<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“มหัศจรรย์พรรณไม้ภาคตะวันตก”  Ratchaburi in love @ เขาชะงุ้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดราชบุรี อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเดินทางไม่มาก ถนนหนทางสะดวก เดินทางได้ทุกวัน ทั้งวันธรรมดาและวันหยุดสุดสัปดาห์ เป็นอีกเมืองหนึ่งที่เหมาะสำหรับคนที่อยากไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ หาแรงบันดาลใจใหม่ๆ แบบไม่ต้องเตรียมตัวกันนานๆ โดยเฉพาะในช่วงนี้ ระหว่างวันที่ 25-29 กุมภาพันธ์ 2563 มีการจัดงาน &amp;ldquo;มหัศจรรย์พรรณไม้ภาคตะวันตก&amp;rdquo; ณ โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นงานที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบความสวยความงามของมวลดอกไม้นานาพันธุ์ และคนที่ต้องการไปเติมพลังความสดชื่นให้ชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานราชบุรี กล่าวว่า จังหวัดราชบุรี ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน &amp;ldquo;มหัศจรรย์พรรณไม้ภาคตะวันตก&amp;rdquo; Ratchaburi in love @ เขาชะงุ้ม ขึ้น ระหว่างวันที่ 25-29 กุมภาพันธ์ 2563 ณ โครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ. โพธาราม จ.ราชบุรี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยเฉพาะการเพาะพันธุ์และการผลิตไม้ดอกไม้ประดับอันสวยงาม อาทิ กล้วยไม้ บอนไซ ไม้ใบ สวนหินและพรรณไม้นานาชนิด และช่วยส่งเสริมให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตกล้วยไม้ที่สำคัญของประเทศ ตลอดจนช่วยกระจายรายได้จากการจัดงานไปสู่ชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ที่สำคัญ การจัดงานในสถานที่ดังกล่าวยังเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแนวพระราชดำริในการปรับปรุงที่ดินเสื่อมโทรมแห่งนี้ จนมีสภาพที่อุดมสมบูรณ์ขึ้นกว่าในอดีตมาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; การจัดงานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ยังถือเป็นเดือนแห่งการส่งมอบความรัก ความสุข ความปรารถนาดีแก่คนที่เรารักให้ได้มีความสุข มีความเพลิดเพลินจากการได้เดินทางมาท่องเที่ยวร่วมกันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;บรรยากาศภายในงาน เน้นความสวยงามสดชื่น จากกล้วยไม้หลากหลายสายพันธุ์ มีซุ้มไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อุโมงค์ดอกไม้ที่ประดับด้วยกล้วยไม้และดอกไม้ต่างๆ อย่างสวยสดงดงาม โดยเฉพาะจุดที่ถือเป็นไฮไลต์ของงานคือ &amp;ldquo;ลานพรมดอกไม้&amp;rdquo; เน้นการใช้กล้วยไม้ประดับตกแต่งให้เป็นลวดลาย ซึ่งได้รับการออกแบบสรรค์สร้างขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ยังมีบริการรถรางพร้อมวิทยากรนำชมบริเวณพื้นที่รอบๆ โครงการ เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมประเภทต่างๆ เช่น ดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ ดินลูกรัง สภาพดินที่หน้าดินเสียจากการเลี้ยงสัตว์ และการทำไร่ผิดวิธี นักท่องเที่ยวจะได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลินไปพร้อมๆ กัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากมาเที่ยวงาน &amp;ldquo;มหัศจรรย์พรรณไม้ภาคตะวันตก&amp;rdquo; แล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่ไกลจากโครงการอีกหลายแห่งเช่น ที่วัดถ้ำน้ำ อำเภอโพธาราม มีถ้ำขนาดใหญ่ เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ ภายในถ้ำมีธารน้ำไหลผ่านตลอดเวลา มีสะพานเป็นทางเดินชมถ้ำ และประดับไฟหลากหลายสี มุมด้านบนประดิษฐานองค์หลวงพ่อดำและพระพิฆเนศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จากจุดนี้ สามารถไปชมการแสดงหนังใหญ่ที่วัดขนอน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูง ที่ผสมผสานงานศิลปะทั้ง 5 แขนง คือ หัตถศิลป์ นาฏศิลป์ คีตศิลป์ วาทศิลป์ และวรรณศิลป์เข้าด้วยกันได้ ทุกวันเสาร์ เวลา 10.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 11.00 น. เข้าชมได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ที่อำเภอโพธาราม ยังเป็นดินแดนของคนที่รักตุ๊กตา จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวแสนน่ารัก นั่นคือ &amp;ldquo;สุนทรีแลนด์ แดนตุ๊กตา&amp;rdquo; อยู่ที่ตำบลบ้านสิงห์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่ 09.00-17.00 น. พบและเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพกับเหล่าตุ๊กตาจากเทพนิยายจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาในชุดประจำชาติ เจ้าหญิง เจ้าชาย ซอมบี้ ฯลฯ และมีกิจกรรมทำตุ๊กตาด้วยตัวเอง ชิ้นเดียวในโลก พร้อมเลือกซื้อตุ๊กตากลับบ้านเป็นของที่ระลึกได้ด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับคนที่ชอบหาของอร่อยขึ้นชื่อประจำถิ่น ต้องไม่พลาดกับการพักดื่มนมสดหนองโพ ไอศกรีม โยเกิร์ตปั่น ที่หนองโพคาเฟ่ อยู่ริมทางถนนเพชรเกษม ก่อนถึงสี่แยกบางแพ ขาเข้าราชบุรี ที่นี่เป็นโรงงานผลิตนมหนองโพ บริหารงานในรูปแบบสหกรณ์ ภายในมีพิพิธภัณฑ์ให้ชมประวัติความเป็นมาและเครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิตนมในยุคก่อนที่น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ผู้สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่ ททท. สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์ 0-3291-9176-8 หรือติดตามเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ facebook : ททท. สำนักงานราชบุรี.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สรณะ รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57875</URL_LINK>
                <HASHTAG>Ratchaburi in love @ เขาชะงุ้ม, การท่องเที่ยว, จ.ราชบุรี, ททท., มหัศจรรย์พรรณไม้ภาคตะวันตก, ราชบุรี, วัดถ้ำน้ำ, อ.โพธาราม, อ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม, เขาชะงุ้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200222/image_big_5e511796ba019.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวใกล้ๆ นครปฐม-ราชบุรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ฝูงลิงจำนวนมากริมถนน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใครที่อยากจะไปเที่ยวในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่ติดขี้เกียจไม่อยากเดินทางไกล บอกเลยว่าใกล้ๆ กรุงเทพฯ มีจังหวัดที่น่าเดินทางไปเที่ยว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์อยู่ไม่น้อยเลยล่ะ อย่างในทริปนี้ ททท.ได้พาเราเดินทางไปแบบวันเดย์ทริปที่จังหวัดนครปฐม และจะเดินทางไปกินกุ้งที่เมืองราชบุรีแบบคูลๆ กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่ทุกคนรู้จักว่า นครปฐม เปรียบเสมือนอู่อารยธรรมที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีของกินขึ้นชื่ออย่างข้าวหลามและส้มโอ และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ครบทุกรสแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(นักท่องเที่ยวนั่งเรือชมนาบัว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คณะเดินทางได้เลือกเดินทางมายัง บ้านศาลาดิน อ.พุทธมณฑล ที่ตั้งอยู่บริเวณคลองมหาสวัสดิ์&amp;nbsp;คลองแห่งสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชุมชนต่างๆ ริมคลองมากว่า 150 ปี แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็ได้ปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ชุมชนบ้านศาลาดิน หนึ่งในชุมชนริมคลองแห่งนี้ก็ได้ปรับตัวและพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แต่ยังคงมีกลิ่นอายของวิถีชีวิตดั้งเดิมในแบบของชาวสวนที่มีพืชผลหลากหลายชนิด ทั้งสวนฟักข้าว ส้มโอ ขนุน กล้วย มะละกอ สระบัว เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้สัมผัสกับเสน่ห์ในแบบของบ้านศาลาดินอย่างเต็มอิ่ม ด้วยการล่องเรือลัดเลาะไปตามริมสองฝั่งคลอง แวะยังจุดท่องเที่ยว 5 จุด คือ นาบัว บ้านฟักข้าว นากล้วยไม้ สวนผลไม้และนาข้าว และตลาดน้ำบ้านศาลาดิน&amp;nbsp;ที่จะมีให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา&amp;nbsp;08.00-17.00&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;ในส่วนของราคาอยู่ที่ลำละ&amp;nbsp;350&amp;nbsp;บาท นั่งได้&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;และค่าหัวในการแวะไปยังจุดต่างๆ ก็อยู่ที่คนละ 100 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่จะลงเรือ เราก็มาทำกิจกรรมจุดแรกกันที่ตลาดน้ำบ้านศาลาดิน จุดนี้จะได้เห็นการสาธิตทำข้าวตังที่มีการดัดแปลงรูปร่างให้น่าทาน เป็นรูปหัวใจ แบบสามเหลี่ยม และแบบวงกลมดั้งเดิม แผ่นข้าวตังที่ไม่หนาจนเกินไป ทอดกรอบจากกระทะร้อนๆ พร้อมเสิร์ฟให้เราได้เลือกใส่หน้าได้เอง มีทั้งหน้าหมูหยอง พริกเผาหมูหยอง และธัญพืช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเสร็จจากจุดแรก เรามาลงเรือกันที่ท่าตลาดน้ำบ้านศาลาดิน หรือสามารถลงเรือได้อีกท่า คือ ท่าวัดสุวรรณาราม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรือให้บริการนำเที่ยวลำพอดี มีหลังคามุงกันร้อน ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งกับอากาศในช่วงนี้ ในระหว่างที่เรือแล่นออกจากท่า เราก็นั่งชมวิวบ้านเรือนริมสองฝั่งคลอง บ้านหลายหลังก็ยังคงมีศาลาริมน้ำ มีโรงจอดเรือ แต่ก็มีอีกหลายหลังที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย ถนนลาดยางที่เข้ามาเพิ่มเพื่อการเดินทางที่สะดวกมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กลุ่มดอกบัวเบ่งบานสดใส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรือเทียบท่าจุดที่สอง ที่บ้านป้าติ๋ว หรือ ประไพ สวัสดิ์โต เจ้าบ้านก็ออกมาต้อนรับ พร้อมพาไปยังนาบัวที่มีทั้งบัวฉัตรชมพู และบัวฉัตรขาว&amp;nbsp;อยู่ในสระบัวประมาณ 15 ไร่ มีศาลาขนาดใหญ่ เป็นท่าเรือสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ล่องเรือ เก็บบัว หรือจะนั่งรับลมเย็น ชมบัวชิลๆ น่าเสียดายช่วงที่เรามาบัวยังบานออกมาได้ไม่เต็มที่ จะให้ดีคือช่วงหน้าร้อน บัวจะเบ่งบานเต็มที่ ยิ่งเวลาประมาณ 07.00 น. จะได้เห็นภาพบัวบานเต็มสระแน่นอน แต่ก็ยังโชคดีที่จะมีบัวบานกลุ่มเล็กๆ ให้เราได้พายเรือเข้าไปชมแบบใกล้ๆ ป้าติ๋วใจดี พายเรือไปเก็บบัวมาสอนพวกเราพับดอกบัวสวยๆ เอาไว้ไปถวายพระอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(สวนกล้วยไม้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เรือแล่นพาเราไปต่อยังจุดที่สาม ที่ &amp;quot;บ้านฟักข้าว&amp;quot; ลูกฟักข้าวสีแดงส้มผลใหญ่ห้อยโตงเตง มองดูผิวเผินเหมือนผลปลอมมากๆ แต่นี่คือผลฟักข้าวของจริง มายังจุดนี้มีผลิตภัณฑ์น้ำฟักข้าวแท้ให้ชิมกันด้วย ถ้าติดใจก็ซื้อกลับได้เลย ต่อมายังจุดที่สี่ &amp;quot;นากล้วยไม้&amp;quot; สีม่วงสดของดอกกล้วยไม้ เบ่งบานรอต้อนรับนักท่องเที่ยวให้ลงไปถ่ายรูปเล่นได้สักพัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อีแต๋นพาแว้นชมท้องนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปต่อกันที่จุดสุดท้าย สวนผลไม้และนาข้าว ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เรารอคอย เพราะผลไม้นานาชนิดทั้งแห้งและสดจากสวนได้จัดวางไว้พร้อมทาน แถมยังได้ชิมเมี่ยงกลีบบัวด้วย รสชาติใช้ได้เลย ใครอยากจะลองนั่งรถอีแต๋นไปชมนาข้าวก็จ่ายเพิ่ม&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;แต่นั่งได้ถึง 10 คน ซึ่งเราได้นั่งแล้วต้องบอกลีลาการขับรถของคนขับเฟี้ยวฟ้าวไม่เบาทีเดียว อิ่มท้อง แถมยังได้ล่องเรือแบบชิลๆ มาที่เดียวแต่รู้สึกว่าคุ้มมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(กุ้งตัวโตๆ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เราเดินทางต่อไปยังจังหวัดราชบุรีที่อยู่ติดกับนครปฐม ใช้เวลาเดินทางชั่วโมงกว่าก็ถึง และที่จะพลาดไม่ได้คือ ต้องมากินกุ้งบางแพ ตัวใหญ่ เนื้อแน่น ไม่ว่าจะเป็นเมนูกุ้งเผา กุ้งทอดกระเทียม และอีกสารพัดเมนูกุ้งรสเด็ด แซ่บถึงใจแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ถ้ำฤาษีเขางู ด้านในถ้ำมีพระพุทธรูปประทับห้อยพระบาท ปางแสดงธรรมเทศนา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; จังหวัดราชบุรียังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เรามุ่งหน้าไปยังถ้ำฤาษีเขางู ข้อควรระวังของที่นี่คือลิงจอมซน อย่าได้เผลอทีเดียวเชียว&amp;nbsp;ก่อนจะถึงตัวถ้ำต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกนิด ด้านในถ้ำมีพระพุทธรูปประทับห้อยพระบาท ปางแสดงธรรมเทศนา มีลักษณะแบบสมัยทวารวดี ราวพุทธศตวรรษ 11-13 และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่อีกหลายองค์ และฤาษีตามที่ชาวบ้านให้ความเคารพ อีกทั้งยังมีแผ่นจารึกโบราณอักษรปัลลวะภาษาสันสฤต อ่านว่า ปุญกรรมชระศรีสมาธิคุปตะ ซึ่งแปลว่าพระศรีสมาธิคุปตะเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยการทำบุญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่หันพระเศียรไปทางปากถ้ำ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เดินทางต่อไปยัง ถ้ำฝาโถ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก มีบันได้ให้เดินขึ้นชมวิวมุมสูงระหว่างทาง ลักษณะของตัวถ้ำไม่ใหญ่เท่าถ้ำแรกที่เราได้ไปมา&amp;nbsp;ด้านในไม่ลึกมากนัก บริเวณผนังถ้ำมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่หันพระเศียรไปทางปากถ้ำ ด้านบนเศียรพระมีประติมากรรมลักษณะคล้ายต้นไม้ มีเครื่องประดับ&amp;nbsp;นับว่าเป็นร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่งดงามอย่างมาก จุดหมายสุดท้ายของเย็นนี้คือ&amp;nbsp;อุทยานแห่งชาติเขาหินงู ระหว่างขับรถทุกคนจะได้เห็นลิงเป็นฝูงเยอะมากๆ เกาะกลุ่มกันอยู่ตามริมสองฟากถนน แต่ห้ามจอดให้อาหารเด็ดขาด อาจเสี่ยงถูกรุมยื้อแย่งอาหารจากลิงทั้งฝูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ปั่นเป็ดยามเย็นที่อุทยานแห่งชาติเขาหินงู)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อุทยานแห่งชาติเขาหินงู ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งระเบิดและย่อยหิน แต่ธรรมชาติเริ่มเสื่อมโทรม จึงได้มีการยกเลิกสัมปทาน&amp;nbsp;ต่อมาทางจังหวัดราชบุรีจึงได้พัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะ มีการสร้างพระพุทธรูปหินและสะพานเชื่อมให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นชมวิวธรรมชาติ มีเรือเป็ดปั่นในน้ำรับลมเย็นๆ เหมาะสำหรับการมานั่งเล่น เดินเล่นชิลๆ มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันสุดท้าย เราเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติราชบุรี ที่ในอดีตเคยเป็นศาลากลางจังหวัด อาคารแห่งนี้ทำให้เราสนใจตั้งแต่สีชมพูของตัวอาคาร และลักษณะสถาปัตยกรรมที่เป็นแบบตะวันตก ทำให้รู้สึกสดใสน่ารัก เหมือนย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่&amp;nbsp;5 เลย ด้านในถูกจัดแบ่งเป็นโซนเล่าเรื่องของจังหวัดราชบุรี 5 เรื่องด้วยกัน โดยโซนแรกจะเป็นเรื่องราวของสภาพทางภูมิศาสตร์และธรรมชาติวิทยา โซนที่สอง ประวัติศาสตร์และโบราณคดีของราชบุรีตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์&amp;nbsp;โดยมีการจัดแสดงโบราณวัตถุที่สำคัญ อาทิ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถัดมาในโซนที่สาม จัดแสดงเรื่องราวของกลุ่มชาติพันธุ์ของจังหวัดราชบุรีที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์&amp;nbsp;ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประกอบพิธีกรรม บ้านเรือนและการดำรงชีวิต โซนที่สี่ มรดกดีเด่น ห้องที่รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวและบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียงและทำคุณประโยชน์ให้แก่จังหวัด และโซนที่ห้า จัดแสดงราชบุรีในปัจจุบันที่ทำให้เราได้เห็นถึงการพัฒนาต่างๆ ของจังหวัดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ทองอยู่ กำลังหาญ ผู้สืบสานทอผ้าลายตีนจก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เราได้มาที่บ้านคูบัว ชมผ้าทอลายตีนจก ผ้าพื้นถิ่นดั้งเดิม เราได้พบกับคุณยายทองอยู่ กำลังหาญ ที่สืบสานการทอผ้าตีนจกมาตั้งแต่ยังสาวๆ ปัจจุบันยายทองอยู่มีอายุ 88 ปี ได้เล่าให้เราฟังสั้นๆ ว่า แต่ก่อนผ้าตีนจกไม่ค่อยมีคนใส่ แต่แม่ของตนยังคงใส่และทอเองเรื่อยมา โดยเฉพาะเอกลักษณ์ที่ทอกลับจากด้านหลัง ลายจึงอยู่ด้านหลัง อย่าง ลายเกี้ยวซ้อนกาบที่เคยทอถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และส่วนใหญ่สีที่นิยมก็สีแดง เขียว เหลือง ทำให้ผ้ามีสีสัน ปัจจุบันก็ส่งต่อการทอผ้าต่อให้หลานๆ ให้อนุรักษ์ลายผ้าตีนจกนี้ไว้ ในส่วนของราคาก็จะอยู่ที่ 500-10,000 บาทขึ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แวะเดินกาดวิถีชุมชนคูบัวที่มีอาหารและของพื้นบ้านมาจำหน่าย และมุ่งหน้าไปยังจุดหมายสุดท้ายที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ศูนย์ศึกษาวิทยาการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.โพธาราม นั่งรถรางรับลมเย็นๆ สัมผัสไร่แปลงสาธิตบนพื้นที่กว่า 849 ไร่ บางทีอาจจะเป็นแรงบันดาลใจและความรู้ในการเอากลับไปทำเกษตรที่บ้านด้วยนะ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองอยู่ กำลังหาญ, นครปฐม, บ้านฟักข้าว, ประไพ สวัสดิ์โต, อ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c52e5e211734.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
