<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ชี้มาตรการตรวจเลือดวัดระดับแอลกอฮอล์ มีผลดีอุบัติเหตุดื่มแล้วขับลดลง 19%/ นครราชสีมาแชมป์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
1 ม.ค. 62- ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการความปลอดภัยทางถนน ว่า จากการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ทั้งการประชาสัมพันธ์ ตรวจเตือนร้านค้าและผู้ประกอบการร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ และมาตรการป้องปรามที่ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนและบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่งผลให้เทศกาลปีใหม่ปีนี้ อุบัติเหตุที่เกิดจากดื่มแล้วขับลดลงร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ 2561 ผู้ขับขี่ที่ดื่มแล้วขับลดลงร้อยละ 9.94 โดยเฉพาะในกลุ่มอายุต่ำกว่า 20 ปีลดลงถึงร้อยละ 19.12 อย่างไรก็ดี ข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ สธ. ยังคงพบผู้ขับขี่ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และส่วนใหญ่ร้อยละ 87.23 เป็นรถจักรยานยนต์ สูงสุดในกลุ่มอายุ 20-24 ปี คิดเป็นร้อยละ 18.74 หรือ 899 ราย รองลงมาคือกลุ่มอายุ 15-19 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้พบว่ามีการดื่มแล้วขับ คิดเป็นร้อยละ 15.99 หรือ 767 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากรายงานการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการจราจรในช่วงเทศกาลปีใหม่ของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน วันที่ 31 ธันวาคม 2561 เกิดอุบัติเหตุ 569 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 72 ราย ผู้บาดเจ็บ 591 คน รวม 5 วัน เกิดอุบัติเหตุ 3,055 ครั้ง เมื่อเทียบกับปีใหม่ 2561 ในช่วงเวลาเดียวกัน ลดลง 294 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 314 ราย ลดลง 18 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 2,848 คน ลดลง 324 คน จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา รองลงมา คือขอนแก่น และเชียงใหม่ บาดเจ็บสูงสุด คือ นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เมาสุราร้อยละ 41.11 รองลงมาคือขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.31&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดผู้ขับขี่ที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนและบาดเจ็บหรือเสียชีวิต กรณีผู้ขับขี่ไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ด้วยวิธีเป่าทางลมหายใจได้ ในรอบ 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 27 &amp;nbsp;&amp;ndash; 31 ธันวาคม 2561 มีผู้ขับขี่ที่ถูกส่งไปเจาะเลือดทั้งหมด 1,200 ราย ทราบผล 328 ราย พบแอลกอฮอล์ในเลือด 187 ราย ในจำนวนนี้มีปริมาณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด 161 ราย คิดเป็นร้อยละ 49.09 และในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีพบปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ร้อยละ 36.36&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการออกตรวจเตือนบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง พ.ศ.2555 ของกรมควบคุมโรค สุ่มตรวจสถานประกอบการ/ ร้านค้ารวมทั้งสิ้น 821 แห่ง พบการกระทำผิด 269 คดี มากที่สุดได้แก่ โฆษณาส่งเสริมการตลาด 111 คดี ขายในเวลาห้ามขาย 109 คดี การขายด้วยวิธีห้ามขาย (ลด แลก แจก แถม) 27 คดี ได้ดำเนินการตามกฎหมายทุกราย หากประชาชนพบการกระทำผิด เช่น ขายริมทาง ขายให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีหรือผู้ที่มีอาการมึนเมา ขายในเวลาห้ามขาย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ประพนธ์กล่าวต่อว่า ในช่วงหลังปีใหม่ประชาชนกำลังทยอยเดินทางกลับมาทำงาน บางส่วนต้องรีบเดินทางในวันนี้ (1 มกราคม 2562) ซึ่งเป็นวันหลังฉลองส่งท้ายปีเก่าคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2561 อาจพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงขอย้ำเตือนผู้ขับขี่ให้เตรียมร่างกายให้พร้อม สวมหมวกกันน็อค คาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง หากเดินทางระยะทางไกลควรมีผู้ผลัดเปลี่ยนขับรถหรือแวะพักตามจุดพักรถ เมื่อรู้สึกง่วงอย่าฝีนขับรถต่อ ขอให้จอดรถนอนหลับที่จุดพักรถหรือจุดที่ปลอดภัย ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน และหากยังมีอาการเมาค้างจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ควรขับขี่ เพราะส่งผลต่อการขับขี่พาหนะ ทำให้ประสาทสัมผัสช้าลง การตัดสินใจผิดพลาด เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ประชาชนประสบเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทรขอความช่วยเหลือที่หมายเลข 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25559</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, ดื่มแล้วขับลด19%, นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล, มาตรการตรวจเลือดวัดระดัับแอลกอฮอล์, อุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190101/image_big_5c2b18d0ce635.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก๋งพุ่งชนท้ายรถบรรทุกอ้อยสังเวย2ศพ รับ7วันอันตรายปีใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.61 - เมื่อเวลา 05.00 น. ร.ต.อ.ปรีดา ใสเลิศ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งรับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกอ้อย เหตุเกิดบนถนนสายท่าพระ-โกสุมพิสัย ช่วงหน้าบริเวณหน้าศูนย์วิจัยเกษตรขอนแก่น ต.ท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น มุ่งหน้าเข้าเขต อ.เมืองขอนแ่กน &amp;nbsp; หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ &amp;nbsp;มโนทัย ผกก.สภ.ท่าพระ แพทย์เวร รพ.ขอนแก่น&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยท่าพระการกุศลและอาสาสมัครกู้ภัยสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พบรถเก๋งสีขาวยี่ห้อโตโยต้า&amp;nbsp;อัลติส สีขาว หมายเลขทะเบียน กอ-7184 ขอนแก่น ชนติดอยู่กับท้ายรถบรรทุกอ้อย หมายเลขทะเบียน 70-2117 มหาสารคาม โดยมีนายวิทยา โสมาโคก อายุ 34ปี อยู่บ้านเลขที่112 ม.2 ต.บ้านเหล่า อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เป็นคนขับรถบรรทุกอ้อยยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบภายในรถยนต์เก๋งพบศพผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อต่อมาคือนายพรมประดิษฐ์ สมบรรณ์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่14 ม.16 &amp;nbsp;ต.บ่อแก้ว อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ เสียชีวิตที่คาเบาะที่นั่งคนขับ ขณะที่บริเวณเบาะหน้าที่นั่งฝั่งซ้ายข้างคนขับพบศพนายสรายุทธ วิสุทธิญาณภิรมย์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76ม.15 ต.เมืองปัก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา สภาพศพทั้งสองรายถูกอ้อยเสียบเข้าที่ใบหน้า ศีรษะ และร่างกายส่วนบน เสียชีวิตคาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบคนเจ็บสาหัสที่เบาะหลังอีก 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายเกียรติยศ เสงี่ยมวัฒนะ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 814ม.4 ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่าง ตัดชิ้นส่วนรถยนต์ รวมทั้งตัดลำอ้อยที่เสียบร่างคนเจ็บและผู้ตายออก ประมาณ 30 นาที จึงสามารถนำร่างผู้ตายออกมาจากซากรถเก๋งได้ พร้อมทั้งรีบนำตัวคนเจ็บ ส่งที่ รพ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายวิทยา&amp;nbsp;คนขับรถบรรทุกอ้อย ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถบรรทุกอ้อยมาเต็มคันจากพื้นที่อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม โดยขับรถมาตามถนนหมายเลข 203 ท่าพระ-โกสุมพิสัย เพื่อนำส่งโรงงานน้ำตาลที่อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น&amp;nbsp;เมื่อถึงจุดเกิดเหตุได้ชะลอความเร็วเพราะถนนมืดและกำลังจะเข้าโค้ง ได้ยินเสียงคนตะโกนบอกว่า มีรถเก๋งชนท้าย จึงจอดรถลงมาดู ก็พบรถเก๋งสีขาวชนติดอยู่ท้ายรถ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาทำการตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ภายหลังตรวจที่เกิดเหตุได้มอบศพให้มูลนิธิกู้ภัยสว่างสามัคคีอุทิศ นำศพส่งตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ซึ่งขณะนี้ญาติของผู้เสียชีวิตทั้งสองรายทราบเรื่องแล้ว และอยู่ระหว่างเดินทางมารับศพที่โรงพยาบาล ส่วนของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ต้องตรวจสอบว่า รถบรรทุกอ้อยมีสัญญาณไฟหรือสิ่งที่บ่งบอกว่าเป็นรถบรรทุกอ้อยหรือไม่&amp;nbsp;รวมทั้งการสอบปากคำพยานแวดล้อม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25218</URL_LINK>
                <HASHTAG>7วันอันตราย, 7วันอันตรายปีใหม่ 2562, จ.ขอนแก่น, อุบัติเหตุเทศกาลปีใหม่, เก๋งชนรถบรรทุกอ้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c2466ba2fef8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
