<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย 14 ตัวคืนธรรมชาติ เผยความสำเร็จสู่แหล่งเรียนรู้นกหายากของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;นำนกกระเรียนพันธุ์ไทย&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัว ที่สวนสัตว์นครราชสีมา เพาะเลี้ยงและฝึกนำมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ในพื้นที่ชุ่มน้ำ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ให้สามารถคืนถิ่นกลับสู่ธรรมชาติ เผย พบมีชีวิตรอดขยายพันธุ์อยู่ตามธรรมชาติจำนวน 133 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายธัชกร&amp;nbsp;หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอรรถพร ศรีเหรัญ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนชน&amp;nbsp;เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา นางธัญลักษณ์&amp;nbsp;หัตถาธยากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;นายสุรชัย&amp;nbsp; แสงศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยจำนวน 14 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สวนสัตว์นครราชสีมาได้เพาะเลี้ยงทำการฝึกและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ให้สามารถคืนถิ่นกลับสู่ธรรมชาติ ใช้ชีวิตหากินและขยายพันธุ์ อยู่ในระบบนิเวศได้อีกครั้ง ปัจจุบันมีนกระเรียนพันธุ์ไทยอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ และสามารถขยายพันธุ์ได้เองในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 133 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพร เปิดเผยว่า โครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติประสบความสำเร็จในประเทศไทย และในระดับโลก จากที่เคยสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยไปแล้วกว่า 50 ปี&amp;nbsp;เมื่อปี พ.ศ.2544 องค์การสวนสัตว์ได้เพาะเลี้ยง ศึกษาจากจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีอยู่ที่สวนสัตว์นครราชสีมา&amp;nbsp;ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 เห็นว่ามีจำนวนมากพอที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยพิจารณาพื้นที่เหมาะสมบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเหมาะแก่การอยู่อาศัยของนก หลายชนิด จึงเริ่มปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีการทำความเข้าใจ กับคนในชุมชน ทำให้อัตราการอยู่รอดของนกกระเรียนสูงมาก ก่อนนี้ปล่อยไปแล้ว 119 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งนี้ปล่อยอีกจำนวน 14 ตัว และมีแผนจะปล่อยอีกเรื่อยๆ ให้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติที่ยั่งยืน โดยคนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้ เกิดแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่หาดูยากที่สุดของโลก เกิดผลิตภัณฑ์ชุมข้าวอินทรีย์ ที่ได้รับความนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไปแล้ว ทางองค์การสวนสัตว์ฯ ยังมีแผนงานอนุรักษ์วิจัยขยายพันธุ์สัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติประสบความสำเร็จ เช่น ละมั่ง ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่ห้วยขาแข้ง&amp;nbsp;นกกก&amp;nbsp;นกแก๊ก ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่เขาเขียว&amp;nbsp; และนกกระสาคอขาว ในอนาคตต่อไปมีแผนจะปล่อยพญาแร้ง ซึ่งขณะนี้ได้ทำการทดลองเพาะขยายพันธุ์อยู่ที่สวนสัตว์นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105293</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, นกกระเรียนพันธุ์ไทย, อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba2a4a91621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79880</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 18:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 18:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนกระหน่ำต่อเนื่อง ส่งผล 2 อ่างเก็บน้ำแหล่งผลิตประปาเมืองบุรีรัมย์พ้นวิกฤติแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุรีรัมย์พายุฝนกระหน่ำต่อเนื่องส่งผลให้น้ำใน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อ่างใหญ่แหล่งผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงตัวเมือง&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นรวมกันแล้วกว่า&amp;nbsp;10ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;พ้นวิกฤตแล้งแล้ว&amp;nbsp;จากที่ก่อนหน้านี้มีสภาพแห้งขอดจนเห็นสันดอนดินและตอไม้โผล่&amp;nbsp;จนต้องสูบผันน้ำจากแหล่งอื่นผลิตประปาแทน&amp;nbsp;ขณะภาพรวม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;อ่างทั้งจังหวัดมีระดับน้ำเกินกักเก็บแล้ว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8&amp;nbsp;ต.ค.63 -&amp;nbsp;หลังจากมีพายุกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ส่งผลให้อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก&amp;nbsp;และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด&amp;nbsp;แหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญในตัวเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp;มีปริมาณน้ำเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;ล่าสุดมีน้ำไหลเข้าอ่างทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อ่างแล้วกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;จากปริมาณความจุทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อ่างกว่า&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้พ้นวิกฤติแล้งแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากที่ก่อนหน้านี้ทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อ่างมีสภาพแห้งขอดจนเห็นสันดอนดินและตอไม้โผล่กลางอ่าง&amp;nbsp;จนไม่สามารถสูบขึ้นไปผลิตประปาได้&amp;nbsp;ต้องทำการสูบผันน้ำจากอ่างห้วยสวาย&amp;nbsp;อ.กระสัง&amp;nbsp;และอ่างเก็บน้ำลำปะเทีย อ.ละหานทราย&amp;nbsp;มาผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชน และพื้นที่เศรษฐกิจในตัวเมืองแทน&amp;nbsp;และคาดว่าช่วงนี้ก็จะมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจากข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวม&amp;nbsp;16&amp;nbsp;แห่งทั้งจังหวัด&amp;nbsp;พบว่ามีอ่างเก็บน้ำที่มีระดับน้ำเกินความจุอยู่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แห่งคือ อ่างเก็บน้ำห้วยสวาย&amp;nbsp;อ.กระสัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ่างเก็บน้ำลำตะโคง&amp;nbsp;อ.แคนดง&amp;nbsp;และอ่างเก็บน้ำห้วยตะโก&amp;nbsp;อ.บ้านกรวด&amp;nbsp;แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายงานน้ำเอ่อท่วมบ้านเรือน หรือพื้นที่การเกษตร&amp;nbsp;ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79880</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, วิกฤติภัยแล้ง, อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ef6df554a7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 15:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แล้งหนัก! อ่างเก็บน้ำ 2 แห่งบุรีรัมย์ผลิตประปาได้อีก 30 วัน ประกาศลดจ่ายน้ำ 8 ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่างเก็บน้ำ 2 แห่งใช้เป็นแหล่งน้ำดิบผลิตประปาหล่อเลี้ยงตัวเมืองบุรีรัมย์ อยู่ในขั้นวิกฤติ เหลือน้ำกักเก็บเพียง 1 ล้านลูกบาศก์เมตร แม้จะเป็นช่วงหน้าฝน ล่าสุดการประปาส่วนภูมิภาค ออกประกาศลดปริมาณการจ่ายน้ำ 3 ทุ่มถึงตี 5 ครึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.62 - สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชน และเขตเศรษฐกิจสำคัญของตัวเมืองบุรีรัมย์ อยู่ในขั้นวิกฤติ จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากเหลือน้ำเพียง 3 แสนลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) จากปริมาณความจุอ่าง 26 ล้าน ลบ.ม. ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด เหลือน้ำกักเก็บ 1.2 &amp;nbsp;ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณความจุอ่าง 27 ล้าน ลบ.ม. ถึงแม้จะเป็นช่วงฤดูฝนก็ตามแต่ในพื้นที่จังหวัดมีฝนตกน้อยและทิ้งช่วง จึงไม่มีน้ำไหลเข้าอ่างฯ จากสถานการณ์ดังกล่าวทางชลประทานจึงติดประกาศรอบพื้นที่อ่าง ขอความร่วมมือเกษตรกรให้งดสูบน้ำในอ่าง เนื่องจากปริมาณน้ำดิบไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขาบุรีรัมย์ ได้ออกประกาศแจ้งผู้ใช้น้ำรับทราบ เรื่องลดการจ่ายน้ำเนื่องจากปริมาณน้ำในห้วยจระเข้มากและห้วยตลาดเหลือน้อยด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ประกาศระบุว่า &amp;ldquo;ด้วยขณะนี้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาของการประปาส่วนภูมิภาคสาขาบุรีรัมย์ มีปริมาณคงเหลือโดยรวมประมาณ 1.6 ล้านลูกบาศก์เมตร เนื่องจากภาวะฝนแล้ง ฝนขาดช่วง คาดว่าจะสามารถใช้ผลิตประปาได้อีกประมาณ 30 วันเท่านั้น เพื่อยืดระยะเวลาให้พื้นที่เมืองบุรีรัมย์ มีน้ำประปาใช้อุปโภคบริโภคได้นานมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประปาส่วนภูมิภาค จึงมีความจำเป็นต้องลดปริมาณการจ่ายน้ำลงจากปกติ โดยในช่วงแรกจะเริ่มลดปริมาณการจ่ายน้ำตั้งแต่เวลา 21.00-05.30 น. เฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง หากสถานการณ์ภัยแล้งยังไม่สิ้นสุดลง และอาจถึงขั้นต้องหยุดจ่ายน้ำบางเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ขอให้ประชาชนทุกครัวเรือนจัดเตรียมภาชนะสำรองน้ำเก็บไว้ใช้ และขอให้ช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้มีน้ำประปาอุปโภคบริโภคได้นานยิ่งขึ้น จนกว่าปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 2 แห่งจะเป็นปกติ หรือภาวะฝนทิ้งช่วงจะสิ้นสุดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการดำเนินมาตรการข้างต้น จะทำให้น้ำประปาไหลอ่อนลง และอาจมีความขุ่นบ้างเป็นบางครั้ง ซึ่งหากบริเวณใดพบน้ำประปามีความขุ่น กรุณาแจ้งการประปาส่วนภูมิภาค สาขาบุรีรัมย์ เพื่อจะได้ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบแก้ไขอย่างเร่งด่วนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางจังหวัดได้เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำดิบเหลือน้อย เบื้องต้นมีแผนดำเนินการ 5 แนวทางหลักคือ 1.ดึงน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำนางรอง และลำน้ำมาศ จ.บุรีรัมย์ 2.ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา มาเติมอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก 3.เสนอขอให้ปฏิบัติบินโปรยสารเคมีทำฝนหลวงในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อช่วยเติมน้ำเข้าอ่างในอีกทางหนึ่ง 4.ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มีแหล่งน้ำเพื่อสูบมาเติมสำรอง และ 5.ขอสนับสนุนงบประมาณมาดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่อสูบดึงน้ำใต้ดินมาสำรองไว้ใช้ในการผลิตประปาบริการประชาชนกรณีน้ำบนดินไม่เพียงพออีกจำนวน 100 บ่อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40620</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, ฝนทิ้งช่วง, ภัยแล้ง, อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก, อ่างเก็บน้ำห้วยตลาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190710/image_big_5d259e6bdc213.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39891</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 15:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แล้งหนัก! &#039;ห้วยจระเข้มาก&#039; เหลือน้ำไม่ถึง 2% ไม่พอผลิตประปาหล่อเลี้ยงเมืองบุรีรัมย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้งหนัก อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก แหล่งน้ำดิบผลิตประปาหล่อเลี้ยงตัวเมืองและเขตเศรษฐกิจสำคัญ มีสภาพตื้นเขินจนเห็นเนินดิน ตอไม้โผล่กลางอ่าง ล่าสุดเหลือน้ำไม่ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความจุอ่าง 26 ล้านลูกบาศก์เมตร เหตุฝนไม่ตกในพื้นที่รับน้ำ ปัจจุบันต้องใช้น้ำจากอ่างห้วยตลาดสำรอง พร้อมเร่งเสนอขอผันน้ำจากโคราชช่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1&amp;nbsp;ก.ค.62 - สถานการณ์ภัยแล้งที่จังหวัดบุรีรัมย์ ยังขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดน้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงตัวเมืองและเขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์ มีสภาพตื้นเขินจนเห็นเนินดินและตอไม้โผล่กลางอ่าง &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันเหลือน้ำกักเก็บในอ่างเพียง 1 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 1.59 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณความจุอ่าง 26 ล้านลูกบาศก์เมตรสาเหตุเนื่องจากฝนทิ้งช่วงและไม่ตกในพื้นที่รับน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ชลประทานได้ใช้น้ำดิบสำรองจากอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ซึ่งเหลือน้ำอยู่ประมาณกว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อผลิตประปาหล่อเลี้ยงตัวเมือง ส่วนมาตรการหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำดิบไม่เพียงพอนั้น ทางชลประทานก็ได้เสนอไปยังสำนักงานชลประทานที่ 8 จ.นครราชสีมา เพื่อให้พิจารณาผันน้ำจากอ่างลำปลายมาศ หรือลำน้ำที่สามารถจะดำเนินการผันมาเติมอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มากได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประชุมพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ก็ได้ทำการสูบผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำลำปลายมาศ จ.นครราชสีมา แล้ว 14 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อมาเติมอ่างห้วยจระเข้มากแต่ก็ยังไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทิดพงศ์ ไทยอุดม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานบุรีรัมย์ กล่าวว่าสาเหตุที่น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก และอ่างเก็บน้ำอีกหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีปริมาณลดต่ำเนื่องจากช่วงฤดูฝนปีที่ผ่านมา ประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงยาวนาน ประกอบกับต้นฤดูฝนของปีนี้ฝนก็ยังตกน้อยและไม่ตกในพื้นที่รับน้ำ ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอ่างห้วยจระเข้มาก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบที่ใช้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงตัวเมืองบุรีรัมย์ ก็มีสภาพตื้นเขินจนปัจจุบันต้องใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด เพื่อสำรองผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชนในช่วงนี้ &amp;nbsp;และกำลังเร่งหาแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหาให้มีน้ำเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39891</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดแคลนน้ำ, จังหวัดบุรีรัมย์, ชลประทานบุรีรัมย์, ฝนทิ้งช่วง, ภัยแล้ง, อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d19bc625996f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
