<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทร่วมมือภาคีเครือข่าย ‘ปฏิบัติการ กทม.ครั้งที่ 3’ ลุยตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนกรุงเทพฯ รอบใหม่  4-10 ส.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่อ่อนนุช14 เขตประเวศ เมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรุงเทพฯ / ชมรมแพทย์ชนบทหลายจังหวัดเตรียมระดมพล &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ตรวจโควิด-19&amp;nbsp; เชิงรุกชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; หลังจากตรวจไปโควิดไปแล้ว 2 ครั้ง&amp;nbsp; รวมผู้ตรวจกว่า 50,000 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ 6,863 คน หรือ 13.35 %&amp;nbsp; เสนอ 6 แนวทางกู้วิกฤตโควิด&amp;nbsp; ชูยุทธศาสตร์ &amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; เสนอรัฐบาลใช้ &amp;lsquo;อู่ฮั่นโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ล็อกดาวน์เฉพาะชุมชนที่ระบาดและเยียวยาเพื่อให้ชาวบ้านยังชีพได้&amp;nbsp; ด้านเครือข่ายสลัม 4 ภาค-พอช. หนุน 35 ชุมชน ตรวจโควิดกว่า 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนแออัดใน กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14-16 กรกฎาคม &amp;nbsp;รวม 39 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ชนบท 6 ทีม &amp;nbsp;และวันที่ 21-23 กรกฏาคม ประมาณ 42 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ 16 ทีม&amp;nbsp; มีชาวชุมชนได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งหมด&amp;nbsp; 51,389 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;6,863 คน คิดเป็น 13.35% &amp;nbsp;ของผู้ตรวจทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทเสนอยุทธศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; ใช้หลัก &amp;lsquo;6 R&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผลการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกทั้ง 2 ครั้งของชมรมแพทย์ชนบทดังกล่าว&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ค่อนข้างสูง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 13.35 %&amp;nbsp; ของจำนวนผู้ตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังมีชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ (ข้อมูลจากสำนักพัฒนาสังคม กทม.ระบุว่า&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ มีชุมชนทั้งหมด 2,016 ชุมชน&amp;nbsp; เป็นชุมชนแออัด 641 ชุมชน)&amp;nbsp; ดังนั้นกรุงเทพฯ จึงเป็นแหล่งแพร่เชื้อแหล่งใหญ่&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ รายใหม่&amp;nbsp; รวม 3,997 ราย&amp;nbsp; ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทได้เสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล&amp;nbsp; และเตรียมจัดทีมแพทย์ลุยตรวจโควิดรอบใหม่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ประชาชนที่มารับบริการ (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม &amp;nbsp;นพ.สุภัทร &amp;nbsp;ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความลงใน facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; หัวข้อว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ 28 กรกฎาคม 2564 ทางชมรมแพทย์ชนบท ได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิดแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิดในกรุงเทพมหานคร ในที่ประชุม EOC ของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพทย์ชนบทได้นำเสนอข้อมูลการปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง 2 ครั้ง ตรวจ rapid test ให้พี่น้องประชาชนในชุมชนแออัดไปทั้งสิ้น 51,389 คน พบผลบวก 6,863 คน คิดเป็น 13.35% และได้นำเสนอข้อเสนอสำหรับการกู้กรุงเทพฯ ซึ่งสังเคราะห์จากประสบการณ์ 2 ครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อเสนอของแพทย์ชนบทยังมุ่งเน้นการควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชนแออัดให้ได้ &amp;nbsp;เพราะนั่นคือจุดระบาดใหญ่ แล้วกรุงเทพฯจะรอด &amp;nbsp;เมื่อกรุงเทพฯรอด ต่างจังหวัดก็จะรอดด้วย &amp;nbsp;เราประมวลแนวทางได้เป็นตัวย่อว่า 6R กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.Rapid Testing แม้เตียงเต็ม จะล้น เรายิ่งต้อง rapid testing โดย ATK-antigentest kit ให้มาก เพื่อแยกผู้ป่วยออกมา 2.Rapid tracing นำผู้สัมผัสร่วมบ้านร่วมงานมาตรวจให้มากที่สุดในวันเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.Rapid treatment ด้วย early home favipiravir หรือจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ทันทีที่พบผู้ติดเชื้อที่มีอาการหรือมีโรคประจำตัวหรือสูงอายุ &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เขาต้องป่วยหนัก &amp;nbsp;ส่วนคนติดเชื้อที่ไม่ป่วยให้ฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;และรับเข้า HI-home isolation ในวันเดียวกัน&amp;nbsp; 4.Rapid vaccination ฉีดวัคซีนให้เร็วและให้ครอบคลุมในชุมชนแออัด &amp;nbsp;โดยเน้นที่ผู้สูงอายุก่อน &amp;nbsp;และหากมีวัคซีนมากพอก็ฉีดทุกคนที่อายุมากกว่า 18 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากทำทั้ง 4 มาตรการแล้ว จะลดการระบาดได้แน่ &amp;nbsp;ลดการป่วยหนักและการตายลงได้ &amp;nbsp;ส่งผลให้ลดภาวะการมีเตียงไม่พอลงได้ &amp;nbsp;สิ่งนี้คือบทบาทของภาคสาธารณสุขทั้งของ สธ. กทม. และทีมแพทย์ชนบทสามารถดำเนินการร่วมกันได้&amp;nbsp; และหากรัฐบาลจะกู้กรุงเทพฯแบบอู่ฮั่นโมเดล ก็ต้องทำอีก 2R ก็จะยิ่งสามารถลดการระบาดได้อีก &amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. Rapid lockdown ในชุมชนที่ระบาด &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อออกนอกชุมชน &amp;nbsp;เนื่องจากบางรายมีเชื้อระยะเริ่มต้น&amp;nbsp; แต่ยังตรวจด้วย ATK หรือ rtPCR ไม่พบ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้อง lockdown ทั้ง กทม.&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.Rapid healing หาก lockdown ก็ต้องมีการเยียวยาผู้คนในชุมชนแออัดนั้นๆ &amp;nbsp;เยียวยาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;เพื่อให้เขามีรายได้เพื่อสามารถยังชีพได้ในระหว่างที่มีการล็อกดาวน์ชุมชนของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ตรวจถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วย (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นี่คือ 6 ข้อเสนอของชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ขณะนี้ทีมแพทย์ชนบทกำลังประสานงาน &amp;nbsp;ระดมความร่วมมือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและตอบรับจากทุกฝ่าย &amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ &amp;nbsp;ท้องถิ่น &amp;nbsp;เอกชน &amp;nbsp;และภาคประชาชนที่จะร่วมกัน &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ร่วมกันเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ข้อความใน facebook ชมรมแพทย์ชนบทระบุในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ เข้ามาตรวจโควิด-19 ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทีมแพทย์จาก อ.สิชล&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช, รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp; อ.นาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, ขอนแก่น, จ.สุรินทร์, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯลฯ รวมประมาณครั้งละ 60-80 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการตรวจรอบที่ 3 นี้&amp;nbsp; คาดว่าจะตรวจได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทกินอยู่แบบติดดิน (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เตรียมบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกรอบ 3 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&amp;nbsp; โฆษกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; ปฏิบัติการตรวจโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพฯ ของทีมแพทย์ชนบทรอบ 3 นี้&amp;nbsp; มีกำหนดการตรวจระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; และนอกจากทีมแพทย์ชนบทจะลงตรวจในชุมชนต่างๆ แล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เตรียมชุมชนในเครือข่ายเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 40 ชุมชน&amp;nbsp; มีจุดตรวจ 12 จุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง (20 ชุมชน)&amp;nbsp; 2.วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; (3 ชุมชน) 3.ศูนย์พักโรงเรียนประถมนนทรีย์&amp;nbsp; เขตยานนาวา (.....) 4.สนามฟุตบอลโปโลคลับ และลานจารุเมือง เขตปทุมวัน (.....) 5.ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&amp;nbsp; เขตดอนเมือง (3 ชุมชน) 6.ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน (1 ชุมชน) 7. อาคารพุทธวิชา&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน (5 ชุมชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.สหกรณ์ริมคลองสอง (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยผักหวาน&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 9.สหกรณ์ริมคลองพัฒนา (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยจิระมะกร&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 10.ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) เขตสายไหม (1 ชุมชน) 11.บ้านมั่นคงประชาสามัคคี&amp;nbsp; เขตบางพลัด (1 ชุมชน)&amp;nbsp; และ 12.ชุมชนบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา เขตจตุจักร (1 ชุมชน)&amp;nbsp; รวมชาวบ้านที่จะตรวจในขณะนี้ประมาณ 4,280 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; สามารถติดต่อเพื่อแจ้งความต้องการตรวจหาเชื้อได้ที่จุดตรวจชุมชนใกล้เคียงทั้ง 12 แห่ง&amp;nbsp; โดยต้องแจ้งรายชื่อแก่ผู้นำชุมชนนั้นๆ&amp;nbsp; เพื่อจะได้ทราบจำนวนผู้ที่จะตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; และนำส่งต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานเพื่อให้ทีมแพทย์ได้เตรียมอุปกรณ์การตรวจให้พอเพียง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; การตรวจเชิงรุกรอบ 3 ของทีมแพทย์ชนบทในครั้งนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะส่งอาสาสมัครเข้าร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนรายชื่อผู้ตรวจ&amp;nbsp; การจัดลำดับคิวตรวจ&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; การประสานงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; รวดเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยมาตรวจโควิดให้ชาวชุมชนที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เขตบางกะปิเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การตรวจโควิดเชิงรุกของทีมแพทย์ชนบทจะใช้การตรวจแบบ rapid &amp;nbsp;testing หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; โดยใช้วิธี&amp;nbsp; ATK (antigentest kit) &amp;nbsp;โดยแพทย์จะใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจ&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำด้วยวิธี Rt-Pcr (Real&amp;nbsp; time - Polymerase chain reaction) เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; (อยู่ในสถานะสีเขียวหรือเหลืองอ่อน) แพทย์จะให้คำแนะนำในการรักษาตัวที่บ้านหรือสถานพักคอยในชุมชน&amp;nbsp; พร้อมกับให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากเมื่อกินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะหายป่วยได้ภายในระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp; แต่หากยังไม่หายหรือมีอาการรุนแรงจะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม.-พอช.หนุนชุมชนสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของวิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; คนตกงาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยการมอบอาหาร&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางแจกจ่ายอาหารผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดในปีนี้&amp;nbsp; กระทรวง พม.ได้ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำถุงยังชีพแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด&amp;nbsp; เด็กที่ขาดผู้ดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งดูแลกลุ่มคนไร้บ้านในสถานที่สาธารณะ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหารกระทรวง พม.ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนไร้บ้านเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในปี 2563 ได้สนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และต่างจังหวัดจัดทำครัวกลางและโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; รวม 1,754 โครงการ&amp;nbsp; ประชาชนได้รับประโยชน์ 535,577 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 122 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และพักชำระสินเชื่อ 6 เดือน (ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง) ทั่วประเทศ 409 องค์กร&amp;nbsp; รวมสินเชื่อพักชำระ 76 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนในปีนี้ พอช.พักชำระสินเชื่อ 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม) รวม 149 องค์กร&amp;nbsp; จำนวนดอกเบี้ยที่พักชำระรวม 18 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; รวม 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 30 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจาก พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คนลงไปสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งศูนย์พักพิงของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตวังทองหลางจัดเตรียมศูนย์พักคอย-ดูแลผู้กักตัวที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.ระดับเขตจำนวน 150,000 บาท&amp;nbsp; และระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 40,000 บาท&amp;nbsp; นำมาจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำอาหารแจกให้ผู้ถูกกักตัว&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังเตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าและรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เตรียมเตียงกระดาษรองรับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอนวิธีวัดค่าอ๊อกซิเจนให้ผู้ดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หากค่าอ๊อกซิเจนต่ำกว่า 90 ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากชุมชนในเขตวังทองหลางแล้ว&amp;nbsp; ยังมีชุมชนและเขตต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมจัดทำโครงการเพื่อต่อสู้กับโควิดระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ&amp;nbsp; จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ป้องกันโควิดแก่กลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; จำนวน 20 วิน&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างได้รับเชื้อโควิดและเสียชีวิตแล้ว 1 ราย,ปลูกสมุนไพร&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ผักต่างๆ เพื่อเป็นยาและอาหาร&amp;nbsp; ทำโครงการ &amp;lsquo;อิ่มละ 20 บาท&amp;rsquo; จำหน่ายอาหาร พร้อมข้าวถุงเพื่อช่วยเหลือเรื่องปากท้องชาวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp; 20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ &amp;nbsp;รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี &amp;nbsp;รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;วัคซีนขาดแคลน&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; เพาะพันธุ์กระชายและฟ้าทะลายโจรสู้โควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111542</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 R, ATK-antigentest kit, early home favipiravir, lockdown, Rapid healing, Rapid lockdown, Rapid test, Rapid treatment, Rapid vaccination, Real  time - Polymerase chain reaction, RT-PCR, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรุงเทพฯ รอด  ตจว.รอด, ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3, ชมรมแพทย์ชนบท, ตรวจโควิด-19, นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, นุชจรี  พันธ์โสม, ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร  ครั้งที่ 3, พม., พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ, สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, อู่ฮั่นโมเดล, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เชิงรุกชุมชนแออัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610275f068378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110524</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทั่นเต้นสะกิด!ชี้หากเกิดอู่ฮั่นโมเดลระวังชาวบ้านไม่ร่วมมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค.2564 - นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ว่า พอเซ็นสัญญาไฟเซอร์ กรมควบคุมโรคยืนยันปีนี้ได้ 100 ล้านโดสแน่ แอสตร้า 61 ล้าน ซิโนแวค 19 ล้าน รวมไฟเซอร์อีก 20 ล้านโดส ไม่รู้ยังอ้างแอสตร้าฯ 61 ล้านได้ไง ในเมื่อเขาส่งได้เดือน 5-6 ล้าน ไฟเซอร์มาไตรมาส 4 ก็ไม่ชัดว่าตุลาฯ หรือธันวาฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเกิดอู่ฮั่นโมเดลไม่ใช่ชาวบ้านไม่ร่วมมือแต่เพราะรัฐบาลห่วย นะจ๊ะ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110524</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ, อู่ฮั่นโมเดล, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f78684938d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58900</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้ค่ายทหารกักผีน้อย งัดอู่ฮั่นโมเดลคุมเข้ม28วัน/รบ.เปิดวอร์รูมโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; เคาะแล้วมาตรการรับ &amp;quot;ผีน้อย&amp;quot; ใช้อู่ฮั่นโมเดล กักตัวที่เกาหลีก่อน 14 วัน ถึงไทยไม่ให้กลับบ้าน ส่งภูมิลำเนากักตัวในค่ายทหาร-สนามกีฬา 14 วัน รวมเป็น 28 วัน จังหวัดเป็นผู้ดูแล ใครป่วยห้ามขึ้นเครื่อง อยู่รักษาตัวที่เกาหลีใต้ต่อ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ตั้งวอร์รูมกลางทำเนียบรัฐบาล ใช้ชื่อ&amp;ldquo;ศูนย์ข้อมูลโควิด-19&amp;rdquo; สั่งคัดกรองเข้มจากพื้นที่้้เสี่ยงทั่วโลก สนามบิน ท่าเรือ ชายแดน ด่านตรวจ ไม่ให้หลุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 72/2563 เรื่องจัดตั้งศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโรนา 2019 (covid-19) มีเนื้อหาสรุปว่า ตามที่ปรากฏเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนองค์การอนามัยโลก (WHO) แจ้งเตือนทุกประเทศ และกระทรวงสาธารณสุขประกาศให้โรคดังกล่าวเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพื่อให้การป้องกันการแพร่ระบาดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สมควรจัดตั้งศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาฯ เพื่อบูรณาการความช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนทุกมิติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งสร้างความรับรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชนให้รู้เท่าทัน ไม่ตื่นตระหนกในข่าวสารอันไม่เป็นความจริง อาศัยอำนาจตามมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เรียกโดยย่อว่า &amp;ldquo;ศูนย์ข้อมูลโควิด-19&amp;rdquo; ที่ทำเนียบรัฐบาล หรือสถานที่อื่นตามที่นายกฯ กำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยให้มีผู้อำนวยการศูนย์ฯ หนึ่งคนตามที่นายกฯ มอบหมาย ขึ้นตรงต่อนายกฯ โดยให้มีภารกิจอำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลข้อมูลเกี่ยวกับโรคดังกล่าว และให้มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้ คือ รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่อย่างถูกต้อง รับเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียน และประสานการช่วยเหลือ ติดตามการปฏิบัติงาน พร้อมชี้แจงประชาชนและภาคเอกชน เพื่อประสานความร่วมมือโดยเฉพาะขั้นตอนการเฝ้าระวังและป้องกันการติดเชื้อ การรับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อสนับสนุนภารกิจ โดยให้รายงานความคืบหน้าต่อนายกฯ ทุกวัน และให้ใช้งบประมาณจากงบของสำนักนายกฯ ในการดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมจัดเตรียมมาตรการเร่งด่วนเพื่อรองรับแรงงานไทยที่เดินทางกลับจากประเทศเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมหารืออย่างพร้อมเพรียง โดยในที่ประชุมนอกจากจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาวัดไข้ให้กับทุกคนแล้ว ยังได้มีการแจกเจลล้างมือให้กับผู้เข้าร่วมประชุมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมวาระเร่งด่วน เรื่องมาตรการรองรับกลุ่มผู้ประสงค์เดินทางกลับจากเกาหลีใต้ หลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตอนหนึ่งว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร รัฐบาลก็ต้องดูแล เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน เหมือนที่เคยดูแล 138 คนจากอู่ฮั่นมาแล้ว ดังนั้นจะต้องหาหนทางปฏิบัติให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ก่อนการประชุมมีการตรวจวัดอุณภูมิ พร้อมแจกเจลล้างมือคู่กับเอกสารการประชุมให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนด้วย
มีไข้ห้ามกลับไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์แถลงข่าวว่า ให้ความสำคัญสิ่งที่ประชาชนห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องผีน้อยซึ่งจะเดินทางกลับ ทุกคนเป็นห่วงเรื่องการกักตัวที่บ้าน วันนี้ที่ประชุมมีมาตรการ ได้สั่งการไปแล้วว่าเราจะดูพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ทุกประเทศทั่วโลก มาตรการคัดกรองทั่วไปที่ดำเนินการอยู่คือที่สนามบิน ท่าเรือ ชายแดน ด่านตรวจต่างๆ ทั้งหมด มีการตรวจสอบไปแล้วจำนวนกว่า 3 ล้านคน ในช่วงที่มีการระบาด มีการคัดกรองเข้าสู่การรักษา กักตัวอีกส่วนหนึ่งเพื่อดูอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่ได้ประชุมและหารือวันนี้คือเตรียมการรองรับในเรื่องผีน้อย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานไทยที่ไปทำงานในเกาหลีใต้จำนวนมาก ทั้งถูกและผิดกฎหมาย ถือเป็นคนไทยทั้งสิ้น เราต้องดำเนินมาตรการไม่ให้ส่งผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้นในระบบสาธารณสุขของไทย โดยที่ประชุมได้หารือถึงต้นทางคือกระทรวงคมนาคม การท่าอากาศยาน กระทรวงการต่างประเทศ ต้องตรวจสอบคัดกรองให้มีมาตรฐานมาตั้งแต่ประเทศต้นทาง โดยต้องมีการรับรองว่าไม่ติดโรคอะไรต่างๆ มาในชั้นต้นก่อน และทุกสายการบินต้องปฏิบัติตามนี้ ทุกสายการบินตรวจสอบอยู่แล้วว่าใครมีไข้จะไม่อนุญาตให้ขึ้นเครื่อง แต่หากหลุดขึ้นมาแล้วเป็นไข้บนเครื่องบิน เขาจะต้องแยกที่นั่ง และใช้ห้องน้ำพิเศษแยกออกจากกัน มีการใช้หน้ากากอนามัย ทั้งหมดต้องมีมาตรการดูแลบนเครื่องบินด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เอาง่ายๆ คือถ้ามีไข้เขาไม่ให้ขึ้นเครื่อง โดยมีมาตรการการคัดกรองจากต้นทาง โดยเฉพาะจากเมืองที่มีปัญหา กระทรวงการต่างประเทศยกระดับการพูดคุยระดับรัฐมนตรีของทุกประเทศ เมื่อลงมาถึงสนามบินแล้ว ก็จะมีด่านตรวจและผ่านมาตรการการรับรองด่านตรวจโรค โดยผ่านกล้อง 3 ระดับ ต่อไปจะมีการคัดกรองจากเมืองที่มีปัญหาที่สุดเข้าช่องทางที่จะต้องตรวจสอบโดยละเอียด และเมื่อผ่านการคัดกรองในจุดเหล่านี้แล้ว จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการคัดแยกผู้มีไข้ ไม่มีไข้ คนที่มีไข้ต้องเข้าสู่พื้นที่กักกันของรัฐ เรียกว่าพื้นที่ควบคุมโรค จะมีการควบคุมในพื้นที่ของรัฐ ขณะนี้ดำเนินการอยู่แล้ว มีผู้อยู่ในพื้นที่ควบคุมประมาณกว่า 30 คน รัฐบาลต้องดำเนินการเป็นขั้นตอน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ส่วนที่คนไทยห่วงกังวลเรื่องผีน้อย วันนี้ได้ตรวจสอบไปยังประเทศต้นทาง สามารถทำได้อยู่แล้ว ก็จะมีการคัดกรองจากด่าน ตม.ของเกาหลีใต้ว่าคนเหล่านี้มาจากเมืองไหน มีความเสี่ยงอย่างไร แล้วจะกลับภูมิลำเนาที่ใด เมื่อเดินทางผ่านเข้ามาเราจะดำเนินการให้รัดกุม โดยเฉพาะผีน้อย พื้นที่ที่มีความเสี่ยงมากที่สุดคือ 2 เมือง แทกูและจังหวัดคย็องซังเหนือ ซึ่งมีการแพร่ระบาดมากที่สุดของเกาหลีใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้น คนที่มาจากสองเมืองนี้ เมื่อเข้ามาแล้วจะต้องถูกควบคุม ไม่มีการให้กลับไปควบคุมที่บ้าน ก็น่าจะสบายใจกันขึ้นแล้ว โดยจะมีพื้นที่ในการควบคุมคนเหล่านี้ มีแพทย์เข้าไปดูแล จะทำในมาตรฐานที่เราควบคุมในปัจจุบัน แต่ต้องหาพื้นที่ควบคุมเพิ่มเติม อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะเป็นพื้นที่ใด และต้องมีการรายงานตัว รายงานผลทั้งหมด จะมีการใช้แอปพลิเคชันเข้ามาร่วมด้วย รวมถึงแพทย์ทหาร แพทย์เคลื่อนที่เร็วเข้ามาช่วยดูแลด้วย เพราะเราต้องเตรียมความพร้อมให้มากกว่า เนื่องจากมีคนทยอยเข้ามามากขึ้น&amp;quot;
&amp;quot;ผีน้อย&amp;quot;ทยอยมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเข้ามาคงจะไม่เข้ามาทีเดียว 4,000-5,000 คน เป็นการทยอยเข้ามา โดยผ่านมาตรการควบคุมของเกาหลีใต้ สายการบิน จนมาถึงการคัดกรองของไทย ดังนั้น ทุกคนที่มาจากสองเมืองดังกล่าวจะต้องถูกควบคุม 14 วัน ย้ำอีกครั้งว่าไม่มีควบคุมที่บ้านเพื่อลดการแพร่กระจายไปในพื้นที่ต่าง เราจำเป็นต้องแก้ไขไปทีละขั้นตอน สิ่งสำคัญที่สุด ทำอย่างไรคนไทยจะปลอดภัยมากที่สุด และมีความเชื่อมั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนของผู้ที่เดินทางกลับจากเมืองอื่นๆ ของเกาหลีใต้ ก็จะมีขั้นตอนคัดกรอง ถ้าเป็นไข้ก็จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็กอาการและกักตัวไว้ ส่วนผู้ที่ไม่มีไข้จะส่งไปยังพื้นที่ควบคุมตามภูมิลำเนาเป็นเวลา 14 วัน โดยกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด จัดหาสถานที่รองรับในลักษณะพื้นที่จำกัด เช่น สนามกีฬา เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า แนวโน้มพื้นที่กักกันจะเป็นโรงพยาบาลหรือพื้นที่ทหาร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า กำลังเตรียมการอยู่ ท้ายที่สุดนึกอะไรไม่ออกก็บอกทหาร ไม่ต้องกลัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ช่วยกันทำให้บ้านเมืองให้ปลอดภัย ซึ่งมีหลายปัญหามาอยู่กับเรา ฉะนั้นไม่อยากให้เอาอะไรหลายๆ อย่างมาพันกันไปมา แยกเรื่องกันหน่อยแล้วกัน เรื่องใดเป็นเรื่องใดก็ว่าไป เรื่องของประชาชนก็ต้องช่วยรัฐบาล การแก้ไขปัญหาโควิด-19 มีแนวนโยบายจะปรับงบประมาณบางส่วน เพื่อให้มีเงินมาดูแลในเรื่องเหล่านี้ ไม่อย่างนั้นงบประมาณเราจำกัด แผนงานโครงการบางอันที่ยังไม่มีความพร้อมต้องระงับไปก่อน เพื่อมีเม็ดเงินมาดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการดูแลเรื่องเศรษฐกิจให้ถึงระดับล่างให้ได้เป็นกลุ่มไป&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอความต้องการประชาชนว่า กำลังให้ชุดติดตามช่องทางการขายหน้ากากดูว่ามาอย่างไร ซึ่งเมื่อวันที่ 3 มี.ค.ได้เคลียร์ไปแล้วจากโรงงานไปสู่ผู้แทนการขาย ร้านค้า ร้านจำหน่าย เดี๋ยวจะไปตรวจร้านค้าย้อนกลับขึ้นไปข้างบนว่า สั่งซื้อที่ไหนอย่างไรทำไมไม่ได้ของ หรือว่าของมันน้อย เพราะปริมาณที่เขาสรุปมาในขณะนี้มีประมาณวันละล้านกว่าชิ้น หากจำหน่ายตามช่องทาง และร้านค้าที่ว่าจริงก็จะโอเค ส่วนหนึ่งได้แบ่งให้กระทรวงสาธารณสุขไปใช้ทางด้านบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล และบางส่วนนำไปจำหน่ายในร้านค้าขององค์การเภสัชฯ รวมประมาณกว่า 3 แสนชิ้น ที่เหลือ 7-8 แสนชิ้นไปอย่างไร เพราะตอนนี้เราคุมได้จากโรงงานผลิตได้เท่าไหร่ เดี๋ยวจะไปตรวจบัญชีว่าส่งไปที่ไหนบ้าง เพื่อที่จะหาให้เจอว่าหายไปไหน กักตุนหรือไม่ ลักลอบขายต่างประเทศหรือไม่&amp;nbsp;
กักตัวรวม 28 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กลุ่มผีน้อยเนื่องจากเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย จึงจะต้องขออนุญาตทาง ตม.เกาหลีใต้ก่อนถึงจะได้รับอนุญาตให้เดินทางออกมาได้ ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 10 วัน ดังนั้นจึงได้ขอให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจากับทางรัฐบาลเกาหลีใต้ ว่าขอให้ยืดกระบวนการนี้เป็น 14 วัน และให้มีการกักกันตัวเอง 14 วัน ถึงให้ขึ้นเครื่องกลับมาได้ ซึ่งก่อนที่จะขึ้นเครื่องก็ต้องวัดไข้ก่อน หากมีไข้ก็ไม่ให้ขึ้นเครื่องบิน และจะต้องเข้ารับการรักษาก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนคนที่ไม่มีปัญหาเมื่อเดินทางกลับมาถึงก็จะถูกวัดไข้เช่นกัน หากมีไข้ก็เข้าโรงพยาบาลตามระบบ แต่หากไม่มีไข้ก็จะต้องถูกกักกันเพื่อเฝ้าระวังโรค 14 วัน ซึ่งจะกักในพื้นที่ที่รัฐจัดให้ รวมทั้งหมดที่จะต้องถูกกักเป็น 28 วัน อย่างไรก็ตาม การเดินทางกลับมาไม่ได้กลับมาพร้อมกันจำนวนมาก แพทย์ บุคลากร เตียง คิดว่ามีเพียงพอ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า สถานที่กักกันมีหลายที่ มีทั้งของทหาร กองทัพ และ สธ.ก็มีเล็งไว้หลายที่ เรื่องของสาธารณูปโภคมารองรับไม่ใช่ปัญหา นอกจากส่วนของผีน้อยแล้วทุกคนที่เดินทางมาจากเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนต่างชาติ และไม่ว่าจะมาจากเมืองใดก็ตาม เมื่อมาถึงประเทศไทยก็ต้องกักกันเพื่อเฝ้าระวัง 14 วันด้วย แม้จะมีมาตรการดังกล่าวแล้ว ไม่กล้าพูดว่าจะเจอผู้ป่วยเป็นศูนย์ หรือหากมีก็ต้องน้อยสุด และถูกตรวจจับได้ตอนนี้เริ่มทยอยแล้ว เมื่อตรวจเชื้อไม่เจอก็นำไปอยู่ในพื้นที่ที่เราจัดหาให้ ไม่ได้ให้กลับบ้าน ส่วนคนที่กลับเข้ามาก่อนหน้านี้นั้นได้มีการติดตามอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้นำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาขั้นตอนการเตรียมการรองรับผู้โดยสารที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐเกาหลี โดยผู้โดยสารที่เดินทางมาจากเกาหลี บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. จะจัดหลุมจอดแยก ณ ท่าอากาศยานที่เที่ยวบินมาจากสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อให้ผู้โดยสารขาเข้าผ่านการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข ณ ด่านควบคุมโรค บริเวณที่จัดไว้สำหรับเป็นพื้นที่คัดกรอง ซึ่ง ทอท.ได้จัดเครื่องเทอร์โมสแกนเพื่อคัดกรองผู้โดยสาร 3 จุด คือ บริเวณหน้า Gate, &amp;nbsp;หน้าด่าน ตม. และด่านศุลกากร
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กรณีพบผู้โดยสารมีอาการป่วย มีไข้ สธ.จะดำเนินการต่อผู้ป่วยตามขั้นตอนวิธีปฏิบัติที่ สธ.กำหนด ในส่วนกรณีผู้โดยสารไม่มีอาการป่วย ไม่มีไข้ กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) จะจัดรถส่งผู้โดยสารกลับภูมิลำเนา เมื่อถึงภูมิลำเนาจะมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือผู้นำชุมชน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย (มท.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เฝ้าระวัง อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจาก 2 เมือง ประกอบด้วย แทกูและคย็องซังเหนือนั้น จะต้องถูกกักกันให้พักอยู่ในสถานที่ที่รัฐบาลกำหนดเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกันแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอสำหรับประชาชนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เนื่องจากกำลังการผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศไม่สามารถผลิตสำหรับประชาชนทั้งประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า สืบเนื่องจากที่สมเด็จพระสังฆราชทรงประทานเงินเพื่อจัดหาหน้ากากอนามัยให้กับพระสงฆ์และสามเณรได้ใช้ป้องกันไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะสามารถนำไปจัดซื้อหน้ากากอนามัยได้ 8 แสนชิ้น เนื่องจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไม่มีงบประมาณในส่วนนี้ โดยปัจจุบันมีพระทั่วประเทศ ประมาณ 300,000 รูป เบื้องต้นตนได้ประสานทาง กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อจัดซื้อหน้ากากอนามัยนำไปแจกจ่ายให้กับวัดต่างๆ โดยเฉพาะวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพราะมีความเสี่ยง เนื่องจากต้องรับกิจนิมนต์บิณฑบาตตามย่านชุมชนต่างๆ เช่น วัดใน กทม. ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนมาก แต่ขณะนี้ทางกรมการค้าภายในยังไม่สามารถจัดหาได้ เนื่องจากจะต้องใช้เป็นจำนวนมาก จึงต้องประสานรอความพร้อมก่อน ขณะนี้มีแนวคิดว่าเราอาจจะซื้อวัตถุดิบเพื่อให้พระและสามเณรที่มีฝีมือจัดทำกันเอง
&amp;quot;สมศักดิ์อีเอ็ม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกระแสเรียกร้องให้นำกำไลอีเอ็ม หรืออุปกรณ์ควบคุมอิเล็กทรอนิกส์มาใช้กับกลุ่มผีน้อย หรือแรงงานผิดกฎหมายที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าวคงต้องเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขไปหารือกับสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่มีกำไลอีเอ็ม เนื่องจากกำไลอีเอ็มของกระทรวงยุติธรรมถูกยกเลิกสัญญาหลังตรวจสอบพบอุปกรณ์บกพร่อง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการเตรียมความพร้อมในการประกวดราคา คาดว่าจะประกาศผ่านเว็บไซต์เชิญชวนผู้ประกอบการให้เข้าร่วมประกวดราคาได้กลางเดือน มี.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมใช้โรงพยาบาลทหารในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 รองรับแรงงานไทยกลับจากเกาหลีใต้ หลังส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่จังหวัดภาคอีสานว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานมาจากส่วนกลาง แต่เรามีความพร้อม เพราะมีโรงพยาบาลทหารทั้ง 10 มณฑลทหารบก (มทบ.) แต่หากมีเป็นจำนวนมาก อาจจะเปิดค่ายทหารรองรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า กห.โดยทุกเหล่าทัพ ได้เตรียมการสนับสนุน สธ. ในมาตรการรองรับแรงงานไทยที่กำลังจะเดินทางกลับจากเกาหลีใต้ โดยได้นำพื้นที่พักทหาร จัดเตรียมเป็นพื้นที่ควบคุมโรคในพื้นที่ต่างๆ ของภูมิภาค สนับสนุนในการควบคุมและติดตามเฝ้าระวัง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงจากเมืองที่มีการแพร่ระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ได้เตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลทหารและบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ สนับสนุนการดูแลผู้ติดเชื้อขั้นต้น พร้อมทั้งจัดชุดแพทย์ทหารสนับสนุนการคัดกรองในพื้นที่ด่านชายแดน โดยจะคงความเข้มการทำงานร่วมกับ สธ.และส่วนราชการอื่นๆ ในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าว กองทัพบกได้สั่งการไปมณฑลทหารบก 37 แห่งทั่วประเทศ โดยเฉพาะมณฑลทหารบกที่มีโรงพยาบาลค่ายอยู่ภายใน ให้เตรียมพร้อมจัดสถานที่ บุคลากร ซึ่งเบื้องต้นได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ สถานที่ควบคุม ต้องไม่อยู่บริเวณโรงนอนของกำลังพล และให้สาธารณสุขจังหวัด รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดของแต่ละจังหวัดเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ โดยใช้โมเดลแบบอาคารพักรับรองสัตหีบ อ่าวดงตาล ฐานทัพเรือสัตหีบ ของกองทัพเรือ ที่เคยใช้เฝ้าระวังคนไทยกลับจากอู่ฮั่นประเทศจีน และหากพบผู้ป่วยให้นำส่งไปยังโรงพยาบาลของละจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ทั้งนี้ต้องรอความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ ที่อยู่ระหว่างหารือกับ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
อย่าแตกตื่นผีน้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) แถลงว่า ขออย่าให้คนไทยแตกตื่นจนกระทั่งไปตีตราผีน้อย เพราะล้วนเป็นคนไทยด้วยกัน กระทรวงสาธารณสุขได้มีการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศในการดำเนินการเตรียมการสำหรับการทยอยเดินทางกลับของคนกลุ่มนี้ ซึ่งไม่จำเป็นให้คนกลุ่มนี้กลับมาพร้อมกันทั้งหมด และเมื่อเดินทางกลับมาประเทศไทยแล้ว ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สนามบิน และสายการบิน จะร่วมมือกับ สธ.ในการคัดกรองอย่างเข้มข้น เช่นเดียวกับการดำเนินการกับคนที่มาจากประเทศที่มีความเสี่ยงสูง อย่างกรณีประเทศจีน หากพบผู้มีที่มีอาการไข้ จะแยกไปกักตัวในโรงพยาบาลทันที และเข้าสู่การขั้นตอนวินิจฉัย ดูแลรักษา พิสูจน์โรคโควิด-19 เพื่อตัดวงจรการแพร่ระบาดของโรค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผู้ที่ไม่มีอาการไข้ในกรณีที่เดินทางกลับมา 2 เมืองในเกาหลีใต้ คือ แทกูกับคย็องซัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดนั้น จะถูกกักตัวในพื้นที่จัดพิเศษ หรือพื้นที่ควบคุมโรคตามที่รัฐบาลกำหนด ส่วนกรณีเดินทางมาจากเมืองอื่น จะประสานนำส่งกลับไปยังพื้นที่ภูมิลำเนา โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมกับนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้บริหารจัดการภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของค่าใช้จ่ายของคนเหล่านี้ใครจะเป็นผู้ออก นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องรอง แม้หลักการตามกฎหมายได้มีการกำหนดเรื่องค่าใช้จ่ายจะอยู่กับเจ้าของยานพาหนะและตัวบุคคลก็ตาม เพราะวัตถุประสงค์คือ เพื่อการปกป้องสังคมจากการระบาดของโรค โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวมาตลอดว่าค่าใช้จ่ายไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่ประเด็นหลักคือจะทำอย่างไรให้ประชาชนปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ ยังรักษาใน รพ. 11 ราย กลับบ้านแล้ว 31 ราย เสียชีวิต 1 ราย รวมสะสม 43 ราย ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคสะสมทั้งหมด 3,680 ราย กลับบ้านได้แล้ว 2,435 ราย ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 1,545 ราย ส่วนผู้ป่วยอาการหนักยังใช้เครื่องช่วยหายใจเฝ้าระวังใกล้ชิด สถานการณ์ผู้ป่วยของไทยอยู่อันดับที่ 17 ของโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีแรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีใต้หรือผีน้อยที่เดินทางกลับมา พบว่า เดิมพบคนมีไข้นำส่ง รพ. 2 ราย และเมื่อคืนวันที่ 3 มี.ค. มีอีก 17 คน รวมมีทั้งหมด 19 คนที่มีไข้ ถือเป็นผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค โดยผลการตรวจสารคัดหลั่งทางห้องปฏิบัติการ พบว่าไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทั้ง 19 คน ส่วนคนที่เหลือที่เดินทางกลับมาก็ให้ดำเนินการกักกันตัวเองที่บ้าน (Home Quarantine) 14 วัน หากมีไข้ไม่สบายให้รีบมาพบแพทย์ แจ้งประวัติการเดินทาง.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58900</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กักตัวผีน้อย, ค่ายทหาร-สนามกีฬา, ทำเนียบรัฐบาล, ผีน้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อู่ฮั่นโมเดล, เกาหลีใต้, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5fc73ce3bce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
