<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่วมพิษ“โควิด”เตะฝุ่นอีก6ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การระบาดของ &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; ส่งผลกระทบอย่างมากกับภาพรวมเศรษฐกิจในหลากหลายมิติ จากมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของรัฐบาลในปีที่ผ่านมา ที่ใช้มาตรการแบบเด็ดขาด &amp;ldquo;ล็อกดาวน์&amp;rdquo; จนส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั้งหมดหยุดชะงัก ซึ่งแน่นอนไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการประกอบธุรกิจ รายได้ของประชาชนให้ถูกกระทบตามไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมีภาคธุรกิจในหลายส่วน โดยเฉพาะรายย่อยที่อาจจะสายป่านไม่ยาว ทนแบกรับผลกระทบจากมาตรการที่รัฐบาลใช้ควบคุมการแพร่ระบาดไม่ไหว หลายส่วนต้องปิดตัวลง และนำมาซึ่งปัญหา &amp;ldquo;การว่างงาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ &amp;ldquo;ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์)&amp;rdquo; ได้ระบุว่า ความรุนแรงจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ประมาณการว่าจะมีคนไทยยากจนเพิ่มขึ้นอีก 1.5 ล้านคน และในแง่ของผลกระทบต่อแรงงานจากโควิด-19 ช่วงไตรมาส 2/2563ทำให้งานหายไป 3.4 แสนตำแหน่ง และชั่วโมงการทำงานลดลง 2-3 ชั่วโมง การว่างงานในกลุ่มคนหนุ่มสาวเพิ่มขึ้น 9% ขณะที่ค่าจ้างลดลง 1.6% ส่วนในไตรมาส 3 ต่อเนื่องไตรมาส 4/2563 สถานการณ์แรงงานเริ่มดีขึ้น และทำให้จำนวนงานเพิ่มขึ้น 8.5 แสนตำแหน่ง แต่ยังมีจุดอ่อนคือ ชั่วโมงการทำงานและค่าจ้างในภาคการเกษตรยังต่ำกว่าในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การเกิดขึ้นของโควิด-19 ซ้ำเติมความท้าทายเดิมที่มีอยู่แล้วในตลาดแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานที่อ่อนแอลง และแรงงานนอกระบบ รวมถึงในระยะกลางยังต้องเผชิญปัญหาประชากรสูงอายุด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ออกมาให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดจากวิกฤติโควิด-19 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF Thailand) ปี 2563 พบว่า ประชาชนกลุ่มอายุ 15-24 ปี โดยเฉพาะนักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่กำลังจะเรียนจบ มีแนวโน้มที่จะว่างงาน เนื่องจากภาคเอกชนชะลอการจ้างงาน จึงทำให้ลดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพหรือทักษะในการประกอบอาชีพจากการไม่ได้เข้าสู่ระบบการจ้างงาน 14% หรือกว่า 1.3 ล้านคน และวัยทำงานที่เป็นคน &amp;quot;ว่างงาน&amp;quot; 17.9% หรือกว่า 6 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังพบว่าแรงงานทั้งในและนอกระบบส่วนมากยังไม่มีแผนการออม ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่ายในยามฉุกเฉิน ด้วยสถานะของแรงงานในระบบทำให้แรงงานส่วนใหญ่กลายเป็นบุคคลที่มีทักษะเชิงเดี่ยว ไม่สามารถปรับตัวเพื่อประกอบอาชีพอื่นได้ในทันที จากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงมีแนวโน้มที่จะมีคนว่างงานและคนที่มีรายได้น้อยลงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตที่ดีลดลง เพราะขาดรายได้ ขาดความรู้ในการพัฒนาศักยภาพตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:12.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)&amp;rdquo; ได้ประเมินว่าในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงที่จะขยายตัวได้ต่ำกว่าที่ประเมินไว้จากหลายปัจจัย ได้แก่ การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ล่าช้า จากข้อจำกัดในการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 แรงกระตุ้นจากภาครัฐที่อาจจะน้อยกว่าคาด ฐานะทางการเงินของภาครัฐที่อาจได้รับผลกระทบจนต้องปิดกิจการ ซึ่งส่งผลทำให้ &amp;ldquo;จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น&amp;rdquo; รวมถึงการผิดนัดชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือนไทยอาจจะสูงขึ้นมาก ภายหลังมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้สิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.1pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการยกระดับ การพัฒนาและเสริมทักษะของแรงงานที่ภาวะการแข่งขันในตลาดแรงงานจะยิ่งสูงขึ้นถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่ง &amp;ldquo;ธนาคารโลก&amp;rdquo; ได้มีข้อเสนอแนะเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานโดยรวมในระยะสั้น โดยแนะนำให้ขยายการคุ้มครองเพื่อช่วยแรงงานที่ตกงาน ผ่านมาตรการเยียวยาด้านการเงินและช่วยฝึกทักษะอาชีพสำหรับผู้ตกงาน ส่วนมาตรการระยะยาวคือการเพิ่มด้านประสิทธิภาพการทำงานให้สอดคล้องกับสังคมไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ การลดช่องว่างระหว่างแรงงานผู้หญิงกับแรงงานชาย ตลอดจนแนะนำให้ขยายเวลาการเกษียณอายุออกไปอีก เพื่อรองรับสังคมสูงอายุ. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100818</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, อ่วมพิษ“โควิด”เตะฝุ่นอีก6ล้านคน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
