<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>33744</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2019 11:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สภาทนายฯเตือนมีหมายจับอย่าหนี ชี้ทะเบียนบ้านกลางประจานจริงแต่เพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 เม.ย.62- &amp;nbsp;ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเนติบัณฑิตยสภา และอุปนายกสภาทนายความ กล่าวว่า ขณะนี้มีกฎหมายฉบับใหม่ออกมาเป็นที่น่าจับตามองคือ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2562 มีผลใช้บังคับในวันที่ 15 เม.ย. 2562 เป็นต้นไป พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล เพื่อให้การทะเบียนราษฎรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอันจะเป็นประโยชน์ต่อการอำนวยความเป็นธรรม การรักษาความสงบเรียบร้อย และการคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
โดยในมาตรา 13 ของกฎหมายใหม่นี้ระบุว่า เมื่อศาลได้ออกหมายจับผู้ใด ไม่ว่าจะออกโดยพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจร้องขอ หรือศาลออกเองก็ตาม ถ้ายังจับไม่ได้ภายใน 180 วันนับแต่วันที่ศาลออกหมายจับ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มีหน้าที่แจ้งให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางทราบ และให้ผู้อำนวยการทะเบียนกลางแจ้งให้นายทะเบียนย้ายคนที่ถูกออกหมายจับนั้นออกจากทะเบียนบ้าน และเพิ่มชื่อและรายการของผู้นั้นไว้ในทะเบียนบ้านกลาง และให้หมายเหตุไว้ในรายการของบุคคลนั้นว่าอยู่ในระหว่างการติดตามตัวตามหมายจับด้วย หากผู้ที่ถูกโอนย้ายชื่อไปอยู่ทะเบียนบ้านกลางนั้น &amp;nbsp;ต้องการย้ายกลับเข้าทะเบียนบ้านของตน ก็ต้องมาแสดงตัวต่อนายทะเบียนนั้น พร้อมทั้งแสดงหลักฐานว่าหมายจับนั้นได้ถูกเพิกถอนหรือตนเองถูกจับตามหมายจับนั้นแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวถามว่าทะเบียนบ้านกลางคืออะไร ว่าที่ พ.ต.สมบัติ จแงว่า ทะเบียนบ้านกลาง คือทะเบียนบ้านสำหรับลงรายการบุคคลที่ไม่อาจมีชื่อในทะเบียนบ้าน บุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางไม่สามารถใช้อ้างอิงหรือยืนยันที่อยู่ของตนตามทะเบียนบ้านได้ เพราะบ้านเลขที่ตามทะเบียนบ้านกลางที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน คือที่ตั้งของสำนักงานเขต หรือที่ตั้งของสำนักทะเบียนราษฎรในแต่ละท้องที่ หากนำไปใช้ส่งจดหมายหรือส่งหมายศาล ก็จะไม่สามารถส่งได้ เพราะไม่มีตัวผู้รับตามจ่าหน้าหรือที่ระบุในหมายศาล เพราะเป็นที่ทำงานของทางราชการ ไม่มีคนพักอาศัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กรณีที่ชื่อจะไปปรากฏอยู่ในทะเบียนบ้านกลางได้ โดยทั่วไปจะเกิดจากการที่เจ้าบ้านแจ้งว่า ผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านของตน ไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านของตน ได้ย้ายออกไปนานแล้ว ไม่รู้จักว่าเป็นใคร ไม่ทราบว่าปรากฏชื่อได้อย่างไร หรือตัวบุคคลนั้นแจ้งย้ายออกจากที่บ้านหลังดังกล่าวแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งย้ายเข้าไปในทะเบียนบ้านอื่น คนกลุ่มนี้ก็จะถูกจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านเดิม และเมื่อไม่มีที่อยู่ใหม่ ชื่อจึงต้องไปอยู่ในทะเบียนบ้านกลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
กฎหมายใหม่นี้ทำให้คนที่หนีหมายจับ หรือตำรวจไม่ได้ตัวมาภายใน 180 วัน นับแต่วันที่ศาลออกหมายจับ จึงต้องถูกย้ายชื่อไปอยู่ทะเบียนบ้านกลาง ไม่ว่าคนนั้นจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม และนอกเหนือไปกว่านั้นกฎหมายหมายยังให้หมายเหตุไว้ในทะเบียนบ้านด้วยว่า เขากำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัวตามหมายจับ พูดแบบชาวบ้านก็คือ ทะเบียนบ้านจะถูกระบุว่าท่านหนีหมายจับอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
เมื่อถามว่ากฎหมายใหม่นี้จะกระทบกับคนที่หนีหมายจับ เป็นการละเมิดสิทธิของบุคคล ขัดหลักความเสมอภาคหรือไม่ ว่าที่ พ.ต.สมบัติ กล่าวว่า อาจมองได้ว่าการกระทำนี้เป็นการละเมิดสิทธิของบุคคลแน่นอน เพราะเป็นการจำหน่ายชื่อของเขาออกไปโดยเขาไม่ยินยอม การระบุไว้ในทะเบียนบ้าน เท่ากับเป็นการประจานตัวบุคลไปด้วย ทั้งๆ ที่ รัฐธรรมนูญให้สันนิษฐานไว้ว่า บุคคลเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา แต่หากมองอีกมุมหนึ่ง การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชนเป็นส่วนรวม ซึ่งเป็นสิทธิของคนหมู่มากก็จะเห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่ระบุไว้ชัดว่าสามารถทำได้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติมาเรียบร้อยแล้ว เป็นการใช้ระบบทะเบียนราษฎรให้มีประโยชน์ต่อการอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน และวันนี้กฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
แปลว่าฝ่ายนิติบัญญัติได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การออกกฎหมายฉบับนี้แม้จะละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แต่ก็เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ประโยชน์สาธารณะย่อมอยู่เหนือประโยชน์ส่วนตน ดังนั้นหากมีหมายจับ กฎหมายต้องการให้ท่านแสดงตนเพื่อเข้าต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม กฎหมายต้องการให้สู้ไม่ใช่หนี และในวันนี้ หากท่านหนี ท่านจะมีที่อยู่ตามทะเบียนบ้านใหม่ แม้จะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม และเหนือสิ่งอื่นใด ในทะเบียนบ้านใหม่ของท่านจะมีข้อความระบุให้คนทั่วไปเข้าใจได้ว่า ท่านกำลังหนีหมายจับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33744</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเบียนบ้านกลาง, พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร, ว่าที่พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง, หมายจับ, อุปนายกสภาทนายความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190416/image_big_5cb555fd9c69a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 15:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แชทไลน์เป็นพิษ!ปธ.สอบทนายรุ่น 47 บุกร้องสภาทนายฯ ถูกอุปนายกฯคัดค้านเป็นทนาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถ.พหลโยธิน นายสุกฤษ ออประทีป ประธานผู้เข้าสอบทนายความรุ่นที่ 47 เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ว่าที่ร้อยตรีถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความฯ กรณีถูกนายพัฒนา จาติเกตุ อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ สภาทนายความฯ คัดค้านไม่ให้เป็นทนายความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนังสือร้องเรียนของนายสุกฤษ ระบุใจความสรุปว่าตนจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต ม.รามคำแหง เกียรตินิยมอันดับสอง และเข้าสอบวิชาว่าความฯ ผ่านทุกขั้นตอนตามที่สภาทนายความฯ กำหนด ผ่านการขึ้นทะเบียนวิสามัญจากเนติบัณฑิตยสภา เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2560 และยื่นขอจดทะเบียนเพื่อตรวจสอบตาม พ.ร.บ.ทนายความ ว่าขาดคุณสมบัติตามมาตรา 35 หรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดร้องคัดค้าน ฝ่ายทะเบียนนัดรับใบอนุญาตว่าความวันที่ 5 เม.ย.นี้ แต่ปรากฏว่าในการประชุมคณะกรรมการบริหารสภาทนายความฯ เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา นายพัฒนา อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ ร้องคัดค้านตน โดยนำข้อความแชทในไลน์ที่ไม่พอใจตนเป็นการส่วนตัวมาคัดค้าน ซึ่งการคัดค้านกรณีขาดคุณสมบัติตามมาตรา 35 มิใช่นำเรื่องความไม่พอใจส่วนตัวมาร้องคัดค้านเพื่อให้ไม่สามารถรับทะเบียนอนุญาตว่าความได้ ตนเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการลุแก่อำนาจ เพราะยังไม่เคยปรากฏว่าผู้บริหารสภาทนายความนำเรื่องความไม่พอใจส่วนตัวมาร้องคัดค้านผู้เข้าสอบ เป็นการคัดค้านที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุกฤษ กล่าวด้วยว่า ขอฝากไปถึง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.ยุติธรรม ในฐานะสภานายกพิเศษ สภาทนายความฯ ให้ท่านช่วยดูแลตรวจสอบสภาทนายความฯ ด้วย เนื่องจากได้ยินว่ากรรมการบริหารสภาทนายความฯ บางท่านมีคดีมรรยาทติดตัว ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่ และท่านนายกสภาทนายความฯ ทราบหรือไม่ และท่านดำเนินการอย่างไร ถือเป็นเรื่องใหญ่ วันนี้ตนไม่ได้มาเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ตนมาเพื่อให้เป็นบรรทัดฐานว่าการคัดค้านต้องชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่คัดค้านด้วยข้อพิพาทความไม่พอใจส่วนตัว ตนจะไปเป็นทนายความช่วยชาวบ้าน ทำไมจึงไม่ให้ตนเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือคัดค้านของนายพัฒนา &amp;nbsp;ที่ยื่นคัดค้านนายสุกฤษนั้น ให้เหตุผลว่านายสุกฤษมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม จงใจใส่ร้ายตน โดยระบุข้อความแชทที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าตนร่วมมือกับนายวรกร พงศ์ธนากุล ประธานสมาพันธ์ทนายความแห่งประเทศไทย ลงข้อความในกลุ่มไลน์ต่างๆ ซึ่งตนไม่ได้มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องแต่อย่างใด การที่นายสุกฤษลงข้อความดังกล่าวในกลุ่มไลน์พลังทนายเพื่อแผ่นดินอันเป็นความเท็จ ทำให้ทนายที่ได้อ่านข้อความดังกล่าวเข้าใจว่าตนเป็นผู้นำข่าวโจมตีสภาทนายความฯ ให้เกิดความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง การกระทำของนายสุกฤษเป็นพฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสม ไม่เคารพยำเกรง ใส่ร้ายผู้บริหาร จึงเป็นผู้ที่ไม่สมควรที่จะเป็นทนายความครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6128</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตาม พ.ร.บ.ทนายความ, พัฒนา จาติเกตุ, สภาทนายความ, สุกฤษ ออประทีป, อุปนายกสภาทนายความ, แชทไลน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abdee460685e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2018 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2018 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตกหลุมอารมณ์&#039;ทนายตั้ม&#039;งดยื่นปลดอุปนายกสภาทนายความ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;17 มี.ค.61 - &amp;nbsp;นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;ldquo;เมื่อคืนหลังจากที่สภาทนายความได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าการกระทำของอุปนายกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสภาทนายความ เป็นการกระทำส่วนตัว ผมได้คิดทบทวนและไตร่ตรองดีแล้ว สำหรับเรื่องที่ผมตั้งใจจะไปร้องนายกสภาทนายความให้ปลดอุปนายกท่านหนึ่งที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม ทำให้องค์กรเสื่อมเสีย #ไม่มีประโยชน์ใดตกถึงประชาชน ซึ่งเป็นการที่ผมตกหลุมในอารมณ์ของตัวเองเท่านั้น และตอนนี้สิ่งต่างๆ ที่อุปนายกท่านดังกล่าวทำ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ทำในอดีต หรือสิ่งที่ปรากฏตามสื่อในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มันก็น่าจะชี้วัดถึงพฤติกรรมจากการกระทำของตัวเองแล้ว ซึ่งผมทราบว่าผู้ใหญ่ได้เห็นแล้ว ก็ขอให้เป็นหน้าที่ของผู้หลักผู้ใหญ่ในการพิจารณากันเอง โดยผมจะไม่ยื่นหนังสือให้ปลดอุปนายกคนดังกล่าวในวันจันทร์ที่จะถึงนี้อย่างที่เคยตั้งใจไว้ และหากแม้นการกระทำของผมที่ทำให้ผมถูกร้องคดีมรรยาทจะทำให้ #สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ โดนข้อครหามากมายในสายตาประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมต้องกราบขอโทษไปยังผู้หลักผู้ใหญ่ทุกท่านที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และขณะเดียวกันผมก็ขอบคุณความรักความเมตตาจากประชาชนทั้งประเทศที่ปกป้องผม จากนี้ไปผมขอทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในฐานะเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯอย่างมุ่งมั่น เต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้เป็นที่พึ่งของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ให้ได้รับความเป็นธรรมต่อไปจนสุดลมหายใจของผม สุดท้ายผมต้องกราบขอโทษผู้หลักผู้ใหญ่ทุกท่าน คนรอบข้างผม และคนไทยทั้งประเทศที่ให้พื้นที่ยืนกับทนายรุ่นใหม่อย่างผม ทุกคนมีความหวังดีให้ผมทั้งสิ้น ที่ผ่านมาผมอาจจะใช้อารมณ์ไปบ้าง ใจร้อนไปบ้าง ผมสัญญาว่าจะควบคุมและปรับปรุงในส่วนที่เป็นข้อเสีย และพัฒนาในส่วนที่เป็นข้อดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5211</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทนายตั้ม, ษิทรา เบี้ยบังเกิด, สถาทนายความ, อุปนายกสภาทนายความ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180317/image_big_5aacaa7b94f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
