<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 06:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2021 06:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไอติม&#039; ยกกรณีครบ 1 ปี &#039;วันเฉลิม&#039; ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 64 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ &amp;quot;ไอติม&amp;quot; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า โพสต์ข้อคววามลงในเฟซบุ๊ก เมื่อวานนี้ มีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความไม่ยุติธรรม : ครบ 1 ปี การหายตัวของคุณวันเฉลิม ปัญหาการบังคับสูญหาย และความสัมพันธ์กับอีกหลายปัญหาทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิถุนายนปีที่แล้ว &amp;ldquo;คุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&amp;rdquo; หายตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงวันนี้ผ่านมาครบ 1 ปี เรื่องนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ท่ามกลางความรู้สึกหดหู่ของสังคม คงไม่มีใครเจ็บปวดไปกว่าครอบครัวของคุณวันเฉลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่การต่อสู้เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของคุณวันเฉลิม มีความล่าช้ามาถึง 1 ปี สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบ คือการต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยมีกฎหมายการบังคับบุคคลให้สูญหาย มีความล่าช้าไปเกือบ 10 ปี หลังจากประเทศไทยลงนามใน &amp;ldquo;อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ พ.ศ.2549&amp;rdquo; ตั้งแต่ พ.ศ. 2555 แต่ยังไม่มีการออกกฎหมายเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงของอนุสัญญาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ตอนนี้ จะมีร่างกฎหมายการบังคับบุคคลให้สูญหายถึง 4 ร่าง แต่หลายฝ่ายก็ตั้งข้อสังเกตว่าร่างของคณะรัฐมนตรี (ซึ่งเป็นร่างที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะถูกบังคับใช้) มีความสอดคล้องกับหลักสากลน้อยที่สุด จึงเป็นเรื่องที่ทั้งสังคมต้องช่วยกันจับตาและยกขึ้นมาตีแผ่ ไม่ปล่อยให้กลไกในรัฐสภาซึ่งปัจจุบันแทบจะถูกควบคุมได้อย่างเบ็ดเสร็จโดยรัฐบาล ยึดแต่เนื้อหาจากร่างของ ครม. เพียงอย่างเดียวโดยปราศจากการรับรู้และการท้วงติงจากสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นเรื่องคุณวันเฉลิมและการบังคับบุคคลให้สูญหาย เป็นประเด็นที่สะท้อนการเมืองภาพใหญ่ของประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ในแง่ของการแสดงให้เห็นถึง (ในมุมหนึ่ง) ความตื่นตัวของประชาชน ที่ออกมาเรียกร้องหลักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น แต่ (ในอีกมุมหนึ่ง) โครงสร้างและกลไกรัฐที่กลับถดถอยลง และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและความหวังให้แก่ประชาชนว่าพวกเขาจะได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ประเด็นเรื่องคุณวันเฉลิมและการบังคับบุคคลให้สูญหาย ยังมีความเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องอื่นๆ ด้านการเมือง ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยกเลิกมาตรา 279&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งต่างๆของ คสช. เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเรื่องการบังคับบุคคลให้สูญหาย ในกรณีคุณวันเฉลิม เราต้องร่วมกันทำความเข้าใจกับสังคมในวงกว้าง ว่าคุณวันเฉลิมไม่ใช่อาชญากร แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาต้องเดินทางไปอาศัยในประเทศเพื่อนบ้าน คือการไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่ง คสช. ในช่วงที่ประเทศถูกปกครองโดยรัฐบาลที่มาจากคณะรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายคำสั่งที่มีเนื้อหาขัดกับหลักการสิทธิมนุษยชนและอาจนำไปสู่การบังคับบุคคลให้สูญหาย อย่างเช่น คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 ที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานควบคุมตัวบุคคลได้ไม่เกิน 7 วัน และยังเป็นฝ่ายกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัว เป็นการเปิดช่องให้อาจเกิดการบังคับบุคคลให้สูญหายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่แทนที่เมื่อ คสช. หายไป คำสั่งเหล่านี้จะหายตาม มาตรา 279 ในรัฐธรรมนูญ 2560 กลับเขียนให้ทุกคำสั่งของ คสช. ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย ถึงแม้จะขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 เองก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะเท่ากับทำให้คำสั่ง คสช.มีสภาพเหนือรัฐธรรมนูญ ถูกต้องตามกฎหมายไปตลอดกาล ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อยกเลิกมาตรานี้ เป็นสิ่งที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การปฏิบัติตามหลักสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกกฎหมายเกี่ยวกับการบังคับบุคคลให้สูญหาย เป็นเรื่องที่ไทยควรต้องดำเนินการภายหลังลงนามในอนุสัญญาฯ แต่ผ่านมาเกือบ 10 ปี กฎหมายดังกล่าวก็ยังไม่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตรงนี้เป็นเพียงหนึ่งตัวอย่างจากอีกหลายกรณี ที่รัฐบาลไทยมีความบกพร่องในการดำเนินการตามหลักสากล เหมือนกับการรับมือและการสลายการชุมนุมหลายครั้งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ที่มีการกระทำโดยรัฐ ที่ขัดกับแนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่มีความร้ายแรงต่ำในการบังคับใช้กฎหมาย (United Nations Human Rights Guidance on Less-Lethal Weapons in Law Enforcement) ของ OHCHR (อ่านต่อ: https://www.facebook.com/paritw/posts/5058667324146974)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และปัญหาของกฎหมายอาญา มาตรา 112&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่ต้องออกจากประเทศไทยไปลี้ภัยในต่างแดน หลายคนมีต้นเหตุมาจากการโดนหมายจับคดี 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีหลายปัญหา ไม่ว่าจะเป็นความหนักของโทษ (จำคุก 3-15 ปี) ที่หนักกว่ากฎหมายลักษณะเดียวกันในประเทศอื่นที่ใช้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในเชิงการบังคับใช้ ซึ่งไม่ได้มีการวางขอบเขตชัดเจนระหว่างการ &amp;ldquo;วิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต&amp;rdquo; กับการ &amp;ldquo;ดูหมิ่น หมิ่นประมาท และอาฆาตมาดร้าย&amp;rdquo; ที่ทำให้ในทางปฏิบัติ หลายคนที่แม้จะวิจารณ์โดยสุจริต ก็ถูกตัดสินว่าผิด หรือ ปัญหาของการเปิดช่องให้ใครๆ ก็สามารถกล่าวโทษและฟ้องคนอื่นได้ ซึ่งทำให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งฝั่งตรงข้าม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. การเรียกร้องความโปร่งใสและความรับผิดชอบทางการเมืองของรัฐบาล และการกำจัดวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายครั้งที่ประชาชนมีคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐในด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านสิทธิมนุษยชน รัฐบาลมักไม่สามารถ หรือไม่พร้อมตอบคำถามอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าสาเหตุจะเป็นเพราะรัฐบาลมีประเด็นที่ต้องการปกปิด เพราะรัฐบาลขาดความโปร่งใสในการดำเนินการ หรือขาดความรับผิดชอบทางการเมืองในฐานะตัวแทนประชาชน วัฒนธรรมเช่นนี้ ทำให้ประชาชนเริ่มขาดความศรัทธากับกลไกรัฐและกระบวนการยุติธรรมมากขึ้น และหล่อเลี้ยงให้ &amp;ldquo;วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด&amp;rdquo; คงอยู่กับสังคมไทย เพราะความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. การปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของทุกคน ไม่ว่าจะมีความเห็นทางการเมืองตรง หรือ ต่างจากเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปกป้องสิทธิไม่ใช่เรื่องที่เราพึงกระทำเฉพาะกับคนที่คิดแบบเดียวกับเราเท่านั้น เพราะ &amp;ldquo;สิทธิ&amp;rdquo; โดยพื้นฐาน เป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับการคุ้มครอง ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเขา ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบเขา และ ไม่ว่าเขาจะเป็นตัวแทนของคนทั้งประเทศ หรือ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่อย่างเดียวดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราทุกคนมีหน้าที่ออกมายืนยันสิทธิของคนที่เห็นต่างจากเรา ไม่น้อยกว่า คนที่เห็นเหมือนกับเรา มันจึงไม่สำคัญเลยว่าคุณมีความคิดทางการเมือง เหมือน หรือ ต่าง จากคุณวันเฉลิม แต่เราต้องออกมาปกป้องและยืนยันสิทธิของคนทุกคนเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณวันเฉลิม จึงเป็นเรื่องที่เราไม่อาจเพิกเฉยหรือปล่อยให้ผ่านเลยไป แต่ต้องช่วยกันเรียกร้อง ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือเห็นต่างจากเขา เพราะหากวันหนึ่ง เรื่องเลวร้ายแบบนี้เกิดขึ้นกับเราหรือคนใกล้ตัว สังคมจะเหลือใครมาช่วยปกป้องสิทธิให้ ถ้าเราไม่ช่วยปกป้องสิทธิของกันและกันตั้งแต่วันนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105313</URL_LINK>
                <HASHTAG>1ปีวันเฉลิม, บังคับให้สูญหาย, พริษฐ์ วัชรสินธุ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, สิทธิมนุษยชน, อุ้มหาย, ไอติม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056be4076137.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พี่สาววันเฉลิม จ่อยื่นหลักฐานชิ้นสำคัญให้อัยการสูงสุด ยืนยันน้องชายถูกบังคับสูญหาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค.64 - นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เปิดเผยว่าวันที่ 19 มี.ค.นี้ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารเอ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จะเข้ายื่นหลักฐานสำคัญที่เคยส่งให้ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อ 3 เดือนที่แล้ว กับอัยการสูงสุด กรณี นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น้องชายถูกประทุษร้ายและบังคับสูญหายระหว่างอยู่ในประเทศกัมพูชา โดยการเข้าพบอัยการครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรก ภายหลังกลับจากประเทศกัมพูชา เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเกี่ยวกับการสูญหายของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2563 นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงอัยการสูงสุด ให้ดำเนินการสอบสวนคดีการหายตัวไปของ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ดังกล่าว แต่เมื่อทางการกัมพูชาได้แจ้งว่า นายวันเฉลิม ไม่ได้หายไปในขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา ทางอัยการสูงสุดจึงได้ส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น ในการเข้าพบอัยการสูงสุดครั้งนี้ นางสาวสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ จะนำส่งพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดเพื่อยืนยันว่า นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ถูกบังคับให้สูญหายไป ขณะที่อยู่ในประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2563 ดังที่ได้ให้ถ้อยคำและพยานหลักฐานไว้แก่ ศาลชั้นต้นแห่งกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 8 ธ.ค. 2563 เพื่อให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้พนักงานอัยการสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีดังกล่าวร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96471</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคับให้สูญหาย, พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, อุ้มหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8e2b70ba88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88167</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 08:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 08:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สูตรสำเร็จ&#039;เจี๊ยบก้าวไกล&#039;ตีปี๊บ&#039;ชินจัง3นิ้ว&#039;ถูกจนท.รัฐอุ้มหายจากคดีการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ธ.ค.63- นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ว่า มีข่าวโยธินแจ็ค หรืออีกชื่อคือชินจัง ถูกอุ้มหายไปเมื่อคืนนี้จากคดีเก่าที่เป็นคดีทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชินจังได้เคยติดต่อมาหลายเดือนก่อนว่ารู้สึกตัวเองถูกติดตามและรู้สึกอยู่ในอันตราย ถ้าหากหายตัวไปให้สันนิษฐานได้อย่างแรกว่าถูกจนท.รัฐอุ้ม ขอให้ช่วยเหลือด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ทราบข่าวได้โทรไปเบอร์ที่ชินจังให้ไว้แต่ไม่มีผู้รับสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#อุ้มหาย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88167</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก้าวไกล, ชินจัง, น.ส.อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, อุ้มหาย, โยธินแจ็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe93117d5b3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2020 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2020 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ญาติผู้ถูกอุ้มหายเรียกร้อง &#039;กฎหมายป้องกันการอุ้มหาย&#039; ขอให้นำคนผิดมาลงโทษ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ส.ค.63 &amp;nbsp;-&amp;nbsp;ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน จัดวันรำลึกถึงบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหาย เนื่องด้วยวันที่ 30 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันผู้สูญหายสากล (International Day of the Victims of Enforced Disappearances) ที่มีขึ้นเพื่อรำลึกถึงบุคคลที่ถูกบังคับให้สูญหายจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ภาวะสงคราม การปราบปรามจากรัฐ หรือการก่อการร้ายที่เกิดขึ้นอยู่ในหลายประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาติผู้ถูกบังคับให้สูญหายสะท้อนถึงสิ่งที่เผชิญจากการที่คนในครอบครัวหายตัวไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดิศร โพธิ์อ่าน ลูกชายทนง โพธิ์อ่าน เล่าว่า พ่อของตนเป็นอดีตผู้นำแรงงานที่ถูกอุ้มหายปี 2534 ในรัฐบาลรสช. เหตุที่โดนอุ้มหายเพราะคัดค้านการยกเลิกกฎหมาย รสช. ฉบับที่ 54 ซึ่งเป็นการยกเลิกสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทนงเห็นว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของผู้ใช้แรงงาน ก่อนการหายตัวมีทหารมาตามที่บ้านราวสองเดือน จนวันที่ 19 มิ.ย. 2534 จึงเกิดการอุ้มหาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนั้นผมอายุราว 17 ปี ยังเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ว่าพ่อเป็นคนที่ทำเพื่อสังคมและส่วนรวม แต่ครอบครัวกลับได้รับผลเช่นนี้ หลังจากพ่อหายไป ทางครอบครัว องค์กรด้านแรงงาน และเอ็นจีโอต่างๆ ร่วมกันทวงถามรัฐบาล แต่ไม่เคยมีความคืบหน้าเลย เข้าใจว่าสำหรับรัฐบาลทหารการฆ่าคนหรืออุ้มหายนั้นง่ายมากเพียงแค่อ้างความมั่นคง อยากให้คิดกลับกันว่าถ้าคนที่หายนั้นเป็นครอบครัวของคุณบ้างจะเป็นยังไง&amp;rdquo; อดิศรกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หลานเตียง ศิริขันธ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนไม่ทราบเรื่องการอุ้มหายนัก ทราบเพียงว่ามีการหายไปของบุคคลที่เกี่ยวข้องทางการเมืองและรู้เรื่องในอดีตของครอบครัวว่าคุณเตียง ศิริขันธ์หายตัวไป จนเกิดการหายตัวไปของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เริ่มตั้งคำถามว่าทำไมชีวิตของคนคนหนึ่งสามารถถูกทำให้หายไปได้ ทำไมไม่มีคนเคารพในสิทธิความเป็นคนของเขา เมื่อสนใจปัญหานี้มากขึ้น จึงเริ่มกิจกรรมผูกโบขาวตามหาผู้สูญหายและถูกดำเนินคดีตามมาอีกหลายคดีจากการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราทราบแล้วว่าประเทศนี้มีคนที่ทำให้คนหายไปได้จริง ตอนนี้เริ่มมีการคุกคามบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง ภาครัฐไทยก็มีการลดทอนการต่อสู้ของคุณปู่เตียงผ่านการเรียนการสอนประวัติศาสตร์กระแสหลัก การออกมาเคลื่อนไหวนั้นเรายึดมั่นหลักการประชาธิปไตยและความเท่าเทียมมาตลอด แต่มีการพยายามให้ข้อมูลโจมตีเรา และคุกคามคนรอบตัว แต่ยืนยันว่าต่อจากนี้เราจะทำงานอย่างหนักเพื่อจะไม่มีใครต้องสูญหายเพราะการคิดต่างทางการเมือง เราจะต่อสู้เพื่อสร้างสังคมเท่าเทียมอย่างแท้จริง&amp;rdquo; จุฑาทิพย์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ ภรรยาสุรชัย แซ่ด่าน กล่าวว่า เดือนธันวาคมนี้จะครบสองปีที่สุรชัยหายตัวไปเพราะการต่อต้านรัฐประหาร ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ความเห็นต่างทางการเมืองไม่ใช่อาชญากรรม หลังจากที่สุรชัยหายตัวไปได้ไปแจ้งความและร้องขอความเป็นธรรมทั้งจากกสม. กรมคุ้มครองสิทธิฯ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ องค์การสหประชาชาติ และทางรัฐบาลก็ไม่มีอะไรคืบหน้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ดิฉันไปร้องกรมคุ้มครองสิทธิฯ เขาจึงเรียกลูกชายสุรชัย แม่สยาม ธีรวุฒิ และแม่วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ไปตรวจดีเอ็นเอ เพื่อเอาหลักฐานไปตรวจหาศพไร้ญาติ ทำให้มีความหวังว่าอาจพบร่องรอยคุณสุรชัย เพื่อนำมาทำบุญตามหลักศาสนาและดำเนินคดีผู้ทำการอุ้มฆ่า-อุ้มหาย หวังว่าพ.ร.บ.ป้องกันการทรมานและอุ้มหายจะออกมาบังคับใช้ที่ทำให้หาตัวผู้กระทำผิดและผู้สั่งการมารับโทษในฐานะอาชญากร และครอบครัวได้รับการเยียวยาตามสมควร เพราะครอบครัวได้รับผลกระทบสาหัสหลายด้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้คุณสุรชัยไม่ได้มีความผิดกรณีปี 2553 กรณีการประชุมอาเซียนที่พัทยา วันนั้นคุณสุรชัยถูกกักตัวอยู่ที่ชายทะเล ไม่ได้ไปที่โรงแรม แต่มีการแจ้งความเท็จจากเจ้าหน้าที่รัฐ พอมีการยึดอำนาจคุณสุรชัยลี้ภัยไปต่างประเทศ จึงไม่สามารถขึ้นศาลได้ นายประกันจึงถูกปรับห้าแสนบาท ดิฉันจึงต้องหาเงินมาจ่ายค่าปรับ ซึ่งไม่มีความเป็นธรรม ดิฉันก็ไม่สามารถเป็นตัวแทนแจ้งความกลับได้ เพราะไม่มีหลักฐานว่าคุณสุรชัยถูกทำร้ายจนเสียชีวิต จึงขอให้มีมนุษยธรรมมากกว่าข้อกำหนดตามกฎหมายด้วย&amp;rdquo; ปราณีกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิตานันท์ สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาววันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวว่า วันเฉลิมหายตัวไปเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนเองจึงค้นหาน้อง เดินทางไปยื่นหนังสือตามสถานที่ต่างๆ ของรัฐ แต่ทั้งทางการไทยและกัมพูชากลับตอบไม่ได้เลยว่าสืบสวนถึงไหนแล้ว การหายไปของวันเฉลิมไร้ร่องรอยมาก ถ้าเป็นการกระทำของคนทั่วไปต้องมีร่องรอย เราข้องใจว่าการกระทำนั้นเกี่ยวข้องกับใครจึงไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการแจ้งอะไรให้ญาติทราบ เชื่อว่ารัฐบาลไทยเก่งในการสืบสวน มีหน่วยข่าวกรองที่เก่ง แต่ทำไมคนไทยคนหนึ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอยได้แบบนี้ และไม่ได้เพิ่งเกิดคดีเดียว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไทยควรตื่นตัวเรื่องนี้และผลักดันพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหายเพื่อเอาคนผิดมาลงโทษ กฎหมายนี้จะทำให้เราอุ่นใจ และกรณีของวันเฉลิม ดิฉันจะตามหาข้อเท็จจริงให้ถึงที่สุด ไม่ว่าชะตากรรมของเขาจะเป็นอย่างไร เราจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ให้ผ่านไป จะทำเท่าที่ทำได้ ไม่ให้เรื่องนี้เงียบหายไปแน่นอน&amp;rdquo; สิตานันท์กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน กัญญา ธีรวุฒิ แม่สยาม ธีรวุฒิ กล่าวว่า ตนเองเจ็บปวดทุกวันทุกนาทีที่ลืมตาเพราะคิดถึงลูก ไม่รู้จะอธิบายยังไงกับความรู้สึกที่เจ็บปวดตลอดเวลา ทางการไม่สนใจ ไม่มองเห็นเราเป็นคนเหมือนเขาหรือเปล่า สยามเล่นละครเจ้าสาวหมาป่าก็โดนคดี 112 ลูกจึงหนี เขาบอกว่าถ้าติดคุกแล้วติดเชื้อในกระแสเลือดใครจะช่วย สยามไปอยู่ต่างประเทศได้ห้าปี ในปี 2562 ก็มีข่าวว่าเขาโดนจับเรื่องพาสปอร์ตปลอมที่เวียดนาม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม่ออกตามหาทุกที่ที่ไปได้ หาไม่เจอ ถามคนใหญ่โตก็บอกว่าไม่รู้จัก ไม่ทราบ ข้อมูลแค่นี้ไม่สามารถทำให้ตามหาได้ แม่เจ็บปวดเพราะคิดว่าแค่การแสดงละครเจ้าสาวหมาป่าทำให้เขาต้องดิ้นรนหนีไปต่างเมือง ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาทำลูกเราแบบนี้ ถ้าเป็นลูกของคุณจะเจ็บปวดเหมือนเราไหม สยามเหมือนเข็มที่โยนไปในทะเล หมดทางจะตามหา แม่ไม่รู้จะพูดอะไรแม่มีแต่น้ำตาจะให้ เหมือนว่าชีวิตคนทั้งคนไม่มีความหมายสำหรับพวกเขา&amp;rdquo; กัญญากล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิตติธัช ซือรี ตัวแทนประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ กล่าวว่า ตนเองเป็นเยาวชนคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตในสามจังหวัดชายแดนใต้ด้วยความหวาดระแวงตลอดมา มีการบิดเบือนความจริงเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่มาโดยตลอด ประชาชนพูดความจริงไม่ได้ เพราะอาจถูกรัฐบาลรังแกหรือใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือกฎอัยการศึกมาดำเนินการได้ เยาวชนส่วนใหญ่จึงออกจากพื้นที่เพื่อไปศึกษาหรือทำงานทีอื่น เพราะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระได้เหมือนในจังหวัดอื่น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การบังคับสูญหายเกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนใต้มากที่สุดในประเทศ หนึ่งในนั้นก็มีรุ่นพี่ของผมคนหนึ่งที่ไม่สามารถบอกชื่อได้ ตอนที่เขาหายตัวไปลูกก็ยังอยู่ในท้องภรรยา ปัจจุบันภรรยาและญาติของเขาก็ยังคิดถึงเขาและคาดหวังจะได้เจอเขาอยู่&amp;rdquo; กิตติทัชกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เก็บตกเวทีเสวนา เรื่อง &amp;ldquo;ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหาย: แนวทางการแก้ไขการบังคับบุคคลให้สูญหายในประเทศไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัณหวรรณ ศรีสด คณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล กล่าวว่า ที่ผ่านมามี ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและอุ้มหายทั้งหมดสี่ร่าง ผ่านมา 12 ปีแล้วกฎหมายนี้ก็ยังไม่สำเร็จ กฎหมายถูกส่งไปมา แก้กันหลายรอบจนล่าสุดวนกลับมาเริ่มต้นใหม่ ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 กฎหมายกำลังจะผ่านสนช.ก็ถูกถอนออกในคืนสุดท้าย พอเลือกตั้งก็ต้องนับหนึ่งใหม่ ภาคประชาชนจึงสร้างพ.ร.บ.ฉบับคู่ขนานขึ้นมา ขณะที่ปัจจุบันร่างของทางรัฐบาลอยู่ที่กฤษฎีกา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่างฉบับปัจจุบันของรัฐบาลระบุให้การทรมานและบังคับให้สูญหายเป็นความผิด มีการลงโทษผู้กระทำผิด ผู้สมคบ ผู้ให้ความร่วมมือและผู้บังคับบัญชาที่ทราบว่ามีการกระทำผิดแล้วไม่ห้ามปราม โดยให้ดีเอสไอเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินคดี เว้นแต่ดีเอสไอเป็นผู้ต้องสงสัยก็จะส่งให้ตำรวจแทน และให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งใช้ระบบไต่สวนเป็นผู้พิจารณาคดี นอกจากนี้มีมาตรการป้องกัน คือมีคณะกรรมการกำหนดกลไกป้องกันและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ กำหนดให้ทุกหน่วยงานที่มีการควบคุมหรือจำกัดเสรีภาพบุคลต้องเก็บข้อมูลให้ครบตามที่กำหนดเพื่อป้องกันไม่ให้สูญหาย และเปิดช่องทางให้ศาลมีบทบาทมากขึ้น ญาติที่สงสัยว่ามีญาติถูกทรมานหรืออุ้มหายสามารถฟ้องศาลบังคับให้รัฐเปิดเผยข้อมูล และมีมาตรการชั่วคราวต่างๆ&amp;rdquo; สัณหวรรณกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัณหวรรณ ตั้งข้อสังเกตว่าร่างฉบับรัฐบาลมีหลายมาตราที่ยังไม่เป็นไปตามอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.บทนิยามการทรมานและการอุ้มหายในกฎหมาย บางร่างครบถ้วน แต่บางร่างขาดหายขึ้นอยู่กับว่าผ่านการพิจารณาของหน่วยงานใด ซึ่งจะเป็นปัญหา เพราะอาจมีกรณีที่ควรดำเนินการตามกฎหมายนี้แต่ไม่สามารถเอาเข้าสู่การพิจารณาได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การใช้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบจะเปิดโอกาสให้ใช้ศาลทหารได้ ซึ่งขัดกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่กรณีการทรมานและบังคับสูญหายต้องขึ้นศาลพลเรือน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องมีบทบัญญัติเรื่องการป้องกันการผลักดันผู้ลี้ภัยกลับประเทศ หากเขามีความเสี่ยงว่าอาจถูกทรมานหรือบังคับสูญหาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ตามกฎหมายระหว่างประเทศ นอกจากการทรมานยังมีการระบุถึง &amp;ldquo;การปฏิบัติที่โหดร้าย ทารุณ ไร้มนุษยธรรม&amp;rdquo; ซึ่งคือการทำร้ายที่ไม่ถึงขั้นทรมาน แต่ต้องดำเนินการให้มีการลงโทษด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ความผิดต่อเนื่องของอาชญากรรมการบังคับให้สูญหาย สิ่งที่ญาติผู้ถูกอุ้มหายสงสัยคือหากพ.ร.บ.ออกมาจะบังคับใช้กรณีของเขาไหม ในพ.ร.บ.ของรัฐบอกว่าไม่บังคับใช้ ซึ่งขัดหลักกฎหมายระหว่างประเทศที่บอกว่าตราบใดที่ยังไม่ทราบชะตากรรมผู้สูญหายถือว่าความผิดยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เรื่องอายุความ มีข้อเสนอแนะจากยูเอ็นมาถึงไทยโดยตรงว่าการทรมานและบังคับสูญหายไม่ควรมีอายุความ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมชาย หอมลออ ที่ปรึกษามูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ใช้เวลายาวนานมากและมีหลายร่างมาก จนภาคประชาชนผลักดันร่างกฎหมายขึ้นมาเสนอคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แล้วกรรมาธิการร่วมกันปรับปรุงและเสนอไปยังประธานรัฐสภา ขณะนี้กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนทางเว็บไซต์ นอกจากนี้หลายพรรคการเมืองที่ตื่นตัวเรื่องนี้ก็มีการทำร่างกฎหมายขึ้นมาร่วมกันแล้วเสนอไปยังประธานรัฐสภา แต่เชื่อว่าเมื่อร่างภาคประชาชนไปจ่อคิวในสภาผู้แทนฯ แล้วจะเร่งให้รัฐบาลต้องรีบเสนอร่างของตัวเองเข้ามา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การอุ้มหายและทรมานเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ซึ่งนอกจากจะมีอำนาจอิทธิพลมากมายที่ทำให้ญาติพี่น้องไม่สามารถร้องเรียนติดตามดำเนินคดีได้แล้ว เจ้าหน้าที่เหล่านี้ยังมีความเชี่ยวชาญในการทำลายหลักฐาน ที่นิยมทำกันคือการผ่าท้องเอาแท่งซีเมนต์ยัดแล้วถ่วงน้ำ หรือการเผาในถังน้ำมันจนไม่เหลือหลักฐานให้พิสูจน์ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันตัวเลขผู้ถูกอุ้มหายของไทยที่มีการร้องเรียนต่อสหประชาชาติมีราวแปดสิบกว่าราย แต่จริงๆ แล้วยังมีอีกมากที่ญาติพี่น้องของเขาไม่ได้ร้องเรียนด้วยหลายสาเหตุ เช่น ผู้กระทำความผิดยังมีอิทธิพลอยู่ หรือหน่วยงานที่เขาสังกัดและรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดยังมีอำนาจอยู่ คนที่มาร้องเรียนไม่เชื่อมั่นว่าจะเอาคนทำผิดมาลงโทษได้เพราะไม่มีกฎหมาย ไม่มีพยานหลักฐาน ถ้าประเทศไทยมีบรรยากาศประชาธิปไตยมากขึ้น มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม จนผลักดันกฎหมายนี้สำเร็จ จะมีคนอีกจำนวนมาก ทั้งเหยื่อของการทรมานโดยเจ้าหน้าที่และญาติเหยื่ออุ้มหายจะสามารถมาร้องเรียนและเอาเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดมาลงโทษได้&amp;rdquo; สมชายกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์ วอทช์ กล่าวว่า พันธะกรณีที่รัฐไทยให้ไว้กับประชาคมโลกในการยุติการอุ้มหายและซ้อมทรมานซึ่งเป็นอาชญากรรมด้านสิทธิมนุษยชน เป็นคำสัญญาที่รัฐไทยให้ไว้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้ทำให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเลย จนมาถึงวันนี้นานาชาติมองทะลุคำโกหกว่ารัฐบาลไทยไม่รักษาคำพูด ระหว่างที่มีการส่งร่างกฎหมายกลับไปกลับมาหลายรอบ มีสิ่งที่รัฐบาลสามารถทำเพื่อลดความเสี่ยงการบังคับสูญหายและการซ้อมทรมานได้ คือการยุติมาตรการที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รัฐคุมตัวบุคคลในสถานที่ที่ไม่เปิดเผย การสอบสวนโดยไม่มีทนาย การคุมตัวที่ไม่เป็นไปตามหลักประกันภายใต้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรการเหล่านี้อยู่ภายใต้การปราบปรามยาเสพติดที่ให้คุมตัวแบบปิดลับได้ เช่นเดียวกับสภาพชีวิตในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอด 16 ปีที่มีกฎหมายพิเศษมากมาย หากรัฐบาลต้องการให้ไม่เกิดการซ้อมทรมานหรือบังคับสูญหายสามารถทำได้โดยยกเลิกมาตรการเหล่านี้ทันที แต่รัฐบาลไม่ทำ นี่คือความไม่จริงใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ร่างกฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหายฉบับรัฐบาลนั้นไม่สอดรับกับสากลจึงไม่ควรสนับสนุนให้ร่างนั้นผ่าน คนไทยทั้งสังคมควรสนับสนุนร่างคู่ขนานที่มาจากข้อเสนอของภาคประชาสังคมและพรรคการเมืองต่างๆ ให้เข้าสู่รัฐสภา เพื่อให้ร่างกฎหมายผ่านออกมาโดยสอดรับมาตรฐานสากล จากการทำงานร่วมกับญาติผู้ถูกบังคับสูญหายมานานพบว่าความคืบหน้ากรณีผู้ถูกบังคับสูญหายไม่ได้มาจากการสืบสวนโดยหน่วยงานราชการเลย แต่มาจากการสืบสวนขององค์กรสิทธิมนุษยชน ญาติ และภาคประชาสังคม กลไกที่ภาครัฐบอกว่าตั้งขึ้นมารับเรื่องนั้นไม่ได้มีน้ำยาอะไร นี่เป็นอีกคำโกหกของรัฐบาลไทย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากกรณีวันเฉลิมทำให้เห็นว่ารัฐบาลไทยไม่ดูดำดูดีคนไทยที่ถูกบังคับสูญหายในต่างประเทศ ยังมีอีกหลายคนที่สูญหายในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สยาม ธีรวุฒิ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ และสุรชัย แซ่ด่าน แต่รัฐบาลไม่ติดตามเลย คนเหล่านี้คือคนที่รัฐไทยมองว่าเป็นผู้เห็นต่าง เป็นศัตรูของรัฐ ส่วนกรณีสามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือถูกมองว่าเป็นคนชายขอบเช่นเดียวกับกรณีบิลลี่ ในบริบทการเรียกร้องประชาธิปไตยและการปฏิรูปการเมืองทุกวันนี้ในทุกเวทีมีการชูโปสเตอร์ผู้ถูกบังคับสูญหาย เพราะนั่นคือภาพสะท้อนอาชญากรรมโดยรัฐ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุณัย กล่าวต่อไปว่า หากการเมืองไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย ไม่มีมาตรฐานเรื่องกระบวนการรักษากฎหมายและการอำนวยความยุติธรรม การอุ้มหายก็จะไม่มีที่สิ้นสุด และถ้ายังถามหาความจริงใจจากรัฐไม่ได้ ก็จะเจอคำโกหกรายวัน ทำอย่างไรให้รัฐพูดแล้วไม่คืนคำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนไทยและในเวทีระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน อังคณา นีละไพจิตร ตัวแทนญาติผู้ถูกบังคับให้สูญหาย กล่าวว่า ตนเองเป็นคนหนึ่งที่โดนโกหกมานับครั้งไม่ถ้วนจนไม่เชื่อมั่นในกฎหมายและรัฐบาลนี้ ในประวัติศาสตร์ความรุนแรงของรัฐไทย การบังคับสูญหายเกิดขึ้นมานานมากแล้ว เริ่มมีการบันทึกตั้งแต่ปี 2490 สมัยคุณเตียง ศิริขันธ์และเพื่อนนักการเมืองของเขาถูกอุ้มไปฆ่า และยังมีนโยบายสำคัญของรัฐที่ทำให้เกิดการบังคับสูญหาย เช่น 1.นโยบายการปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยระหว่าง 2490-2500 มีคนหายจำนวนมากในพัทลุงและภาคใต้ตอนบน จนชาวบ้านสร้างอนุสาวรีย์ถังแดงเพื่อประจานรัฐไทยว่ามีคนถูกอุ้มฆ่าเผาในถังน้ำมันจริง 2.นโยบายการปราบปรามประชาชนด้วยความรุนแรงในเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ที่มีการบันทึกว่าน่าจะมีผู้ถูกบังคับสูญหายร้อยกว่าคน 3.การปราบปรามยาเสพติดและการก่อการร้ายในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เริ่มในสมัยคุณทักษิณต่อเนื่องมา ชาวบ้านคนไหนที่ถูกเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการก่อการร้ายจะถูกซ้อมทรมาน ทนายที่เข้าไปช่วยก็ถูกอุ้มหาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นโยบายเหล่านี้ทำให้เกิดการบังคับสูญหายอย่างเป็นระบบ คือมีผู้ถูกบังคับใหญ่สูญหายมากกว่า 1-2 กรณี มีการอำพรางศพ การคุกคามญาติ ซึ่งตามกฎหมายสากลเมื่อการบังคับสูญหายมีการทำอย่างเป็นระบบและกว้างขวางตามนโยบายของรัฐที่กระทำต่อประชาชน จะถือเป็นอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ ซึ่งจะไม่มีอายุความตามหลักการธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ วันนี้ไม่มีใครทราบเลยว่าเหยื่อการบังคับสูญหายของไทยมีเท่าไหร่ ที่สำคัญคือไม่เคยมีการนำคนผิดมาลงโทษได้ แม้แต่กรณีสมชาย นีละไพจิตร ที่ใครๆ บอกว่ามีความก้าวหน้าในทางคดีมากที่สุด แต่สุดท้ายครอบครัวแพ้อย่างราบคาบและผู้กระทำผิดยังคงลอยนวล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมามีการส่งร่างพ.ร.บ.ฯ กลับไปกลับมาเพราะรัฐบาลไม่เต็มใจแก้ปัญหา ในฐานะเหยื่อเราถูกหลอกจนเบื่อแล้ว แม้ปัจจุบันจะมีกฎหมายหลายร่าง แต่ร่างกฎหมายของรัฐบาลคือร่างหลัก หากสภาผู้แทนฯ พิจารณากฎหมายแล้ว ร่างฉบับนี้จะถูกส่งไปให้วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. เป็นผู้พิจารณา ถ้า ส.ว. ไม่เห็นด้วยต้องตั้งกรรมาธิการร่วม และอย่างที่ทราบว่า ส.ว. หลายคนเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ถูกร้องเรียนว่าเกี่ยวข้องกับการบังคับบุคคลให้สูญหาย และหน่วยงานเหล่านี้ไม่สามารถยอมรับได้ว่าจะให้การบังคับสูญหายเป็นอาชญากรรมต่อเนื่องที่ไม่มีอายุความ หมายความว่าคดีที่แล้วๆ มาให้จบไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อังคณา ยืนยันว่า หากประเทศไทยยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ยังคงมี ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ก็คงยากที่จะพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากลได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อมูลผู้ถูกบังคับสูญหายในประเทศไทย จากรายงานของสหประชาชาติ เมื่อมิ.ย.2563 มี 87 ราย แต่รัฐบาลจะบอกว่าไม่รู้ เพราะไม่มีบันทึก ตัวเลขผู้ถูกบังคับสูญหายจึงยังเป็นปริศนา หากไม่มีใครยืนยันได้ว่ามีคนถูกบังคับสูญหายกี่คนเราจะมีกฎหมายไปคุ้มครองใคร ที่ผ่านมาต้องชื่นชมความกล้าหาญของญาติ แม้รัฐไม่ใส่ใจแต่การติดตามสืบสวนสอบสวนเริ่มมาจากญาติในการเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อปี 2560 รัฐไทยตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญที่ไม่มีส่วนรวมของภาคประชาชนหรือครอบครัวเหยื่อเลย คณะกรรมการฯ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการเปิดเผยความจริงและนำคนผิดมาลงโทษ แต่มีผลงานคือการส่งเจ้าหน้าที่ไปพบญาติผู้เสียหายในหลายพื้นที่และพยายามโน้มน้าวให้ครอบครัวถอนเรื่องจากคณะทำงานของสหประชาชาติ ญาติหลายคนกลัวและกังวลจึงต้องยอมลงนาม วันหนึ่งรายชื่อผู้สูญหายของคณะทำงานสหประชาชาติอาจเหลือศูนย์ก็ได้ แต่เรายังมีใบหน้าผู้สูญหายทั้งหลายปรากฏในสังคมเพื่อยืนยันว่าคนที่ถูกอุ้มหายโดยรัฐมีอยู่จริง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อังคณาจึงมีข้อเสนอแนะถึงรัฐบาล ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. รัฐต้องหยุดกดดันหรือโน้มน้าวให้ครอบครัวยุติการร้องเรียนต่อคณะทำงานด้านการบังคับสูญหายของสหประชาชาติโดยทันที รัฐบาลต้องยอมรับสิทธิของประชาชนในการส่งเรื่องร้องเรียนโดยตรงต่อสหประชาชาติได้ และการช่วยเหลือครอบครัวที่อยู่ในฐานะยากลำบากต้องไม่มีข้อแลกเปลี่ยนใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รัฐสภาควรมีมติให้สัตยาบันในอนุสัญญาต่อต้านการบังคับสูญหายฯ ของสหประชาชาติและธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ในการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้มีความเป็นประชาธิปไตย ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายและมีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและความมั่นคง ในการร่างกฎหมายอุ้มหายต้องให้ครอบครัวเหยื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ให้รัฐบาลตอบรับคำขอของคณะทำงานด้านการบังคับสูญหายโดยไม่สมัครใจของสหประชาชาติในการมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อตรวจสอบสถานการณ์การบังคับสูญหายในประเทศไทย และเพื่อมีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การอุ้มหายไม่ใช่เพียงการพรากใครสักคนไปจากครอบครัวตลอดกาล แต่การอุ้มหายทำให้คนที่ยังมีชีวิตอยู่เหมือนตายทั้งเป็น สิ่งที่ทุกคนอยากรู้คือความจริง ครอบครัวของเหยื่อพูดตรงกันว่าอยากให้คนในครอบครัวกลับคืนมาอย่างมีชีวิต หรืออย่างน้อยคืนศพให้เราก็ยังดี เด็กๆ จะได้หยุดรู้สึกทุกข์ทรมาน ทุกคนเหมือนถูกพันธนาการด้วยความเจ็บปวด เรามองไม่เห็นอนาคต และการสูญหายของใครสักคนหนึ่งหมายถึงการสูญเสียของอีกหลายชีวิตที่เราไม่สามารถประเมินได้&amp;rdquo; อังคณากล่าวปิดท้าย&amp;nbsp;
ป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75900</URL_LINK>
                <HASHTAG>สิทธิมนุษยชน, อุ้มหาย, เผด็จการ, เสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200829/image_big_5f4a2a70ee993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มนักศึกษาชูป้ายตามหา 9 บุคคลถูกบังคับสูญหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 17.00 น. นักศึกษากลุ่ม Spring Movement และแนวร่วม จัดกิจกรรมชูโปสเตอร์ซึ่งมีรูปภาพและข้อความตามหาบุคคลที่ถูกรัฐไทย &amp;ldquo;อุ้มหาย&amp;rdquo; หรือถูกบังคับสูญหาย บริเวณทางเชื่อมบีทีเอสสถานีช่องนนทรี โดยปรากฎชื่อของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมที่ถูกอุ้มหายที่กรุงพนมเปญกัมพูชา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา รวมถึงบุคคลอื่น ได้แก่ สุรชัย แซ่ด่าน, ไกรเดช ลือเลิศ หรือสหายกาสะลอง, สยาม ธีรวุฒิ, กฤษณะ ทัพไทย, วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, ธิพล สุขแป้น, ชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือสหายภูชนะ, ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ที่ถูกบังคับสูญหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการชูป้ายดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เดินผ่านไปมามีการหยุดถ่ายรูปและอ่านข้อความบนป้าย โดยหลังจากจัดกิจกรรมไปได้ไม่นาน ได้มีตำรวจพยายามจะนำตัวนักศึกษาไปยังสถานีตำรวจ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการแจ้งว่านักศึกษาทำผิดข้อหาใด นักศึกษาจึงไม่ยินยอมไปกับตำรวจ สุดท้ายตำรวจจึงยอมปล่อยให้มีการจัดกิจกรมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนนักศึกษาที่ร่วมกิจกรรมตั้งข้อสงสัยว่า พวกเขาทำกิจกรมอย่างสันติ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับบุคคลที่โดนอุ้มหาย เหตุใดตำรวจจึงต้องการขัดขวาง แต่ในขณะเดียวกันตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐกลับดูจะเพิกเฉยต่อการติดตามนำตัวผู้เกี่ยวข้องกับการอุ้มหายมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68784</URL_LINK>
                <HASHTAG>วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, สิทธิมนุษยชน, อุ้มหาย, เสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee76b0b36b61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพนกวิน&#039; ชวนพี่น้องประชาชนผูกโบว์ขาว ตามบ้าน รถ กระเป๋า แสดงจุดยืนต่อต้านอำนาจเผด็จการและความไม่ยุติธรรมทั้งปวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;และแกนนำสหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เพนกวิน - พริษฐ์ ชิวารักษ์ Parit Chiwarak&amp;nbsp;ว่า &amp;quot;ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันผูก #โบว์ขาวต้านเผด็จการ #โบว์ขาวทวงความยุติธรรม ตามบ้าน รถ หรือตามกระเป๋า เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านอำนาจเผด็จการและความไม่ยุติธรรมทั้งปวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มต้นด้วยการผูกโบวันนี้ เดี๋ยวเราไปจบที่ราชดำเนินครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#saveวันเฉลิม #โบว์ขาวต้านเผด็จการ #โบว์ขาวทวงความยุติธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68603</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, นักศึกษา, พริษฐ์ ชิวารักษ์, ลี้ภัยการเมือง, วันเฉลิม, อุ้มหาย, เพนกวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200613/image_big_5ee4c832bcd40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68601</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2020 18:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2020 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางการกัมพูชา แจ้งสถานทูตไทย เบื้องต้นยังไม่มีข้อมูล-เบาะแสการหายตัวไปของ &#039;วันเฉลิม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.63 - &amp;nbsp;นายเชิดเกียรติ อัตถากร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับข่าวการหายตัวไปของนายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ว่า ภายหลังจากที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญมีหนังสือถึงกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เพื่อขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว รวมทั้งขอรับข้อมูลที่จะช่วยหาตัวนายวันเฉลิม โดยเมื่ออ11 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชามีหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ แจ้งว่านายวันเฉลิม เดินทางเข้าออกกัมพูชาหลายครั้งในช่วงปี 2557-2558 และขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) ซึ่งมีระยะเวลาพำนักชั่วคราวในกัมพูชาถึงวันที่ 31 ธ.ค.60 หลังจากนั้นนายวันเฉลิมฯ ไม่ได้ขอต่ออายุการตรวจลงตราอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ทางการกัมพูชาไม่มีข้อมูลและเบาะแสของการหายตัวไปของนายวันเฉลิมด้วย อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกัมพูชากำลังอยู่ระหว่างการสืบหาข้อเท็จจริง ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จะได้ติดตามความคืบหน้าและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการกัมพูชาในกรณีดังกล่าวต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68601</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการต่างประเทศ, กัมพูชา, ลี้ภัยทางการเมือง, วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์, อุ้มหาย, เขมร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5eda3bb4508e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
