<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>74029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 20:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนส่งบินรบรุกเส้นแบ่งช่องแคบ ต้อนรับรมต.สหรัฐเยือนไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จีนส่งเครื่องบินรบ 2 ลำบินข้ามเส้นแบ่งมัธยะกลางช่องแคบไต้หวันเมื่อเช้าวันจันทร์ ก่อนหน้าที่รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหรัฐจะพบปะประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน เพื่อแสดงความสนับสนุนและยกย่องประชาธิปไตยกับความสำเร็จในการต่อสู้กับโควิด-19 ของไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐ (ที่ 2 จากซ้าย) เดินออกจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อไต้หวัน ภายหลังเป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งอเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุข มาเยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการนาน 3 วัน โดยอาซาร์เป็นสมาชิกคณะรัฐมนตรีสหรัฐระดับสูงที่สุดที่เยือนไต้หวันในรอบ 41 ปี นับแต่สหรัฐหันมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเมื่อปี 2522 และเป็นการมาเยือนในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนบาดหมางกันในหลายเรื่อง ไม่ว่าด้านการค้า, การทหาร, ความมั่นคง รวมไปถึงโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนยังถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของตน ที่จีนพร้อมใช้กำลังหากไต้หวันประกาศเอกราช และประณามการเยือนของอาซาร์ว่า บั่นทอนสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน โดยจีนขอสงวนสิทธิ์ที่จะตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม อ้างคำแถลงของกองทัพอากาศไต้หวันที่บอกว่า จีนส่งเครื่องบินรบ เจ-11 และเจ-10 บินข้ามเส้นแบ่งมัธยะกลางช่องแคบไต้หวัน ที่สองฝ่ายใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดน เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ไม่นานก่อนที่อาซาร์จะพบปะกับไช่ โดยไต้หวันยิงมิสไซล์ต่อต้านอากาศยานจากภาคพื้นติดตามเครื่องบินจีน 2 ลำนั้น และส่งเครื่องบินลาดตระเวนขึ้นขับไล่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ระดับสูงของไต้หวันที่ใกล้ชิดกับแผนงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลกล่าวกับรอยเตอร์ว่า จีน &amp;quot;พุ่งเป้า&amp;quot; ที่การเยือนของอาซาร์อย่างชัดเจน ด้วยการเคลื่อนไหวที่ &amp;quot;เสี่ยงมาก&amp;quot; หากพิจารณาว่าเครื่องบินของจีนอยู่ในพิสัยของมิสไซล์ไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การรุกล้ำข้ามเส้นมัธยะในช่องแคบไต้หวันของจีนครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 นับแต่ปี 2559 กระทรวงกลาโหมของจีนยังไม่แสดงท่าทีต่อเหตุการณ์นี้และการโต้ตอบของไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทรัมป์ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนดินแดนประชาธิปไตยแห่งนี้มากขึ้นในช่วงยามที่ความสัมพันธ์กับจีนเลวร้ายลง และยังได้ส่งเสริมการขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน การมาเยือนของอาซาร์ครั้งนี้เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสาธารณสุข และสนับสนุนบทบาทของไต้หวันบนเวทีระหว่างประเทศในการต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นับเป็นเกียรติอย่างแท้จริงที่ข้าพเจ้าได้มาที่นี่ เพื่อถ่ายทอดสารแห่งการสนับสนุนอย่างแข็งขันและมิตรภาพที่ประธานาธิบดีทรัมป์มีต่อไต้หวัน&amp;quot; อาซาร์กล่าวกับไช่ระหว่างการพบกันที่ทำเนียบประธานาธิบดี พร้อมกับยกย่องการตอบสนองของไต้หวันต่อโควิด-19 ว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สุดของโลก ที่ต้องยกความชอบให้กับความเป็นประชาธิปไตย, ความโปร่งใสและเปิดกว้างของสังคมและวัฒนธรรมไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การดำเนินการอย่างรวดเร็วและได้ผลของไต้หวันในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสทำให้ไต้หวันมีผู้ติดเชื้อน้อยกว่าหลายประเทศในภูมิภาคนี้ โดยมีผู้ติดเชื้อเพียง 480 ราย และเสียชีวิต 7 ราย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ติดเชื้อจากต่างแดน ขณะที่สหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก โดยเกิน 5 ล้านรายแล้ว และเสียชีวิตเกือบ 163,000 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74029</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนส่งเครื่องบินรบ, ช่องแคบไต้หวัน, รัฐมนตรีสหรัฐเยือนไต้หวัน, อเล็กซ์ อาซาร์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200810/image_big_5f314c169c376.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2020 22:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2020 22:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.สาธารณสุขสหรัฐถึงไต้หวัน เริ่มภารกิจยั่วโทสะจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหรัฐเดินทางถึงไต้หวันเมื่อวันอาทิตย์ เริ่มภารกิจเยือนไต้หวันนาน 3 วัน โดยเขาเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐที่มาเยือนดินแดนนี้นับแต่สหรัฐเปลี่ยนมาสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเมื่อปี 2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม ว่าในการเยือนนาน 3 วันของรัฐมนตรีอเมริกันซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่จีน อาซาร์จะได้พบปะกับประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้นำหญิงที่พยายามผลักดันให้ไต้หวันได้รับการยอมรับในฐานะประเทศเอกราช สำนักงานของไช่กล่าวว่าทั้งคู่จะได้พบปะกันช่วงเช้าวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาซาร์เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดในคณะรัฐมนตรีสหรัฐที่มาเยือนไต้หวันในรอบ 41 ปี และเกิดในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับจีนตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่กี่วันมานี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งมีคำสั่งห้ามแอปพลิเคชันติ๊กต็อกและวีแชตของจีน และกระทรวงการคลังยังประกาศคว่ำบาตรแคร์รี หล่ำ ผู้บริหารหญิงของฮ่องกง ตอบโต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐแถลงก่อนการเดินทางของอาซาร์ว่า การเยือนไต้หวันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐเพื่อเรียนรู้ความสำเร็จของไต้หวันในการต่อสู้กับโรคโควิด-19 และยืนยันความเชื่อที่ว่า สังคมที่เปิดและเป็นประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือที่ดีในการต่อสู้กับโรคต่างๆ รวมถึงโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลจีนกล่าวถึงการเดินทางเยือนของอาซาร์ว่าคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพข้ามช่องแคบไต้หวัน รัฐมนตรีกลาโหมของจีนยังปรามสหรัฐอย่าได้ดำเนินการใดๆ ที่อันตราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73940</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐมนตรีสาธารณสุขสหรัฐเยือนไต้หวัน, อเล็กซ์ อาซาร์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2accc5b986c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73539</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 22:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐยั่วจีน เตรียมส่งรมว.สาธารณสุขเยือนไต้หวัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลสหรัฐเตรียมส่งอเล็กซ์ อาซาร์&amp;nbsp; รัฐมนตรีสาธารณสุข เดินทางเยือนไต้หวันในเร็ววันนี้ เพื่อหารือเรื่องการควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนา เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของสหรัฐที่เยือนไต้หวันในรอบ 40 ปี ด้านจีนเตือนคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐประกาศเมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคมว่า อเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จะเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนสหรัฐเดินทางเยือนไต้หวันในเร็วๆ นี้ โดยอาซาร์กล่าวในแถลงการณ์ว่า เขาจะพบประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน เพื่อหารือเรื่องความเป็นผู้นำด้านสาธารณสุขระดับโลกของไต้หวันระหว่างการระบาดของโรคโควิด-19 และเจรจาประเด็นอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันแถลงว่า การพบปะระหว่างอาซาร์กับประธานาธิบดีไช่แสดงให้เห็นรากฐานที่แข็งแกร่งของความไว้วางใจต่อกันระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันอเมริกาในไต้หวันที่ทำหน้าที่เสมือนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในไต้หวัน แถลงว่า การเดินทางเยือนไต้หวันของอาซาร์เป็นการเยือนไต้หวันครั้งแรกของรัฐมนตรีสหรัฐในรอบ 6 ปี และเป็นการเยือนในระดับสูงสุดของคณะรัฐมนตรีสหรัฐนับตั้งแต่ปี 2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐประกาศรับรองจีนแทนไต้หวันในปี 2522 แต่สหรัฐยังเป็นประเทศที่ขายอาวุธให้ไต้หวัน แต่ในช่วงที่ผ่านมาสหรัฐระมัดระวังการติดต่ออย่างเป็นทางการกับไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงในวันพุธตอบโต้การประกาศเรื่องนี้ของสหรัฐว่า จีนขอคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการแลกเปลี่ยนการเยือนของเจ้าหน้าที่ระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน เรียกร้องให้สหรัฐยกเลิกการเยือนไต้หวันของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ และขอให้สหรัฐยอมรับหลักการจีนเดียว เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ รวมถึงต่อสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73539</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ส่งรัฐมนตรีเยือนไต้หวัน, อเล็กซ์ อาซาร์, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2accc5b986c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56035</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนตายพุ่ง259! อเมริกา-ออสซี่ ห้ามเข้าประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสโคโรนาหลอนไปทั่วโลก ยอดผู้เสียชีวิตในจีนพุ่งเป็น 259 ราย ติดเชื้่อ 11,791 คน อเมริกาผวาหนัก ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ห้ามคนติดเชื้อเข้าชั่วคราว &amp;nbsp;ออสเตรเลียเอาด้วย ส่วนอังกฤษเรียกนักการทูตกลับด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (เอ็นเอชซี) ประกาศเมื่อวันเสาร์ว่า ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่รวม 243 ราย ได้รับการรักษาจนหายดีและถูกปล่อยตัวออกจากโรงพยาบาล เมื่อนับถึงสิ้นวันศุกร์ที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นเอชซีเผยว่า ในวันศุกร์มีผู้ป่วยติดเชื้อที่ได้รับการรักษาจนหายและออกจากโรงพยาบาลทั้งสิ้น 72 ราย รายงานระบุว่าผู้ป่วยจะได้รับการปล่อยตัวออกจากโรงพยาบาลเมื่ออาการป่วยทุเลา อุณหภูมิร่างกายอยู่ในช่วงปกติอย่างน้อย 3 วัน และการทดสอบกรดนิวคลีอิกของไวรัสทั้ง 2 ครั้งมีผลเป็นลบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จีนพบผู้ป่วยติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันผลอยู่ที่ 11,791 ราย ซึ่งกระจายตัวอยู่ในภูมิภาคระดับมณฑล 31 แห่งของจีน ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 259 ราย เมื่อนับถึงสิ้นวันศุกร์ที่ 31 ม.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนรายงานว่า เที่ยวบินชุดแรกที่รัฐบาลจีนส่งไปรับตัวชาวมณฑลหูเป่ย์ 199 คน ที่ตกค้างอยู่ต่างประเทศเดินทางกลับถึงมณฑลหูเป่ย์แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบินดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากสายการบินเซี๊ยะเหมินนำชาวมณฑลหูเป่ย์เดินทางออกจากกรุงเทพมหานครและเมืองโกตากินะบะลูของมาเลเซีย และกลับถึงท่าอากาศยานนานาชาติอู่ฮั่น เทียนเหอ เมื่อเวลา 20.53 น. และ 22.32 น. ของเมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น โดยผู้โดยสารบนเครื่องบินทั้งสองเที่ยวบินได้รับการตรวจคัดกรองไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ตั้งแต่ก่อนขึ้นเครื่อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ทางการจีนยังมีมาตรการกักกันผู้ติดเชื้อด้วย หนึ่งในผู้โดยสารที่เดินทางกลับจากมาเลเซียกล่าวว่า เขาเดินทางไปเที่ยวมาเลเซียและมีกำหนดกลับตั้งแต่วันที่ 27 มกราคมที่ผ่านมา แต่เที่ยวบินของเขาถูกระงับเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา และหลังจากนั้นเขาก็ไม่สามารถหาเที่ยวบินเดินทางกลับบ้านได้ เขาจึงรู้สึกขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสหรัฐอเมริกาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข แล้ว หลังองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ประกาศไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดอย่างหนักในจีนได้แพร่ระบาดหลายประเทศทั่วโลก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเล็กซ์ อาซาร์ รัฐมนตรีสาธารณสุข ประกาศว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งห้ามเข้าประเทศชั่วคราวสำหรับชาวต่างชาติที่คาดว่าจะเป็นพาหะนำเชื้อโรค โดยมาตรการดังกล่าวได้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์นี้เป็นต้นไป
อังกฤษเรียกทูตกลับด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสถานทูตสหรัฐเปิดเผยว่า ณ วันที่ 31 ม.ค. กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้สั่งการให้สมาชิกครอบครัวของเจ้าหน้าที่สถานทูตสหรัฐในจีนที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี เดินทางออกจากประเทศจีนในทันที
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับชาวอเมริกันที่อพยพกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น จะถูกกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน ส่วนผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่อื่นๆ ในจีน ก็จะต้องกักกันโรคอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วันด้วยเช่นกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลอังกฤษเปิดเผยแถลงการณ์รายวันระบุว่า อังกฤษได้เรียกตัวเจ้าหน้าที่สถานทูตและสถานกงสุลในจีนกลับประเทศ อันเนื่องมาจากการระบาดอย่างรวดเร็วของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในจีน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ระบุว่า ณ วันที่ 31 ม.ค. เจ้าหน้าที่สถานทูตและสถานกงสุลพร้อมด้วยครอบครัวได้ถูกเรียกตัวกลับจากจีน แต่ยังคงมีพนักงานบางส่วนที่จำเป็นต้องอยู่ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และยังระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ย่ำแย่ลง อาจทำให้สถานทูตและสถานกงสุลของอังกฤษมีขีดความสามารถที่จำกัดในการให้ความช่วยเหลือกับชาวอังกฤษในประเทศจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย เผยว่า มีเพียงพลเมืองออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นพำนักในออสเตรเลีย รวมถึงบุคคลในความดูแล ผู้ดูแลอย่างกฎหมาย และคู่สมรสเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้เดินทางจากจีนเข้าออสเตรเลียตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มอร์ริสันกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ควบคุมพรมแดนจะสามารถดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมงเรื่องตรวจคัดกรองผู้เดินทางมาจากหรือเดินทางผ่านจีน ทางการใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งท่ามกลางสถานการณ์ขณะนี้ เพื่อให้ชาวออสเตรเลียดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจ และเป็นมาตรการก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆ ที่กำลังดำเนินมาตรการในลักษณะเดียวกัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการนี้ขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศจีน จากเดิมที่ห้ามเฉพาะชาวต่างชาติเดินทางจากมณฑลหูเป่ย์เข้าออสเตรเลีย ส่วนชาวออสเตรเลียที่เดินทางมาจากจีนจะต้องกักตัวเองโดยสมัครใจเป็นเวลา 14 วัน จากเดิมที่ให้กักเฉพาะผู้เดินทางมาจากหูเป่ย์
ฝรั่งเศสพาไปเมืองตากอากาศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียบอกว่า กระทรวงต่างประเทศออสเตรเลียยังได้เพิ่มระดับคำเตือนเดินทางไปจีนเป็นอย่าเดินทางไป ปัจจุบันออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว 10 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ชาวฝรั่งเศส 200 คน จากเมืองอู่ฮั่น เดินทางกลับถึงฝรั่งเศสแล้ว โดยเที่ยวบินอพยพได้ลงจอดที่ฐานทัพอากาศทางภาคใต้ จากนั้นทั้งหมดได้ถูกนำตัวไปยังเมืองตากอากาศแห่งหนึ่ง เพื่อกักกันโรคเป็นเวลา 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการฝรั่งเศสเปิดเผยว่า เวลานี้ยังมีประชาชนอยู่ในเมืองอู่ฮั่นอีกหลายร้อยคน และมีแผนการจะส่งเครื่องบินไปอพยพชาวฝรั่งเศส และชาวยุโรป เป็นรอบที่ 2 สำหรับผู้อพยพกลับมาในรอบแรก พบว่ามีอาการป่วย 1 คน ส่วนยอดผู้ติดเชื้อในฝรั่งเศสที่ได้รับการยืนยันเวลานี้อยู่ที่ 6 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังรัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐเผยว่า ในช่วงการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในจีน เป็นโอกาสดีต่อตลาดแรงงานที่จะกลับคืนสู่สหรัฐ ล่าสุดทางการจีนออกมาวิจารณ์ด้วยความโกรธเคือง ชี้เป็นการแสดงความคิดเห็นที่ไม่เป็นมิตร
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์เมื่อวันก่อนเกี่ยวกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐบางคนแสดงความเห็นไม่เป็นมิตร ขณะที่จีนกำลังพยายามอย่างที่สุดเพื่อต่อสู้กับโรคระบาดจากไวรัสโคโรนา 2019 โดยเฉพาะกรณีนายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐ ที่ออกมาระบุว่า สถานการณ์การระบาดทำให้ภาคธุรกิจอาจพิจารณาทบทวนเรื่องซัพพลายเชน ซึ่งอาจช่วยให้พวกเขาหันกลับมาจ้างงานในสหรัฐ ความเห็นของรอสส์มีขึ้นในวันเดียวกับที่สหรัฐเพิ่มระดับการเตือนภัยสูงสุด ที่ห้ามพลเมืองเดินทางไปจีนช่วงไวรัสระบาด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์ของจีนระบุว่า เพื่อนในยามยากเป็นเพื่อนแท้ หลายประเทศเสนอความช่วยเหลือให้จีน แต่ตรงกันข้ามคำพูดและการกระทำของเจ้าหน้าที่สหรัฐไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงและไม่มีความเหมาะสม และแม้องค์การอนามัยโลกแนะนำไม่ควรจำกัดการเดินทางไปจีน แต่สหรัฐกลับทำตรงกันข้าม จึงไม่ใช่ความปรารถนาดี พร้อมกับย้ำว่า จีนจะสามารถพิชิตสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่นี้ไปได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56035</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อเล็กซ์ อาซาร์, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200201/image_big_5e3568d7c8585.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
