<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อ&#039; ก็โดน! โชว์อุปกรณ์ติดตามตัวถูกติดใต้ท้องรถ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ส.ค.64 - นางสาวพรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์ ว่า &amp;quot;คนแสดงความเป็นห่วงกันมาเยอะเรื่องมีชื่อช่อใน watchlist ที่เป็นข่าวไปเมื่อวาน จริงๆรู้ตัวค่ะว่ามีคนตาม หลายเดือนก่อนเอารถไปซ่อม ช่างเจออุปกรณ์ติดตามตัวแบบ GPS ติดใต้ท้องรถ ติดแน่นแข็งแรงแบบมืออาชีพ ติดมานานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ นี่คือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการพูดความจริงในประเทศนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวพรรณิการ์ ยังได้โพสต์รูปภาพพร้อมแคปชั่นว่า &amp;quot;หน้าตาอุปกรณ์ติดตามตัวที่ถูกเอามาติดใต้ท้องรถช่อ ข้างหลังเป็นแถบแม่เหล็กสำหรับเกาะติดตัวถังรถ พร้อมซิมการ์ดที่ยังใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน ไม่มีภาพตอนติดอยู่ใต้ท้องรถนะคะ เพราะช่างซ่อมรถเจอโดยบังเอิญตอนเอารถเข้าอู่ เขาเลยถอดออกมาให้เลย ไม่ได้ถ่ายรูปไว้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112840</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวหน้า, ช่อ พรรณิการ์, อุปกรณ์ติดตามตัว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110d6766b018.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2020 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2020 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิงคโปร์เตรียมใช้อุปกรณ์ติดตามผู้เดินทางเข้าประเทศคุมกักกันโรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการสิงคโปร์จะบังคับผู้เดินทางเข้าจากบางประเทศสวมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวในสัปดาห์หน้า เพื่อควบคุมให้ปฏิบัติตามมาตรการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่สนามบินนานาชาติฮ่องกงสวมริสต์แบนด์ให้ผู้โดยสารที่เดินทางมาถึง เพื่อใช้ติดตามการกักกันโรคนาน 14 วัน เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 4 สิงหาคมกล่าวว่า มาตรการที่สิงคโปร์จะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม จะติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับผู้เดินทางเข้าประเทศ ซึ่งรวมถึงพลเมืองสิงคโปร์และผู้มีถิ่นพำนักในประเทศ ที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศที่กำหนดและได้รับอนุญาตให้แยกกักกันโรคที่บ้าน แทนการกักกันที่ศูนย์กักกันที่รัฐบาลจัดหาไว้ ฮ่องกงและเกาหลีใต้ก็ใช้มาตรการคล้ายกันนี้ โดยใช้กำไลข้อมืออิเล็กทรอนิกส์ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่ถูกกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่เดินทางมาสิงคโปร์จะต้องเปิดอุปกรณ์เมื่อเดินทางถึงบ้าน และจะต้องปฏิบัติตามการแจ้งเตือนที่อุปกรณ์ ซึ่งใช้สัญญาณบลูทูธและจีพีเอสในการระบุตำแหน่ง หากมีความพยายามเดินทางออกนอกบ้านหรือทำให้อุปกรณ์นี้เสียหาย จะมีสัญญาณเตือนไปที่เจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮ่องกงใช้มาตรการนี้เมื่อเดือนมีนาคม โดยบังคับให้ผู้เดินทางมาถึงต้องสวมริสต์แบนด์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อกักกันโรค คล้ายกับที่โรงพยาบาลใช้กับผู้ป่วย ส่วนเกาหลีใต้ใช้ริสต์แบนด์ที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนกับพวกที่ละเมิดการกักกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการสิงคโปร์ซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียดว่าอุปกรณ์นี้จะมีหน้าตาอย่างไร ยืนยันในแถลงการณ์ว่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะไม่เก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ และไม่มีฟังก์ชันบันทึกเสียงหรือวิดีโอ เด็กที่มีอายุไม่เกิน 12 ปีจะได้รับการยกเว้น ไม่ต้องใส่อุปกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสิงคโปร์ ซึ่งกำลังวางแผนจะให้ผู้พักอาศัยทุกคนสวมใส่อุปกรณ์ดองเกิลติดตามรอยไวรัส ได้กำหนดบทลงโทษรุนแรงสำหรับความผิดฝ่าฝืนกฎการกักกันโรคและการเว้นระยะห่างทางสังคม ตามพระราชบัญญัติโรคติดเชื้อผู้ฝ่าฝืนจะถูกลงโทษปรับ 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 226,800 บาท) หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงานของชาวต่างชาติที่ไม่เคารพกฎด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสะสม 52,825 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อจากการระบาดในหอพักแรงงานต่างชาติ แต่ช่วงไม่กี่วันมานี้เริ่มมีผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้าประเทศเพิ่มมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73308</URL_LINK>
                <HASHTAG>กักกันโรค, สิงคโปร์, อุปกรณ์ติดตามตัว, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200803/image_big_5f27ec7040932.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
