<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5616</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคโนโลยีกับการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อเลี่ยงๆ ไม่ให้ต้องโดนมาตราฉี่ฉิบฉี่เพราะ พูดมากไป &amp;nbsp;วันนี้เลยต้องขอเปลี่ยนบรรยากาศไปดูเรื่องนอกบ้าน นอกประเทศกันดูมั่ง และเรื่องที่ออกจะน่าคิด น่าสนใจ ไม่น้อย ซึ่งกำลังฮอตๆ ฮิตๆ อยู่ในช่วงระหว่างนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่บริษัทวิจัยข้อมูลทางการเมืองของผู้ดีอังกฤษ อ้างว่าไปล้วง ไปควัก ข้อมูลจากผู้ใช้ เฟซบุ๊ก ในอเมริกาอีท่าไหนก็มิอาจทราบได้ แต่ถือได้ว่ามีส่วน พลิก การเมืองในอเมริกา ส่งผลให้ ทรัมป์บ้า ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี หรือ มาเป็นนายขายหน้าเอย จนตราบเท่าทุกวันนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทที่ว่านั้น...ถ้าว่ากันตามรายงานข่าวที่ เว็บไซต์-เอเอสทีวี ของบ้านเรา เขาได้ถ่ายทอด เรียบเรียง ให้พอรับรู้ รับทราบ ก็คือบริษัทที่มีชื่อว่า เคมบริดจ์ แอนนาไลติกา (Cambridge Analytica) ที่ได้หลุดปาก (คนละแบบกับสมชัย) เปิดเผยความลับของบริษัทให้กับผู้สื่อข่าวที่ปลอมตัวเป็นลูกค้า เข้าไปติดต่อเพื่อขอใช้บริการสำหรับการเลือกตั้งในประเทศศรีลังกา อันพอสรุปได้ว่า...เพื่ออวดโชว์ผลงานว่าบริษัทตัวเองมีศักยภาพ มีประสิทธิภาพสูงโด่เด่ ขนาดไหน ผู้บริหารบริษัทจึงได้อ้างถึงการแอบเข้าไปนำเอา ข้อมูลส่วนตัว ของผู้ใช้ เฟซบุ๊ก ในอเมริกา จำนวนประมาณ 50 ล้านราย หรือที่เรียกว่า ยูสเซอร์ มาใช้ประโยชน์ในการพลิกขวา-พลิกซ้าย พลิกหน้า-พลิกหลัง ยังไงก็มิอาจทราบได้ (เนื่องจากเทคโนโลยีชนิดนี้เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือการรับรู้ของ ท่านขุนน้อย อยู่พอสมควร) แต่ก็ว่ากันว่า...มีส่วนเอามากๆ ในการส่งผลให้ ทรัมป์บ้า สามารถนอนมาแบบไม่ต้องมีพระสวดนำหน้า โดยที่คู่แข่งของ ทรัมป์บ้า อย่าง ฮิลลารี คลินตัน ต้องถูกชันสูตรพลิกศพ ส่งขึ้นเมรุ สวดบังสุกุลกันไปตามระเบียบ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ---------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าว่ากันตามคำพูด คำจา ของผู้บริหารบริษัท อย่าง อเล็กซานเดอร์ นิกซ์ (Alexander Nix) ตามที่ เอเอสทีวี เขาได้ถ่ายทอดออกมาให้เห็นแบบคำต่อคำ ก็ว่าเอาไว้ประมาณว่า... เราแค่เอาข้อมูลใส่เข้าไปในระบบสายเลือดของอินเทอร์เน็ต และเฝ้ามองการเติบโตของมัน โดยอาจเพียงแค่...ปั่น...เล็กน้อยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วคอยดูว่ามันจะเปลี่ยนรูปไปในทิศทางไหน ดังนั้น...สิ่งนี้มันจึงได้แฝงเข้าไปในสังคมโลกออนไลน์ แต่ด้วยเหตุเพราะมันไม่มีการปิดป้ายบอก จึงบอกไม่ได้ว่ามันมาจากไหน และหาต้นตอก็ไม่พบ... นี่...ฟังแล้วมึนซ์ซ์ซ์มั้ยทั่น ยิ่งโดยเฉพาะผู้ที่คุ้นเคยอยู่กับสังคม 0.4 อย่าง ท่านขุนน้อย ที่แค่ เมม เบอร์โทรศัพท์ใครต่อใครก็ยังเมมไม่เป็นด้วยแล้ว ยิ่งเป็นอะไรที่ งงง์ง์ง์เต๊กก์ก์ก์ เอามากๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็นั่นแหละ...การที่บริษัทที่ว่า มันสามารถหยิบเอา อารมณ์-ความรู้สึก ของผู้คนจำนวนนับสิบๆ ล้านมาใช้ประโยชน์ในการเลือกตั้งด้วย กรรมวิธี ดังกล่าว ได้อย่างเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลมิใช่น้อย มันจึงเป็นเรื่องน่าคิด น่าสนใจ และ น่าอันตราย อยู่ไม่น้อยเช่นกัน โดยเฉพาะในสังคมที่อะไรต่อมิอะไรมันออกไปทาง สวิงไป-สวิงมา มาโดยตลอด อย่างเช่นสังคมอเมริกันที่เต็มไปด้วยพวก สุดโต่ง ในแทบจะทุกเรื่อง ทุกกรณี ไม่ว่าเรื่องสีผิว เผ่าพันธุ์ เรื่องทัศนคติทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่ถ้าหากใครได้เคยอ่านบทวิจัยภาคสนามของ สำนักข่าวรอยเตอร์ ที่ส่งผู้สื่อข่าวนับสิบๆ ราย ลงไปสำรวจสภาพอารมณ์-ความรู้สึกของชาวอเมริกันในรัฐต่างๆ หลังการเลือกตั้งได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยเฉพาะรัฐที่มีอาการ สวิงไป-สวิงมา อย่างเป็นพิเศษ จะเห็นได้ชัดเจนว่า...ลักษณะอาการแบบ สุดโต่ง มันได้แผ่ซ่าน ครอบคลุม ความรู้สึกของบรรดาอเมริกันชน ไม่น้อยกว่าความรู้สึกสุดโต่งในแบบเหลืองๆ-แดงๆ ในบ้านเรา ในแทบทุกๆ กรณีเอาเลยก็ว่าได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; --------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การอาศัยบรรดาสิ่งที่เรียกว่า ข้อมูล ในโลกโซเชียลมีเดียทั้งหลาย กระทำการพลิกขวา-พลิกซ้าย โดยไม่สามารถจับไล่ทันว่ามันเป็น ข่าวจริง หรือ ข่าวปลอม ไม่สามารถสืบหาต้นตอ ไม่รู้ว่าอะไรถูกใส่สีหรือตีไข่ แต่อาศัยการตอบสนองไปยังอารมณ์ ความรู้สึกของผู้คนที่ได้เปิดเผยตัวตนของตน หรือได้ แก้ผ้า อยู่ในอินเทอร์เน็ต ในเฟซบุ๊ก กันในแต่ละราย เป็นเครื่องมือในการพลิกขวา-พลิกซ้ายเช่นนี้ ต้องยอมรับว่า...มันออกจะเป็นอะไรที่ เอาเรื่อง มิใช่น้อย ถึงขั้นผู้ที่แทบไม่น่ามีโอกาสขึ้นเป็นประธานาธิบดีของประเทศมหาอำนาจสูงสุดได้เลย กลับได้ &amp;nbsp;มาเป็นนายขายหน้าเอย กันเห็นๆ ชนิดแทบไม่ต้องไปเสียเวลาโทษรัสเซียว่าแทรกแซงการเลือกตั้งอเมริกาอีกต่อไปแล้ว แค่อาศัยบริษัทวิจัยข้อมูลทางการเมืองเข้าไปล้วงๆ-ควักๆ ข้อมูลของใครต่อใครใน เฟซบุ๊ก ทุกสิ่งทุกอย่างก็เรียบโร้ยย์ย์ย์โรงเรียน ทรัมป์บ้า เอาง่ายๆ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; -----------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และคงต้องถือเป็นอุทาหรณ์ สอนใจ สำหรับประเทศที่อยากจะเป็น 4.0 ในขณะที่การเมืองยังเป็น 0.4 อย่างบ้านเรามิใช่น้อย เพราะประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮานั้น ถือว่าเป็น ประเทศอันดับ 8 ของผู้ใช้บริการ เฟซบุ๊ก มากที่สุดในโลก คือมีจำนวน ยูสเซอร์ พร้อมใจที่จะเข้าไป แก้ผ้า ในพื้นที่แห่งนี้ จำนวนปาเข้าไปถึง 41 ล้านราย อะไรต่อมิอะไรมันเลยออกไปทาง บ้า...ก็...บ้าวะ หนักยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ชนิดที่แทบจะส่งผลให้ ทหาร กับ นักการเมือง ชักมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจาก ครูปรีชา กับ หมวดจรูญ ไปแล้วในทุกวันนี้...คือ ไม่รู้จะเชื่อใครกันดี ถ้าหากไม่คิดหน้า-คิดหลังเอาไว้มั่ง เจอเข้ากับ คนรุ่นใหม่ ที่มันออกจะเชี่ยวชาญ ช่ำชอง เรื่องราวประเภทนี้ เทคโนโลยีประเภทนี้ เผลอๆ...มีสิทธิ์ บ้าตาย กันทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;--------------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Peter Howard (อีกครั้ง)... We have become industrial and technical giants but we have remained moral and spiritual pigmies.- ในยุคปัจจุบัน...เราได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ทางอุตสาหกรรมและวิชาการด้านเทคนิค แต่ในทางจริยธรรมและจิตใจแล้ว เรายังเป็นได้แค่...คนแคระ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ------------------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5616</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่านขุนน้อย, อเล็กซานเดอร์ นิกซ์, เคมบริดจ์ แอนนาไลติกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180113/5a59fd579d53a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 17:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซัคเคอร์เบิร์ก&#039; ยอมรับเฟซบุ๊กผิดพลาด โดนฉกข้อมูลผู้ใช้งาน ช่วย &#039;ทรัมป์&#039; ชนะเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก&amp;quot; ซีอีโอเฟซบุ๊ก เปิดปากครั้งแรกกรณีข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊ก 50 ล้านรายโดนบริษัทที่ปรึกษาการเมืองนำไปใช้เพื่อช่วยให้ &amp;quot;โดนัลด์ ทรัมป์&amp;quot; ชนะเลือกตั้ง ยอมรับเฟซบุ๊กทำ &amp;quot;ผิดพลาด&amp;quot; พร้อมขอโทษและรับปากจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก แฟ้มภาพเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2558 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องอื้อฉาวที่รุมเร้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้ ทำให้เฟซบุ๊กกำลังถูกรัฐบาลสหรัฐและอีกหลายประเทศในยุโรปตรวจสอบ ขณะที่นักลงทุนพากันหวั่นเกรงว่า เฟซบุ๊กล้มเหลวในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งอาจส่งผลให้จำนวนผู้ใช้งานลดลงและสูญเสียรายได้จากโฆษณา รวมถึงกระตุ้นให้มีการวางกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กสูญเสียมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์มากกว่า 45,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลา 3 วันก่อนหน้าที่มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารของเฟซบุ๊กจะกล่าวยอมรับความผิดพลาด ผ่านการให้สัมภาษณ์สื่อและการโพสต์ขออภัยในเพจของเขาเมื่อวันพุธที่ 21 มีนาคม 2561 ราคาหุ้นของเฟซบุ๊กปิดตลาดดีดตัวขึ้น 0.7% ในวันพุธภายหลังซัคเคอร์เบิร์กโพสต์รับปากว่าจะดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เฟซบุ๊กทำผิดพลาด มีหลายสิ่งให้ต้องทำ และเราจำเป็นต้องเร่งเครื่องและทำมัน&amp;quot; ซัคเคอร์เบิร์กโพสต์ในเฟซบุ๊กเมื่อวันพุธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรามีความรับผิดชอบที่ต้องปกป้องข้อมูลของพวกคุณ หากเราไม่สามารถทำแล้ว เราก็ไม่คู่ควรกับการบริการพวกคุณ&amp;quot; ซัคเคอร์เบิร์กแสดงท่าทีเป็นครั้งแรกนับแต่มีการเปิดโปงว่า เคมบริดจ์อะนาลิติกา บริษัทที่ปรึกษาด้านการเมืองที่ทีมงานหาเสียงของทรัมป์ว่าจ้าง ดึงข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กมาใช้ประโยชน์เพื่อช่วยให้ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2559
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นการทำผิดต่อหน้าที่ที่รับผิดชอบครั้งใหญ่ และผมเสียใจจริงๆ ที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น&amp;quot; ซัคเคอร์เบิร์กให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นเอ็น &amp;quot;ความรับผิดชอบของเราในตอนนี้คือ สร้างความมั่นใจว่าเรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซีอีโอเฟซบุ๊กผู้นี้กล่าวด้วยว่า เขาพร้อมจะเข้าให้การต่อสภาคองเกรสของสหรัฐ หากเห็นว่าเขาคือบุคคลที่สามารถตอบคำถามได้ และเขาไม่คัดค้านการวางกฎระเบียบควบคุมเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอ้างด้วยว่า เฟซบุ๊กได้ใช้มาตรการหลายอย่างมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการนำข้อมูลของผู้ใช้งานมาใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ แต่เขายอมรับว่าเฟซบุ๊กต้องเร่งดำเนินการเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของบีบีซีกล่าวว่า เรื่องอื้อฉาวนี้ถูกเปิดโปงโดยคริสโตเฟอร์ วายลีย์ อดีตลูกจ้างของเคมบริดจ์อะนาลิติกา (ซีเอ) เขาเผยว่าบริษัทจากอังกฤษแห่งนี้ ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้สร้างโปรไฟล์ทางจิตวิทยาของผู้ใช้เฟซบุ๊ก 50 ล้านคน ผ่านแอพพลิเคชันคำถามคำตอบเพื่อทำนายบุคลิกภาพ &amp;quot;นี่คือชีวิตดิจิทัลของคุณ&amp;quot; ที่พัฒนาโดย ดร.อเล็กซานเดอร์ โคแกน นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เมื่อปี 2557
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กประมาณ 270,000 รายที่ใช้งานแอพนี้ และข้อมูลของพวกเขาถูกเก็บรวบรวมไว้ แต่แอพนี้ก็รวบรวมข้อมูลสาธารณะจากเพื่อนๆ ของพวกเขาเช่นกัน โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่รู้ตัวและไม่ได้ให้ความยินยอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้เฟซบุ๊กจะเปลี่ยนระบบที่จำกัดการเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้แล้วหลังจากนั้น แต่วายลีย์กล่าวว่า ซีเอเก็บเกี่ยวข้อมูลผู้ใช้งานเฟซบุ๊กไว้แล้ว 50 ล้านคน นำมาใช้เจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อป้อนข้อมูลเนื้อหาที่สนับสนุนทรัมป์ ขณะที่เฟซบุ๊กอ้างว่า ซีเอละเมิดความไว้วางใจโดยไม่ยอมลบข้อมูลผู้ใช้ตามที่เฟซบุ๊กร้องขอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร ซีเอเพิ่งพักงานอเล็กซานเดอร์ นิกซ์ ซีอีโอของบริษัท ซึ่งถูกนักข่าวช่อง 4 ของอังกฤษวางกับดักด้วยการแสร้งเป็นลูกค้า และลอบบันทึกเสียงสนทนา ที่เขาอวดอ้างผลงานการหาเสียงทางดิจิทัลที่ช่วยให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้ง และยังเปิดเผยกลยุทธ์สกปรกทางออนไลน์ที่ใช้ทำลายชื่อเสียงคู่แข่งของลูกค้าบริษัทด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;โปสเตอร์ภาพ อเล็กซานเดอร์ นิกซ์ หลังกรงขัง พร้อมคำโปรย &amp;quot;ข้อมูลของเราไม่ใช่ของเขา ตรงไปเข้าคุก&amp;quot; แปะไว้ที่ประตูของบริษัท เคมบริดจ์อนาลิติกา ในกรุงลอนดอน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5589</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉกข้อมูล, ผุ้ใช้เฟซบุ๊ก, มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก, อเล็กซานเดอร์ นิกซ์, เคมบริดจ์อนาลิติกา, เฟซบุ๊ก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab38815c8c4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
