<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;ประสานกัมพูชา ปม&#039;ตาร์ วันเฉลิม&#039;หายตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 63 - ที่กองการบิน ศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบก (บางเขน) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย ที่ประเทศกัมพูชา ว่า ส่วนตัวยังไม่ได้หารือกับ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ทั้งนี้ ยังไม่ทราบความคืบหน้า เพราะอยู่ระหว่างการประสานพูดคุยกับทางการกัมพูชา ซึ่งเรื่องคดี เป็นเรื่องของกัมพูชาเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68113</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร, วันเฉลิม, อุ้มฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5eddc8a39a391.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039;ยกมาตรา4รธน.คุ้มครอง&#039;วันเฉลิม&#039; ซัดรบ.ปล่อยคนไทยโดนอุ้มฆ่าต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 63 - นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 4 วรรคสองบัญญัติว่า &amp;ldquo;ปวงชนชาวไทยย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญเสมอกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยกมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญมา เพื่อยืนยันว่าการที่นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นคนไทย แม้จะไม่ได้อยู่ในประเทศไทยก็ย่อมต้องได้รับความคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญเหมือนคนไทยทั่วไป นั่นคือ ย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและการคุมขังจะกระทำมิได้เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาล รวมทั้งการทรมาน ทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการอันโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรมจะกระทำมิได้ ทั้งนี้ตามมาตรา 28 แห่งรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อปรากฏว่านายวันเฉลิมถูกกระทำด้วยพฤติกรรมที่ผิดต่อกฎหมายในประเทศกัมพูชาอันเป็นการละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศจะต้องรีบดำเนินมาตรการทางการทูตต่อประเทศกัมพูชา เพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพรวมทั้งชีวิตของคนชาติตนอันถือเป็นหน้าที่ของรัฐ โดยหลังการยึดอำนาจคนไทยถูกกระทำในลักษณะนี้มาแล้ว 8 ราย ตาย 2 ยังหาไม่พบอีก 6 วันเฉลิมจึงเป็นรายที่ 9 ที่ยังไม่รู้ชะตากรรม แต่สิ่งที่คนไทยเห็นคือการเพิกเฉยจากรัฐบาลตลอดมาเสมือนรู้เห็นหรือเป็นผู้ลงมือกระทำอาชญากรรมดังกล่าวเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคงไม่ประณามรัฐบาลหรือกระทรวงการต่างประเทศเพราะไม่เหลือความเป็นคนมานานแล้ว เพราะหากมีสำนึกของความเป็นคน ย่อมต้องเดือดร้อนต่อพฤติกรรมอันละเมิดต่อกฎหมายที่เกิดกับคนชาติ แต่จะฟ้องประชาชนว่ารัฐธรรมนูญที่เผด็จการเขียนขึ้นไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องประชาชน ส่วนรัฐบาลที่มาจากรัฐธรรมนูญเผด็จการก็ไม่เคยเห็นหัวประชาชน นอกจากสร้างความเสียหายให้กับประเทศและสร้างหนี้ไว้ให้ประชาชนชดใช้ ปล่อยให้คนไทยถูกอุ้มฆ่าในต่างประเทศ ปล่อยให้คนไทยต้องฆ่าตัวตายเพราะไม่ได้รับเงินเยียวยา ทั้งรัฐธรรมนูญและรัฐบาลจึงเป็นปฏิปักษ์กับประชาชน แต่หากคนไทยยังไม่เห็นภัยจะเก็บไว้บูชาต่อก็ขอให้โชคดีครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68095</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐธรรมนูญ, รัฐบาล, วัฒนา เมืองสุข, วันเฉลิม, อุ้มฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c86f588370cc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครป.ชี้การอุ้มหาย = อาชญากรรมต่อมนุษยชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มิ.ย.63 - นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.) แสดงความเห็นกรณีการอุ้มนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา &amp;nbsp;ว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน เวลาประมาณ 17.00 นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทยที่ลี้ภัยอยู่ที่กัมพูชา ถูกอุ้มหายโดยการบังคับจับตัวขึ้นรถยนต์ Toyota Highlander สีน้ำเงินเข้ม โดยคนร้ายประมาณ 4-5 คนที่หน้าคอนโดมีเนียมที่พักใจกลางเมืองหลวง โดยพยานซึ่งเป็น รปภ. พยายามเข้าไปช่วยเหลือแต่ถูกคนร้ายชักปืนขึ้นขู่ เหตุเกิดที่ริมถนน National Road 6 ในเขตอำเภอ Chrouy Chungvar กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา โดยปรากฎข่าวการติดตามที่คาดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศไทยก่อนหน้านั้นไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมเห็นว่าการอุ้มหายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ซึ่งรัฐต้องทำหน้าที่ปกป้องและคุ้มครอง ยิ่งอุ้มหายกลางเมืองหลวง รัฐบาลกัมพูชาต้องตรวจสอบและรับผิดชอบคดีดังกล่าว ผมขอให้รัฐบาลไทยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปติดตามคดีและความคืบหน้า รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศด้านอาชญากรรมข้ามชาติ เพื่อสืบหาตัวนายวันเฉลิมโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัย หากมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ไทยหรือกัมพูชาจะต้องดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ทุกคนต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่อำนาจนอกระบบกฎหมาย ผมขอเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ โดยทันที อย่าใช้กระบวนการศาลเตี้ย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเมธา กล่าวว่าบทเรียนการคุกคามนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เป็นผู้ลี้ภัยในประเทศเพื่อนบ้าน เต็มไปด้วยความรุนแรงและถึงแก่ชีวิต โดยคาดว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐในการลอบสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม ประชาคมและรัฐบาลอาเซียนจะต้องร่วมมือกันสอบสวนและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง อย่าให้ผู้นำรัฐบาลเอาประชาชนเป็นเหยื่อทางการเมืองระหว่างประเทศเพื่อแลกผลประโยชน์ส่วนตัว เราผ่านยุคสงครามอินโดจีนมานานมากแล้วจนมีสันติภาพและสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะรัฐบาลกัมพูชาได้ลงนามและให้สัตยาบันผูกพันกฎหมายระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนไปแล้วถึง 8-9 ฉบับ โดยเฉพาะอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (CED) และอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) จะต้องดำเนินการตรวจสอบแก้ไขและยับยั้งเรื่องนี้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมขอเรียกร้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และกระทรวงการต่างประเทศ ประสานงานร่วมกับคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (ASEAN Intergovernmental Commission on Human Rights) เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาฯครป. กล่าวว่านอกจากนี้ รัฐบาลไทยจะต้องเร่งผลักดันร่างพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหายโดยเร็วที่สุด หลังจากประเทศไทยได้รับรองเป็นภาคีอนุสัญญาดังกล่าวตั้งแต่ปี 2555 เพื่อให้สัตยาบัน (Ratify) อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (CED) &amp;nbsp;รวมถึงการให้สัตยาบันว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพื่อแก้ปัญหาอาชญากรรมร้ายแรงข้ามชาติ และอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ (Crimes Against Humanity) ที่เกิดขึ้นเพื่อการยุติธรรมในประเทศไทยอย่างเป็นระบบ #SacveWanchalearm #ปรองดองต้องไม่อุ้มคนเห็นต่าง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67965</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ครป., ลี้ภัย, วันเฉลิม, อุ้มฆ่า, เมธา มาสขาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d270fd1ef0e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 14:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 14:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ศาลสั่งพิจารณาคดีลับ! &#039;บรรยิน&#039; กับพวกปฏิเสธอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา เว้นจำเลย 3 ให้การรับสารภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 63 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดสอบคำให้การจำเลยในเรือนจำ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์เมื่อช่วงเดือน ก.พ. 2563&amp;nbsp;หมายเลขดำ อท.69/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์, นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี, นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี, นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี, นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี, ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ทั้งหมดภูมิลำเนา จ.นครสวรรค์ เป็นจำเลยที่ 1-6&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิด 9 ข้อหา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 289, ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย มาตรา 309, 313, ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาตรา 310, ฐานร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป มาตรา 139, 140, ฐานเป็นซ่องโจร โดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต มาตรา 210 , ฐานร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มาตรา 213, ฐานร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย มาตรา 199, ฐานร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 150 ทวิ, ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน มาตรา 145 ประกอบ ป.อ.มาตรา 33, 80, 83, 91, 92 และยังยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ข้อหาที่ 10 &amp;nbsp;ฐานสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำผิดอาญา มาตรา 146 โดยอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหกเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 ซึ่งจำเลยทั้งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงเวลานัด ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งหกฟังจนเป็นที่เข้าใจในพฤติการณ์และข้อหาที่ฟ้องแล้ว พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1, นายมานัส จำเลยที่ 2, นายชาติชาย จำเลยที่ 4, นายประชาวิทย์ หรือตูน จำเลยที่ 5, ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด จำเลยที่ 6 แถลงยืนยันให้การปฏิเสธ โดยจำเลยที่ 4, 5, 6 ได้ยื่นคำแถลงเป็นเอกสารต่อศาลในวันนี้ ส่วน พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 และนายมานัส จำเลยที่ 2 จะยื่นคำแถลงเป็นเอกสารต่อศาลในวันนัดตรวจหลักฐาน สำหรับ นายณรงค์ศักดิ์ จำเลยที่ 3 แถลงให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยทนายความจำเลยที่ 3 ขอยื่นคำให้การในวันนัดตรวจหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาแล้ว เพื่อความสะดวกในการตรวจพยานหลักฐานและการพิจารณาคดี มอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีแนะนำคู่ความและช่วยควบคุมให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย หากพบว่ามีข้อบกพร่องหรือข้อขัดข้องเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาหรือการได้มาของพยานหลักฐานที่คู่ความอ้างอิงก็ให้รายงานต่อศาลพร้อมด้วยแนวทางแก้ไขโดยเร็ว โดยให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยาน คำแถลงเกี่ยวกับประเด็นและความจำเป็นต้องสืบพยาน รวมทั้งวิธีการให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานนั้นต่อเจ้าพนักงานคดี ภายใน 30 วันนับแต่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลและคู่ความในวันนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว &amp;nbsp;และเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่อยู่ในบริเวณศาล จึงเห็นสมควรให้พิจารณาเป็นการลับ โดยให้โจทก์, พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 และทนายความจำเลยที่ 1-2 มาศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดีในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงรายละเอียดที่ได้สรุปบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณา ยกเว้นบุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้าอยู่ในห้องพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และให้โจทก์, จำเลยที่ 2-6 พร้อมด้วยทนายความมาศาล เพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดีในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณาเช่นกัน อย่างไรก็ดี หากคู่ความไม่มาในวันนัดตรวจหลักฐานดังกล่าว หรือไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลดังกล่าว ศาลจะพิจารณาตรวจพยานหลักฐานไปตามรูปคดีที่ปรากฏในสำนวนและตามรายงานของเจ้าพนักงานคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66616</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรยิน, พี่ชายผู้พิพากษา, อุ้มฆ่า, ิาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec205d30453e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 15:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วสันต์&#039;นำเครือข่ายศิลปิน จี้รัฐจับทีมฆ่าโหด&#039;บิลลี่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - &amp;nbsp;ที่หอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร นายวสันต์ สิทธิเขตต์ นำเครือข่ายศิลปินและประชาคมศิลปวัฒนธรรม และกลุ่มโจรสลัด จัดงานรำลึกเรียกร้องความเป็นให้กับครอบครัวนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ โดยภายในงานมีการแสดงดนตรี และวาดภาพเหมือนของบิลลี่แล้ว ให้ผู้สนใจเข้าชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เครือข่ายศิลปิน ได้ออกแถลงการณ์ ว่า นับเป็นเวลากว่า 5 ปี จากการหายตัวไปของบิลลี่ พอละจี รักจงเจริญ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงที่ถูก อุ้มหายไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย. 2557 และวันนี้เป็นประจักษ์พยานชัดเจนว่าบิลลี่ ไม่ได้ถูกอุ้มหายแต่อุ้มฆ่าอย่างโหดเหี้ยม โดยเป็นการฆาตกรรมที่โหดร้าย โดยบังคับทรมาน จับยัดลงถังและเผาทำลายทิ้งลงน้ำ เพื่ออ้ำพรางคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายศิลปินเห็นว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิมนุพยชนอย่างร้ายแรงและโหดเหี้ยมเกินกว่าคำว่า &amp;quot;มนุษย์&amp;quot; ที่พวกเราจะรับได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใดๆ การนำตัวฆาตกร มารับผิดและลงโทษเท่านั้นจึงจะเป็นการสร้างบรรทัดฐาน แห่งความยุติธรรมในสังคม และสร้างขวัญกำลังใจให้กับพี่น้องชนเผ่าชาติพันธุ์ คืนความเป็นธรรมให้กับ บิลลี่และครอบครัวรวมถึงพี่น้องชาติพันธุ์กะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่งพี่น้องชนเผ่าชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะชนเผ่าไหน ในแผ่นดินไทย พวกเราล้วนแล้วแต่เป็นพี่น้องกัน การกระทำอันโหดร้ายแบบนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ สืบสวน จับกุมผู้กระทำผิดรวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดในการอุ้มฆ่าบิลลี่มาดำเนินคดีโดยเร่งด่วนและดำเนินคดีกับกลุ่มคนที่วางเพลิงเผาทรัพย์ชุมชนบ้านใจแผ่นดิน-บางกลอย รวมทั้งบ้าน ปู่คออี้ ซึ่งวันนี้คดียังเงียบและไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทั้งสิ้น ภาครัฐต้องเร่งดำเนินการโดยทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งเรียกร้องให้ภาครัฐออกกกฎหมาย ดำเนินการปกป้องคุ้มครองและช่วยเหลือชาติพันธุ์ทุกชนเผ่าในประเทศไทย ให้มีสิทธิและเสรีภาพ เสมือนหนึ่งเป็นพลเมืองที่ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นและเลือกปฏิบัติในทางกฎหมาย ชีวิต และสังคมและขอให้ภาครัฐดำเนินการช่วยเหลือครอบครัวของ บิลลี่ &amp;nbsp;อย่างจริงจังและเหมาะสม ทั้งระยะสั้นและระยาวอย่างทันทีต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางเครือข่ายฯจะยังคอยติดตามความคืบหน้าในการเร่งหาผู้กระทำความผิด หรือ ฆาตกร มาลงโทษอย่างจริงจัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45211</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิลลี่, พอละจี รักจงเจริญ, สันต์ สิทธิเขตต์, อุ้มฆ่า, เขื่อนแก่งกระจาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190907/image_big_5d7366f151b60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45191</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 10:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักข่าวเทวดา&#039;มาหรูคุณอุ้มฆ่าได้​ ตัดสิทธิ์​นักการเมืองได้​ ยุบบางพรรคได้​ ​เซนเซอร์​สื่อได้​ แต่คุณก็ไม่สามารถทำลายความโหยหาเสรีภาพได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.62 - นายประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสประจำข่าวสดภาคภาษาอังกฤษ โพสต์ข้อความลงในทวิตเตอร์@PravitR ระบุว่า &amp;quot;คุณอุ้มฆ่าคนได้​ คุณตัดสิทธิ์​นักการเมืองบางคนได้​ ยุบบางพรรคได้​ ​เซนเซอร์​สื่อได้​ แต่คุณ​ก็ไม่สามารถทำลายความโหยหาเสรีภาพและความเสมอภาคของประชาชนได้​ #ป​ #ชีวิต​ #ประชาชน​ #การเมือง​ #เสรีภาพ​ #เสมอภาค​ #สังคม​ #ไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45191</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักข่าว, ประวิตร โรจนพฤกษ์, สื่อมวลชน, อุ้มฆ่า, เสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181222/image_big_5c1e452cb9ffb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45110</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 07:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 07:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ทวงคืนความยุติธรรม&#039;อังคณา&#039;จี้นายกฯ-ดีเอสไอเร่งสืบคดี&#039;ทนายสมชาย&#039;และผู้ที่ถูกอุ้มหายทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ย.62-เมื่อวันที่ 3ก.ย.ที่ผ่านมา นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ภรรยานายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งถูกอุ้มตัวหายไปเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547 ได้สร้างแคมเปญรณรงค์ผ่านเว็บไซต์ Change.org ร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอทวงคืนความยุติธรรมคดี &amp;#39;ทนายสมชาย&amp;#39; ผ่าน พรบ.ต่อต้านการทรมานและอุ้มหาย โดยระบุว่า
ตามที่ DSI ให้ข่าวว่าบ่ายโมงวันนี้จะแถลงข่าวกรณี #บิลลี่ และหากเป็นไปตามที่กล่าวในเวทีเสวนา #คนก็หาย #กฎหมายก็ไม่มี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ว่าจะมีข่าวดี (แม้ฟังแล้วจะขมขื่น) แต่ก็เป็นอีกขั้นตอนของกระบวนการสอบสวนและการเปิดเผยความจริง ถ้ากระดูกที่พบคือกระดูกของบิลลี่ บิลลี่ก็จะไม่อยู่ในสถานะผู้ถูกบังคับสูญหายอีกต่อไป ครอบครัวจะสามารถประกอบพิธีกรรมทางศาสนาให้เขาได้ ในส่วนครอบครัวการทราบชะตากรรมจะเป็นการปลดปล่อยพันธนาการของความคลุมเครือ แต่ก็คงเป็นความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างที่สุดในการรับรู้การกระทำที่ป่าเถื่อน โหดร้ายไร้มนุษยธรรมเช่นนี้
ส่วนตัวเห็นว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้รัฐบาลต้องเร่งทำความจริงในคดีนี้ให้ปรากฎคือการที่กรรมการมรดกโลกกดดันให้เวลาประเทศไทย 1 ปีในการแก้ปัญหาการอยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์ในผืนป่าแก่งกระจาน โดยเฉพาะกรณีการหายตัวไปของบิลลี่
สำหรับกรณีผู้ถูกบังคับสูญหายรายอื่นๆที่ DSI รับเป็นคดีพิเศษรวมถึงคดี #สมชายนีละไพจิตร DSI ไม่มีความเต็มใจ (unwillingness) ทำคดีตั้งแต่ต้น และได้งดการสอบสวนไปนานแล้ว และไม่มีท่าทีต้องการรื้อฟื้นคดีกลับมาใหม่ คิดว่าอาจเป็นเพราะผู้กระทำผิดและบรรดาผู้เกี่ยวข้องล้วนยังมีอำนาจมากมายในปัจจุบันจนยากที่ใครจะกล้าแตะ
กรณีสมชายเกิดขึ้นในช่วงการใช้นโยบายสงครามยาเสพติด และการปราบปรามการก่อการร้ายใน จชต. ซึ่งปรากฎมีคนจำนวนไม่น้อยที่สูญหายในช่วงเดียวกัน ทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงใน จชต. เกิดขึ้นต่อเนื่องยาวนานจนปัจจุบัน
-------
12 ปีแล้วที่ดิฉัน อังคณา นีละไพจิตร และลูกๆ อีก 5 คนไม่ได้พบหน้าทนายสมชาย นีละไพจิตร ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิมและรองประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความ และที่สำคัญกว่านั้นคือ &amp;ldquo;สามี&amp;rdquo; ของดิฉันและ &amp;ldquo;พ่อ&amp;rdquo; ของลูกๆ สิ่งที่เหลือมีเพียงความโศกเศร้า คำถาม และคดีความที่จบลงด้วยการพ่ายแพ้
ก่อนหายตัวไป &amp;ldquo;ทนายสมชาย&amp;rdquo; ว่าความให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ที่อ้างว่าถูกทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้รับสารภาพ จนกระทั่งคืนวันที่ 12 มีนาคม 2547 ไม่มีใครพบเห็นเขาอีกเลยหลังจากที่เขาแยกตัวกับเพื่อนทนายย่านรามคำแหง ดิฉันและครอบครัวยื่นฟ้องจำเลยซึ่งเป็นตำรวจ 5 นาย 1 ในนั้นคือตำรวจที่ลูกความของทนายสมชายกล่าวหาว่าทรมานผู้ต้องสงสัยด้วย
ในขณะที่ความหวังที่ครอบครัวนีละไพจิตรจะได้อยู่พร้อมหน้าอีกครั้งริบหรี่ลงเรื่อยๆ โอกาสครั้งสำคัญที่ดิฉันและลูกๆ จะได้รับรู้รสชาติความยุติธรรมก็จบลงเช่นกัน ศาลฎีกาตัดสินเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2558 ยกฟ้องตำรวจทั้ง 5 นาย โดยไม่พิจารณาหลักฐานเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์ที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งฝ่ายดิฉันยื่นไป สิ่งที่เกิดขึ้นเสมือนเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ทรมานทางจิตใจตลอด 12 ปีของพวกเราให้เพิ่มขึ้นทวีคูณ
วันนี้ ดิฉันในฐานะภรรยาของทนายสมชายและผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ร่วมกับแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งช่วยจัดทำแคมเปญนี้ขึ้นมา ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง;
เร่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้สืบคดีของนายสมชาย นีละไพจิตรอย่างจริงจัง
สอบสวนการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร และผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหายทุกคนในประเทศไทย อย่างเป็นอิสระ โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ มีการสั่งพักงานเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นไปได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มหาย ตลอดจนนำตัวผู้ต้องสงสัยเข้าสู่การพิจารณาคดีที่เป็นธรรม
ผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... โดยที่เนื้อหาต้องสอดคล้องกับ อนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี และ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้การทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย (อุ้มหาย) เป็นความผิดทางอาญาอย่างชัดเจนตามนิยามในอนุสัญญาฉบับดังกล่าวด้วย
ให้สัตยาบันต่อ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ และบังคับใช้กฎหมายในประเทศให้สอดคล้องกับข้อบทของอนุสัญญาดังกล่าว
ระบุที่อยู่และชะตากรรมของผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหาย ตลอดจนนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
รับประกันว่าผู้เสียหายจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนและครอบครัวจะได้รับการเยียวยาอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ แม้ดิฉันจะได้รับข้อมูลว่าทนายสมชายถูกทรมานจนเสียชีวิต แต่ก็ไม่มีหน่วยงานรัฐไหนที่รายงานอย่างเป็นทางการได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับทนายคนสำคัญของไทยและสมาชิกคนสำคัญของครอบครัวนีละไพจิตรคนนี้กันแน่
&amp;ldquo;ความจริง&amp;rdquo; ยังคงหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดที่ใดสักแห่งในสังคมไทย ดิฉันขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยร่วมกันใช้โอกาสครบรอบ 12 ปีการหายตัวไปของทนายสมชายเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องนำความยุติธรรมมาสู่ทนายสมชาย ครอบครัวนีละไพจิตร ตลอดจนผู้ที่คาดว่าถูกอุ้มหายคนอื่นๆ ในประเทศต่อไปด้วย
&amp;quot;การบังคับสูญหายไม่ใช่เรื่องไกลตัว มันอาจเกิดขึ้นกับใครก็ได้ อาจเป็นคนในครอบครัวคุณหรือคนที่คุณรัก ... ร่วมรณรงค์กับเราเพื่อยุติการบังคับสูญหายในประเทศไทย&amp;quot;
ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 6ก.ย.มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 21,360 ราย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45110</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวงคืนความยุติธรรม, บิลลี่-พอละจี รักจงเจริญ, พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทรมาน, สมชาย นีละไพจิตร, อังคณา นีละไพจิตร, อุ้มฆ่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d71aaa8dd749.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
