<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101100</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มข.ผลิตชุดPAPR ใช้รักษาผู้ป่วยโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ม.ขอนแก่นสุดเจ๋ง! ผลิตชุด &amp;quot;พีเอพีอาร์&amp;quot; อุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ สนับสนุนการทำงานของชุดพีพีอีและหน้ากากพีเอ็ม 2.5 ใช้สำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เริ่มทดลองใช้งานแล้วในการใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) วันที่ 28 เม.ย. รศ.ดร.จีรนุช เสงี่ยมศักดิ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ พร้อมด้วย นพ.อภิชาติ โซ่เงิน อายุรแพทย์ โรคระบบทางเดินหายใจ รพ.ศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มข. ร่วมทำการทดสอบอุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ หรือพีเอพีอาร์ (PAPR) ซึ่งคณะวิทยาศาสตร์ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มข. ได้ทำการวิจัยและประดิษฐ์ขึ้นชุดแรก จำนวน 10 ชุด สำหรับการให้บุคลากรทางการแพทย์นำไปใช้งานสำหรับการรักษาผู้ป่วยโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนาม จ.ขอนแก่น แห่งที่ 1 (หอพัก 26 มข.) อยู่ในขณะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รศ.จีรนุชกล่าวว่า การปฏิบัติงานในปัจจุบันของบุคลากรทางการแพทย์นั้น ชุดพีพีอีเป็นชุดที่สามารถกรองเชื้อได้ แต่ว่าในลักษณะของการกรองอากาศที่เข้าไปให้กับผู้ที่สวมใส่นั้น จะต้องสวมใส่หน้ากาก N95 เพิ่มเข้าไป ทำให้มีความลำบากที่จะหายใจต่อการใช้งาน ทีมงานวิจัยร่วมระหว่างคณะวิทยาศาสตร์และคณะแพทยศาสตร์ มข. จึงได้ร่วมกันวิจัยและผลิตชุดดังกล่าวขึ้นมา ที่จัดเป็นชุดที่จ่ายอากาศบริสุทธิ์ที่มีความสามารถในการกรองเชื้อไวรัสได้มากกว่า 96% ในลักษณะของหมวกแรงดันบวก โดยผ้าที่ใช้ต้องเป็นผ้าร่มกันน้ำกันลม เพื่อให้ภายในสามารถจ่ายลมแรงดันบวกจากด้านหลัง และออกแบบท่อให้นำอากาศมาด้านหน้า เพื่อความสะดวกในการหายใจ และยังมีฟิลเตอร์ที่สามารถกรองไวรัสได้ ดังนั้นผู้ที่อยู่ในห้องที่มีอากาศไม่บริสุทธิ์หรือในห้องติดเชื้อ ผู้ที่สวมใส่จะหายใจได้สะดวกกว่าโดยไม่ต้องใส่หน้ากาก N95 โดยที่สามารถสวมหน้ากากที่ใช้ในทางการแพทย์แบบปกติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.อภิชาติกล่าวว่า กรณีที่มีโรคระบาดที่เราไม่มั่นใจว่าจะแพร่กระจายทางระบบทางเดินหายใจ ทุกครั้งที่มีโรคอุบัติใหม่จะต้องคิดเสมอว่าน่าจะเป็นโรคที่แพร่กระจายทางเดินหายใจ ดังนั้นผลงานวิจัยที่ร่วมกันคิดค้นขึ้นชุดนี้ จึงมีความสำคัญในทุกครั้งที่มีโรคระบาดที่เกิดขึ้น ในยุคที่เจอมา ไม่ว่าจะเป็น H5n1, H1n1, ซาร์ส จนกระทั่งมาถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉลี่ย 10 ปีจะเจอโรคแบบนี้สักครั้ง ซึ่งชุดนี้จะมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากเป็นชุดที่มีความปลอดภัยสูงสุด และทำให้ดูแลคนไข้ได้มากกว่าชุดพีพีอีโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล บุคลากรกลุ่มอื่นที่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในห้องที่ผู้ป่วยมีการหายใจ เช่น เจ้าหน้าที่รังสีเทคนิคที่เข้าไปเอกซเรย์ปอดคนไข้หรือแม้กระทั่งแม่บ้านที่เข้าไปเก็บขยะหรือของเสียอะไรก็ตามที่ออกมาจากห้อง ถ้ามีชุดพอและเหมาะสมกับทุกฝ่ายที่จำเป็นต้องเข้าไปดูแลคนไข้ในห้องที่มีท่อช่วยหายใจกับผู้ป่วยแยกโรคดังกล่าว&amp;quot; นพ.อภิชาติกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101100</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดPAPR, ชุดพีพีอีและหน้ากากพีเอ็ม 2.5, พีเอพีอาร์, ม.ขอนแก่น, รักษาผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุปกรณ์ป้องกันทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_60896edf45dd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
