<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69355</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2020 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2020 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชุดหนุมาน7คันคุมเข้มรถเรือนจำนำ&#039;บรรยิน&#039;ขึ้นศาลทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย. 63 - เมื่อเวลา 08.10 น. เจ้าหน้าที่เบิกตัวนำตัว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ต้องหาในคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา ขึ้นรถเรือนจำกลางบางขวาง ไปยังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตามที่ศาลฯ นัดตรวจพยานหลักฐาน ในเวลา 10.00 น. โดยมีรถของกองปราบฯ และเจ้าหน้าที่ชุดหนุมาน จำนวน 7 คัน ขับตามประกบอย่างใกล้ชิด ใช้เวลา 40 นาที จากเรือนจำกลางบางขวางมาถึงศาลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่เรือนจำกลางบางขวาง ช่วงเช้า ชุดปฏิบัติการพิเศษเรือนจำกลางบางขวาง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษหนุมานกองปราบฯ พร้อมอาวุธครบมือ กว่า 20 นาย ไปประจำทุกทางเข้า-ออก เรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็นมาตรการคุมเข้ม หลังมีเบาะแสผู้ต้องหาจ้างวานคนมาชิงตัว ระหว่างเดินทางมาศาลฯ เจ้าหน้าที่จึงยกระดับการรักษาความปลอดภัยป้องกันอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการพิจารณาตรวจพยานหลักฐานคดีนี้จะเป็นไปในทางลับ อนุญาตเพียงคู่กรณี&amp;nbsp; และไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในห้องพิจารณาคดี รวมถึงสื่อมวล เเต่มีการจัดห้องเพื่อถ่ายทอดกระบวนพิจารณาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไว้ให้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69355</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์, ราชทัณฑ์, ศาลอาญาคดีทุจริต, อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา, เรือนจำบางขวาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200622/image_big_5ef02f8d627a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2020 16:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2020 10:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการสั่งฟ้อง&#039;บรรยิน&#039;10ข้อหาหนัก คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ค. 63 - นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 3 และรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตามที่นายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ได้รับสำนวนการสอบสวนจากพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราบ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมานั้น โดยคดีดังกล่าวมี น.ส.พนิดา สกุนตะประเสริฐ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลอาญากรุงเทพใต้ เป็นผู้กล่าวหา ผู้ต้องหามีทั้งหมด 7 คน ได้แก่ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ผู้ต้องหาที่ 1 นายมานัส ทับทิม ที่ 2 นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ ที่ 3 นายชาติชาย เมณฑ์กูล ที่ 4 นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข ที่ 5 ดาบตำรวจ ธงชัย หรือ สจ.อ้อด วจีสัจจะ ที่ 6 ชายไทยไม่ทราบชื่อ ที่ 7&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งคดีนี้สืบเนื่องจากนายวีรชัย สกุนตะประเสริฐ พี่ชายของผู้พิพากษาท่านดังกล่าวถูกอุ้มฆ่า โดยมูลเหตุสืบเนื่องจากการทำหน้าที่ผู้พิพากษาของ น.ส.พนิดา ซึ่งมี พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็นจำเลยในคดีอาญาเรื่องอื่นเมื่อได้รับสำนวนแล้วต่อมานายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ได้มอบหมายให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 ซึ่งมีนายพรพิชัย ไชยมาตร อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีสำคัญ ซึ่งกลุ่มคนร้ายผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมอุกอาจ ประชาชนและสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจติดตามความคืบหน้าคดีมาอย่างต่อเนื่อง นายพรพิชัย ไชยมาตร อัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 จึงมีคำสั่งของสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 ที่ 5/2563 แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อร่วมกันพิจารณาคดีนี้ ตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วย นายบุญยัง จุมพล อัยการผู้เชี่ยวชาญ นายไพบูลย์ วนพงศ์ทิพากร อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นคณะทำงาน พ.ต.อ.ธงชัย กีรติธรรมากร อัยการประจำกอง เป็นคณะทำงานและเลขานุการ และนายพรพิชัย ไชยมาตร อัยการพิเศษฝ่ายฯ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คณะทำงานได้ร่วมกันพิจารณาสำนวนการสอบสวนโดยละเอียด รอบคอบแล้ว ได้เสนอความเห็นไปยังนางสิริญา อินทามระ รองอธิบดีอัยการคดีปราบปรามการทุจริตและนายเจษฎา อรุณชัยภิรมย์ อธิบดีอัยการคดีปราบปรามการทุจริต ซึ่งเห็นพ้องตามที่คณะทำงานเสนอ โดยสั่งฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ผู้ต้องหาที่ 1 นายมานัส ทับทิม ที่ 2 นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ ที่ 3 นายชาติชาย เมณฑ์กุล ที่ 4 นายประชาวิทย์ ศรีทองสุข ที่ 5 และดาบตำรวจธงชัยหรือ สจ.อ้อด วจีสัจจะ ที่ 6&amp;nbsp; ในข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้&amp;nbsp; 2.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย 3.ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4.ร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สามคนขึ้นไป 5.เป็นซ่องโจรโดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต 6.ร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป 7.ร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย 8.ร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี 9.ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเฉพาะ พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกฟ้องเพิ่มเติมในข้อหา สวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำผิดอาญา อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พนักงานอัยการยังขอให้นับโทษ พ.ต.ท.บรรยิน ผู้ต้องหาที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกของศาลอาญา&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพใต้ ในคดีหมายเลขคดีแดงที่ 636/2563 ที่ศาลลงโทษจำคุก พ.ต.ท.บรรยิน ในคดีปลอมเอกสารโอนหุ้นเสี่ยชูวงศ์ และนับโทษต่อจากโทษในคดีหมายเลขคดีดำที่ 4915/2559 ของศาลอาญาพระโขนงซึ่งพนักงานอัยการฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ข้อหาฆ่าเสี่ยชูวงศ์ โดยขณะนี้คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับชายไทยไม่ทราบชื่อ ผู้ต้องหาที่ 7 พนักงานสอบสวนเสนอเห็นควรสั่งไม่ฟ้อง เพราะไม่มีพยานใด ๆ ว่าผู้ต้องหาที่ 7 ไปร่วมกระทำผิดกับผู้ต้องหาที่ 1-6 เมื่อพนักงานอัยการซึ่งเป็นคณะทำงาน รองอธิบดีอัยการและอธิบดีอัยการพิจารณาแล้วเห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานสอบสวน โดยสั่งไม่ฟ้องชายไทยไม่ทราบชื่อผู้ต้องหาที่ 7 ตามเสนอ และ ผบ.ตร. เห็นชอบตามคำสั่งพนักงานอัยการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง พ.ต.ท บรรยิน กับพวกทั้ง 6 คน ต่อศาลอาญา&amp;nbsp; คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้วในวันนี้ ซึ่งคดีนี้พนักงานอัยการไม่ต้องส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหก เพราะผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่ในอำนาจศาลแล้ว ขั้นตอนต่อไปตามกฎหมาย ศาลจะเบิกตัวจำเลยมาสอบคำให้การว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ ซึ่งคดีนี้ไม่ว่าจำเลย จะให้การอย่างไร พนักงานอัยการก็ต้องสืบพยาน เพราะเป็นคดีมีโทษประหารชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับคดีนี้แม้เป็นคดีฆาตกรรม แต่ทางคดีมีข้อหาข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบต่อหน้าที่รวมอยู่ด้วย คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา 3 พนักงานอัยการจึงมีอำนาจฟ้องรวมทุกข้อหาในคดีนี้ต่อศาลดังกล่าว ผลคืบหน้าเป็นประการใด สำนักงานอัยการสูงสุดจะแจ้งให้ทราบต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66222</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ เพชรคุณ, พ.ต.ท.บรรยิน, ศาลอาญาคดีทุจริต, อัยการ, อุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200518/image_big_5ec205d30453e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
