<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ณ สวนร่มรื่นเขียวขจีกลางเมือง  อันเป็นสถานทูตเดนมาร์กประจำไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;ผมได้รับเชิญจากท่านเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย Uffe Wolffhechel (อุฟเฟอ&amp;nbsp; โวล์ฟเฮชเชล) ไปปรึกษาหารือเมื่อเร็วๆ นี้เพื่อจัดงานฉลองครบรอบ 160 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยกับเดนมาร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ได้เห็นและสัมผัสกลิ่นอายสถานทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทยที่สาทรซอย 1 แล้วก็มีความประทับใจในความร่มรื่นสวยงามเหมือนป่ากลางกรุงจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ใกล้ๆ สถานทูตเดนมาร์กคือสถานทูตเยอรมนีและออสเตรีย ซึ่งก็มีบริเวณที่เงียบสงบและสวยงามอุดมไปด้วยต้นไม้เขียวขจีเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ท่านทูตอุฟเฟอได้เชิญผมไปเป็นผู้ดำเนินรายการในงานกลางสวนอันสวยงามที่จะจัดขึ้นวันที่ 11&amp;nbsp; ธันวาคมนี้ เพื่อให้มีการเสวนากันสามวงว่าด้วยเรื่องนวัตกรรม, การค้าการลงทุน, วัฒนธรรมและความสัมพันธ์ ครบทุกมิติของสองประเทศที่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมาช้านาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมตอบรับคำเชิญด้วยความยินดียิ่ง เพราะเห็นความสำคัญของการสืบสานความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ยิ่งวันยิ่งจะมีความหมายลึกซึ้ง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ท้าทายความสามารถของทุกชาติ ในอันที่จะต้องปรับตัวให้ทันกับสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับเดนมาร์กนับย้อนไปตั้งแต่เกือบ 400 ปีก่อนในรัชสมัยของพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยา แต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นเมื่อ 160 ปีก่อนในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) กับกษัตริย์เฟเดอริกที่ 7 แห่งเดนมาร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โดยผ่านการลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ การค้าและการเดินเรือเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม&amp;nbsp; 2401 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นับตั้งแต่นั้นมาทั้งสองประเทศก็มีความสัมพันธ์อันใกล้ชิด โดยเฉพาะความสัมพันธ์พิเศษระหว่างราชวงศ์ไทยและราชวงศ์เดนมาร์ก รวมถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดทั้งด้านการค้าการลงทุน ที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนต่อประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ในบันทึก &amp;quot;สัมพันธไมตรีไทย-เดนมาร์กในรอบสี่ศตวรรษ&amp;quot; ตอนหนึ่งระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;quot;ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะการคบค้ากับประเทศเดนมาร์กซึ่งเป็นประเทศเล็กๆ ในยุโรปดูจะมีความสบายใจมากกว่า เพราะประเทศไทยไม่ต้องการถูกครอบงำโดยประเทศมหาอำนาจที่มุ่งล่าหาประเทศอาณานิคม ด้วยเหตุนี้จึงได้มีการบรรจุชาวเดนมาร์กเข้าประจำการในกองทัพเรือและในราชการทหารของไทย ซึ่งทหารชาวเดนมาร์กเหล่านี้ต่างมีความจงรักภักดีต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก&amp;nbsp; จากความซื่อสัตย์และหมั่นเพียรของพวกเขา ส่งผลให้บริษัทเดนมาร์กในประเทศไทยเช่นบริษัทอี๊สต์ เอเชียติ๊กจึงสามารถดำเนินธุรกิจได้เจริญรุ่งเรือง จากการค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนสามารถชักนำวิศวกร นักการป่าไม้ พยาบาล และบุคลากรอีกหลายสาขาอาชีพเข้ามามีบทบาทในราชอาณาจักร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งเริ่มแรกของบริษัท East Asiatic ของเดนมาร์กตั้งแต่ปี พ.ศ.2427 ก่อนที่จะมีการเปิดสำนักงานใหญ่ในโคเปนเฮเกน กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเดินเรือและค้าขายที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมยังจำได้ถึงผู้บริหารชาวเดนมาร์กที่มาทำงานให้สายการบิน SAS หรือ Scandinavian Airlines&amp;nbsp; โดยเข้ามาช่วยปูพื้นฐานให้สายการบินแห่งชาติของไทยหรือ Thai Airways จนต่อมากลายเป็น Thai&amp;nbsp; Airways International &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทุกวันนี้บริษัทเดนมาร์กทำธุรกิจในไทยมีกว่า 100 บริษัท จ้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง ที่โดดเด่นก็เห็นจะเป็นเอคโค่และแพนดอร่าซึ่งต่างก็มีการตั้งโรงงานในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ข่าวบอกว่าบริษัทเดนมาร์กยังแสวงหาโอกาสในการลงทุนในอีอีซีสอดรับกับนโยบายไทยแลนด์&amp;nbsp; 4.0 ของไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;น้อยประเทศที่จะคบหากันมายาวนานถึง 160 ปีอย่างราบรื่นและถ้อยทีถ้อยอาศัย สร้างเสริมความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดสนิทสนมกันมาตลอด และปูทางสำหรับการสร้างกิจกรรมที่จะเกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองประเทศในวันข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมจึงดีใจที่มีส่วนเล็กๆ ในการร่วมเฉลิมฉลองงานนี้ในสัปดาห์หน้านี้ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23743</URL_LINK>
                <HASHTAG>Uffe Wolffhechel, กาแฟดำ, สถานทูตเดนมาร์กประจำไทย, สุทธิชัย หยุ่น, อุฟเฟอ  โวล์ฟเฮชเชล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a7b9fb3665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
