<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อุปสรรคของวัคซีนโควิดในชาติหมู่เกาะแปซิฟิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนจากโครงการโคแวกซ์ถึงปาปัวนิวกินีเมื่อไม่นานมานี้ (เครดิตภาพ : gavi.org)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉีดแล้วจะเป็นหมัน ฉีดแล้วจะถูกควบคุมติดตามด้วยสารที่อยู่วัคซีน ฉีดแล้วจะเปลี่ยนคริสเตียนเป็นซาตาน ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนในโซเชียลมีเดียเหล่านี้ทำให้ชาวเกาะแปซิฟิกเกิดอาการทั้งต่อต้าน และลังเลที่จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ปากัวนิวกินี&amp;rdquo; ประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิก หนึ่งในสมาชิกราชอาณาจักรเครือจักรภพ ถูกการแพร่ระบาดของโควิด-19 เล่นงานอย่างหนักเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอยู่ๆ จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สันนิษฐานว่าต้นตอน่าจะมาจากอินโดนีเซีย เพราะปาปัวนิวกินีมีเขตแดนติดกับจังหวัดปาปัวของอินโดนีเซีย ต้นเดือนมีนาคมยังมีผู้ป่วยหลักไม่กี่ร้อยคน แต่พอสิ้นเดือนเมษายนยอดผู้ติดเชื้อวิ่งไปที่ 1 หมื่นกว่า หรือประมาณ 10 เท่าในระยะเวลา 2 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โจนาธาน ไพรค์&amp;rdquo; ผู้อำนวยการ Pacific Islands Program จาก Lowy Institute ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ให้ข้อมูลว่า การแพร่ระบาดมีเค้ามาตั้งแต่ช่วงเทศกาลคริสต์มาส แต่รัฐบาลปาปัวนิวกินีประเมินต่ำเกินไป จนในที่สุดก็ถึงจุดที่ควบคุมได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปาปัวนิวกินีมีหมออยู่ประมาณ 500 คน บุคลากรทางการแพทย์ราว 5,000 คน สำหรับดูแลประชาชนทั้งประเทศกว่า 9 ล้านคน ยอดผู้ป่วยเพียง 1 หมื่นกว่าๆ ก็ถือว่าใกล้จะเกินศักยภาพและความสามารถของระบบสาธารณสุขแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม &amp;ldquo;ไพรค์&amp;rdquo; บอกว่ายังมีสิ่งที่กระจายเร็วยิ่งกว่าไวรัส นั่นคือข้อมูลเท็จ และเมื่อมีวัคซีนให้ฉีด ความเคลือบแคลงในวัคซีนก็มีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โซเชียลมีเดียคือตัวขับเคลื่อนข้อมูลเท็จ และความไม่เชื่อมั่นต่อวัคซีน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่นานมานี้ วัคซีนถูกส่งมาจากออสเตรเลีย ผู้ที่เข้ารับการฉีดเป็นคนแรกคือ &amp;ldquo;เจมส์ มาราเป&amp;rdquo; นายกรัฐมนตรีของประเทศ ท่ามกลางข่าวลือต่างๆ นานาถึงโทษและผลข้างเคียงของวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;มาราเป&amp;rdquo; กล่าวเล่นคำว่า ขอเป็น &amp;ldquo;หนูตะเภา&amp;rdquo; ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า &amp;ldquo;Guinea pig&amp;rdquo; หมายถึงหนูทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หากว่าผมตาย คนอื่นก็ไม่ต้องฉีด แต่ถ้าไม่ตายก็โปรดจงช่วยกันฉีดหน่อยเถอะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เจมส์ มาราเป นายกรัฐมนตรีปาปัวนิวกินีฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าเป็นคนแรกเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน (เครดิตภาพ : PNG PM Media)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากนั้นน้องชายของท่านนายกรัฐมนตรีอีก 2 คนก็อยู่ในกลุ่มคนแรกๆ ที่ฉีดวัคซีนแม้ว่าจะไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้มีการกำหนดไว้ก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วอร์เรน มาราเป&amp;rdquo; ให้สัมภาษณ์สื่อหลังฉีดวัคซีนเสร็จเรียบร้อยว่า เขาทั้งสองคนฉีดเพราะต้องการให้กำลังใจพี่ชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรากังวล เราเป็นห่วง สิ่งที่ทำให้แย่ที่สุดคือข่าวลือเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่หมอบางคนที่โพสต์ข้อความต่อต้านวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า ในฐานะชาวปาปัวนิวกีนี เราจะอยู่เคียงข้างพี่ชายของเรา หากต้องตายเพื่อเขา เราก็ยอม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำพูดของน้องชายนายกรัฐมนตรีไม่เพียงสื่อให้เห็นถึงสถานการณ์ผู้คนปฏิเสธและลังเลใจในการเข้ารับวัคซีนเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดียด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การหลั่งไหลจนเต็มหน้าจอโซเชียลมีเดียของบรรดาข้อมูลคลาดเคลื่อน บิดเบือน และจงใจโกหก มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาระดับนานาชาติของสถานี ABC และ Pacific Media Assistance Scheme ได้นำเสนอรายงานก่อนหน้านี้ว่า 62 เปอร์เซ็นต์ของคนที่โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลร้ายของวัคซีนต้านโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลเท็จที่ได้รับกันมาแล้วส่งต่อส่วนใหญ่ ได้แก่ วัคซีนถูกผลิตมาเพื่อติดตามข้อมูลส่วนบุคคล, ต่อต้านรากฐานความเชื่อของชาวคริสเตียน และทำให้เป็นหมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;แอนนา จอห์น&amp;rdquo; วัย 46 ปี เชื่อว่าวัคซีนคือจุดจบของโลก การฉีดวัคซีนจะทำให้มีเครื่องหมายของปีศาจประทับลงบนปาปัวนิวกินี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พวกเขาสร้างโควิด-19 ขึ้นมา เพื่อที่จะได้ฉีดวัคซีนแก่เรา จากนั้นก็ทำเครื่องหมายสัตว์ร้ายและซาตานไว้บนตัวเรา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอยยิ้มของเด็กๆ ชาวปาปัวนิวกินีจะกลับมาอีกครั้งหากประเทศปลอดโควิดโดยการฉีดวัคซีนกันทั่วหน้า (เครดิตภาพ : globalcitizen.org)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สตรีวัย 53 ปี ชื่อ &amp;ldquo;จูลี โอฟานา&amp;rdquo; กล่าวว่า เธอไม่กลัวโควิด-19 เพราะปาปัวนิวกินีเป็นประเทศคริสเตียน ซึ่งโควิด-19 จะทำอะไรคริสเตียนไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงแรกๆ ของการอุบัติขึ้นของโรคติดเชื้อไวรัสชนิดนี้มีผู้ป่วยที่ปาปัวนิวกินีเพียงไม่กี่ราย ทำให้พวกเขาเชื่อกันว่าสีผิวที่ค่อนข้างดำคล้ำของพวกเขามีส่วนในการป้องกันโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีความเชื่อหนึ่งกระจายอยู่ในหมู่ชาวซามัวจนนำไปสู่การถกเถียงเสวนากันอย่างกว้างขวางว่า &amp;ldquo;เป็นคำพยากรณ์ที่มีอยู่แล้วในพระคัมภีร์ วาระสุดท้ายของมนุษยชาติได้มาถึงแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในฟิจิ กล่าวกันว่า &amp;ldquo;นอกจากจะทำให้เกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันแล้ว วัคซีนยังออกแบบมาเพื่อทำลายภาวะการเจริญพันธุ์ในผู้หญิง ผู้ออกแบบต้องการควบคุมประชากร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เจลตา วอง&amp;rdquo; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ยกให้ข้อมูลเท็จและบิดเบือนบนโซเชียลมีเดีย คือ &amp;ldquo;ความท้าทายสูงสุด&amp;rdquo; ในการทำสงครามกับโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วอง&amp;rdquo; ทราบดีว่าการกลับคืนสู่ภาวะปกติของแต่ละชุมชนขึ้นอยู่กับการรับวัคซีนอย่างทั่วถึงในระดับที่จะเกิดภูมิคุ้มกันหมู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนถึงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าที่ได้รับมาจากออสเตรเลียจำนวน 8,500 โดสในเดือนมีนาคม มีผู้เข้ารับการฉีดเพียงประมาณ 3,000 โดส สาเหตุเพราะผู้คนลังเล ไม่เชื่อมั่น และหวาดกลัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และล่าสุดวัคซีนจากโครงการโคแวกซ์จำนวน 100,000 โดสได้มาถึงปาปัวนิวกินีแล้ว ทางรัฐบาลไม่ได้กลัวว่าจำนวนจะน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับประชากรทั้งประเทศที่มีอยู่ประมาณ 9 ล้านคน แต่กลัวว่าวัคซีนจะหมดอายุเสียก่อนจะได้ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ดร.พาเมลา โตลิมัน&amp;rdquo; นักวิจัยจาก Institute of Medical Research ของปาปัวนิวกินี เปิดเผยว่า สถาบันกำลังทำการศึกษาบทบาทของโซเชียลมีเดียในช่วงเวลาการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้สาธารณชนมีความประสงค์รับการฉีดวัคซีน และก็ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าปัจจัยใดที่ทำให้เกิดการกระจายข่าวเท็จเกี่ยวกับวัคซีน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บนเกาะโซโลมอน &amp;ldquo;ดร.โคลด โปซาลา&amp;rdquo; ประธาน Solomon Islands Medical Association กล่าวว่า ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียที่มากเกินไปได้ทำลายความน่าเชื่อถือของวัคซีน เพราะประชาชนมีปัญหาในการกลั่นกรองข้อมูลที่ถูกต้องออกมาจากกองพะเนินของข้อมูลเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หมู่เกาะโซโลมอน อีกหนึ่งในประเทศราชอาณาจักรเครือจักรภพ มีประชากรประมาณ 7 แสนคน ได้รับวัคซีนล็อตแรกของแอสตร้าเซเนก้าจำนวน 24,000 โดส เมื่อ 23 มีนาคมที่ผ่านมา บุคลากรทางการแพทย์และนักรบด่านหน้าได้รับสิทธิ์ฉีดก่อน ใน 6 วันแรกมีการฉีดไป 600 คนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณวัคซีน แต่อยู่ที่ความต้องการฉีด แม้แต่คนทำงานก็ยังไม่ไว้ใจวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มีมาตรการเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ตอบโต้ข่าวปลอมอย่างแข็งขัน ค่อยๆ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ จนถึงวันที่ 25 เมษายน มีผู้ฉีดวัคซีนแล้วเกือบ 5 พันคน และคิวฉีดนอกศูนย์ให้บริการยาวขึ้นกว่าในช่วงแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เวลานี้รัฐบาลเอาจริงเอาจังในการสื่อสารกับประชาชนทางโซเชียลมีเดีย ในที่สุดเราก็ได้เห็นภาพผู้คนกระตือรือร้นในการฉีดวัคซีน&amp;rdquo; ดร.โปซาลาระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สะท้อนให้เห็นถึงพลังอำนาจและบทบาทของโซเชียลมีเดียในการเล่าเรื่องและการแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประชาชนในประเทศหมู่เกาะแปซิฟิกมีการเข้าถึงเฟซบุ๊กมากกว่าสื่อดั้งเดิมทั่วไป ความคิดเห็นถูกเข้าถึงได้ง่ายกว่าข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ที่ซูวา เมืองหลวงของฟิจิที่กำลังมีการล็อกดาวน์เนื่องจากมีการตรวจพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์จากอินเดีย ผู้คนอยากฉีดวัคซีนกันขึ้นมาทันทีเพราะทราบถึงกิตติศัพท์ความร้ายกาจของสายพันธุ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;โยป ทาไร&amp;rdquo; ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียจาก University of the South Pacific ให้ข้อมูลว่า ชาวฟิจิเตรียมพร้อมรับวัคซีนกันมากขึ้นเพื่อให้ชีวิตกลับสู่ปกติ และหากคนทั่วไปเห็นว่ามีการฉีดวัคซีนอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเรื่อยๆ ความเชื่อมั่นก็จะเกิดขึ้น สุดท้ายก็จะมองว่าทฤษฎีสมคบคิดทางโซเชียลมีเดียพวกนั้นเหลวไหลทั้งเพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับการใช้คนดัง คนที่มีความน่าเชื่อถือ แสดงภาพที่ตัวเองฉีด และโพสต์ลงโซเชียลมีเดียเชิญชวนให้คนทั่วไปไม่กลัววัคซีนและมีความต้องการอยากฉีด ซึ่งเรียกว่า &amp;ldquo;การพิสูจน์แล้วโดยสังคม&amp;rdquo; ผ่านสิ่งที่ภาษาทางการตลาดเรียกว่า Testimonial หรือการรับรองคุณภาพสินค้าและบริการโดยผู้ใช้จริง หรือที่ในปัจจุบันเรียกกันว่า &amp;ldquo;รีวิว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ซานยา รุจจิเอโร&amp;rdquo; นักวิเคราะห์ด้านการสื่อสารขององค์การสหประชาชาติ โพสต์ภาพที่เธอฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขียนบรรยายว่า &amp;ldquo;ขอบคุณเจ้าหน้าที่ลานจอดรถ เจ้าหน้าที่ต้อนรับ ทีมงานลงทะเบียน และพยาบาลที่ทำให้ประสบการณ์ในวันนี้วิเศษที่สุด ชาวฟิจิและชาวเกาะแปซิฟิกต่างทราบดีว่าการฉีดวัคซีนมีความหมายต่อประเทศชาติของเราอย่างไร มันคือสัญลักษณ์แรกของความหวังหลังจากเกิดวิกฤติ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิเคราะห์ด้านการสื่อสารของยูเอ็นโพสต์ภาพที่เธอฉีดวัคซีนของแอสตร้าเซเนก้า และเขียนเชิญชวนให้ผู้อื่นฉีดตาม (เครดิตภาพ : ทวิตเตอร์ Sanya Ruggiero)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เธอจบด้วยการใส่แฮชแท็ก AstraZeneca&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทบาทของโซเชียลมีเดียที่เป็นตัวขัดขวางการรับวัคซีนก็จะกลายเป็นตัวสนับสนุน เวลานี้ภาพของผู้คนเข้าแถวฉีดวัคซีนได้ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและความกระตือรือร้นของหลายคนที่ต้องการฉีดเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปได้ว่าโควิดไม่น่ากลัว วัคซีนยิ่งไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวว่าสิ่งใดคือข่าวปลอม-ข่าวบิดเบือนในโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ก็ไม่เกินความสามารถหากรู้จักจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลเท็จ ข่าวบิดเบือน เกี่ยวกับวัคซีนเกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก บ้างมาจากความไม่รู้ ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อผูกโยงกับศาสนาก็มีให้เห็น บางแห่งสร้างทฤษฎีประหลาดขึ้นมาเองเพื่อปั่นป่วนสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ที่ปล่อยข่าวปลอมเกี่ยวกับวัคซีน บางยี่ห้อยกย่อง บางยี่ห้อเหยียบย่ำ ทำกันเป็นขบวนการ โจมตีให้ประเทศชาติเสียหายเพื่อหวังผลทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นจะมีแต่ในเมืองไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;****************&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจาก :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- Judith Neilson Institute for Journalism and Ideas&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- Hugh McClure&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- The Guardian&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103026</URL_LINK>
                <HASHTAG>วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, อุปสรรคของวัคซีนโควิดในชาติหมู่เกาะแปซิฟิก, เบื้องหน้าที่ปรากฎ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088baf5c3e6.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
