<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาจิกิโรยแรงเฝ้าระวัง22จว.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กรมอุตุฯ เผยพายุโซนร้อน &amp;quot;คาจิกิ&amp;quot; อ่อนกำลังลงเป็นแค่ดีเปรสชัน แต่ 4 ก.ย. 22 จว.ยังเผชิญฝนตกหนัก &amp;quot;นายกฯ&amp;quot; เตรียมลงพื้นที่ &amp;quot;พิษณุโลก-สุโขทัย&amp;quot; ติดตามสถานการณ์ ยันเยียวยาผู้เดือดร้อนทุกมิติ &amp;quot;คลัง&amp;quot; สั่ง ธ.ก.ส.ช่วยเหลือเกษตรกร &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ไปร้อยเอ็ดลั่น &amp;quot;พท.&amp;quot; ไม่ทิ้ง ปชช. &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; แนะแก้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยช่วยลดปัญหาอุทกภัย &amp;quot;สุโขทัย&amp;quot; ระทึก! เกิดรอยรั่วแนวพนังกั้นน้ำ &amp;quot;ผู้ว่าฯ&amp;quot; แจ้งชาวบ้านยกของขึ้นที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 ก.ย. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 9 พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ก.ย.2562 ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 3 ก.ย.62 พายุระดับ 3 (โซนร้อน) &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน)แล้ว บริเวณเมืองสาละวัน ประเทศลาวตอนใต้ หรือที่ละติจูด 16.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และพายุนี้ได้เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่และฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามและประเทศลาว ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดว่าพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ ในวันที่ 4 ก.ย.บริเวณที่มีฝนตกหนัก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ยโสธร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี, ภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ &amp;nbsp;จังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) &amp;ldquo;คาจิกิ&amp;rdquo; บริเวณเมืองสาละวัน ประเทศลาวตอนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ยังคงมีกำลังแรงต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนงดออกจากฝั่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงมาตรการรับมือพายุคาจิกิว่า รัฐบาลมีประสบการณ์อยู่แล้วในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมใหญ่ในประเทศ ตนได้สั่งการย้ำเตือนหน่วยงาน เตรียมการแก้ปัญหาตั้งแต่วันนี้ ส่วนกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้ออกประกาศเตือน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กองทัพ กรมชลประทาน กระทรวงสาธารณสุข ให้ติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือพายุ ให้มีการแจ้งเตือนประชาชนเป็นระยะ รวมถึงการปรับแผนการระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ว่าจุดศูนย์กลางจะไม่เข้าโดยตรงที่ประเทศไทยก็ตาม แต่อิทธิพลจะส่งผลกระทบให้เกิดฝนตกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคเหนือ ซึ่งในวันที่ 4 ก.ย.นี้ ผมและทีมงานจะลงพื้นที่ จ.พิษณุโลกและสุโขทัย เพื่อตรวจความเสียหายและให้กำลังใจผู้ประสบภัย โดยรัฐบาลพร้อมเยียวยาผู้ที่เดือดร้อนในทุกมิติ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราเผชิญมาโดยตลอด&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยจะมีปัญหาสำคัญๆคือภัยแล้ง น้ำท่วมซึ่งตนเป็นห่วง โดยเฉพาะที่ผลกระทบต่อเกษตรกรที่มีรายได้น้อย รวมถึงย่านธุรกิจ โรงพยาบาล สถานที่ราชการ และเส้นทางคมนาคมขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้สั่งการไปแล้วให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหมให้จัดกำลังเครื่องไม้เครื่องมือเร่งคลี่คลายเส้นทางให้ได้โดยเร็วที่สุด โดยร่วมทำงานกับกระทรวงคมนาคม
บิ๊กตู่ลงพื้นที่น้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกฯ และคณะจะเดินทางไปยังจังหวัดพิษณุโลก เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์และแนวทางการแก้ปัญหาที่ศาลากลางจังหวัด หลังประชุมเสร็จสิ้นจะเดินทางไปตรวจสถานการณ์และเยี่ยมประชาชนที่ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก จากนั้นจะเดินทางไปยัง จ.สุโขทัย เพื่อตรวจเยี่ยมพื้นที่ประสบอุทกภัยที่ประตูระบายน้ำบ้านหาด สะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ก่อนเดินทางกลับจังหวัดกรุงเทพฯ ในช่วงเย็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 4 ก.ย. ไม่ได้ร่วมคณะไปกับนายกฯ แต่เตรียมที่จะลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 7 ก.ย. เพื่อตรวจสถานการณ์น้ำท่วมและแจกโฉนดที่ดินในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า หลังจากพายุโพดุลเข้ามาทำให้จังหวัดต่างๆ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและน้ำไหลหลากจำนวน 26-27 จังหวัด คือ ตอนใต้ เหนือ อีสาน และในหลายพื้นที่ประชาชนได้รับผลกระทบยังต้องการอพยพไปอยู่พื้นที่พักพิง เช่น ที่ จ.ขอนแก่น สถานการณ์เวลานี้ในช่วงที่พายุลูกใหม่กำลังเข้ามาก็ยังไม่มีผลกระทบเพิ่มขึ้น การเตรียมการของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมที่จะดูแลประชาชน และเจ้าหน้าที่ได้ประชุมหารือกันเพื่อระบายน้ำให้ได้ดีที่สุด ให้มีผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวเช่นกันว่า หลังลงพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น สภาพน้ำเริ่มลดลง แต่มีความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากภาครัฐอีกมาก และการลงพื้นที่ได้ไปเยี่ยมเยียนประชาชนที่ได้รับผลกระทบหนัก และได้กำชับผู้ว่าราชการจังหวัดในการดูแลจัดงานศพแก่ครอบครัวประชาชนที่เสียชีวิต รวมถึงได้ให้นามบัตรส่วนตัวเพื่อจะประสานให้การช่วยเหลือต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ครอบครัวที่เดือดร้อนจะพยายามประสานทั้งภาครัฐ เอกชน และจิตอาสาเข้าไปช่วยเหลือ ส่วนเรื่องการเยียวยานั้น ขณะนี้มีรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่หลายจุด แต่ละคนคงจะรายงานแต่ละจุดที่ลงพื้นที่ให้ที่ประชุม ครม.ได้รับทราบ&amp;quot; ร.อ.ธรรมนัสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยว่า นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดแต่ละพื้นที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการช่วยเหลือเกษตรกร ได้มอบหมายให้นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กำหนดแนวทาง พร้อมกำชับให้ ธ.ก.ส.ในพื้นที่ดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดังนี้ กรณีฉุกเฉินเร่งด่วน ได้มอบหมายให้พนักงานในพื้นที่ออกเยี่ยมเยียนให้กำลังใจลูกค้า โดยนำเงินจากกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติของ ธ.ก.ส. ไปจัดหาถุงยังชีพเพื่อนำไปมอบให้เกษตรกรลูกค้าและประชาชนที่เดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นได้ส่งถุงยังชีพช่วยเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก ขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร และนครพนม ไปแล้วกว่า 20,000 ถุง รวมทั้งเข้าไปสนับสนุนศูนย์อพยพหรือจุดรวมพลต่างๆ เช่น จัดหาอาหาร น้ำดื่ม บริการสุขาเคลื่อนที่ เต็นท์สนาม รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้านอื่นๆ เช่น ค่าเช่าเรือ ค่าเช่ารถบรรทุก ค่าแรงงาน เป็นต้น และหลังจากสถานการณ์คลี่คลายลง จะเร่งสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาพิจารณาให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูหลังประสบภัย&amp;quot; นายธนกรกล่าว
ธ.ก.ส.ช่วยเกษตรกร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขานุการ รมว.การคลังกล่าวว่า สำหรับการให้ความช่วยเหลือด้านภาระหนี้สินที่มีอยู่กับ ธ.ก.ส. กรณีที่เกษตรกรได้รับความเสียหายด้านการผลิตและส่งผลกระทบต่อรายได้ ธ.ก.ส.จะพิจารณาขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนตามความหนักเบาของผู้ประสบภัยทุกราย และพิจารณาให้สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ไม่เกินรายละ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ระยะเวลา 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตสำหรับเกษตรกรลูกค้าผู้ประสบภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ตามความจำเป็นแต่ไม่เกินรายละ 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR -2 หรือเท่ากับร้อยละ 4.875 ต่อปี กำหนดชำระคืนไม่เกิน 15 ปี เพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นค่าลงทุนในการสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัยที่ได้รับความเสียหาย หรือลงทุนซ่อมแซมโรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร หรือฟื้นฟูการประกอบอาชีพการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ ต.นาแซง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมด้วย ส.ส.จังหวัดภาคอีสานของพรรค ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ซึ่งตลอดเส้นทางการสัญจร หลายช่วงมีน้ำท่วมขังสูง รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ช่วงหนึ่งที่คุณหญิงสุดารัตน์ไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดประสานงานรับบริจาคสิ่งของจำเป็น บ้านบุ่งเบ้าห้วยเจริญ ต.นาแซง คุณหญิงสุดารัตน์ได้พบปะประชาชนพูดคุยให้กำลังใจพร้อมสวมกอดให้มีกำลังกายกำลังใจต่อสู้กับสถานการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์กล่าวว่า การเดินทางมาในพื้นที่เห็นสภาพน้ำท่วมจริง จึงเข้าใจว่าประชาชนยากลำบากเพียงใด ขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้ตนเอง ซึ่งถือเป็นกำลังใจที่ยิ่งกว่าญาติมิตร ยืนยันว่าหากประชาชนมีความเดือดร้อนที่ใด พรรคเพื่อไทยจะไปช่วยเหลือ พรรคเพื่อไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ ภายในเวลาเพียง 25 วัน จากประสบภัยแล้งกลับกลายเป็นต้องประสบอุทกภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจว่าพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าว ได้รับความเสียหาย พี่น้องมีทุกข์ที่ไหน เพื่อไทยทุกข์ด้วย วันนี้เรามาย่ำน้ำด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น คุณหญิงสุดารัตน์และคณะเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทยมอบสิ่งของจำเป็น ทั้งข้าวสารอาหารแห้งให้กับพี่น้องประชาชนแต่ละหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. กล่าวว่า น้ำท่วมในภาคอีสาน ทางพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกคนต่างทำงานอย่างแข็งขัน มี ส.ส.พรรคอนาคตใหม่เข้าช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ของตัวเองและพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนกลางทางพรรคมีเจ้าหน้าที่คอยติดตามสภาวะอากาศอยู่ตลอด มีศูนย์แจ้งเรื่องร้องเรียนน้ำท่วม ที่ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา เพื่อประสานการเข้าไปช่วยเหลือ ให้กำลังใจพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในภาคอีสานว่า ต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทำให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมมากขึ้น เพื่อให้ท้องถิ่นได้จัดการกับทรัพยากรในพื้นที่ เช่น การเกิดภัยพิบัติ น้ำท่วม ไฟไหม้ คนที่รักบ้าน ต้องรู้จักบ้านตัวเองดีที่สุด ก็คือคนในพื้นที่ เหตุการณ์ฉุกเฉินต้องให้คนในท้องที่ร่วมจัดการ จะให้รอส่วนกลางสั่งการลงมาอาจไม่ทัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีส่วนร่วม แต่ละพื้นที่มีลักษณะแตกต่างกัน แนวทางการจัดการปัญหาน้ำท่วมคือการสร้างตลิ่งซีเมนต์ในพื้นที่ชุมชนทั้งหมด ก็จะลดความเสี่ยงลงได้ โดยในวันที่ 5 และ 6 ก.ย.นี้ &amp;nbsp;ผมพร้อมทีมงานจะลงพื้นที่น้ำท่วมในภาคอีสาน&amp;quot; หัวหน้าพรรค อนค.กล่าว
สุโขทัยแจ้งเตือน ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่างๆ นั้น จ.พิษณุโลก ปภ.จังหวัดสรุปพื้นที่ประสบอุทกภัยรวมทั้งสิ้น 4 อำเภอ 31 ตำบล 224 หมู่บ้าน 15,036 ครัวเรือน 2 ผู้เสียชีวิต ผลกระทบด้านการเกษตร 171,732 ไร่ โดย อ.เนินมะปราง 7 ตำบล 64 หมู่บ้าน 2,500 ครอบครัวหนึ่งผู้เสียชีวิตผลกระทบด้านการเกษตร 139,323 ไร่ อำเภอวังทอง 10 ตำบล 66 หมู่บ้าน 9,692 ครอบครัว ผลกระทบด้านการเกษตร 36,098 ไร่, อำเภอนครไทย 7 ตำบล 61 หมู่บ้าน 972 ครอบครัวผลกระทบด้านการเกษตร 2,157 ไร่ และอำเภอชาติตระการ 7 ตำบล 41 หมู่บ้าน 1,872 ครอบครัวผลกระทบด้านการเกษตร 16,268 ไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.สุโขทัย ระดับน้ำยมที่ไหลผ่านตัวเมืองสุโขทัย โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี ต.ธานี มีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการระบายน้ำลงมาจาก ปตร.หาดสะพานจันทร์ ม.9 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก รวมกับมีปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่ ส่งผลระดับน้ำที่จุดวัดน้ำ Y4 สูงถึง 7.60 เมตร ซึ่งเกินกว่าจุดวิกฤติคือ 7.40 เมตรไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าฯ สุโขทัย ได้เรียกประชุมด่วนคณะทำงานเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเตรียมการรับมือและป้องกัน โดยเบื้องต้นทางจังหวัดได้พร่องน้ำในแม่น้ำยม โดยการระบายน้ำที่ ปตร.หาดสะพานจันทร์ ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก ลงสู่แม่น้ำยมสายเก่าไปลงแม่น้ำน่าน รวมถึงลำคลองสาขาต่างๆ และน้ำยมอีกส่วนหนึ่งก็จะระบายออกไปที่ ปตร.ยางซ้าย ต.ยางซ้าย อ.เมืองฯ รวมถึงการผันน้ำเข้าไปกักเก็บไว้ที่ทุ่งทะเลหลวง เพื่อเอาไว้ใช้เมื่อถึงฤดูแล้งอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุดได้เกิดรอยรั่วตามแนวพนังกั้นน้ำสูงเกือบ 2 เมตร บริเวณ ถ.นิกรเกษม ต.ธานี อ.เมืองฯ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดและหน่วยงานราชการหลายแห่ง เป็นระยะทางยาวประมาณ 1 กม. ทำให้น้ำยมไหลทะลักเข้าท่วมถนนดังกล่าวอย่างรวดเร็ว พล.ต.สุปัญญา วิไลรัตน์ ผบ.บชร.3/ผบ.ศบภ.บชร.3 ได้ประสานกับ พ.ต.อ.ประมวล ยิ้มจันทร์ ผกก.สภ.เมืองสุโขทัย นำกำลังทหารและตำรวจ 100 นาย เข้าอุดรอยรั่วทุกจุด พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชม. รวมทั้งได้มีคำสั่งถึงนายอำเภอทุกอำเภอและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย แจ้งเตือนประชาชนให้ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำ และเพื่อความไม่ประมาทควรเตรียมการป้องกันทรัพย์สินและของมีค่าการยกสิ่งของไว้ที่สูง.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44958</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุตุนิยมวิทยา, คาจิกิ, พายุโซนร้อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e82de357aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
