น แต่ก็เสียใจกับการสูญเสียจากการท่องเที่ยว และเคยเตือนไว้แล้วว่าขอให้ระมัดระวังอย่างที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของรถโดยสาร เจ้าของรถเช่า คนขับรถ ก็มักจะเกิดเหตุเช่นนี้ทุกที และเจ้าหน้าที่ต้องสอบสวนต่อไปว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ในนามของรัฐบาลรู้สึกเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย และรวมความไปถึงในช่วงนี้การท่องเที่ยวมากขึ้นเป็นพิเศษจากมาตรการของรัฐบาลบ้าง และในเรื่องของสภาพอากาศทางภาคเหนือ ดังนั้นทุกคนก็ต้องระมัดระวังให้มากที่สุด อย่าดื่มสุราขับรถ อย่าให้คนขับที่ง่วงนอนขับรถ อย่าขับรถโดยประมาท อย่าแซงในที่คับขัน และไม่ว่าใครขับก็แล้ว แต่ขอให้นึกถึงชีวิตของคนที่ร่วมโดยสารไปด้วยให้มากที่สุด ซึ่งอาจต้องมากกว่าชีวิตตัวเองด้วยซ้ำไป
&amp;ldquo;หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก เพราะควรจะเป็นเวลาแห่งความสุข หลังจากที่เราจะต้องถูกควบคุมอยู่ที่บ้านมาแล้วในช่วง โควิด-19 หรือเดินทางไม่ได้ ดังนั้นรัฐบาลเปิดให้มีการเดินทางท่องเที่ยวได้ แต่ก็ปรากฏว่ามีอุบัติเหตุขึ้น จึงหวังว่าจะไม่มีอีก เนื่องจากจะมีวันหยุดอีกสองช่วง โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ก็อาจจะมีปัญหาเช่นนี้อีก นั่นก็แสดงว่าอาจจะมีใครที่ขาดความรับผิดชอบตรงนี้ ในส่วนของผู้โดยสารเองก็ต้องเลือกบริษัทเดินทาง เลือกรถ และจะต้องดูแลตัวเองด้วย รวมถึงต้องรักชีวิตคนอื่นด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84523</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยอินทนนท์, วันหยุดยาว, สังเวยวันหยุดยาว, สังเวยหยุดยาว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุ, อุบัติเหตุรถยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201120/image_big_5fb7d67d9212f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตายายหลาน 3ศพคาซาก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; หนุ่มใหญ่ขับเก๋งพาเมียกับหลานชายไปธุระ แซงรถกระบะไม่พ้นเฉี่ยวชนจนเก๋งเสียหลักพุ่งข้ามเลน ถูกหกล้อบรรทุกดินพุ่งอัดกลางคันตายสยอง 3 ศพ อีกรายชายชราวัย 70 ข้ามทางม้าลายกลับจากใส่บาตร ถูกจักรยานยนต์ขยี้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ร.ต.อ.ยงยุทธ สะเดา สว. (สอบสวน) สภ.ย่อยเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ &amp;quot;แก่นนคร 191&amp;quot; สภ.เมืองขอนแก่น ว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันที่ถนนเหล่านาดี เส้นทางขอนแก่นไปอำเภอพระยืน ใกล้ทางเข้าโรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัยรุดไปให้การช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุบนถนนเหล่านาดี ขาเข้าเมืองขอนแก่น พบรถบรรทุก 6 ล้อ สีน้ำเงิน บรรทุกดินเต็มคันรถ หมายเลขทะเบียน 84-8052 ขอนแก่น สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ เซียส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขน &amp;nbsp;7306 ขอนแก่น สภาพพังยับเยินทั้งคันตกลงไปข้างทาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เร่งนำตัวคนขับรถขนดินซึ่งได้รับบาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนในรถเก๋งพบพ่อแม่ลูก 3 คน ถูกชนอัดก๊อปปี้เสียชีวิตคาที่ ทราบชื่อคนขับว่า นายอาจ วิชามูล อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ 5 ต.กุดชมภู อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ส่วนภรรยาซึ่งนั่งคู่มาที่เบาะหน้า คือนางสมคิด วิชามูล สภาพศพกอดหลานชายวัย 2 ขวบ 8 เดือน ชื่อ ด.ช.เมธัส วิชามูล เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำเครื่องตัดถ่างงัดร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บนถนนฝั่งตรงข้ามยังมีรถกระบะขนมะละกอ ซึ่งจอดหันหน้าไปทาง อ.พระยืน สภาพด้านหน้ามีร่องรอยการเฉี่ยวชน โดยมีนายสุริยา ทองลา อายุ 40 ปี เป็นคนขับรถ และยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยากล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปรับมะละกอสดที่ตลาดศรีเมืองทองในเมืองขอนแก่น พอขนมะละกอขึ้นรถเสร็จก็ขับมาตามถนนเหล่านาดี ซึ่งใช้เป็นประจำเพื่อไปส่งของที่ จ.กำแพงเพชร ถึงจุดเกิดเหตุ รถเก๋งขับแซงซ้ายมาด้วยความเร็ว ซึ่งเป็นทางช่วงคอขวด ตนจึงแตะเบรกชะลอเพื่อให้รถเก๋งแซงขึ้นไป แต่รถเก๋งแซงไม่พ้น เกิดเฉี่ยวชนที่กันชนด้านหน้ารถตน จนเสียหลักหมุนคว้างกลางถนนข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่รถขนดินวิ่งสวนทางเบรกไม่ทันชนเข้ากลางลำรถเก๋งอย่างจัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ต.อ.ยงยุทธกล่าวว่า จะได้สอบปากคำคนขับรถบรรทุกดินซึ่งได้รับบาดเจ็บ และรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจสภาพรถเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ทั้งยังได้ติดต่อประสานหาญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 รายมารับศพไปประกอบพิธีตามศาสนาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพฯ เวลา 06.30 น. ร.ต.อ.จำรัส เนื้อไม้ รอง สว. (สอบสวน) สน.บางขุนเทียน รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนคนเสียชีวิตบริเวณทางม้าลาย ปากซอยเอกชัย 43/3 ถนนเอกชัย แขวงและเขตบางบอน จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พบร่างนายสมพงษ์ ธูปสว่าง อายุ 70 ปี นอนหายใจรวยรินในสภาพมีบาดแผลแตกที่ศีรษะ หน่วยกู้ภัยพยายามปั๊มหัวใจ แต่เจ้าตัวทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตลง โดยมีเศษดอกไม้และพวงมาลัยกระจายเกลื่อนพื้น ส่วนรถคู่กรณีพลิกคว่ำอยู่ใกล้กัน เป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น CBR 150 สีแดง หมายเลขทะเบียน บฉก 42 กรุงเทพมหานคร มีนายสมพงษ์ คำอินทร์ อายุ 23 ปี เป็นผู้ขับขี่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำตัวส่ง รพ.บางปะกอก 8 ไปก่อนหน้านี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอบสวนทราบว่าผู้ตายพักอยู่ในซอยเอกชัย 43/2 จะออกจากบ้านทุกเช้าเพื่อข้ามถนนไปทำบุญใส่บาตรที่ตลาดปากซอยเอกชัย 38 ก่อนจะซื้อดอกไม้สด ธูปเทียน พวงมาลัยกลับไปที่บ้านเพื่อไหว้รำลึกถึงลูกและเมียที่เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ กระทั่งก่อนเกิดเหตุเป็นช่วงข้ามถนนเข้าบ้าน จู่ๆ ก็ถูกรถจักรยานยนต์ซิ่งผ่าทางม้าลายมาชนอย่างจัง ทำให้จบชีวิตลงในที่สุด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะมอบศพให้นิติเวชทำการผ่าชันสูตร ก่อนประสานญาติไปรับศพผู้ตายมาบำเพ็ญกุศล ส่วนคนขับขี่รถจักรยานยนต์จะติดตามไปดูอาการที่โรงพยาบาลและแจ้งข้อหาตามกฎหมายต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปทุมธานี เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 15 ก.พ.นี้ ร.ต.อ.จตุพร สอนวิทย์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.สามโคก ได้รับแจ้งรถคว่ำไฟไหม้ มีผู้เสียชีวิต ที่ ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จึงพร้อมด้วยรถดับเพลิง อบต.เชียงรากใหญ่ 1 คัน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูไปตรวจสอบ พบรถเก๋งยี่ห้อ BMW หมายเลขทะเบียน ษธ 7118 กรุงเทพมหานคร หงายท้องล้อชี้ฟ้าถูกไฟลุกไหม้ทั้งคัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำประมาณ 20 นาที ไฟจึงดับลง พบเศษกระจกรถแตกกระจาย และยังมีเสาหลักกิโลเมตรถูกชนกระเด็นมากับรถด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตรวจสอบภายในรถ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย สภาพถูกไฟคลอกไหม้เกรียมคาซากรถ แต่สร้อยคอทอง 1 เส้น และพระเลี่ยมทอง 1 องค์ที่ร่างผู้เคราะห์ร้ายกลับไม่ถูกไฟไหม้ ตรวจสอบพบใบขับขี่ทราบชื่อนายวีระวัฒน์ วิจิตรปรีชากุล อายุ 44 ปี อยู่บ้านหมู่ 13 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนเบื้องต้นได้ข้อมูลว่า ผู้ตายเป็นวิศวกร กลับจากงานเลี้ยงที่ร้านอาหารไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ โดยผู้ตายขับรถไปส่งเพื่อน 2 คน เสร็จแล้วจะขับรถกลับบ้าน แต่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำไฟไหม้คลอกตัวเองเสียชีวิต.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57351</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ขอนแก่น, อุบัติเหตุ, อุบัติเหตุรถยนต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แซงไม่พ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200216/image_big_5e493e8b1f428.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มวงFEEL กระบะชนดับ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เก๋งพุ่งชนเสาไฟฟ้าก่อนถลาตกร่องกลางถนน พลเมืองดีทุบกระจกพยายามช่วยเหลือผู้ติดอยู่ในรถ จู่ๆ ไฟโหมรุนแรงคลอก 3 ชีวิตเป็นตอตะโก เด็กชายวัย 5 ขวบกระเด็นออกนอกรถบาดเจ็บเล็กน้อยรอดเหลือเชื่อ อีกราย &amp;quot;หนุ่ม&amp;quot; นักร้องนำวง &amp;quot;ฟีล&amp;quot; ขี่บิ๊กไบค์ถูกกระบะขยี้เสียชีวิตพร้อมเพื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ร.ต.อ.บุญส่ง ยืนยง รอง สว.สอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักตกร่องกลางถนน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 1 ราย เหตุเกิดบนถนนหลวงหมายเลข 331 ขาเข้าฉะเชิงเทรา หมู่ 5 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ไปตรวจสอบ พบรถเก๋งนิสสัน โน้ต สีแดง หมายเลขทะเบียน ขจ 3994 ระยอง ชนเสาไฟฟ้าส่องสว่าง เสาหักล้ม ตัวรถไถลตกลงไปในร่องกลางถนน เกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ชาวบ้านที่อยู่บริเวณดังกล่าวพยายามช่วยดับไฟ แต่ไม่เป็นผล ทำให้ผู้บาดเจ็บที่ติดอยู่ภายในรถถูกไฟคลอกจนเสียชีวิตทั้ง 3 ราย เป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 1 คน และเด็กผู้ชายอีก 1 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยงัดร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถ นอกจากนี้ยังพบว่าพลเมืองดีได้ช่วยเด็กผู้ชายวัย 5 ปี ที่กระเด็นออกจากตัวรถไว้ได้ มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย จึงรีบเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลบางละมุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยรัตน์ เถื่อนชนะ อายุ 26 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ตอนแรกเมื่อรถคันดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุ เกิดไฟไหม้เพียงเล็กน้อย มีพลเมืองดีหลายคนเข้ามาช่วยทุบกระจก เห็นผู้หญิงติดอยู่ข้างในและยังมีสติ จึงบอกให้หลับตาเพื่อป้องกันเศษกระจก จังหวะนั้นไฟก็เกิดโหมขึ้นอย่างรวดเร็วจนพลเมืองดีต้องล่าถอยออกมา ส่วนเด็กที่รอดนั้นเพราะกระเด็นออกนอกรถ พอช่วยอุ้มเด็กออกมาได้ ไฟก็โหมกระหน่ำจนไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ ใช้รถน้ำฉีดสกัดอยู่นานไฟจึงสงบลง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้น ร.ต.อ.บุญส่งสันนิษฐานว่าผู้ขับขี่น่าจะหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนเสาไฟก่อนตกลงไปในร่องกลางถนนแล้วเกิดไฟไหม้ดังกล่าว อยู่ระหว่างตรวจสอบในรายละเอียด และติดต่อญาติผู้ตายมาสอบปากคำเพื่อพิสูจน์ทราบว่าทั้ง 3 ศพเป็นใครกันบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกราย เฟซบุ๊กเพจ กู้ภัยประชาราษฎร์ &amp;quot;พิทักษ์ชีพ&amp;quot; น่าน ได้เผยแพร่ข้อความ ระบุว่า วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.12 น. รับแจ้งอุบัติเหตุที่ถนนน่าน-ทุ่งช้าง บริเวณหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลป่าคา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบเป็นเหตุรถยนต์กระบะชนกับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ โดยในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 2 คน เป็นเพศชายทั้งคู่ ไม่รู้สึกตัว ไม่มีชีพจร เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงทำ CPR และเร่งดำเนินการนำส่งโรงพยาบาลท่าวังผา และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า ผู้เสียชีวิตคือนายปวริศ พรหมดำ อายุ 27 ปี และนายธัชพงศ์ บัวภา อายุ 32 ปี หรือหนุ่ม ซึ่งเป็นนักร้องนำวง FEEL ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวน โดยเพจ กู้ภัยประชาราษฎร์ &amp;quot;พิทักษ์ชีพ&amp;quot; น่าน ยังได้เปิดเผยวิดีโอจากกล้องหน้ารถยนต์คันเกิดเหตุ ซึ่งเป็นคลิปความยาว 1 นาที บันทึกเหตุการณ์ขณะที่รถยนต์คันดังกล่าวกำลังขับไปบนถนน ก่อนที่จะขับแซงรถเก๋งกะทันหัน จนทำให้ชนเข้ากับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์คนหนึ่งในขบวนรถบิ๊กไบค์ที่ขับสวนทางมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วง FEEL มีสมาชิกทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย นายธัชพงศ์ บัวภา (หนุ่ม) นักร้องนำ,&amp;nbsp;นายปริญญา พิกุล (แมน) มือกีตาร์, นายโกวิท นิลบางขวาง (บาส) มือกลอง และนายอำนาจ ล้ำเลิศทรัพย์ (เพชร) มือเบส เพิ่งมีผลงานเพลง &amp;quot;ความเหงา&amp;quot; เป็นเพลงแรกของวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเกิดอุบัติเหตุ นายธัชพงศ์ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;หนุ่ม ธัชพงศ์&amp;quot; เป็นโพสต์สุดท้ายเมื่อเวลา 07.25 น. วันที่ 22 พ.ย. โดยโพสต์ภาพวัดพระธาตุแช่แห้ง พร้อมระบุข้อความว่า &amp;quot;สาธุ&amp;quot; ภายหลังเกิดเหตุได้มีเพื่อนและแฟนคลับที่ติดตามผลงานเข้ามาโพสต์แสดงความเสียใจเป็นจำนวนมาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51013</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitethaipost, นักร้องนำวงฟีล, พุ่งชนเสาไฟฟ้า, อุบัติเหตุรถยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191124/image_big_5dda8dc2d7b56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถบรรทุกเห็ดแหกโค้งผัวเมียดับลูก2คนรอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;หนุ่มพาลูกเมียขับรถบรรทุกเห็ดจากเชียงใหม่จะไปส่งลูกค้าที่อุดรธานี ถึงจังหวัดเลยช่วงโค้งลงเขา คาดไม่ชำนาญทางแหกโค้งชนแท่งแบริเออร์กั้นขอบทางก่อนพลิกคว่ำ ผัว-เมียดับทั้งคู่ ลูกวัย 3 ขวบและ 1 ขวบบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 8 กันยายนนี้ ร.ต.อ.ศิริ พิลาคุณ ร้อยเวร สภ.วังสะพุง ได้รับแจ้งเหตุ รถบรรทุกเสียหลักพลิกคว่ำบนถนนภูเรือ-วังสะพุง ใกล้เคียงโค้งร้อยศพ บ้านหมากแข้ง ต.หนองงิ้ว อ.วังสะพุง จ.เลย มีผู้ติดอยู่ในรถ และมีเด็กกระเด็นออกนอกรถได้รับความช่วยเหลือจากผู้ประสบเหตุ จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างศีรีธรรมจุดวังสะพุง พร้อมขออุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ พบรถบรรทุก สีขาว หมายเลขทะเบียน 70-9587 เชียงใหม่ บรรทุกเห็ดเข็มทองมาเต็มคันรถ ชนกับแท่งแบริเออร์กั้นขอบถนน โดยมีรอยเบรกเป็นทางยาวเป็นช่วงทางลงเขา ก่อนจะเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง คนขับและผู้โดยสารถูกอัดก๊อบปี้อยู่ภายในรถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้เครื่องตัดถ่างนำผู้ที่ติดอยู่ออกมา ชื่อนายศักดิ์ชัย ดวงสีทอง อายุ 43 ปี คนขับรถ อยู่บ้านหมู่ที่ 7 ต.วาริชภูมิ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร และนางสาวอัญธิกา เม้าทุ่ง อายุ 23 ปี ภรรยารีบนำตัวทั้งสองส่ง รพ.วังสะพุง แต่เสียชีวิตทั้งคู่ก่อนถึงโรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริเวณจุดเกิดเหตุทราบว่าพลเมืองดีได้ช่วยเหลือ ด.ช.ธวัชชัย ดวงสีทอง อายุ 1 ขวบ กระเด็นออกนอกรถได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังพบ ด.ญ.ไอศวราห์ ดัสกร อายุ 3 ปี ได้รับบาดเจ็บอยู่ในรถ ทั้งสองเป็นลูกผู้ตาย นำส่ง รพ.วังสะพุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่า นายศักดิ์ชัยขับรถบรรทุกเห็ดนำภรรยาและลูกมาด้วยจากจังหวัดเชียงใหม่ จะไปส่งเห็นที่จังหวัดอุดรธานี ถึงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งลงเขา คาดว่าไม่ชำนาญทาง เพราะพบรอยเบรกดังกล่าว ก่อนเกิดอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 04.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ วงค์เกตุใจ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.บ้านโป่ง ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนประสานงามีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณแยกเข้าบ้านรางเจริญ หมู่ 12 ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครมูลนิธิรวมใจการกุศลราชบุรี พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง หมายเลขทะเบียน 1 กด 5805 นครปฐม สภาพพังเสียหายล้มอยู่ริมถนน ใกล้กันพบ ด.ช.ณัฐพล ขุนพิทักษ์ อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/2 หมู่ 3 ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง ข้อเท้าซ้ายหัก ศีรษะมีบาดแผลกระแทกกับพื้นถนน ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 125 สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 กต 750 นครปฐม สภาพพังเสียหายเช่นกัน ผู้ขับขี่ชื่อนายชนาธร แดงสะอาด อายุ 18 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ให้การว่า ผู้ตายขี่รถตามหลังแล้วพยายามแซง แต่ไม่พ้น รถเกี่ยวกันจนทำให้รถของผู้ตายเสียหลักล้มคว่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพชรบุรี ตำรวจ สภ.ชะอำรับแจ้งรถยนต์ตกลงไปในคลองบ้านหนองเสือขบ-บ้านห้วยทรายใต้ เขตเขตเทศบาลเมืองชะอำ จึงไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยสว่างสรรเพชญจุดชะอำ พบรถเก๋งโตโยต้า สีขาว เลขทะเบียน กฉ 1061 เพชรบุรี ในสภาพหงายท้องตกลงไปในคลอง ภายในรถพบร่างคนขับเสียชีวิต 1 ราย ชื่อนายวิเชษฐ์ แสนกุดเละ อายุ 23 ปี อาชีพรับเหมาก่อสร้าง อยู่บ้านเลขที่ 823/23 ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนะ ชุ่มจิต อายุ 27 ปี เจ้าของร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนนั่งอยู่หน้าร้าน จากนั้นได้ยินเสียงเบรกดังจึงหันไปดู ก็พบรถเก๋งคันดังกล่าวแหกโค้งเข้ามาชนรั้วและถังขยะบริเวณหน้าร้าน ก่อนรถตกไปในร่องน้ำข้างทาง ตนจึงรีบวิ่งลงไปช่วยก็พบว่าผู้ขับขี่เสียชีวิตแล้ว จึงโทร.แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจคาดว่า ผู้เสียชีวิตขับรถเก๋งมาด้วยความเร็วสูง ประกอบกับที่เกิดเหตุเป็นบริเวณทางโค้ง จึงบังคับรถไม่อยู่.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45287</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุรถยนต์, โค้งลงเขา, ไม่ชำนาญทาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190908/image_big_5d7503f7ac1c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระบะซิ่งฝ่าฝน ชนยับดับ3ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อุบัติเหตุสยองที่ลพบุรี กระบะซิ่งฝ่าสายฝน ถึงทางโค้งแหกเลนพุ่งชนกระบะอีกคันที่วิ่งสวนมาเต็มแรง โครมเดียวเซ่น 3 ศพ บาดเจ็บอีก 8 คน ส่วนที่ปทุมธานี นศ.ม.กรุงเทพ ขี่จักรยานยนต์เสียหลักพุ่งชนขอบฟุตปาธรถล้ม เก๋งป้ายแดงวิ่งตามหลังมา ทับซ้ำเสียชีวิตอนาถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 1 กันยายนนี้ ร.ต.อ.กิตติศักดิ์ สุวรรณศรี ร้อยเวร สภ.โคกตูม รับแจ้ง อุบัติเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนประสานงากันบนถนนสายลพบุรี-วังม่วง บริเวณโค้งบ้านหนองแฝกเหลื่อม หมู่ที่ 11 ต.โคกตูม อ.เมือง จ.ลพบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ลพบุรี แพทย์จาก รพ.พระนารายณ์มหาราช และ รพ.อานันทมหิดล พบถนนดังกล่าวเป็นถนน 4 เลน รถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียน กม 6218 ลพบุรี ชนอัดติดอยู่กับด้านหน้ารถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บม 7266 ลพบุรี ห้องเครื่องยุบไปถึงห้องโดยสาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ใช้เครื่องตัดถ่างตัดซากรถ นำผู้ได้รับบาดเจ็บที่ติดอยู่ในรถกระบะโตโยต้า วีโก้ รวม 8 คนออกมา นำส่งโรงพยาบาล ประกอบด้วย น.ส.กมลพรรณ งามขำ อายุ19 ปี, นายสนั่น แก้วมณี อายุ 52 ปี, น.ส.ประไพ แก่นช้าง อายุ 44 ปี, นางบุญมา แก้วมะณี อายุ 50 ปี, นางสนิท พ่วงพันธ์ อายุ 50 ปี ส่วนอีก 3 คน เป็นหญิง เด็กชายและเด็กหญิง ยังไม่ทราบชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิตมี 3 ราย ถูกอัดติดคาพวงมาลัย และคอนโซลด้านหน้าของรถทั้ง 2 คัน ประกอบด้วย 1.น.ส.ณัฐฐิกา ศรีมาตรจันทร์ อายุ 31 ปี คนขับรถกระบะวีโก้ 2.นางน้อม นาดี อายุ 64 ปี ชาว จ.ลพบุรี ผู้โดยสารนั่งหน้าซ้ายรถกระบะวีโก้ และนายสุจินดา เดชบำรุง อายุ 28 ปี คนขับรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยานผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ในช่วงเกิดเหตุ รถกระบะอีซูซุที่มีนายสุจินดาขับมาจาก อ.เมือง มุ่งหน้า ต.โคกตูม เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นช่วงทางโค้ง รถได้เสียหลักพุ่งข้ามเลนไปชนประสานงากับรถกระบะโตโยต้าที่ขับสวนทางมาเต็มแรงเสียงดังสนั่น จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดว่าในช่วงเกิดเหตุมีฝนตกลงมาทำให้ถนนลื่น รถกระบะอีซูซุขับขี่มาด้วยความเร็วจนบังคับไม่อยู่หลุดโค้ง หรือคนขับอาจหลับใน ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนในรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปทุมธานี เวลา 01.45 น. พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ รอง ผกก.สอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งอุบัติเหตุบนถนนพหลโยธิน ขาเข้า ในช่องทางคู่ขนาน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ไปตรวจสอบพบผู้เสียชีวิตชื่อนายทินกร เจริญพันธ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/3 ม.5 ต.แม่สา อ.เวียงสา จ.น่าน เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยกรุงเทพ ห่างกันเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กยท 941 น่าน ล้มอยู่ ที่ขอบถนนพบรอยชนของรถจักรยานยนต์ พร้อมกับรอยครูดบนถนนเป็นทางยาวประมาณ 50 เมตร โดยมีรถเก๋งมาสด้า สีขาว ป้ายแดง ทะเบียน 5394 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ ที่กันชนด้านซ้ายมีรอยเฉี่ยวชน มีนายวรกร บุญเกียง อายุ 24 ปี เป็นคนขับ มีเพื่อนชายหยิงนั่งมาด้วย รอพบเจ้าหน้าที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรกรให้การว่า ขับรถมาจากหลักสี่ มารับเพื่อนในซอยคลองหลวง 27 และกำลังจะกลับบ้านย่านหลักสี่ ถึงที่เกิดเหตุ มองไม่เห็นว่ารถจักรยานยนต์ล้ม และคนนอนอยู่กลางถนน จึงทำให้ชนรถและทับคน จากนั้นได้จอดรถลงมาดู&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านขายเฟอร์นิเจอร์บริเวณจุดเกิดเหตุ พบว่ารถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตได้ล้มก่อนและไหลมาตามถนน โดยคนขี่นอนอยู่กลางถนน จากนั้นได้มีรถเก๋งป้ายแดง ขับตามหลังมา และชนร่างนายทินกร ก่อนพุ่งไปชนรถจักรยานยนต์ อยู่ระหว่างสอบสวนในรายละเอียด ส่วนศพนายทินกรได้มอบให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พร้อมติดต่อไปยังญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศล.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44755</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบะซิ่งฝ่าฝน, ชนยับดับ3ศพ, ทางโค้งแหกเลนพุ่งชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุ, อุบัติเหตุรถยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190901/image_big_5d6bc633dc957.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
