<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 11:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ่างทองอ่วม!น้ำท่วม&#039;จระเข้ร้อง&#039;ขยายวงกว้าง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.64- &amp;nbsp;ที่บริเวณถนนทางหลวงชนบท สายอ่างทอง-สิงห์บุรี หน้าบ้านเลขที่ 12 หมู่ 4 ตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างททอง สถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งขยายวงกว้างเข้าท่วมบ้านเรือนประชานในพื้นที่หมู่4 ตำบลจระเข้ร้อง ซึ่งบ้านชั้นเดียวน้ำเอ่อท่วมเกือบมิดหลังคาส่วนบ้านสองชั้นน้ำก็เอ่อล้นใกล้ท่วมชั้นบนบ้าน หลายคนได้ขนของมาไว้ที่บนถนนแล้วใช้โต๊ะรองตั้งไว้เนื่องจากน้ำยังคงเอ่อล้นเข้ามาบนถนนเป็นระยะทางหลายร้อยเมตร และเอ่อไหลลงคลองชลประทานที่ขนานกับถนนมีบางจุดที่คันดินคลองชลประทานพังทลาย ทำให้เอ่อล้นไหลบ่าไปยังกลางทุ่งนา และขยายวงกว้างและเริ่มเอ่อล้นไปยังถนนสายเอเซีย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเจ้าหน้าที่ได้เตรียมนำดินมาถมกั้นที่บริเวณถนนทางหลวงชนบท เพื่อป้องกั้นน้ำเอ่อล้นขยายวงกว้างไปยังถนนสายเอเชียแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางลำไย ช้างงาม อายุ 66ปี บ้านเลขที่ 12หมู่ 4ตำบลจระเข้ร้องเล่าให้ฟังว่าตอนน้ำน้ำได้เอ่อล้นท่วมบ้านเก็บข้าวของมาไว้ยังถนนยังมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมอีก เมื่อคืนที่ผ่านมาก็ต้องนอนอาศัยอยู่ภายในรถยนต์ และต้องการเต้นท์ไว้พักอาศัยเพื่อป้องกันฝนและแดด นอกจากนั้นชาวบ้านในพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมที่ย้ายข้าวของมายังบนถนนยังต้องการส้วมเพื่อถ่ายทุกข์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัดอ่างทอง บริเวณหน้าศาลกลางจังหวัดอ่างททอง ปริมาณน้ำเจ้าพระสูง 09.25 เมตร &amp;nbsp;ลดลง2เซนติเมตร จากระดับตลิ่ง 10เมตร กระแสน้ำไหลผ่าน 2541 ลบ.ม/วินาที.
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118802</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, อ่างทอง, แม่น้ำเจ้าพระยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211005/image_big_615bcdc70b03a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนาเร่งเกี่ยวข้าวจมน้ำกว่า 10 ไร่ เผยนำผลผลิตไปขายได้ทุนคืนดีกว่าปล่อยเน่าเสียหาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - ที่บริเวณกลางทุ่งนาหมู6 ตำบลห้วยคันแหลน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง พบนายจรูญ เศรษฐกิจ อายุ 43 ปี ชาวนา พร้อมครอบครัว นำเรือลงไปเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวในแปลงนา ที่รวงข้าวใกล้จมน้ำเสียหาย หลังจากมีมีพายุฝนกระหน่ำลงมาประกอบกับน้ำในคลองเอ่อล้นเข้าทุ่งนา ทำให้ข้าวที่ปลูกไว้กว่า10ไร่ ใกล้เก็บผลผลิตต้องมาจมน้ำเสียหายไม่สามารถที่จะใช้รถเก็บเกี่ยวได้ จำเป็นต้องใช้คนลุยน้ำลงไปเกี่ยวข้าวในแปลงนาแล้วน้ำใส่เรือลากขึ้นมาใส่รถยนต์ขนไปยังที่บ้านเพื่อตากข้าวให้แห้งก่อนนำไปเข้าเครื่องเก็บเกี่ยวแล้วน้ำไปขาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจรูญ&amp;nbsp;เล่าให้ฟังว่า ได้เร่งเก็บเกี่ยวข้าวหนีน้ำท่วมก่อนที่จะเน่าเสียหาย เอาขึ้นมาได้บางก็ยังดีกว่าปล่อยให้จมน้ำเสียหายได้ทุนคืนบางก็ยังดี นำไปตากให้แห้งแล้วใช้รถเกี่ยวรูดรวงข้าวออกมาแล้วนำเม็ดข้าวเปลือกไปตากอีกครั้งก่อนนำไปขาย ทำให้ได้ราคาเพิ่มขึ้น หากขายข้าวสดที่ยังคงเปียกอยู่นั้น ได้ราคาไม่เกิน 3,000 บาทต่อเกวียน หากนำรถแบ็คโฮไปลงกั้นน้ำก็จะทำให้เพิ่มต้นทุนมากขึ้น ก็เลยต้องปล่อยให้น้ำท่วมแล้วใช้เรือเก็บเกี่ยวเพื่อนำผลผลิตบางส่วนไปขายได้ทุนคืนมาบ้างก็ยังดีเป็นวิถีชาวนาที่ยังคงต้องสู้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118771</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, อ่างทอง, เกี่ยวข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615b0967a07ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชัยวุฒิ’ ตรวจเยี่ยมน้ำท่วมอ่างทอง-สิงห์บุรี กำชับอุตุฯให้ข้อมูล ฝน และ น้ำ ต่อประชาชนที่แม่นยำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ต.ค. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า วันนี้ (3 ต.ค. 64) ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมพื้นที่ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง โดยมีนายวีรศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมติดตามสถานการณ์น้ำท่วม. หลังจากนั้นได้เดินทางไปยังจังหวัดสิงห์บุรี เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ซึ่งมีนายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ให้การต้อนรับและร่วมติดตามสถานการณ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีความห่วงใยประชาชน จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีทุกคนเป็นตัวแทนรัฐบาล ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รับรู้ความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัย ติดตามการดูแลแก้ไขปัญหาให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ และตรวจตราดูพื้นที่น้ำท่วมเพื่อหารือแนวทางกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในการตรวจสอบและช่วยเหลือการเยียวยาผู้ประสบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของ จ.อ่างทอง ได้รับรายงานจากผู้ว่าฯ วีรศักดิ์ ว่าที่ป่าโมก มีชาวบ้านกว่า 1000 หลังคาเรือนริมแม่น้ำ ถูกน้ำท่วมหมดเลย ก็ต้องมีการเยียวยาช่วยเหลือต่อไป และยังมีพื้นที่การเกษตรเสียหายหลายพื้น ชาวนาก็ไม่ได้เกี่ยวข้าว ไม่มีรายได้กัน ก็คงเป็นหน้าที่ของพวกเราต้องมาเยียวยาช่วยเหลือประชาชนต่อไป&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการตรวจเยี่ยมพื้นที่พบว่า จ.อ่างทอง เป็นพื้นที่ริมตลิ่งตลอดแนว ดังนั้นถ้ามีโครงการสร้างเขื่อนระบบป้องกันน้ำท่วมได้ในชุมชนต่างๆ ก็จะช่วยลดผลกระทบให้กับประชาชนได้ ซึ่งทางรัฐบาลก็คงมีการเร่งรัดติดตามงบประมาณต่อไปให้กับทางจังหวัด ขณะที่ ในการลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วม และมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม รวม 3,330 หลังคาเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยกันลงมาดูแลพี่น้องประชาชน ถ้ามีโครงการอะไรที่จะช่วยได้ หรือประชาชนในพื้นที่ต้องการการเยียวยาช่วยเหลืออย่างไร ช่วยกันรวบรวมข้อมูลส่งมาให้รัฐบาล เชื่อว่ารัฐบาลเข้าใจและพร้อมที่จะดูแลโดยตลอดอยู่แล้ว เช่นเดียวกับในทุกสถานการณ์ความเดือดร้อนที่ผ่านมา&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ของทั้งสองจังหวัดพบว่าพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เป็นพื้นที่ทำนาทำการเกษตร จึงส่งผลให้เกษตรกรขาดรายได้จากพืชผลที่เสียหายและเก็บเกี่ยวไม่ได้ ซึ่งรัฐบาลก็จะดำเนินการช่วยเหลือ ส่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย กำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จะช่วยประสานเข้ามา เพื่อให้มีงบประมาณมาช่วยเหลือให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รายงานการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าวันที่ 8-9 ต.ค.นี้ จะมีการก่อตัวของพายุที่ฟิลิปปินส์อาจส่งผลต่อประเทศไทย อาจทำให้มีฝนตกหนักในช่วงปลายสัปดาห์หน้า จึงต้องเร่งเตือนประชาชน ให้ระมัดระวัง เพราะอาจมีน้ำท่วมขึ้นสูงในบางพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลฯ ให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ให้รับรู้สถานการณ์น้ำ เพื่อป้องกันให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุดกับประชาชน โดยสั่งการผ่านกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดให้ติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลแจ้งเตือนภัยระดับต่างๆ ผ่านเครือข่ายกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติน้ำท่วมได้อย่างทันการณ์ รวมทั้งสั่งการหน่วยงานใต้สังกัดในพื้นที่ให้ประสานความช่วยเหลือต่าง ๆ ให้ทันท่วงทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ดีอีเอส, น้ำท่วม, สิงห์บุรี, อ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL> https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6159887f32829.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าพระยาทะลักเขื่อนก่อสร้าง ชาวอ่างทองน้ำตาตกปล่อยพืชผลเกษตรจมน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64- ที่บริเวณเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างบริเวณหมู่ 1หมู่ 2 ตำบลโพสะ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ได้เกิดน้ำทะลักไหลเข้าสู่บริเวณบ้านเรือนประชาชนกว่า50หลังคาเรือน ซึ่งบ้านเรือนส่วนใหญ่จะเป็นบ้าน2ชั้น และบ้านไม้ไต้ถุนสูง ชาวบ้านต้องเร่งทำการขนย้ายสิ่งของ สัตว์เลี้ยง ขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่เตรียมความพร้อมไว้แล้วโดยมือเรือพายส่งคนเขาออกจากบ้าน และทำการขนของ โดยนายสมชาย ลอยละลิ้ว อายุ 62ปี ชาวบ้านหมู่ 1ตำบลโพสะ กล่าวว่า น้ำเริ่มล้นทะลักมาตั้งแต่กลางดึก ชาวบ้านก็ได้เร่งเก็บของหนีน้ำไว้ที่สูง ส่วนพืชพลทางการเกษตร กล้วยอ้อย ก็ต้องปล่อยให้จมน้ำเสียหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน นางบุญเรือน ก้อนทองดี นายกเทศมนตรีตำบลโพสะ กล่าวว่า น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักเข้ามาบริเวณหมู่ 1-2 ตำบลโพสะ เนื่องจากเขื่อนอยู่ระหว่างการก่อสร้างจึงทำให้น้ำทะลักเข้ามาได้ พร้อมดูระเบียบในการช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอธิราช กนกเวชยันต์ &amp;nbsp;โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า น้ำเจ้าพระยาได้ทะลุลงมาตรงท่อริมเขื่อนที่กำลังก่อสร้าง วิธีแก้ไข ก็ต้องปล่อยให้ระดับน้ำที่ไหลเข้ามาปล่อยให้เสมอกับน้ำเจ้าพระยา แล้วนำดินมาถมกันตามคันถนนโดยรอบหมู่บ้านเพื่อไม่ให้ขยายวงกว้างแล้วนำกระสอบทราบไปทำการอุดบริเวณท่อที่น้ำไหลทะลักเข้ามา แล้วดำเนินการสูบน้ำออกเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117903</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, อ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_61503080bf375.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117318</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 20:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาสาอสรพิษวิทยาฯ สอน กู้ภัยอ่างทอง จับงู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอ่างท่อง รายงานว่า ที่บริเวณวัดศรีมหาโพธิ์ ตำบลโรงช้าง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง นางสาวรฐา ตะเพียนทอง ครูฝึกกลุ่มอาสาอสรพิษวิทยาภาคกลาง &amp;nbsp;ได้จัดให้มีการอบรมและให้ความรู้ อาสากู้ภัย จ.อ่างทอง เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ ในการจับงูอย่างถูกต้อง และปลอดภัย ทั้งงูและผู้จับ โดยมีการนำงู ชนิดต่างๆ ที่มักจะพบในเขตพื้นที่ ภาคกลาง งูเห่า งูทางมะพร้าว งูเหลือม งูหลาม งูจงอาง งูเขียว มีการสอน วิธีการสังเกตแยกแยะ ว่าเป็นงูชนิดใด มีพิษหรือไม่มีพิษ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้เป็นฤดูฝน เจ้าหน้าที่กู้ภัย จะถูกขอความช่วยเหลือ ในการจับงูแทบทุกวัน &amp;nbsp;พร้อมให้ความรู้วิธีปฎิบัติในการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น กรณีที่งู ได้รับบาดเจ็บ &amp;nbsp;ในการสอน มีเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทั้งหญิงและชาย เข้าร่วมอบรมกว่า 30 คน &amp;nbsp;มีการสอนทั้งทฤษฎีและภาคปฎิบัติ &amp;nbsp;มีการนำงูชนิดต่างๆ ให้กู้ภัยสัมผัสอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;จะเห็นอาการของเจ้าหน้าที่ในลักษณะต่างๆ มีทั้งกลัว&amp;nbsp;ขยะแขยง บางรายถึงกับร้องไห้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117318</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับงู, อ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614887ce6940b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 15:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 15:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัดอ่างทองขึ้นป้าย เผาศพโควิดฟรีทุกจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ส.ค.64 - ที่วัดโบสถ์ ตำบลย่านซื่อ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พระครูกิตตยาภินันท์ เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (ย่านซื่อ) เจ้าคณะตำบลมหาดไทย ได้ขึ้นป้ายขนาดใหญ่ ไว้ที่บริเวณหน้าวัด โดย มีข้อความว่า&amp;rdquo; วัดนี้รับเผาศพ ผู้เสียชีวิตจากโควิด -19 ฟรี สอบถามเพิ่มเติม 092-5628996 บริจาคตามกำลังศรัทธา วัดโบสถ์ ตำบลย่านซื่อ&amp;rdquo;
พระครูกิตตยาภินันท์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ทางวัดโบสถ์ ยินดีเผาศพให้แก่ผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ฟรีทุกราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่มีที่เผาศพให้ ทางวัดก็ยินดี และเต็มใจ ถึงแม้จะไม่ใช่ ชาวจังหวัดอ่างทอง โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆหากทางโยมมีกำลังทรัพย์ก็ช่วยทางวัดได้ หากไม่มีกำลังทรัพย์ ทางวัดก็ยินดีและเต็มใจ ในการเป็นธุระจัดการเผาศพให้ฟรี หากญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาร่วมในการเป็นเจ้าภาพเผาศพผู้ติดเชื้อโควิดที่ยากไร้ ทำบุญน้ำมันเผาศพ หรือบริจาคชุดพีพีอี &amp;nbsp;สำหรับใส่ป้องกัน โทรสอบถามได้ที่ เบอร์092-5628996 หรือที่บัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 118-151725-7 ชื่อบัญชีวัดโบสถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระครูกิตตยาภินันท์ ระบุด้วยว่า ทั้งนี้ ที่วัดโบสถ์ ยังมีสามเณร บูม หรือสามเณรธีรวุฒิ &amp;nbsp;ปิ่นสุวรรณ์ อายุ 18ปี ที่เป็นผู้ช่วยสัปเหร่อ ในการช่วยเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เนื่องจากต้องการแบ่งเบาภาระ ของนายตระกูลพันธุ์ &amp;nbsp;แจ้งจิตร อายุ 52ปี สัปเหร่อของทางวัดที่ต้องทำงานหนัก กว่าจะเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เสร็จเรียบร้อยก็เวลา 22.00น.แล้ว และต้องตื่นแต่เช้ามาเก็บกระดูก ซึ่งต้องฝึกหัดให้สามเณรเป็นผู้ช่วย &amp;nbsp;และบางครั้งหากศพผู้เสียชีวิตมาจากที่อื่นไม่มีคนช่วยยกศพ ทางพระเณรของวัดโบสถ์ก็เข้าไปช่วยในการยกศพขึ้นเมรุอีกด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่สามเณรบูม ระบุว่า ได้วิชาความรู้ ในการเป็นผู้ช่วยสัปเหร่อมาแล้ว 5-6ศพ และจะนำความรู้ไปช่วยญาติโยมในการเผาศพ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของสัปเหร่อ หากวัดไหนไม่มีสัปเหร่อ ติดต่อมาได้ และยินดีที่จะไปช่วยเหลือเป็นสัปเหร่อให้ด้วยความเต็มใจ ล่าสุดในวันนี้ช่วงเวลา 09.00น. ได้ทำพิธีเผาศพ ชายวัย 39 ปี ชาวอำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ที่เสียชีวิตจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ข้อมูลเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;จังหวัดอ่างทองมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 164 ราย ผู้ป่วยสะสม 3,100 ราย &amp;nbsp;อยู่ระหว่าการรักษา 1,611ราย เสียชีวิต 15ราย ฉีดวัคซีนเข็มแรก 31,278คน ฉีดวัคซีนเข็มสอง 10,840 คน .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111840</URL_LINK>
                <HASHTAG>อ่างทอง, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_61065207f2ae2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108632</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2021 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2021 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสก.1 ชัยนาท ทำงานเชิงรุก เชื่อมตลาดช่วยเกษตรกร สู้วิกฤตโควิด-19 จัดแสดง “สินค้าดี สินค้าเด่น  9 จังหวัดภาคกลาง” คัดสุดยอด 41 สินค้า ขายผ่านออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายวีระชัย&amp;nbsp; เข็มวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 (สสก.1) จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโควิด &amp;ndash; 19 ได้ส่งผลให้กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมด้านการตลาดได้ตามปกติ ดังนั้นเพื่อช่วยลดผลกระทบ และสร้างแนวทางการตลาดใหม่ที่สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตแบบ New Normal สสก.1จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงกำหนดจัดกิจกรรมแสดง &amp;ldquo;สินค้าดี สินค้าเด่น 9จังหวัดภาคกลาง&amp;rdquo; ภายใต้โครงการแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์เด่นกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ระดับเขต และโครงการส่งเสริมการตลาดสินค้าเกษตรแปรรูปวิสาหกิจชุมชน ระดับเขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ในการจัดแสดงสินค้าดี สินค้าเด่น 9 จังหวัดภาคกลาง มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ประกอบการสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างสะดวกสบายเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ หรือติดต่อกับเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง &amp;nbsp;อีกทั้งยังช่วยสร้างโอกาสในการซื้อขายสินค้าและสร้างรายได้กับกลุ่มแม่บ้าน เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ทดแทนรายได้ที่ขาดหายในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือการซื้อโดยติดต่อกับเกษตรกรหรือผู้ผลิตโดยตรง ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และของใช้และเครื่องประดับ ที่อยู่ในกิจจกรรมจัดแสดงสินค้าดี สินค้าเด่น 9 จังหวัดภาคกลาง เป็นผลงานการพัฒนาที่สำนักงานเกษตรจังหวัด และสำนักงานเกษตรอำเภอ ภายใต้การกำกับดูแลของ สสก.1จังหวัดชัยนาท ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนความรู้เกี่ยวกับกระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม คุณภาพ และมาตรฐานการผลิต การบริหารจัดการกลุ่ม จนออกมาเป็นสินค้าเกรดพรีเมียม ประชาชนที่สนใจต้องการช่วยอุดหนุน ซื้อสินค้า ทำให้วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร มีรายได้สามารถนำมาจุนเจือครอบครัว เกิดงานเกิดรายได้ ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถเข้าไปดูข้อมูลต่างๆ ได้โดยผ่านทาง QR Code และที่เว็บไซต์ www.cdoae.doae.go.th&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในส่วนของ QR Code และเว็บไซต์ www.cdoae.doae.go.th จะมีข้อมูลต่าง ๆ ของ สินค้าทั้ง 41 รายการ&amp;nbsp; ตั้งแต่ ข้อมูลชื่อผลิตภัณฑ์ ชื่อเกษตรตัวแทนกลุ่ม ช่องทางการติดต่อ ราคาขายปลีก-ส่ง รวมถึงสตอรี่&amp;nbsp; ที่เป็นเรื่องราวของสินค้าแต่ละชนิด ให้ผู้สนใจได้รับทราบเพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ผู้อำนวยการ สสก.1 จังหวัดชัยนาท กล่าวต่อไปว่า สำหรับในพื้นที่รับผิดชอบ 9 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหนคร สสก.1จังหวัดชัยนาท ได้มีการสนับสนุนให้เกิดการจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชน จำนวน 3,331 วิสาหกิจชุมชน และกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร อีกจำนวน 504 กลุ่ม และมีแนวทางในการดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาภายใต้แนวคิด Chai Nat (Zone 1) Agro Model &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo; Chai Nat (Zone 1) Agro Model เป็นรูปแบบการส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก ซึ่ง 1 ใน Model&amp;nbsp;ดังกล่าวคือ กำหนดให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ 1 คน ดำเนินงาน 1 วิสาหกิจชุมชนเข้มแข็ง หรือ 1 กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการเข้าถึงความช่วยเหลือและสนับสนุน ทั้งด้านปัจจัยการผลิต ด้านแหล่งเงินทุน หรือด้านการตลาด จากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จนเกิดการพัฒนาที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้&amp;rdquo;นายวีระชัย &amp;nbsp;กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108632</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chai Nat (Zone 1) Agro Model, New Normal, www.cdoae.doae.go.th, กรมส่งเสริมการเกษตร, กรุงเทพมหนคร, กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร, การส่งเสริมการเกษตรเชิงรุก, ของใช้และเครื่องประดับ, จังหวัดชัยนาท, นนทบุรี, นายวีระชัย  เข็มวงษ์, ปทุมธานี, ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร, ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, วิสาหกิจชุมชน, สระบุรี, สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1, สำนักงานเกษตรจังหวัดน่าน, สำนักงานเกษตรอำเภอ, สิงห์บุรี, สินค้าดี สินค้าเด่น 9จังหวัดภาคกลาง, อาหารแปรรูป, อ่างทอง, แนวทางการตลาดใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210705/image_big_60e26a4956a06.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
