<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46019</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2019 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2019 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กบง.ควักเงินกองทุนฯ ตรึงเบนซิน-ดีเซล 813 ล้านบาท/เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
18 ก.ย. 2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ในวันที่ 17 ก.ย.2562 มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในประเทศซาอุดิอาระเบีย ว่าให้ปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของเบนซิน 1 บาทต่อลิตร และดีเซล 60 สตางค์ต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.2562 โดยยังไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดมาตรการ เพราะถือเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมัน ไม่ให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับขึ้นและดูแลค่าครองชีพของประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบในวงกว้างแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการคงราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไว้ตามเดิมไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง ที่ประชุม กบง.ประเมินการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนฯ ครั้งนี้จะทำให้กองทุนฯ มีค่าใช้จ่ายประมาณ 813 ล้านบาทต่อเดือน จากปัจจุบันมีฐานะสุทธิประมาณ 39,402 ล้านบาท เป็นรายรับที่ได้จากเงินนำส่งของน้ำมันเบนซิน 1,200 ล้านบาทต่อเดือน เป็นรายจ่ายของน้ำมันดีเซล 31 ล้านบาทต่อเดือน ขณะที่บัญชีก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ติดลบ 5,700 ล้านบาทต่อเดือน แต่ยังมีเงินนำส่งเข้าบัญชีแอลพีจี 346 ล้าบาทต่อเดือน สะท้อนสถานะกองทุนฯ มีความพร้อมสามารถดูแลค่าครองชีพประชาชนได้ในภาวะเช่นนี้ไปจนถึงสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขณะนี้ยังติดตามสถานการณ์ต่อไปว่าทิศทางราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร แม้กำลังการผลิตจากประเทศซาอุฯ จะมีปัญหา แต่สหรัฐฯ พร้อมจะปล่อยปริมาณน้ำมันสำรองออกสู่ตลาดเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายหรือยืดเยื้อออกไปอีกประมาณ 3 เดือน คาดจะใช้เงินกองทุนฯ ประมาณ 2,500 ล้านบาท แต่หากสถานการณ์คลี่คลายกองทุนฯ จะมีค่าใช้จ่ายน้อยลงหรือหากมีปัจจัยอื่นทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงจะพิจารณาอีกครั้งตามความเหมาะสม โดยเฉพาะต้องประเมินความต้องการใช้เชื้อเพลิงที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์จากมอร์แกน สแตนเลย์ประเมินแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกในช่วงไตรมาส 4/2562 เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 60-70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือค่ากลางที่ระดับราคา 65 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ประกอบกับค่าเงินบาทของไทยที่ยังแข็งค่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มีส่วนช่วงถ่วงน้ำหนักราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ตรึงไม่ให้ราคาเชื้อเพลิงในประเทศสูงขึ้น อีกทั้งเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ความกังวลที่ว่าราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจะวิ่งไปทะลุไป 100 สหรัฐสหรัฐต่อบาร์เรลจึงไม่น่ากังวลมากนัก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46019</URL_LINK>
                <HASHTAG>ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, อุ้มราคาน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d11ddce60e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2019 10:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2019 10:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สนธิรัตน์&#039; พร้อมปัดฝุ่นอุ้มวินใช้น้ำมันถูก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค. 2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เพื่อจัดทำแผนช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เช่น โรงงานต่างๆ ในด้านพลังงาน ให้ไปพิจารณาว่า แต่ละอุตสาหกรรมจะเข้าไปช่วยเหลือด้านการลดต้นทุนด้านพลังงานอย่างไรบ้าง เพื่อลดต้นทุนการผลิต เพิ่มขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเป็นการขอความร่วมมือจากปตท. ไม่ได้ใช้งบประมาณจากภาครัฐ และพร้อมเปิดกว้างให้หน่วยงานอื่นๆ ที่ต้องการเข้ามาช่วยเหลือด้วย เช่น การลดต้นทุนค่าไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในส่วนของการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทางนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน อยู่ระหว่างประสานกระทรวงการคลัง เพื่อจัดทำต้นแบบมาตรการการแก้จนออกมา โดยช่วยเหลือผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนของกระทรวงพลังงาน จะดูแลในเรื่องค่าไฟ และค่าเชื้อเพลง ให้กับกลุ่มผู้ค้าหาบเร่แผงลอย กลุ่มคนรายได้น้อย และกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ จากปัจจุบันปตท.ได้ช่วยเหลือราคาก๊าซเอ็นจีวี สำหรับยานยนต์ ราคาพิเศษให้กับแท็กซี่ รถตู้โดยสาร รถโดยสารขนาดใหญ่ และอยู่ระหว่างการพิจารณช่วยเหลือคลอบคลุมถึงกลุ่มรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย แต่การจะช่วยเหลือรูปแบบใดนั้น ยังต้องศึกษาข้อมูลให้เหมาะสมอีกครั้ง จากที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน เคยมีแนวคิดให้ส่วนลดน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ ราคาส่วนลดลิตรละ 3 บาท แต่ถูกยกเลิกไป หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การช่วยเหลือครั้งนี้ เราไม่ได้มองเรื่องปัจจัยราคาน้ำมันที่ถูกหรือแพง แต่เราจะมองในเรื่องการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้คลอบคลุมทุกกลุ่ม ไม่เน้นเฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เพราะมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดยโมเดลการแก้จน จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และกลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ขาดโอกาส ซึ่งจะแตกต่างกันออกไป โดยมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่จะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง จะชัดเจนภายในเดือนก.ย.นี้ ก่อนเสนอที่ประชุมครม. เพื่อจัดทำแพจเกจต่อไป&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์ &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกระทรวงพลังงานยังมีนโยบาย 1 ชุมชน 1 พลังงานทดแทน 1 เมกกะวัตต์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือชุมชน ให้เข้าถึงการผลิตไฟฟ้าใช้เอง และหากผลิตเหลือใช้สามารถขายเข้าระบบ สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้ ซึ่งประเด็นนี้ได้หารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) อย่างใกล้ชิด เพื่อจัดหาพื้นที่ และสร้างชุมชนต้นแบบในการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน ก่อนที่จะขยายคลอบคลุมไปสู่ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป คาดว่า จะได้ข้อสรุปพื้นที่ภายในเดือนก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า กระทรวงพลังงานเตรียมจัดสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลปัญหาและอุปสรรคในการดำเนโครงการปลูกหญ้าเนเปียร์ หรือหญ้าเลี้ยงช้าง เพื่อป้อนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า โดยจะเชิญทุกภาคส่วนเข้าร่วมหารือ ก่อนจะกลับมาฟื้นโครงการดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร และสร้างความมั่นคงด้านพลังงานเพิ่มขึ้น ตามนโยบายการส่งเสริมพืชพลังงานบนดิน หลังจากที่ผ่านมากระทรวงพลังงาน เคยดำเนินโครงการดังกล่าวไปแล้ว แต่ได้หยุดการส่งเสริมตั้งแต่ปี 57
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44284</URL_LINK>
                <HASHTAG>บมจ.ปตท., วินมอเตอร์ไชค์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, อุ้มราคาน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d11ddce60e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
