<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘หยางหยาง’อินบทนักศึกษาแพทย์แห่งอู่ฮั่น ในซีรีส์ “With You เพราะเรามีกัน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือเป็นซีรีส์น้ำดีแห่งแดนมังกรที่ถูกพูดถึงมากมาย สำหรับ &amp;ldquo;With You เพราะเรามีกัน&amp;rdquo; ซีรีส์ที่สะท้อนเรื่องจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในประเทศเทศจีน เมื่อปี 2020 และกำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างหนัก! รับชมผ่านทาง &amp;ldquo;MONOMAX&amp;rdquo; (โมโนแมกซ์) ผู้นำดูหนังออนไลน์แบบถูกลิขสิทธิ์ ในเครือ โมโน เน็กซ์ กับการถ่ายทอด 10 เรื่องราวจากเหตุการณ์จริงของคนหลากหลายอาชีพที่ต่างชวยเหลือกันในช่วงสถานการณ์วิกฤต ที่มีการรวมตัวซุปเปอร์สตาร์แดนมังกรมาไว้ในซีรีส์เรื่องนี้อย่างมากมาย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนึ่งในนั้นคือพระเอกหนุ่มดาวรุ่งสุดฮอตอย่าง &amp;ldquo;หยางหยาง&amp;rdquo; ก็ได้ร่วมเป็นหนึ่งกับซีรีส์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;With You เพราะเรามีกัน&amp;rdquo; ในตอนที่มีชื่อว่า &amp;ldquo;Tong Xing&amp;ndash;เพื่อนร่วมทาง&amp;rdquo; ในบท เยว่ปิน นักศึกษาแพทย์ร่วมกับ &amp;ldquo;จ้าวจินม่าย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;จางหยุนหลง&amp;rdquo; กับเรื่องราวการร่วมมือกันของหนุ่มสาวนักเรียนแพทย์ ที่ติดต่อกันทางอินเตอร์เน็ต ได้รับข่าวจากทางบ้านเกิดว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากเพราะมีโรคระบาดโควิด-19 อย่างหนัก ทั้งคู่จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะกลับไปบ้านเกิดของตนให้ได้ เพื่อไปช่วยเหลือ จนได้พบกันและไปเป็นกำลังเสริมเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง &amp;ldquo;หยางหยาง&amp;rdquo; ได้กล่าวถึงการแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ไว้ว่า &amp;ldquo;ในตอนนี้ผมแสดงเป็นเยว่ปิน เป็นหมออู่ฮั่นวัยหนุ่มแล้วเดินทางย้อนศรจากเมืองอื่นกลับไปอู่ฮั่น เรื่องราวอยู่ตรงที่ผมกับ หรงอี้ ที่แสดงโดย จ้าวจินม่าย ได้ติดต่อกันเพื่อที่จะกลับไปช่วยเหลือคนที่อู่ฮั่น ซึ่งระหว่างถ่ายทำตอนที่เกือบจะไปถึงแยกที่จะเข้าเมืองอู่ฮั่น พอผมหันหลังกลับไปเห็นรถหลายๆคัน จากที่ต่างๆทั่วประเทศมาให้ความช่วยเหลืออู่ฮั่น ชั่วขณะนั้นเองทำให้ผมรู้สึกว่าจริงๆ แล้วประชาชนทั่วประเทศกำลังพยายามต่อสู้กับการแพร่ระบาดด้วยกัน และก็มุ่งหน้าเดินทางไปด้วยกันจริงๆ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตามชมผลงานและฝีมือการแสดงที่สุดอินของ &amp;ldquo;หยางหยาง&amp;rdquo; ได้ในซีรีส์ &amp;ldquo;With You เพราะเรามีกัน&amp;rdquo; ผ่านทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) พากย์ไทยครบทุกเรื่อง! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115152</URL_LINK>
                <HASHTAG>Tong Xing–เพื่อนร่วมทาง, With You เพราะเรามีกัน, จางหยุนหลง, จ้าวจินม่าย, ซีรีส์จีน, หยางหยาง, อู่ฮั่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612dd8df64aed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110218</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 18:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมตัวไว้! &#039;อธิบดีกรมควบคุมโรค&#039; ส่งสัญญาณ&#039;อู่ฮั่นโมเดล&#039; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.64 -ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมหารือแนวทางการสื่อสารภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่สำนักงาน กสทช. ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ผอ.ศปก.ศบค.) เป็นประธาน พร้อมด้วย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. พญ.อภิสมัยศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. ร่วมหารือกับผู้บริหารสื่อทั้งในและต่างประเทศ เพื่อหารือแนวทางปฏิบัติในการถ่ายทำภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่า ในที่ประชุม พล.อ.ณัฐพล ได้ระบุว่า การแก้ไขปัญหาและการควบคุมโรคจะให้ได้ดีที่สุดจะต้องประกอบด้วย รัฐ เอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน โดยรัฐกำหนดนโยบาย มีเอกชนและประชาชนให้ความช่วยเหลือและหนุนการทำงาน ส่วนสื่อมวลชนทำหน้าที่ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจ จึงจะก้าวข้ามสถานการณ์นี้ไปได้ นอกจากนี้ พล.อ.ณัฐพล ยังยืนยันว่า โครงสร้างการทำงานของ ศบค. ทำงานด้วยร่วมมือกันทุกภาคส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณัฐพล ยังได้ใช้โอกาสนี้ชี้แจงถึงข้อกำหนดฉบับที่ 28 ที่ประกาศออกมาล่าสุดว่า จำเป็นที่ต้องต้องปรับให้ทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะการระบาดที่แพร่เพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;โดยการปรับมาตรการต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นไม่จำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เนื่องจาก ศบค.ชุดใหญ่ ได้ออกข้อกำหนดให้มีการเพิ่มมาตรการไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดฉบับที่ 28 &amp;nbsp;มีความจำเป็นต้องดำเนินการโดยด่วนเพื่อลดการเดินทางออกจากเคหะสถานของประชาชน เร่งการฉีดวัคซีน และชะลออัตราการระบาด ที่รุนแรงของโรคโดยต้องหยุดยั้งการกระทำใดๆ ที่เสี่ยงหรือเป็นเหตุให้แพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ณัฐพล ยังได้ชี้แจงถึงข้อสงสัยที่ว่าเหตุใดถึงไม่มีการสั่งห้ามไปเลยในข้อกำหนดว่า การออกประกาศ หรือ คำสั่ง &amp;nbsp;เมื่อประกาศไปแล้วต้องทำได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา โดยมีความคาดหวังว่าประชาชนจะให้ความร่วมมือ อย่างน้อย 14 วันโดยฝ่ายความมั่นคงไม่อยากที่จะมีการตั้งด่าน ส่วนการเวิร์ก ฟอร์ม โฮมนั้น ให้ทำร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยากขอความร่วมมือภาคเอกชนในช่วงเวลานี้เพื่องดการเดินทาง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ได้ยอมรับต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้เป็นการแค่ชะลอไม่ใช้ตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่หากไม่มีมาตรการที่เข้มขึ้นจะพบตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น จึงขอความร่วมมือทุกคนในการที่จะร่วมมือกันดูแลตัวเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า จากนั้นที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยน สอบถาม พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 โดยประธานสภาสื่อมวลชนแห่งชาติ ได้สอบถามถึงการบริหารจัดการเรื่องวัคซีนว่าไทยมีจำนวนเพียงพอตามความต้องการของประชาชนหรือหรือไม่ ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ในการจัดหาเตียง การรักษาตัวที่บ้าน พร้อมกับเสนอเรื่องการสื่อสารต้องมีที่มีความชัดเจน โดยประเด็นการบริหารจัดการวัคซีน นพ.โอภาสกล่าวยอมรับในข้อทักท้วงเรื่องการกระจายวัคซีน แต่ยืนยันว่า ในเดือนมิ.ย.ไทยได้รับวัคซีน 6 ล้านโดส &amp;nbsp;เดือน ก.ค. อีก 10 ล้านโดส &amp;nbsp;ซึ่งได้คาดการณ์ไว้เช่นนั้น ทั้งนี้ ตามเป้าหมายคือไทยจะมีวัคซีนจนถึงสิ้นปี 64 นี้ &amp;nbsp;100 ล้านโดส ขณะนี้มีการการจัดหาวัคซีนเพิ่มทั้งซิโนแวค และไฟเซอร์ และเตรียมเจรจาเพิ่มอีก โดยการกระจายวัคซีนจะเน้นไปที่กลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะในพื้นที่ระบาดที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องของวัคซีนเรื่องไฟเซอร์ นพ.โอภาส ได้ชี้แจงด้วยว่า วันที่ 19 ก.ค.จะเซ็นซื้อ 20 ล้านโดส ไม่ใช่ 40 ล้านโดส อย่างที่เป็นข่าวลือ โดยจะมาไตรมาส 4 หลังเซ็นจะขอทางบริษัทไฟเซอร์ซื้อเพิ่มอีก 50 ล้าน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ &amp;nbsp;และจะมาเมื่อไหร่ อีกทั้งจะขอซื้อจากNovavax ด้วย &amp;nbsp;ขณะที่วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกา บริจาค 1.5 ล้านโดส จะมาถึงประเมศไทยในวันที่ 29 ก.ค.นี้ ยืนยันจะมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ต้องปฎิบัติตามองค์ข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก พร้อมยอมรับว่า ข้อมูลการจัดซื้อวัคซีน มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น จะปรับปรุงในเรื่องของการให้ข้อมูล นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า เวปไซต์กระทรวงสาธารณสุข และ กรมควบคุมโรค มีข้อมูลที่จะอ้างอิงในการจัดหาวัคซีนทั้งหมด รวมถึงยุทธศาสตร์วัคซีนในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อธิบดีกรมควบคุมโรค คาดว่าในอีก 2 สัปดาห์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะไม่ลดลง ดังนั้น จึงต้องเพิ่มมาตรการที่เข้มขึ้นเพื่อควบคุมการระบาด แต่หากแนวโน้มตัวเลขผู้ติดเชื้อยังสูงต่อเนื่อง ใน 2 เดือน ก็มีแนวโน้มจะใช้มาตรการคล้ายเมืองอู่ฮั่น ของจีน คือล็อกดาวน์เมืองนั้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด กล่าวคือ ประชาชนอยู่บ้าน งดการเดินทาง หรือถึงขั้นต้องส่งข้าว ส่งน้ำตามบ้าน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอธิบดีกรมการแพทย์ ได้ฉายคลิปวีดีโอ การรักษา Home Isolation ว่า มีจำนวนครองเตียง 14,000 คน ที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ผู้ป่วยสีเขียวกับ สีเขียวอ่อน 77-78 เปอร์เซ็นต์ทำ Home Isolation และ community Isolation โดยมีคนป่วยรอที่บ้านอีกนับหมื่นคน สำหรับตัวเลขเสียชีวิตแนวโน้มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ &amp;nbsp;Home Isolation สำคัญมาก ในการแยกกักตัว การใช้ Telemonitor และเข้าสถานพยาบาล คนที่ครบ 7 วันในฮอสพิเทล คนไข้สีเขียวหายแล้วกลับบ้านได้จะต้องมีการประเมินอาการที่บ้านอีก 7 วัน สำหรับการจัดตั้งศูนย์พักคอยในพื้นที่ กทม.รวม 2,950 เตียง ทั้งนี้ ในส่วนของศูนย์พักคอยนั้นยืนยันว่าไม่ใช่โรงพยาบาลสนาม และต้องให้ชุมชนและผู้เกี่ยวข้องช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมการแพทย์ ยอมรับว่า บุคลากรในโรงพยาบาลหลัก โรงเรียนแพทย์ ค่อนข้างตึง จึงขอให้ชุมชนเข้ามามีสวนร่วม เราพยายามทำ virtual Hospital covid care set ที่กำลังเตรียมให้ อยากได้อาสาสมัครโทรคุย ถ้าสามารถเปลี่ยนเตียงใน hospitel20,000 เตียงถ้าได้สัก 10 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็นการดี จะมีการประเมินเป็นระยะ จะจบเมื่อฉีดวัคซีนได้มากพอ และมาตรการตอบสนอง ทั้งนี้ ไตรมาส 4 สถานการณ์ต่างๆจะดีขึ้น ช่วงนี้ยันสถานการณ์ไว้ ไม่ให้พุ่งขึ้น ช่วง 1-2 เดือนนี้วิกฤตที่สุดที่ต้องขอความร่วมมือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110218</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศปก.ศบค., อู่ฮั่น, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2aaa454a36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 22:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมWHOได้ข้อสรุปไวรัสโควิดไม่น่าหลุดจากแล็บอู่ฮั่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกเสร็จสิ้นภารกิจเข้าไปสอบสวนต้นตอโรคโควิด-19 ที่เมืองอู่ฮั่นของจีน แถลงสรุปการทำงานเมื่อวันอังคาร ตัดทฤษฎีสมคบคิดเรื่องไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่นว่า &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง&amp;quot; แต่ยังระบุไม่ได้ว่าสัตว์ชนิดใดคือต้นตอแพร่ไวรัสนี้สู่มนุษย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของคณะผู้เชี่ยวชาญนำโดยเหลียง วานเหนียน หัวหน้าคณะสอบสวนของจีนที่ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กล่าวว่า ในขณะไวรัสโคโรนาน่าจะกระโดดจากสัตว์มาติดเชื้อในมนุษย์ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าสัตว์ชนิดพันธุ์ใดคือตัวแพร่เชื้อ นอกจากนี้ ยังไม่พบสิ่งบ่งชี้ด้วยว่า มีคนป่วยเป็นโรคนี้ในเมืองอู่ฮั่นก่อนเดือนธันวาคม 2562 ที่พบผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปีเตอร์ เบน เอ็มบาเร็ก หัวหน้าทีมของดับเบิลยูเอชโอ ซึ่งกล่าวว่าการระบุเส้นทางที่ไวรัสนี้ผ่านจากสัตว์มาสู่มนุษย์นั้นยังอยู่ในขั้นตอนการทำงาน สนับสนุนคำกล่าวของเหลียง และยังปฏิเสธทฤษฎีที่ว่าไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด-19 หลุดออกมาจากห้องปฏิบัติการทดลองด้วยว่า &amp;quot;ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างการสอบสวนที่มาของไวรัสในเมืองภาคกลางของจีนแห่งนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญได้ไปเยือนสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ที่ตกเป็นเป้าหมายของทฤษฎีสมคบคิดจำนวนมากเรื่องไวรัสหลุดออกมาจากที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่พบผู้ป่วยครั้งแรกในจีนเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ถึงขณะนี้ไวรัสโรคโควิด-19 คร่าชีวิตผู้ป่วยแล้วมากกว่า 2.3 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 106 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92542</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ต้นตอโควิด, องค์การอนามัยโลก, อู่ฮั่น, แล็บอู่ฮั่น, โควิด-19, ไวรัสหลุดจากแล็บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200826/image_big_5f468faa43572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91913</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 19:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมสอบสวนโควิดWHOตรวจ&#039;แล็บไวรัสอู่ฮั่น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะผู้เชี่ยวชาญที่องค์การอนามัยโลกส่งไปสอบสวนถิ่นกำเนิดไวรัสโคโรนาเข้าตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติการทดลองไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อวันพุธ ใช้เวลาถึง 4 ชั่วโมงภายในสถาบันที่เป็นศูนย์กลางทฤษฎีสมคบคิดไวรัสโควิดหลุดจากห้องแล็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ห้องแล็บ พี4 ของสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ยของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า คณะผู้เชี่ยวชาญภายใต้การนำขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เข้าตรวจเยี่ยมสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ซึ่งทำการค้นคว้าวิจัยไวรัสที่อันตรายที่สุดในโลก เมื่อวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ สถาบันแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดของการเข้ามาตรวจสอบแหล่งกำเนิดของการแพร่ระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภารกิจของคณะนี้คือการสอบสวนว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่พบติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นนี้เมื่อปลายปี 2562 กระโดดจากสัตว์มาติดคนได้อย่างไร แต่หลังจากถูกรัฐบาลจีนประวิงเวลามาเนิ่นนานนับแต่ไวรัสนี้กลายเป็นโรคระบาดใหญ่ไปทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว ยังมีคำถามว่าคณะผู้เชี่ยวชาญของดับเบิลยูเอชโอสามารถคาดหวังว่าจะค้นพบคำตอบได้มากน้อยเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ แดสแซ็ก สมาชิกในคณะทวีตภายหลังการเข้าตรวจเยี่ยมสถาบันนี้ว่า คณะผู้เชี่ยวชาญได้ประชุมครั้งสำคัญอย่างยิ่งกับคณะทำงานของสถาบันนี้และได้สนทนาหารืออย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า โควิด-19 มีต้นกำเนิดอยู่ในค้างคาว และอาจส่งผ่านมาสู่มนุษย์ผ่านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิดหนึ่ง แต่ถึงขณะนี้ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้เชี่ยวชาญใช้เวลาอยู่ภายในสถาบันนี้เกือบ 4 ชั่วโมง ก่อนที่ขบวนรถของพวกเขาจะจากไปโดยไม่หยุดพูดคุยกับสื่อมวลชนที่รออยู่ด้านนอก โดยมีตำรวจจีนสวมเครื่องแบบสีดำและสวมหน้ากากอนามัยยืนเรียงแถวกีดขวางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของโกลบอลไทมส์ สื่อของทางการจีน เปิดเผยว่า คณะของดับเบิลยูเอชโอได้เข้าไปเยี่ยมแล็บ พี 4 ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการทดลองที่รักษาความปลอดภัยระดับสูงสุดแห่งแรกของเอเชียที่มีอุปกรณ์สำหรับการจัดการกับเชื้อโรคระดับ 4 (พี 4) เช่นอีโบลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงเริ่มแรกที่โควิด-19 แพร่ระบาด มีการคาดเดากันว่าไวรัสอาจหลุดออกจากห้องแล็บความปลอดภัยทางชีวภาพในเมืองอู่ฮั่นโดยอุบัติเหตุ ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในเวลานั้น และผู้สนับสนุนของเขา หยิบเอาข่าวลือเหล่านี้มาขยายความต่อเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่ว่าจีนจงใจปล่อยไวรัสชนิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้ว ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐเวลานั้น ยืนกรานว่ามี &amp;quot;หลักฐานที่มีนัยสำคัญ&amp;quot; ว่าไวรัสหลุดออกมาจากห้องแล็บดังกล่าว แต่เขาไม่ได้เปิดเผยหลักฐานพิสูจน์ ทั้งยังยอมรับด้วยว่าไม่มีความแน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนถูกวิจารณ์ทั้งจากในประเทศและภายนอกประเทศที่ทำให้การแพร่ระบาดในช่วงเริ่มแรกนั้นดูไม่สลักสำคัญและยังปกปิดข้อมูลภายหลังพบมีคนป่วยหลังจากติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้จีนหันไปเน้นความสำคัญกับการฟื้นตัวของจีนจากโรคระบาดนี้ ในขณะที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก โดยมีคนเสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 2.2 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อ 104 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ คณะของดับเบิลยูเอชโอได้ไปเยี่ยมนิทรรศการโฆษณาชวนเชื่อของจีนในเมืองอู่ฮั่น, ไปเยี่ยมโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยรายแรกๆ และเมื่อวันอาทิตย์ก็ได้ไปเยี่ยมตลาดค้าส่งอาหารทะเลที่พบผู้ติดเชื้อแบบกลุ่มก้อนครั้งแรก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91913</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ดับเบิลยูเอชโด, สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น, สอบสวนโควิด, องค์การอนามัยโลก, อู่ฮั่น, แล็บไวรัสอู้่ฮั่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca1f54ed11b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 20:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 19:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมผู้เชี่ยวชาญWHOลงพื้นที่รพ.อู่ฮั่นสืบที่มาไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกเริ่มลงพื้นที่ในเมืองอู่ฮั่นเพื่อสืบค้นต้นกำเนิดของไวรัสโควิด-19 แล้วเมื่อวันศุกร์ หลังพ้นระยะกักตัว 14 วัน โดยได้เข้าเยี่ยมโรงพยาบาลในเมืองที่รับรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายแรกเมื่อปลายปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2563 กล่าวว่า คณะผู้เชี่ยวชาญภายใต้การนำขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เริ่มลงพื้นที่หลังจากพ้นระยะกักกันโรคนาน 14 วันเมื่อวันพฤหัสบดี โดยเริ่มต้นด้วยการพบกับคณะเจ้าหน้าที่ของจีน ก่อนที่ทั้งหมดจะออกเดินทางจากโรงแรมในเมืองอู่ฮั่นด้วยขบวนรถหลายคันท่ามกลางการเฝ้ารอของผู้สื่อข่าวจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ไม่มีการประกาศกำหนดการเดินทางของคณะ แต่ดับเบิลยูเอชโอกล่าวไว้ว่า คณะมีแผนจะเยือนตลาดขายอาหารทะเลที่เป็นศูนย์กลางการระบาดช่วงแรก รวมถึงไปถึงสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น และห้องปฏิบัติการทดลองซีดีซีอู่ฮั่น มีทฤษฎีหนึ่งที่จีนปฏิเสธ กล่าวว่าโรคระบาดครั้งนี้เกิดจากไวรัสที่หลุดออกมาจากห้องแล็บของรัฐบาลจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า คณะผู้เชี่ยวชาญชุดนี้เดินทางไปยังโรงพยาบาลบูรณาการแพทย์แผนจีนและตะวันตกแห่งมณฑลหูเป่ย์ สื่อของทางการจีนกล่าวว่า นายแพทย์จาง จี้เซียน ผู้อำนวยการแผนกดูแลผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจและผู้ป่วยหนักของโรงพยาบาลแห่งนี้คือบุคคลแรกที่รายงานเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ภายหลังรักษาสามีภรรยาสูงอายุคู่หนึ่งเมื่อปลายปี 2562 โดยผลซีทีสแกนเผยให้เห็นความแตกต่างจากโรคปอดบวมทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ แดสแซก ผู้เชี่ยวชาญในทีมนี้ เขียนลงทวิตเตอร์ว่า การลงพื้นที่ครั้งแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง พวกเขาอยู่ในโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกๆ ที่รู้ ได้พบกับแพทย์ที่ดูแลรักษาและเจ้าหน้าที่ที่ทำงานจริงๆ และได้สนทนาหารือกันเกี่ยวกับรายละเอียดการทำงานของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางมาเมืองอู่ฮั่นของคณะผู้เชี่ยวชาญจากดับเบิลยูเอชโอประสบปัญหามากมาย ทั้งความล่าช้า, ความกังวลเกี่ยวกับการเข้าถึงพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลจีนเพิ่งอนุญาตให้ลงพื้นที่ได้เมื่อกลางเดือนมกราคม และการโต้เถียงกันระหว่างจีนกับสหรัฐ ที่กล่าวหาจีนว่าปิดบังบริบทของการแพร่ระบาดในช่วงเริ่มต้น และวิจารณ์เงื่อนไขของการมาเยือนของคณะนี้ ซึ่งกำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญของจีนเป็นผู้วิจัยในระยะแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐบาลจีนกล่าวเตือนสหรัฐว่าอย่าได้ &amp;quot;แทรกแซงทางการเมือง&amp;quot; ระหว่างการเยือนของคณะผู้เชี่ยวชาญ หลังจากทำเนียบขาวเรียกร้องให้คณะนี้สอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดับเบิลยูเอชโอยืนกรานว่า การสอบสวนจะผูกโยงอย่างแน่นหนากับวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังข้อเท็จจริงที่ว่าไวรัสนี้กระโดดมาติดมนุษย์ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงที่กรุงปักกิ่งวันศุกร์ว่า ผู้เชี่ยวชาญของดับเบิลยูเอชโอและจีนกำลังทำงานร่วมกันเพื่อแกะรอยต้นตอของไวรัส แต่เขาย้ำว่าภารกิจนี้ไม่ใช่การสอบสวน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนได้ผลักดันแนวคิดที่ว่าไวรัสนี้มีอยู่ในต่างแดนก่อนที่จะมาตรวจพบที่อู่ฮั่น โดยสื่อของทางการจีนอ้างกรณีที่พบไวรัสบนบรรจุภัณฑ์อาหารแช่แข็งและบทความทางวิทยาศาสตร์ที่ว่าไวรัสนี้แพร่กระจายในยุโรปเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของจีนยังเปรยถึงการปิดแล็บของกองทัพสหรัฐที่ฟอร์ตเดทริกรัฐแมริแลนด์อย่างปุบปับเมื่อเดือนกรกฎาคม 2562 ว่าเกี่ยงโยงกับโรคระบาดนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91421</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, ดับเบิลยูเอชโอ, ต้นตอไวรัส, องค์การอนามัยโลก, อู่ฮั่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440e7e982f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลกถึงเมืองอู่ฮั่นแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทีมผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เดินทางถึงเมืองอู่ฮั่นเมื่อวันพฤหัสบดี เพื่อสอบสวนที่มาของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ขณะที่จีนพบผู้เสียชีวิตจากโรคนี้รายแรกในรอบหลายเดือนที่มณฑลเหอเป่ย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิทยาศาสตร์นานาชาติ 13 คน ซึ่งเป็นทีมผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอนามัยโลก เดินทางด้วยเครื่องบินจากสิงคโปร์ถึงเมืองอู่ฮั่นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม ได้รับการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่จีนที่สวมชุดป้องกันเชื้อโรค และทุกคนต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนขึ้นรถบัสไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพื่อกักตัว 2 สัปดาห์ก่อนเริ่มทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองอู่ฮั่นเป็นจุดเริ่มต้นการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือไวรัสโควิด-19 เมื่อปลายปี 2562 หลังจากนั้นเชื้อไวรัสนี้ระบาดไปทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้แล้วเกือบ 2 ล้านคน, มีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้หลายสิบล้านคนและทำลายเศรษฐกิจทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้องค์การอนามัยโลกจะประสานงานเพื่อส่งทีมผู้เชี่ยวชาญมาจีนหลายเดือน แต่โดนสั่งห้ามเข้าประเทศตามกำหนดเดิมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จนได้รับอนุญาตเข้าจีนได้ในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การอนามัยโลกเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่าสมาชิกในทีมผู้เชี่ยวชาญ 2 คนไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินจากสิงคโปร์ไปเมืองอู่ฮั่น เนื่องจากทั้ง 2 คนมีผลตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสโคโรนาเป็นบวก องค์การอนามัยโลกทวีตยืนยันว่า สมาชิกทั้งหมดของทีมผู้เชี่ยวชาญนี้ได้รับการตรวจภูมิคุ้มกันโควิด-19 มาแล้วหลายครั้งจากประเทศบ้านเกิด ซึ่งผลตรวจเป็นลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ เบน เอมบาเรก หัวหน้าทีมผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกที่เดินทางไปเมืองอู่ฮั่น กล่าวว่า หลังครบกำหนดกักตัว ทีมของเขาจะไปพบผู้เชี่ยวชาญชาวจีน และไปในหลายสถานที่ น่าจะเป็นการเดินทางที่นานมากกว่าที่เราจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น และในภารกิจเริ่มต้นนี้ ยังไม่น่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน แต่เราอยู่ในเส้นทางแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีนแถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมง 138 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในวันเดียวสูงสุดตั้งแต่เดือนมีนาคมปีที่แล้ว และมีผู้ป่วยโรคนี้เสียชีวิตรายแรกในรอบหลายเดือน เป็นผู้ป่วยหญิงทางเหนือของมณฑลเหอเป่ย์.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89856</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, องค์การอนามัยโลก (WHO), อู่ฮั่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e440e7e982f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2020 22:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2020 22:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อู่ฮั่น&#039;เปิดเที่ยวบินระหว่างประเทศครั้งแรกในรอบ8เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บินต่อไม่รอแล้ว เมืองอู่ฮั่น ถิ่นกำเนิดการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก เปิดบริการเที่ยวบินโดยสารระหว่างประเทศแล้วในสัปดาห์นี้ ยุติการระงับบินระหว่างประเทศนาน 8 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องบินโบอิ้ง 787 ของสายการบินทีเวย์จากเกาหลีใต้ลงจอดที่สนามบินเทียนเหอ เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ทางการจีนระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมดเมื่อเดือนมีนาคม ในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 แพร่กระจายไปยังหลายประเทศมากขึ้น แต่ขณะนี้จีนสามารถควบคุมโรคระบาดนี้ได้เป็นส่วนใหญ่แล้ว ผ่านการบังคับใช้มาตรการจำกัดการเคลื่อนย้าย, การตรวจเชื้อ และการล็อกดาวน์ ขณะที่หลายประเทศยังมีสถานการณ์รุนแรงและบางประเทศกลับมาเจอการระบาดรอบสองหรือรอบสามแล้ว โดยจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกใกล้แตะ 30 ล้านราย และเสียชีวิตมากกว่า 940,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีซีซีทีวีของจีนรายงานว่า เที่ยวบินของสายการบินทีเวย์จากเกาหลีใต้ลงจอดที่ท่าอากาศยานระหว่างประเทศเทียนเหอของเมืองอู่ฮั่นเมื่อเช้าวันพุธ พร้อมกับผู้โดยสาร 60 คน โดยมีเจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันโรคสีขาว, สวมหน้ากากและกระบังหน้า รอตรวจหนังสือเดินทางของผู้โดยสารที่มาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่ อี้จัว ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนอู่ฮั่น บอกกับซีซีทีวีว่า ผู้โดยสารเที่ยวบินต่างประเทศทุกคนที่มาถึงอู่ฮั่นจะต้องผ่านการตรวจเชื้อภายใน 72 ชั่วโมงนับจากเวลาเดินทางขาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จีนยังคงห้ามชาวต่างชาติส่วนใหญ่เดินทางเข้าประเทศ ส่วนผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าจีนได้จะต้องกักกันโรคนาน 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสำนักงานการบินพลเรือนจีน (ซีเอเอซี) ระบุว่า สายการบินราคาประหยัดทีเวย์จากเกาหลีใต้จะให้บริการเที่ยวบินไป-กลับระหว่างเมืองอู่อั่นกับท่าอากาศยานระหว่างประเทศอินชอนสัปดาห์ละ 1 เที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมืองใหญ่อื่นๆ ของจีน ซึ่งรวมถึงกรุงปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ ได้อนุญาตให้เที่ยวบินตรงระหว่างประเทสแล้ว แต่ได้เพิ่มความเข้มงวดในการออกวีซ่าและตรวจสุขภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77792</URL_LINK>
                <HASHTAG>อู่ฮั่น, เที่ยวบินระหว่างประเทศ, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200917/image_big_5f6386aca480a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
