<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จิตอาสา&#039;รวมใจ บิ๊กคลีนนิ่งลดฝุ่น เส้นBikeอุ่นไอรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทหาร-ตร.-จิตอาสาร่วมบิ๊กคลีนนิ่งทั่วกรุงลดฝุ่นพิษ เส้นทาง Bike อุ่นไอรัก-จุดก่อสร้างรถไฟฟ้า กรมอุตุฯ ชี้อากาศปิดลมเบาค่าฝุ่นเพิ่มขึ้น นักวิชาการประเมินถ้ายืดเยื้อเกิน 2 เดือน เสียหาย 5.5 พันล้าน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สนามหลวง เมื่อวันที่ 20 มกราคม เวลา 08.00 น. พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ 904 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมจิตอาสา &amp;ldquo;เราทำดีด้วยหัวใจ Big Cleaning งานอุ่นไอรัก&amp;rdquo; โดยเป็นการร่วมกันพัฒนาความสะอาดเพื่อลดฝุ่นละอองในอากาศบริเวณกรุงเทพฯ มีพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 5 จุดประกอบด้วย พื้นที่เขตดุสิต สนามม้านางเลิ้ง วงเวียนใหญ่ เขตจอมทอง และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ในส่วนจังหวัดสมุทรปราการ มีจำนวน 2 แห่ง ชื่อสวนสุขภาพคลองลัดโพธิ์ และตลาดพระประแดงอาเขต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.อ.ปวิตรกล่าวว่า นอกจากการพัฒนาความสะอาดบริเวณพื้นที่จัดงาน &amp;ldquo;อุ่นไอรัก&amp;rdquo; และเส้นทางกิจกรรม Bike อุ่นไอรักแล้ว ทางเจ้าหน้าที่สำนักงานเขต กทม. ยังได้มอบหมายให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและสำนักงานเขตพื้นที่ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล้างทำความสะอาดพื้นผิวจราจรโดยรอบเส้นทางก่อสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพฯ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ถ.วิภาวดีรังสิต พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บังคับการตำรวจจราจร ปล่อยแถว &amp;quot;จิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ บรรเทาผลกระทบจากฝุ่นละอองในอากาศ&amp;quot; โดยการฉีดน้ำล้างค่าฝุ่นละออง 4 จุดหลัก ในพื้นที่ กทม. ประกอบด้วย 1.ถนนแจ้งวัฒนะ หน้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 2.ถนนลาดพร้าว แยกรัชดาฯ-ลาดพร้าว 3.ถนนรามคำแหง ฟู้ดแลนด์ใกล้แยกรามคำแหง และ 4.บนทางด่วน บริเวณรอยต่อทางด่วนโทลล์เวย์ดินแดง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เมื่อเวลา 15.00 น. ว่าจากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่ในช่วงบ่าย อากาศลอยตัวไม่ดี มีสภาพอากาศปิด ลมสงบ ความเร็วลมส่วนใหญ่ต่ำกว่า 2กม./ชม. ไม่มีฝน ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM 2.5 พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลคุณภาพอากาศในภาพรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้อมูลจากสถานีวัดคุณภาพอากาศของ คพ.และ กทม. บริเวณพื้นที่ริมถนน คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีค่าเกินมาตรฐาน 50 ไมโครกรัม (มคก.)/ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 6 สถานี พื้นที่ทั่วไป (ห่างจากริมถนนสายหลัก) คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ มีค่าเกินมาตรฐานอยู่ 9 สถานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดการณ์ในวันที่ 21 ม.ค. จากการพยากรณ์ และแบบจำลอง ของกรมอุตุนิยมวิทยา &amp;quot;การลอยตัวของอากาศจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ลมยังเบา มีมวลอากาศสะสมอยู่มาก&amp;quot; ส่งผลทำให้ปริมาณฝุ่นละออง PM 2.5 อาจเพิ่มสูงขึ้น คพ.ได้ประสานงานกับ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) กรมการขนส่งทางบก กองทัพ กรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงคมนาคม และผู้ว่าราชการจังหวัดปริมณฑล ทั้ง 5 จังหวัด ดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง เช่น บก.จร. เพิ่มจำนวนจุดตรวจวัดรถยนต์ควันดำเป็น 20 จุด กทม. กวาดล้างถนนอย่างเข้มงวดทุกวัน พร้อมทั้งจัดอุปกรณ์ฉีดพ่นละอองน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับรายงานจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ขึ้นปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละออง โดยหากทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้จะเกิดฝนตกในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลได้ในช่วงหัวค่ำ &amp;nbsp;แต่หากฝนไม่ตก เจ้าหน้าที่ด้านอื่นๆ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเข้มข้นต่อไป ทั้งการควบคุมรถควันดำและฝุ่นจากการก่อสร้าง และห้ามไม่ให้เผาในที่โล่ง เป็นต้น โดยนายกฯ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองให้ปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า หากรัฐบาลปล่อยให้ปัญหามลพิษทางอากาศยืดเยื้อไปเกินกว่า 2 เดือน จะทำให้ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตรุนแรงมากขึ้น ในส่วนของผลกระทบทางเศรษฐกิจนั้น อาจสร้างความเสียหายได้มากถึง 5,500 ล้านบาท จากการชะลอตัวลงของการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การชะลอตัวลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลางแจ้งและโครงการก่อสร้างต่างๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายทางด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้น ค่าเสียโอกาสจากประเด็นทางด้านสุขภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ผู้มีรายได้น้อยและคนจนในกรุงเทพฯจะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มคนงานก่อสร้าง พ่อค้าแม่ค้าริมถนน หรือผู้ที่ทำงานกลางแจ้งในพื้นที่มลพิษเข้มข้นสูง ตำรวจจราจร พนักงานเก็บขยะ พนักงานทำความสะอาดถนน พนักงานขับรถสาธารณะและกระเป๋ารถเมล์ วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง คนกลุ่มนี้จำนวนหนึ่งไม่มีเครื่องป้องกันผลกระทบจากมลพิษทางอากาศและมีสุขภาพย่ำแย่ลง โดยเฉพาะมีวิจัยชี้ว่า ตำรวจจราจรและกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ปฏิบัติงานริมถนนในกรุงเทพฯ มีอายุขัยเฉลี่ยลดลง รวมถึงผู้ที่ต้องเผชิญการจราจรติดขัดที่ต้องอยู่บนท้องถนนเกิน 4 ชั่วโมงต่อวัน มีความเสี่ยงต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงนี้สภาพอากาศมีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กสูง ตำรวจจราจร พนักงานทำความสะอาดถนน คนขับรถรับจ้างประเภทรถตุ๊กๆ และจักรยานยนต์ เป็นผู้ที่สัมผัสฝุ่นละอองตลอดเวลา รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าที่ขายอาหารตามแผงลอยบนบาทวิถีนั้น มีความเสี่ยงที่จะได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้ ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกัน นอกจากนี้ การจำหน่ายอาหารบนบาทวิถีบางจุดเป็นสถานที่ที่มีควันรถ ฝุ่นละอองจากถนน การเตรียมปรุงประกอบอาหารไม่มีที่กำบังเพียงพอ ทำให้อาหารในร้านเสี่ยงต่อการปนเปื้อนฝุ่นหรือควันจากท่อไอเสียรถยนต์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27088</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.พรรณพิมล วิปุลากร, พล.ร.อ.ปวิตร รุจิเทศ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ ธรรมใจ, อุ่นไอรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190120/image_big_5c448d41abc71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25830</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2019 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2019 20:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนพิษ‘พายุปาบึก’ทำให้‘ใบเตย’ต้องโพสต์ตามหาแม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากที่ก่อนหน้านี้ ใบเตย อาร์สยาม หรือ สุธีวัน ทวีสิน นักร้องลูกทุ่งจากค่ายอาร์สยาม ได้โพสต์ข้อความตามหาแม่ ที่โดนผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก จนติดต่อกันไม่ได้ และตนเองนั้นก็เป็นห่วงแม่มาก &amp;nbsp;ซึ่งในงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ ที่เจ้าตัวขอเป็นจิตอาสาร่วมถ่ายภาพร่วมกับประชาชน ที่ บูธสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ณ สนามเสือป่า &amp;nbsp;ก็ได้เปิดใจถึงเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ต้องย้อนให้ฟังว่าครั้งสุดท้ายที่คุยไลน์แชทกับแม่ แม่ไม่ได้อยู่ที่บ้าน แม่ออกมาที่ร้านอาหารใต้ที่นครศรีฯ ซึ่งตอนที่แม่อยู่ที่ร้านอาหารคือพายุมาแล้ว แม่ก็ถ่ายคลิปมาให้ดูว่า หลังคากำลังปลิว เราก็อ้าวแม่ทำไมไม่อยู่บ้าน งงมาก ทำไมยังมีเวลามาถ่าย แต่อารมณ์ผู้ใหญ่แกห่วงร้าน เลยอยากมาเฝ้าดูของ ดูร้าน &amp;nbsp;ซึ่งตอนนี้ป้ายอะไรก็พังหมดแล้ว เราก็คิดว่าแม่ทำไมไม่อยู่บ้าน ที่ไลน์กันครั้งสุดท้าย แม่เขาก็บอกว่า ไฟดับ โทรศัพท์มือถือก็ดับ หลังจากนั้นสัญญาณก็ขาดหายไปเลย ติดต่อไม่ได้จนประมาณเกือบเที่ยงคืนเลย ของเมื่อวาน 4 ม.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากโพสต์คลิปไปก็ยังหาไม่เจอหรอก เพราะว่าเราไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน กังวลมาก เพราะรู้สึกว่าเขาให้คนอยู่บ้าน แต่ทำไมแม่มาอยู่ที่ร้าน มาถ่ายที่สังกะสีปลิวไปปลิวมา แล้วแม่จะขับรถไปยังไง อยู่ไหน เราเองก็กังวล แต่เพื่อนแม่บอกเราว่า แม่เราน่าจะอยู่แถวตัวเมือง คงไม่ได้ไปไหน เพราะตอนนี้ที่นครพายุอ่อนลงแล้ว ก็สบายใจ แต่ว่าก็ยังติดต่อแม่ไม่ได้นะคะ ไม่รู้ไปแซ่บอยู่แถวไหน แล้วเพิ่งรู้เมื่อเช้าว่าไปอยู่ที่อำเภอปากพนัง ที่บ้านคุณยายที่เหมือนเป็นศูนย์อพยพ นางก็อยู่ที่นั้น หลังจากหลังคาร้านอาหารปลิวแล้ว นางก็ขับรถฝ่าพายุไป ที่ อ.ปากพนัง เพื่อไปที่ศูนย์อพยพ แม่ไปคนเดียว สตรองมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องความเสียหายที่โดนพายุ อันนี้ยังไม่ได้คุยกับแม่เลย เพราะเช้านี้ติดต่อนางไม่ได้ แต่หลังจากนี้คงได้คุย แม่เราซื้อบ้านอยู่ในเมือง ร้านอาหารในเมือง แต่ว่าบ้านหลักอยู่ที่ปากพนังแหลมตะลุมพุกเลย เลยไม่แน่ใจ ว่าตรงนั้นเสียหายแค่ไหน คือญาติเตยมีธุรกิจที่นั้นก็คงจะไปหมดเลย ร้านน้า ร้านแม่ หลักคือไฟฟ้าดับหมดอยู่แล้ว เสาล้มหมด เพราะฉะนั้นการติดต่อมันยาก แต่ว่าเขาไลน์มาว่า ตอนนี้ใช้เทียน เราอยากให้แม่มาอยู่ด้วยกันมาก ก็ตอนที่ไลน์คุยยังบอกเลยว่าทำไมไม่มาอยู่ด้วยกัน พอมีอะไรเราก็กังวล เพราะว่าถ้าแม่ขับรถฝ่าพายุแล้วเกิดเป็นอะไรขึ้นมา เพราะว่าบ้านอยู่ริมทะเล ดีนะไม่โดนสึนามิ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @bitoeyrsiam&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25830</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายอาร์สยาม, นักร้องลูกทุ่ง, พายุปาบึก, อุ่นไอรัก, ใบเตย อาร์สยาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190105/image_big_5c30b29517dcd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24544</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โรแมนติก!&#039;บิ๊กตู่&#039;ควง&#039;อาจารย์น้อง&#039;แต่งชุดไทยย้อนยุคชมงานอุ่นไอรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ธ.ค.61-ที่พระลานพระราชวังดุสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พร้อมนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา แต่งชุดไทยย้อนยุค เยี่ยมชมงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว &amp;quot;สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;quot; พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีและคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี โดยนายกฯสักการะพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้นถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน ที่หน้าพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์จำลอง และถ่ายภาพหมู่หน้าเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการต่างๆภายในงาน อาทิ นิทรรศการพระมหากรุณาธิคุณต่อสายน้ำ นิทรรศการจิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีด้วยหัวใจ ร้านจิตอาสา 904&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯยังได้ถ่ายภาพคู่กับนางนราพร ที่ห้องภาพ 1 และห้องภาพ 2 และได้ซื้อสลากอุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์ จุดที่ 3 กองช่างภาพและภาพยนตร์ส่วนพระองค์ (กองงานส่วนพระองค์ 9 0 1) จำนวน 1 เล่ม 50 ใบ ราคาใบละ 129 บาท รวม 6,450 บาท เล่มที่ 0088 หมายเลข 4350-4399 โดยจะออกรางวัล วันที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 19.00 น จากนั้นนายกได้ร่วมกิจกรรมมัจฉาพาโชค โดยจับได้กระเป๋าอุ่นไอรัก ก่อนเยี่ยมโรงพักริมคลอง พร้อมคุยกับเจ้าหน้าที่และ ชี้ไปที่สุนัขตำรวจ ก่อนแซวว่า ให้ทำความดีความชอบด้วยนะ ไม่อย่างนั้นจะโดนปฏิรูป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานมีประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมคึกคัก พร้อมมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพกับนายกฯและภริยาด้วย.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24544</URL_LINK>
                <HASHTAG>นราพร จันทร์โอชา, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อุ่นไอรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18eafc928d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2026 18:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก&#039;งานฤดูหนาว&#039;ในอดีตถึงงาน&#039;อุ่นไอรัก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล &amp;nbsp;รัชกาลที่ 8 &amp;nbsp;เสด็จพระราชดำเนินทรงทอดพระเนตรและเปิดงานฉลองรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พุทธศักราช 2481 ที่สวนสราญรมย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในรายการ &amp;quot;ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน&amp;quot; เมื่อวันศุกร์ที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ ที่พูดถึงงานฤดูหนาวว่า &amp;quot;หลายคนอาจไม่รู้ที่มานะครับ ว่างานฤดูหนาวในอดีตกับงานอุ่นไอรัก มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างไร&amp;quot; หลายคนคงไม่รู้จักและไม่เคยได้ยินชื่องานฤดูหนาว ฉะนั้นสัปดาห์นี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ทำความรู้จักกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;สารคดีที่น่ารู้&amp;quot; พระนิพนธ์ในหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล เล่าเรื่องความสนุกในวัดเบญจมบพิตร เอาไว้ดังนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สมาคมสำนักเบญจมบพิตร ต้องการให้ข้าพเจ้าเล่าเรื่องในวัดเบญจมพิตร ให้แก่หนังสือเบญจมบพิตรสัมพันธ์ที่จะออกในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๙๘ ข้าพเจ้าจึงส่งจิตกลับไปตรวจค้นตั้งแต่ได้รู้จักวัดเบญจมบพิตรมาแต่เด็กๆ ได้ความดังจะเล่าให้เด็กที่ไม่เคยเห็นเช่นตัวข้าพเจ้าฟังดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานที่สนุกที่ ๑ ในวัดเบญจมบพิตร คืองานออกร้านในวัดนี้ อันเป็นงานประจำปีในฤดูหนาว เพื่อเก็บเงิ


สล็อตลองฟรี นบำรุงวัดซึ่งยังไม่แล้วเรียบร้อยดี เรียกกันในสมัยนั้นว่า &amp;quot;งานวัด&amp;quot; ร้านต่างๆ มีตั้งแต่ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจ้านายทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อย สุดแต่ใครมีกำลังจะทำได้ จนถึงชาวต่างประเทศผู้เป็นนายห้างใหญ่ๆ บริเวณร้านอยู่ในเขตรั้วเหล็กแดงเท่านั้น ต่อมาทางตัวพระอุโบสถก็มีแต่พวกร้านขายธูปเทียนดอกไม้และทองเปลว สำหรับผู้จะไปบูชาพระและทำบุญ พวกเราเด็กๆ มิได้เคยไปทางนั้นเลย ซ้ำกลัวว่ามืดอีกด้วย เราพากันวิ่งวุ่นอยู่แต่ทางร้านต่างๆ ซึ่งเห็นในเวลานั้นว่าใหญ่โตมโหฬารสุดหล้าฟ้าเขียวซ้ำยังมีสถานที่ที่เรียกว่า สำเพ็ง อยู่นอกรั้วแดงทางถนนราชดำเนินอีกเมืองหนึ่ง &amp;nbsp;มีทั้งโรงโขนชักรอกและเขาวงกฎที่เข้าไปแล้วออกไม่ได้ จนกว่าจะเดินถูกทาง ร้านในแถวสำเพ็งอย่างเดียวกับงานภูเขาทอง ผิดกับข้างในวัดอย่างเทียบไม่ได้ เพราะความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความนิยมผิดกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกคนที่ก้าวเข้าประตูเหล็กแดงเข้าไปแล้ว จะรู้สึกเหมือนเมืองๆ หนึ่งที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน &amp;nbsp;ผู้คนแต่งตัวสวยๆ งามๆ ร้านจัดกันอย่างประณีตและเรียบร้อย ไม่มีเสียงอึกทึกครึกโครม นอกจากเสียงดนตรีเบาๆ พอได้ยินพูดกันไม่ต้องตะโกน ไม่มีคนแน่นจนถึงเบียดเสียดกัน ไม่มีใครมาถ่มขากปล่อยเชื้อโรคข้างๆ ตัว และสิ่งที่วิเศษยิ่งก็คือ ไม่มีขโมยเลย ฉะนั้นทุกคนที่มีเพชรนิลจินดาก็แต่งกันได้วุบวับ &amp;nbsp;(ที่ไม่มีอาจจะยืมเขามาบ้างก็คงมี) ทุกคนหน้าตาเบิกบาน เสียงทักทายกันแต่ว่า &amp;quot;ร้านอยู่ไหน เดี๋ยวไป&amp;quot; &amp;nbsp;เพราะร้านของใครก็พาครอบครัวไปนั่งเป็นเจ้าของร้าน เป็นผู้ขาย ทั้งนี้ก็เพราะทุกคนจะได้เฝ้าในหลวงของเขาทั่วกัน ใครอยากเฝ้าก็นั่งอยู่หน้าร้าน เวลาเสด็จผ่านทางหยุดทอดพระเนตรและทักทายเจ้าของร้าน ทั้งครอบครัวก็ได้เฝ้า ใครอยากทูลอะไร อยากถวายอะไรก็ถวายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอย่างหนึ่งในสมัยนั้นพวกนักเรียนเมืองนอก กำลังเรียนจบทยอยกันมาทุกปี ท่านพวกนี้เปรียบเสมือนเทวดาตกลงมาจากสวรรค์ ความคิดของท่านไม่ยอมให้ คลุมถุงชน นั้นเป็นแน่ ฉะนั้น &amp;quot;งานวัด&amp;quot; นี้ จึงเป็นที่หนุ่มสาวเขาเลือกคู่กันเอง แต่เขาไปนั่งคุยกันตามร้าน ไม่มีไปไหนด้วยกันได้ พวกเราเด็กๆ &amp;nbsp;ขนาด ๑๑-๑๒ ขวบอยู่นอกเกณฑ์ ก็วิ่งเล่นสนุกแทบตาย ความสนุกนั้นคือ ไปเที่ยวตามเด็กรุ่นเดียวกัน ไปเที่ยวดูตุ๊กตา แม้จะแพงซื้อไม่ได้ เพียงไปนั่งดูก็สนุก ออกจากร้านตุ๊กตาไปร้านตกเบ็ด เขาทำเป็นสระแ


respin88 ละห่อสลากเป็นรูปสัตว์น้ำต่างๆ อยู่ในนั้น มีเบ็ดแม่เหล็กไว้ตรงปลาย ใครจะตกเบ็ดก็เสีย ๑ บาท แล้วยื่นเบ็ดลงไปในสระ ห่อสัตว์เหล่านั้นมีเหล็กอยู่ข้างใน ก็กระโดดขึ้นมาติดเบ็ดเรา ชอบเสียจริงๆ จังๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกแห่งหนึ่งก็คือร้านที่มีกลไกต่างๆ เช่น มีร้านหนึ่งจัดเป็นถ้ำและมีลำธาร พาเรือลำเล็กขนาดนั่งคนเดียวลอยเข้าไปในถ้ำ แล้วพากลับออกมาเอง เราไปยืนดูเห็นประหลาดหนักหนาว่าทำไมเรือมันไปเองได้ และในน้ำมีอะไรบ้าง อยากรู้เสียจริงๆ ตกลงนัดกันว่าเราจะลงกันคนละลำ (มีอยู่ ๓ ลำ) ถ้าเขาเป่านกหวีดให้เรือออก เราจะเอามือสาวฝั่ง ๒ ข้างให้มันไปเร็วเข้า จนเห็นว่าทำไมเรือมันไปเองได้ เมื่อซื้อตั๋วใบละบาทและลงนั่งในเรือแล้ว พอเขาป่านกหวีดปล่อยเรือ เราก็สาวฝั่งเข้าไปในถ้ำ พอโผล่ก็เจอผู้ชายคนหนึ่งกำลังยกโพงสังกะสีพุ้ยน้ำดังโพล่งๆ เราตะโกนพร้อมกันว่า &amp;quot;นั่นแน่!&amp;quot; ตาพุ้ยน้ำหดตัวกลับเข้าไปหลังหิน หายเงียบ เราภาคภูมิใจเสียจริงๆ ว่าจับได้แล้วว่าทำไมเรือมันไปเองได้ กลับออกมาคุยโขมง จนเจ้าของร้านต้องมากระซิบว่า อย่าเอะอะไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ที่สนุกอีกแห่งหนึ่ง ก็คือในเมืองจีนของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มีประตูตีตั๋วเข้าไปข้างใน แล้วมีร้านเป็นห้องๆ รอบสี่เหลี่ยมขายอาหารจีน ขายน้ำชา ขายจันอับ และอะไรต่างๆ ที่เป็นจีน มียกพื้นเล็กๆ อยู่ตรงกลางเมืองให้พวกตลกเล่น พวกเราติดละครตลก การเข้าเมืองนั้นเป็นอันไม่ได้ตีตั๋ว เพราะเราคุ้นเคยกับพวกขายตั๋วเสียแล้ว เราวิ่งเข้าวิ่งออกได้สบาย ส่วนเงินที่ใช้จ่ายบ้างนั้น ถ้าไม่มีหรือหมดก็เที่ยวขอพวกผู้ใหญ่ ซึ่งโดยมากเขาให้เพราะไม่ต้องการให้กวน เป็นอันว่างานเบญจมฯ ในสมัยรัชกาลที่ ๕ นั้นทุกคนสนุก เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.ผู้ใหญ่ก็ได้พบกันทั่วถึง ทั้งได้เฝ้าในหลวง ซึ่งตามธรรมดาแม้จะเฝ้าได้ง่าย ก็มักจะเป็นในเวลาการงาน ไม่เป็นไปรเวตเช่นในงานวัดนี้ และยังได้ทำบุญตามเสด็จในการพระราชกุศลด้วยเพราะงานจะมี &amp;nbsp;๕-๗ วันก็ตาม ในวันหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวจะทรงนำพระสงฆ์ออกเที่ยวด้วยพระองค์เอง และเจ้าของร้านต่างๆ ก็มีของถวายใส่ย่าม เช่น ตักบาตร วันไหนพระเที่ยว พวกเราเด็กผู้หญิงก็ถูกเก็บตัวไว้กับร้านเพราะไม่ให้เข้าไปยุ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.พวกหนุ่มสาวก็มีโอกาสได้รู้จักกัน พร้อมทั้งผู้ใหญ่ก็รู้เห็น ไม่ต้องลักขโมยรักกัน สิ่งที่น่ารำคาญที่มีอยู่ก็คือ สงครามแย่งกัน ใส่ความกัน อย่างน่าสยดสยอง สงครามเงียบชนิดนี้ ข้าพเจ้าเคยเห็นมาตั้งแต่คลุมถุง ไม่คลุมถุง และแม้ฉีกถุงแล้วก็ตาม ทุกสมัยล้วนแต่แย่งกัน เป็นมูลเหตุอย่างน่าอนาถ อย่างไรก็ตาม หนุ่มๆ สาวๆ ก็ยังได้สนุกสนานดังใจ แม้พักหนึ่งเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.พวกเด็กก็สนุก ได้รู้ ได้ดู ได้เห็น ได้ซนสมใจ แต่ซนของเราไม่มีสิ่งสกปรกเจือปนเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าระลึกถึงงานวัดเบญจมฯ และคุยถึงเรื่องงานวัด เราทุกคนที่ทันได้เห็น ยังสนุกอยู่ไม่รู้หาย แต่เมื่อผ่านวัดไปหรือเข้าไปกับพวกนักท่องเที่ยวก็ดี ข้าพเจ้าอดหยุดยืนหัวเราะและนึกขำในใจไม่ได้ ว่าเมืองจีนเมืองถ้ำเขาลำธาร มีเรือทั้งลำๆ ร้านรวงใหญ่โต ร้านข้างในเป็นแถว ร้านเจ้านาย ขุนนาง นายห้าง พ่อค้า ฯลฯ ตายจริงเนื้อที่นี้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๗ &amp;nbsp;เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๔๗๕ โดยในวันดังกล่าวได้มีพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช ๒๔๗๕ ทั้งนี้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นวาระแห่งการฉลองรัฐธรรมนูญระหว่างวันที่ ๑๐-๑- ธันวาคม โดยมีกำหนดการเป็นเวลา ๓ วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่ปี ๒๔๗๕ ที่มีพระราชพิธีพระราชทานรัฐธรรมนูญ รัฐบาลได้จัดให้มีงานฉลองรัฐธรรมนูญควบคู่กันได้วย ถ้าเป็นงานฉลองรัฐธรรมนูญที่เป็นมหรสพได้มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในรูปแบบของการออกร้านขายสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตลอดจนการละเล่นหรือกิจกรรมการแสดงมากมาย ทั้งกิจกรรมดังกล่าวเป็นการดำเนินการของส่วนราชการ กระทรวง ทบวง กรม รวมทั้งภาคเอกชนในภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นผลให้ประชาชนให้ความสนใจมาร่วมงานพร้อมทั้งนำบุตรหลานเที่ยวเล่นภายในงานอย่างสนุกสนาน เนื่องจากเป็นการจัดงานที่มีรูปแบบแปลกใหม่ที่เพิ่งเกิดในสังคมไทย สำหรับสถานที่จัดงานในบางปีมีสถานที่ที่ต่างกัน อาทิ พระราชวังอุทยานสราญรมย์ (วังสราญรมย์) สนามหลวง เขาดินวนา สวนอัมพร สวนลุมพินี และท่าราชวรดิฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของช่วงเวลาก็มีความแตกต่างกันในแต่ละปีเช่นเดียวกับสถานที่จัดงาน โดยปกติแล้วรัฐบาลจะกำหนดจัดงานประมาณ ๗ วัน ระหว่างวันที่ ๘-๑๔ ธันวาคมของแต่ละปี และไม่เพียงมีการจัดงานในพระนครหรือกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่ละจังหวัดต่างๆ ต้องมีกิจกรรมงานฉลองฯ ในช่วงเวลาเดียวกันด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จำนวนวันและกิจกรรมอาจจะแตกต่างกันมากน้อยขึ้นอยู่กับงบประมาณและศักยภาพของแต่ละจังหวัด ทั้งนี้อาจกล่าวได้คือ บรรยากาศงานฉลองรัฐธรรมนูญในช่วงที่มีความบันเทิงสนุกสนานและยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในระหว่างปี ๒๔๗๕-๒๔๘๓ และเป็นงานที่ยิ่งใหญ่กว่างานฤดูหนาวในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่จัดขึ้นในบริเวณวัดเบญจมบพิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเล่นแบดมินตันในงานฉลองรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถึงกระนั้นงานฉลองรัฐธรรมนูญไม่อาจดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องทุกปีด้วยเหตุสภาวะสงครามโลกครั้งที่ ๒ รวมทั้งสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศที่ไม่มีความสงบเรียบร้อย จึงมีการงดเว้นการจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญในหลายช่วงเวลา อาทิ ระหว่างปี ๒๔๘๔-๒๔๙๐ หรือปี ๒๔๙๒ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง งานฉลองรัฐธรรมนูญในปี ๒๔๘๔ ต้องยุติลงกลางคันเนื่องจากการบุกของกองทัพญี่ปุ่นในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรีดี หงษ์สตัน ได้บรรยายภาพให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของงานฉลองรัฐธรรมนูญเพิ่มเติมว่า ในปี ๒๔๗๕ รัฐบาลเป็นเจ้าภาพ แต่ก็มีราษฎรและห้างร้านต่างๆ เสนอตัว เข้าร่วมจัดงานเป็นจำนวนมาก มีการส่งสิ่งของมาช่วยเหลือ เช่น เครื่องดื่ม อาหาร น้ำแข็ง ผลไม้ หรือการให้ยืมไม้สำหรับปลูกโรงมหรสพและสายไฟ มีการบริจาคดอกไม้เพลิง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งมีการนำคณะละครของตนเข้าร่วมแสดง โดยมีโรงมหรสพ ๘ โรง สำหรับการแสดงโขน เพลงทรงเครื่อง ละครรำ งิ้ว ลิเก จำอวด ละครร้อง หากนับเฉพาะผู้แสดงมีจำนวนมาก ๑,๑๑๖ คน และมีคนดูล้นหลามทุกโรงมหรสพ ในส่วนของคณะละครซึ่งส่วนใหญ่เป็นราษฎรมีจำนวน ๒๖ ราย อนึ่ง มีผู้ต้องการนำมาแสดงมากกว่านี้แต่พื้นที่ไม่อาจรองรับได้เพียงพอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคณะละครที่เข้ามาแสดง อาทิ คณะละครรำของนายพูน เรืองนนท์ คณะละครแขกของนายรามฮูนาถ หรือคณะงิ้วของนายเม่งกี่ยี่ห้อเง็กเล้าชุน ในส่วนของการฉายภาพยนตร์มีจำนวน ๒ จอ โดยมีการส่งเข้ามาร่วม ๓ บริษัท คือ บริษัทน่าแซ บริษัทสยามซินิมา และบริษัทตงก๊ก นอกจากนี้ มีการจุดดอกไม้เพลิงทั้ง ๓ คืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการฉลองรัฐธรรมนูญในต่างจังหวัด ปรากฏรายงานการจัดงานจากมณฑลนครศรีธรรมราช ภูเก็ต ปราจีน อยุธยา พายัพ พิษณุโลก ราชบุรี นครราชสีมา และอุดร โดยเนื้อหาของงานคล้ายคลึงกัน เช่น มีมหรสพต่างกัน ก็เฉพาะประเภทมหรสพของพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ที่มณฑลอุดรมีการแสดงลิเก ที่มณฑลภูเก็ตมีแสดงหนังตลุงและมโนราห์ เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการจัดเล่นกีฬาทั้ง ๓ วันอีกด้วย และอย่างน้อยตั้งแต่ปี ๒๔๗๖ งานฉลองรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นงานที่จัดอยู่ในประเทศเท่านั้น แต่ยังจัดกันในสถานทูตไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศต่างๆ &amp;nbsp;และปรากฏเป็นรายงานข่าวของสื่อต่างประเทศอีกด้วย โดยในปีนั้นมีการจัดงานฉลองรัฐธรรมนูญที่กงสุลสยาม เมืองปีนัง มาเลเซีย โดยคนสยาม (ไทย)&amp;nbsp;
ในเมืองปีนังไปชุมนุมกันที่วัดบาตูลันจังเพื่อฉลองการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจัดงานในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ ๑๐ ธันวาคม มีการจัดเลี้ยงอาหารค่ำระหว่างข้าราชการและนักเรียนไทยที่อยู่ที่นั้น จากนั้นวันที่ ๑๒ ธันวาคมมีการเลี้ยงรับรองแก่บรรดาข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แห่งกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสและกระทรวงอื่นๆ รวมทั้งข้าราชการของประเทศที่ขึ้นอยู่กับสถานทูตนี้คือเบลเยียม สเปน อิตาลี เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกสและสวิตเซอร์แลนด์ เช่นเดียวกับสถานทูตวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันเดียวกันที่มีแขกหลายร้อยคนมาร่วมงาน นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานฤดูหนาวเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อาจกล่าวได้ว่า คณะรัฐมนตรีในช่วงเวลานั้นส่วนใหญ่เป็นแกนนำของคณะราษฎรที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี ๒๔๗๕ ได้กำหนดจัดงานฉลองฯ เพื่อเป็นเครื่องมือหรือกลไกทางวัฒนธรรมสำหรับการเผยแพร่อุดมการณ์ของคณะราษฎร รวมทั้งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนรู้จักและเข้าใจความหมายของรัฐธรรมนูญในฐานะกฎหมายสูงสุดของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานฉลองฯ ยังได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ความรู้ สร้างจิตสานึก รวมทั้งสร้างความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญ และอุดมการณ์ของคณะราษฎรด้วยรูปแบบต่างๆ อาทิ การประกวดเรียงความ การประกวดประณีตศิลปกรรม หรือการแสดงละคร และได้มีการกำหนดกิจกรรมที่สร้างความสนใจให้แก่งานฉลองฯ คือ การประกวดนางสาวสยามหรือนางสาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสรุปแล้วการจัดประกวดนางสาวไทยในงานฉลองรัฐธรรมนูญได้จัดขึ้นระหว่างปี ๒๔๗๗&amp;ndash;๒๔๘๓ ปี ๒๔๙๑ และระหว่างปี ๒๔๙๓&amp;ndash;๒๔๙๗ หลังจากนั้นงานฉลองรัฐธรรมนูญที่ปราศจากการประกวดนางสาวไทยยังคงมีต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งจนกระทั่งมีการรัฐประหารในปี ๒๕๐๐ และกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเดือนธันวาคม ๒๕๐๐ ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับงานฉลองรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องระงับงานฉลองรัฐธรรมนูญในปีดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาในปี ๒๕๐๑ มีการรัฐประหารอีกครั้งหนึ่งโดยจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และคณะ พร้อมทั้งมีประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ จึงส่งผลต่อเนื่องให้มีการยกเลิกงานฉลองรัฐธรรมนูญไปอย่างถาวรในปีดังกล่าวด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันนี้มีการกำหนดให้วันที่ ๑๐ ธันวาคมเป็นวันรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นวันหยุดราชการ โดยมีการจัดรัฐพิธีที่รัฐสภาแต่ไม่มีงานฉลองรัฐธรรมนูญอีกแล้ว กระทั่งปัจจุบันสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงาน &amp;quot;อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;quot; ระหว่างวันที่ ๙ ธันวาคม &amp;nbsp;๒๕๖๑ ถึงวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๒ ณ พระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า และได้พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดกิจกรรมปั่นจักรยาน &amp;quot;Bike อุ่นไอรัก&amp;quot; ในพิธีเปิดงาน ซึ่งนับเป็นปีที่ ๒ แล้ว.
-------------
อ้างอิง: &amp;quot;สารคดีที่น่ารู้&amp;quot; พระนิพนธ์ในหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล, เอกสารข่าวสารงานวิจัยและพัฒนา รัฐสภา งานฉลองรัฐธรรมนูญกับการประกวดนางสาวไทย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24061</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, งานฉลองรัฐธรรมนูญ, งานฤดูหนาว, อุ่นไอรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181212/image_big_5c10a90160bee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดูเขา-ดูเรา&#039; ภาวะวิกฤติโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านเมืองไทยเวลานี้......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนภายนอก&amp;quot; บอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงบ ร่มเย็น น่าเที่ยว น่าลงทุน อนาคตสดใส เมื่อเทียบกับหลายๆ ประเทศในโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะกับประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง อย่าง &amp;quot;พม่า-มาเลย์&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คนไทยกันเองกลับ &amp;quot;บ่นทุกเรื่อง-ไม่พอใจทุกเรื่อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ &amp;quot;พวกเขา&amp;quot; พากัน &amp;quot;อิจฉาเรา&amp;quot; ในแทบทุกเรื่อง!?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมก็ว่าจริง......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าพรรคการเมือง ๒-๓ พรรค ในจำนวนร้อยกว่าพรรค ไม่ &amp;quot;วุฒิภาวะต่ำ-อันธพาละสูง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้ความมืดบอดทางจิต &amp;quot;ตีนราน้ำ&amp;quot; ทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วย &amp;quot;อิจฉา-ริษยา&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลเผด็จการ&amp;quot; บริหารเกินหน้ารัฐบาล &amp;quot;ประชาธิปไตยเผด็จโกง&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปดูอีกซีกโลก &amp;quot;ฝรั่งเศส&amp;quot; ขณะนี้.....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือน &amp;quot;๑๔ ตุลา+๖ ตุลา+พฤษภาทมิฬ+เผาบ้าน-เผาเมือง&amp;quot; รวมเป็นเหตุการณ์เดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ขณะนี้ คนฝรั่งเศส ล้างบ้าน-ผลาญเมือง ด้วยเรื่องอะไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องตอบว่า &amp;quot;ทุกเรื่อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปถึงขั้น ผู้นำ &amp;quot;ประชาธิปไตยเลือกตั้ง&amp;quot; ไม่เอา อยากได้อดีตนายทหารขึ้นมาเป็น &amp;quot;ผู้นำเผด็จการ&amp;quot; แทน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูซีกโลกเรา &amp;quot;มาเลเซีย&amp;quot; บ้านใกล้-เรือนเคียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จู่ๆ ปัญหา &amp;quot;ความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ&amp;quot; ก็ปะทุรอบใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนค่อนล้าน ออกมา &amp;quot;เขย่าประเทศ&amp;quot;!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แยกเป็น &amp;quot;๒ พวก ๒ ต้องการ&amp;quot; หักล้างกันเองในหลักทางศาสนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกนายกฯ มหาเธร์ &amp;quot;กลุ่มสมัยใหม่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สนับสนุนแนวทางขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ สนับสนุนให้ยึด &amp;quot;ความเท่าเทียมกัน&amp;quot; ทางกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกฝ่าย เป็นพวกอดีตนายกฯ นาจิบ &amp;quot;กลุ่มอนุรักษ์&amp;quot; ยืนยันให้ยึดนโยบาย &amp;quot;ภูมิบุตร&amp;quot; คงเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนมาเลย์ที่เป็นมุสลิม......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องมีสิทธิ์เหนือกว่าคนจีน, คนอินเดีย แม้พวกนั้น อยู่ในมาเลย์มาแต่เดิมก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็เหมือนศุกร์เข้า-เสาร์แทรก ขัดแย้งกันเองภายในไม่พอ ตอนนี้ มาเลย์ลามไปมี &amp;quot;ปัญหาระหว่างประเทศ&amp;quot; กับสิงคโปร์อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่อง &amp;quot;รุกน่านน้ำ-น่านอากาศ&amp;quot; ของกันและกัน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุป เหตุหลักนำประชาชนมาเลย์ออกสู่ถนน มาจาก แย่งอำนาจ, เศรษฐกิจฝืด, ลงทุนประเทศล้มเหลว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเงิน-การคลังขาดเสถียรภาพ และ หนี้ประเทศสูง!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็นำมาปรารภเป็นอุทาหรณ์ เผื่อแต่ละฝ่ายจะได้สติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หยุด &amp;quot;ทะเลาะทุกเรื่อง&amp;quot; กันซักระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยกันเอาชาติบ้านเมืองให้รอดก่อน ถึงไม่รุ่ง ก็ยังดีกว่า &amp;quot;กวนตีน&amp;quot; ให้เละไปทุกเรื่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลย์กับคนไทย เหมือน &amp;quot;จมูกกับขนตา&amp;quot; ใกล้ขนาดนั้น แต่ทุกอย่างรำไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไม่เป็นไร อาจารย์ &amp;quot;สมเกียรติ โอสถสภา&amp;quot; ท่านคุ้นเคย ฉายภาพไว้ให้ ขออนุญาตยกมาแปะ (ตามเคย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Somkiat Osotsapa
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อินไซด์สังคมมาเลเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;=====================
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมไปมาเลเซียราวสิบกว่าครั้ง เกือบยี่สิบครั้ง ไปมันทั้งทางเครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ จึงได้เห็นประเทศนี้เกือบทั่ว เพื่อนคนหนึ่ง เป็นผู้บริหารซาราวัก ส่วนที่เป็น East Malaysia ชวนไป แต่ไม่ได้ไป แถวเคแอล ปีนัง เนี่ย เรียก West Malaysia
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมมีเพื่อนมาเลย์ราว 20 คน เป็นกลุ่มที่เรียนหนังสือที่เดียวกันที่ฮอลแลนด์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเข้าใจเรื่องของมาเลเซียนที่ต่างกัน ทั้ง มาเลย์ มาเลย์, ไชนีส มาเลย์ และอินเดียน มาเลย์ แยกตามผิวเลยครับ มันด่ากันเองบ่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนที่เรียนด้วยกัน จะเป็นมาเลย์ มาเลย์ ส่วนใหญ่จบจากมหาวิทยาลัยมลายา เมื่อผมเข้าไปอยู่ในวงการ พวกนี้จึงมีฐานะเป็นอำมาตย์ 55
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกจีน มาเลย์, อินเดียน มาเลย์ เจอแถว UN
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอสนิทกันมากๆ จึงรู้ว่า มันด่ากัน ทั้งเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ชนชั้น จังหวัด มหาวิทยาลัยที่จบ &amp;nbsp;โรงเรียนเก่า การแต่งตัว หัวนอก หัวใน ล่อกันวุ่นไปหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่จะได้รับทุนของรัฐบาลต้องเป็นมาเลย์ มาเลย์ ลูกหลานไชนีส มาเลย์ที่ไปเรียนนอก จะไปด้วยทุนส่วนตัว อินเดียน มาเลย์จะไม่ค่อยได้ไปไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวมาเลย์เชื้อสายจีนและอินเดีย จะถูกกีดกันความก้าวหน้าในระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ เก่งแค่ไหนก็เป็นได้แค่รองในหน่วยงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นข้อตกลงกันมาตั้งแต่ตอนตั้งประเทศ ว่ามาเลย์ มาเลย์ จะคุมการบริหาร ความมั่นคง ราชการ &amp;nbsp;และก็จะคุมเศรษฐกิจด้วย คุมหมดว่างั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าไปในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยมลายา นักศึกษาแยกกันกินข้าว ตามชาติพันธุ์ การแต่งงานข้ามชาติพันธุ์เป็นเรื่องใหญ่มากทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมยังมีเพื่อนอเมริกัน เพื่อนอาจารย์พี่โกร่งเดิม ที่แต่งงานกับสาวมาเลย์ด้วย ต้องมาอยู่เมืองไทย เพราะอยู่ประเทศนั้นไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อกลับไปอเมริกา บ่นใหญ่ว่าคนอเมริกันที่นั่นก็ไม่รับว่าเขาและลูกๆ เป็นชาวอเมริกัน เพราะอยู่เมืองไทยมานาน คุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ตลกก็ฟังกันไม่ออก ยุ่งกันใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุ่งกับเพื่อนมาเลย์หลายสปีชีส์ ทำให้ผมชินกับความขัดแย้งและสับสน จนเฉยๆ กับเรื่องเมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อนฝูงของผมที่เรียนมาด้วยกัน คนหนึ่งเป็นหลานของตนกูราซัค เข้าทำงานการเมือง ก็ใหญ่โตเป็นรัฐมนตรี เอาพรรคพวกเข้าไปทำงานกับ ดร.มหาธีร์มากมาย เป็นเลขา ดร.มหาธีร์ ก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่จริง ตอนมีเรื่องภาคใต้ ถ้าไม่มีคนอวดเก่ง ทฤษฎีเยอะ ออกมาวุ่นวายเต็มไปหมด ผมน่าจะช่วยได้มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมว่าจริงๆ แล้ว คนไทยไม่ค่อยรู้จักและเข้าใจคนมาเลย์นะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;@@@
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศนี้ มีพลเมืองน้อย ราว 29 ล้านคน แต่มีคนต่างชาติ เข้าไปทำงานเกือบ 7 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นอินโด ที่ลงทะเบียนมีราว 2 ล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เทียบกับพลเมืองแล้ว มาเลเซีย มีทรัพยากรมหาศาลมาก มีแก๊ส น้ำมัน แถวซาราวัก เกาะมาเลเซียตะวันออก มีป่าไม้ ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีท่าเรือน้ำลึกนับสิบ ปลูกข้าวพอกินแถวรัฐชายแดนไทย เกษตรมีสัดส่วน 10% ใน GDP ที่เหลือแบ่งกันระหว่างภาคอุตสาหกรรม กับบริการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากภาษาอังกฤษดี ต้นทุนการเรียนภาษาจึงต่ำกว่าคนไทย ไม่ต้องจ่ายค่าเรียนอินเตอร์ สิ่งที่พวกนี้มี คือ การคิดวิเคราะห์ เป็นการศึกษาแนวอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำงานกับมาเลย์ไม่ยาก เป็นแนวทำตามหลักการ ต้องวางแผนดี วางผังเมือง ผังงาน เน้นความสมดุลระหว่างวัฒนธรรม ศาสนา การเมือง และธุรกิจ และระบบครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนทุกเชื้อสาย มีศูนย์กลางที่ครอบครัว ทั้งจีน มาเลย์ และอินเดีย ชีวิตที่นั่น จืดครับ เหมือนอาหารเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะเข้าใจมาเลเซีย ต้องเข้าใจวิถีอิสลาม ที่เน้นว่าศาสนา คือระบบเศรษฐกิจและการเมือง วิถีชีวิตที่นั่น จึงต่างจากของไทยที่ฟรีสไตล์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คู่แข่งอย่างสิงคโปร์ ทำให้มาเลย์ตื่นตัวเรื่องวางแผน และพยายามก้าวให้ทัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยแข่งกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;@@@
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาเลเซียดูดี แต่มีปัญหาเศรษฐกิจเยอะเหมือนกัน บริษัทความเสี่ยงจัดมาเลเซียไว้อันดับหนึ่งของเอเชีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่ง เป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันมากเทียบกับ GDP ที่นี่พึ่งการส่งออกน้ำมัน 30% รัฐคาดว่าราคาน้ำมันอยู่ที่ 100 เหรียญ วันนี้ลงมา 42 เหรียญ ไปไม่เป็นเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้รัฐลด ขาดดุลจากการส่งออก ราคาปาล์มน้ำมันลด ส่งออกลด 20% ราคายางและผลิตภัณท์ยางก็ลด คนมาเลย์วิตกมาก บ่นกันยิ่งกว่าเมืองไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอง เมื่อค่าเงินลดมาก ค่าครองชีพแพงขื้น สินค้าต่างประเทศแพงขึ้น คนมาเลย์ รู้สึกว่าจนลงเทียบกับคนไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาม มาเลเซียมีหนี้ครัวเรือนเทียบกับรายได้สูงสุดในเอเชีย ราว 124% เพราะแย่งกันซื้อบ้าน ซื้อรถ บัตรเครดิต อะไรต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนรายได้สูง 20% ไม่ลำบาก ชนชั้นกลาง ชนชั้นรายได้น้อยลำบาก ถ้าโอทีลด ราคาสินค้า เกษตรลด ค่าคอมลด จ่ายหนี้ลำบาก ตอนนี้บ่นกันตรึม อ่าน The Star สนุกมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สี่ มาเลย์มีปัญหาหนี้ภาครัฐสูงมาก เพราะอัดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจมาตั้งแต่ปี 2550 น่าจะถึง 60% &amp;nbsp;ของ GDP อาการเดียวกับการบินไทยลงทุนซื้อเครื่องบินวันเดียว 260,000 ล้านบาทนั่นแหละ คนด่ารัฐบาลว่าฟุ่มเฟือย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้า ที่คนกลัวคือ มาเลย์รับประโยชน์จากเงิน QE ไหลเข้ามากที่สุดในเอเชีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการที่ต่างชาติเข้ามาซื้อพันธบัตร ราว 10,000 ล้านเหรียญ เงินกู้ก็มาก ถ้าอเมริกาขึ้นดอกเบี้ย เงินไหลออกจะรับมือไหวไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้เงินดอลล์แข็งสุดในรอบ 12 ปี ยิ่งขึ้นดอกเบี้ยเงินยิ่งแข็ง ดูเหมือนมาเลย์กู้ดอลลาร์มาเยอะมาก การที่ดอลล์แข็งค่ามากๆ ทำให้เกิดสถานการณ์คล้ายปี 40 เลยครับ ตอนนั้นเกิดวิกฤติทั่วเอเชีย &amp;nbsp;ยุโรป ละติน โดนเรียกหนี้ระยะสั้นนี่ แย่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หก ประเทศนี้กระตุ้นความเติบโตมาก จนเกิดอาการขาดดุลแฝดทั้งดุลการคลัง ดุลเดินสะพัด มาหลายปี อยู่ๆ ดอลล์แข็ง รายได้รัฐลด ส่งออกลด หนี้ครัวเรือนสูง จะเอาไหวไหม แล้วงานนี้ยาว น้ำมันลง 30 เหรียญจะเหนื่อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ็ด อย่าให้จีนเกิดฟองสบู่อสังหาแตก เศรษฐกิจหดแรง ลดดอกเบี้ย ไปกันใหญ่ เพราะเงินหยวนลง จะเป็นเรื่องใหญ่ ความเติบโตสูงมาก ปัญหาก็เยอะนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;@@@
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายคนคงกังวลว่า แล้วไทยจะไม่มีปัญหาแบบมาเลย์หรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่ง เรื่องหนี้ครัวเรือนคล้ายกัน แต่มาเลย์บอกว่าราคาทรัพย์สินเพิ่ม 300% คงพอชำระหนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่มีปัญหากำลังซื้อภายใน คนมาเลย์จ่ายหนี้แล้วเหลือใช้แค่ 50% ของรายได้ หลายประเทศรัฐบาลส่งเสริมทำบ้านเช่า คนจะได้ไม่มีหนี้มาก ที่นั่นการค้าฝืดเหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยก็ฝืดแบบมาเลเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สอง หนี้ต่างประเทศ ไทยมีสำรองมากกว่ามาเลเซีย ถือดอลลาร์ไว้มาก เงิน QE ไม่มาก เพราะบ้านเราวุ่นวาย 55 เงินนอกในหุ้นก็ออกไปเยอะแล้ว เอาอยู่ครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาม เรามีปัญหาแค่ดุลการคลัง ส่วนดุลเดินสะพัด ดุลการค้าโอเคแล้ว มีนักท่องเที่ยวมาเยอะ ช่วยได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มาเลเซีย Islamic Tourism ปีนี้ท่าจะแย่ น้ำมันลง ตอ.กลางมีสงคราม มาเลเซียแอร์ไลน์ล้มไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สี่ เรายังไม่ได้สร้างอะไรมาก มีแค่รถไฟฟ้า ไม่มีหนี้ค้างจ่ายมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ห้า อสังหาไทย ถ้ามีปัญหาคนจะมาซื้อทำกองทุนมาก เอาอยู่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หก อเมริกาขึ้นดอกเบี้ย ไทยกระทบน้อย เงินออกไปแล้ว หนี้ไทยส่วนใหญ่เป็นเงินเยน ญี่ปุ่น ซึ่งลดค่าไปตั้ง 30% แต่ไทยมีบาทและดอลลาร์จ่าย งานนี้กำไรหนี้ครับ ส่วนใหญ่ไทยกู้ในประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ็ด ต่างชาติมองว่าไทยไม่เสี่ยง กลางๆ เราเสียหายเรื่องราคายาง สต็อกน้ำมันระยะสั้น แต่ไม่หนักเหมือนมาเลเซีย เขามองว่ามาเลเซียเสี่ยงสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ประเทศที่การเมืองดี มั่นคง หัวใส ลงทุนกันไว้มาก สร้างหนี้กันมากมาย เหงื่อตกกันเป็นแถว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศที่มีปัญหาแบบไทย สบายดี ไม่มีโครงการ ไม่มีหนี้มาก 55
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดวงดีมาก เพื่อนมาเลย์ของผมที่แวะมากรุงเทพฯ บอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.มหาธีร์ บอกว่า งานนี้ มาเลเซีย ซวยหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาลามัตปากี มาเลเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รักษาตัวดีๆ เราค้าขายกันเยอะ ไว้จะกลับไปนอน Pan Pacific อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาลามัตปากี เพื่อนเพจทุกๆ คนด้วยครับ ขอให้เป็นวันที่ดีและมีความสุขนะครับ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมขอผสมโรง วันนี้วันหยุด ขอให้ &amp;quot;อุ่นไอรัก&amp;quot; กันทุกคนเด้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23864</URL_LINK>
                <HASHTAG>พม่า, มาเลย์, รัฐบาลเผด็จการ, อุ่นไอรัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
