<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93147</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห้ามเสียงแตก ‘บิ๊กตู่’ขู่ถ้ามีปัญหาพิจารณาเป็นรายพรรค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; กำชับรัฐมนตรีชี้แจงทุกดอก ย้ำคะแนน 10 รมต.ต้องใกล้เคียงกัน ขู่พิจารณารายพรรคหลังจบศึกถ้ามีปัญหา รับจะอดทนฟังเพราะจุดเดือดต่ำ สงบนิ่งและพูดน้อยที่สุด &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; เชื่อคุมเกมอยู่ ปัดตอบ &amp;ldquo;แหนบ&amp;rdquo;&amp;nbsp; เป็นอาวุธหรือไม่ ฝ่ายค้านประสานเสียงยันอ่านญัตติทุกตัวอักษร ลั่นหากมีคนขวางจะดำเนินคดีข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ โวมีหลักฐานเด็ดหลังจบกฐินมี 4-5 รัฐมนตรีนอนคุกแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ สภาผู้แทนราษฎรมีระเบียบการประชุม ครั้งที่ 23 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)&amp;nbsp; เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 10 ราย&amp;nbsp; ซึ่งนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย&amp;nbsp; (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กับคณะ 208 คน เป็นผู้เสนอ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมว่า คงไม่ต้องตอบเรื่องความกังวลเกี่ยวข้องอะไรต่างๆ ส่วนเรื่องสถาบันในสภาควรหรือไม่ควรก็ไปว่ากันมา เป็นเรื่องของสมาชิก และเป็นเรื่องที่สภาต้องดำเนินการให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกประการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยระบุว่ามีบิ๊ก ป.ในรัฐบาลรับส่วยแรงงานว่า &amp;rdquo;ป.อะไร จะไปรู้ได้อย่างไรว่าใคร เอาเลยใครรับส่วยก็ว่าไปเลย&amp;nbsp; เรื่องกระบวนการทางกฎหมายมีอยู่แล้ว ขอให้ว่าไปตามกฎหมาย ไม่หวั่นไหวและไม่หวั่นใจ เพราะไม่ได้ไปรับอะไรของใคร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า&amp;nbsp; ในที่ประชุมนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.ทราบถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 16-19 ก.พ.ว่า ฝ่ายค้านจะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนแรก โดยใช้เวลาวันครึ่ง จากนั้นจะเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในประเด็นโควิด-19 และการจัดหาวัคซีน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์พูดว่าให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการชี้แจงของรัฐบาลมากที่สุด และหวังว่าคะแนนอภิปรายต้องใกล้เคียงทุกพรรค ต้องรับผิดชอบร่วมกัน ขออย่าให้มีปัญหาภายในซึ่งกันและกัน ส่วนนายอนุทินได้สอบถามที่ประชุมว่า ต้องรอให้ฝ่ายค้านอภิปรายจบก่อนแล้วจึงค่อยชี้แจง หรือลุกขึ้นชี้แจงได้เลย เพราะไม่เคยถูกอภิปรายมาก่อน ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่าไม่ต้องรอ หากให้เขาพูดข้างเดียวเดี๋ยวเสียหาย ให้ทยอยตอบ แล้วตอนท้ายเก็บอีกที
&amp;ldquo;ไม่ต้องเครียด ยิ้มไว้เมื่อภัยมา รวมกันไม่มีใครทำอะไรเราได้ ผมก็จะอดทนฟังอย่างใจเย็น เพราะเป็นคนจุดเดือดต่ำ&amp;nbsp; จะสงบนิ่งที่สุด พูดน้อยที่สุด ให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจง ให้ดูจังหวะให้ดี แม้แต่ตอนเขาโจมตีผม ท่านก็ต้องช่วยชี้แจง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้กำลังใจรัฐมนตรี พร้อมแนะนำนายอนุทินด้วยว่า &amp;ldquo;รู้ว่าหนูเป็นคนใจร้อน พูดให้ใจเย็นๆ เอาเหตุผลนำ&amp;rdquo; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ รัฐมนตรีหลายคนได้เสนอแนะให้ใช้ช่องทางการสื่อสารของรัฐในการช่วยชี้แจงต่อประชาชนด้วย อาทิ นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์? รมว.การพัฒนาสังคมฯ ที่อยากให้ใช้สื่อของรัฐนำสิ่งที่รัฐมนตรีพูดไปเผยแพร่ ส่วนนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ขอให้ติดตามการนำเสนอข่าวของสื่อฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลด้วยเพื่อจะได้ชี้แจง ทั้งนี้ในช่วงวาระสั่งการ พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดตอนหนึ่งว่า &amp;ldquo;ขอความร่วมมือทุกท่านทำทั้งการบ้านและการเมือง การเมืองคือดูแลประชาชนให้ดี ผมจะพิจารณาเป็นรายพรรคไปถ้ามีปัญหา&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตอีกว่า ในตอนท้ายการประชุมครั้งนี้นายกฯ ได้แซวนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า&amp;nbsp; รมช.เกษตรและสหกรณ์ สองแกนนำพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; (พปชร.) ซึ่งเป็นมุ้งหนึ่งในพรรค และมีข่าวว่าอยู่เบื้องหลังจะทำให้นายณัฏฐพลได้คะแนนน้อยที่สุดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า &amp;ldquo;พี่สันติยิ้มหน่อย นัสยิ้มหน่อย&amp;rdquo;
นอกจากนี้ ช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ยังได้กล่าวถึงกรณีคนแอบอ้างชื่อว่าสนิทกับตนเพื่อไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวว่า &amp;quot;รู้จักทุกคน แต่ไม่รู้ใจ ถ้าใครที่ไปแอบอ้างว่าสนิทกับผม เพื่อไปแสวงหาผลประโยชน์ ใครเชื่อก็โง่แล้ว&amp;quot; &amp;nbsp;
ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการควบคุมการประชุมว่า เมื่อญัตติเราพิจารณาว่าชอบแล้ว ก็ให้อภิปรายไปตามญัตติ จะออกนอกญัตติไม่ได้&amp;nbsp; ส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์พูดได้เท่าที่เขียนไว้ ซึ่งไม่ได้กังวล และเชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่รู้อะไรควรอะไรไม่ควร ใครที่ออกนอกกติกาพฤติกรรมเหล่านั้นประชาชนกำลังจับตาดูอยู่ จะมีผลต่อเขาโดยตรง พฤติกรรมใดที่ไม่ถูกต้องประชาชนจะลงโทษเอง ไม่ใช่เรื่องที่น่าวิตก และคิดว่าคงไม่มีการประท้วงกันอย่างรุนแรงจนไม่สามารถเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจได้
นายชวนยังกล่าวถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรค พปชร.เตรียมขออนุญาตนำแหนบถอนผมเข้าไปประชุมเพื่อนำไปถอนหงอกผู้นำฝ่ายค้านหากพูดถึงสถาบัน ว่า ทุกอย่างอยู่ที่กฎกติกา ไม่ใช่ใครจะทำอะไรตามอำเภอใจได้ และหากผู้อภิปรายพูดในกรอบก็ถือว่าไม่มีปัญหา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่านำแหนบเข้าที่ประชุมสภาได้หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า &amp;quot;หากนำไปเป็นอาวุธก็ถือว่าไม่ได้&amp;quot; ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าแหนบถือเป็นอาวุธหรือไม่ นายชวนตอบว่าไม่ทราบ
นายชวนยังกล่าวถึงเวลาอภิปรายว่า ตราบใดที่ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ครบ 42 ชั่วโมง การอภิปรายก็ขยายไปมากกว่า&amp;nbsp; 4 วันได้ และหากอภิปรายเสร็จสิ้นในวันใดก็ลงมติในวันถัดไป&amp;nbsp; ถึงบอกว่าอย่าไปตั้งเป้าว่าจะลงมติในวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงเช้านายสิระได้แสดงแหนบถอนผม 2 อันให้ผู้สื่อข่าวดู พร้อมระบุว่าจะนำมาขออนุญาตนายชวนเพื่อนำเข้าที่ประชุมสภาวันที่ 16 ก.พ. และจะนำไปมอบให้นายสมพงษ์ที่ไม่ยอมทบทวนญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน และหากนายสมพงษ์พูดถึงสถาบันก็จะเดินเอาแหนบไปถอนผมนายสมพงษ์ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านไม่เห็นหรือไม่มีจิตสำนึกปกป้องสถาบัน ผมมีความจำเป็นต้องนำแหนบมาถอนหงอกผู้นำฝ่ายค้าน และหากมีการอภิปรายถึงสถาบัน ผมจะประท้วงทันที และจะประท้วงจนประชุมไม่ได้ การประชุมจะวุ่นวาย และจะทำให้ไม่มีการอภิปรายสถาบัน แต่ถ้าตรวจสอบรัฐมนตรีก็ตรวจสอบไปเลย งัดหลักฐานออกมาให้ประชาชนเห็นว่ารัฐมนตรีคนไหนทุจริต&amp;rdquo; นายสิระกล่าว
ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีพรรคเล็กขอฟังเนื้อหาการอภิปรายก่อนตัดสินใจลงมติไว้วางใจว่า เรื่องนี้จบแล้วได้เคลียร์กันเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ยังจะขอฟังการอภิปรายก่อนลงมตินั้น ถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล ไม่ได้เป็นประเด็นอะไร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ชม &amp;#39;สิระ&amp;#39; สมองไบรต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิรัชยังกล่าวถึงนายสิระกรณีแหนบถอนผมว่า &amp;quot;นายสิระเป็นผู้ที่มีประเด็นหลากหลายทุกวัน เราไม่สามารถคาดการณ์ว่าเขาจะใช้ประเด็นใด เราถือว่านายสิระเป็นผู้มีสมองที่มหัศจรรย์&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า นายกฯ และรัฐมนตรีที่มีชื่อถูกอภิปรายมีความมั่นใจและพร้อมชี้แจง ส่วนการที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.ยื่นญัตติด่วนให้สภาพิจารณาญัตติฝ่ายค้านให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความนั้น ไม่ได้เพราะกลัวการอภิปราย แต่กลัวว่าฝ่ายค้านจะถูกดำเนินคดีมากกว่า หากจะใช้เวทีนี้อภิปรายพาดพิงสถาบัน ซึ่งอาจเจอมาตรา 112 หรือบางพรรคอาจถูกยุบพรรคเหมือนอดีตพรรคไทยรักษาชาติได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;หากนายการุณหรือพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่อยากให้ ส.ส.รัฐบาลลุกขึ้นมาประท้วง ก็ขอให้อภิปรายในประเด็นและอยู่ในกรอบ โดยอย่าอภิปรายพาดพิงถึงสถาบันเด็ดขาด เพราะ&amp;nbsp; ส.ส.รัฐบาลหรือประชาชนก็คงทนเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะคนไทยส่วนใหญ่จงรักภักดี ต้องการปกป้องสถาบันให้อยู่คู่แผ่นดินไทย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ที่ทำการพรรค พท.ได้มีการประชุมแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อเตรียมความพร้อม โดยนายสมพงษ์ยืนยันว่า ญัตติได้ผ่านการพิจารณาของประธานสภา และบรรจุเรียบร้อยแล้ว ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา จะอ่านญัตติตามตัวอักษร หากเกิดการประท้วงก็ขอให้เป็นเรื่องของประธานในที่ประชุมจะวินิจฉัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า&amp;nbsp; การอ่านญัตติเป็นขั้นตอนปกติที่ต้องปฏิบัติ ไม่น่าจะมีปัญหา&amp;nbsp; เชื่อว่าประธานสภาควบคุมได้ ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลขู่ประท้วงหากฝ่ายค้านมีการอ่านญัตติพาดพิงสถาบันหรือคนนอกนั้น เรารู้ว่าอะไรควรไม่ควร ฝ่ายค้านไม่ได้อภิปรายสถาบัน แต่จะอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ที่บริหารบ้านเมืองเสียหายและกระทบไปถึงสถาบัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน&amp;nbsp; (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวเช่นกันว่า การอ่านข้ามหรือหลบเลี่ยงญัตตินั้นไม่ถูกต้อง การอ่านญัตติไม่ครบหรือข้ามไปนั้นถือว่าไม่สมบูรณ์และจะมีปัญหาแน่นอน ส่วนกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.พลังประชารัฐ จะขัดขวางหรือประท้วงการอ่านญัตตินั้น เรื่องนี้มีคนพร้อมดำเนินคดีอยู่แล้ว หลังอภิปรายจะโดนข้อหาขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่เพราะ ส.ส.เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ พรรค พท.กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้มีส่วนจัดทำหลักฐานในคดีอะไร แต่วันนี้เศรษฐกิจตกต่ำ คนยากจน ส่วนรัฐบาลคิดโครงการออกมาแบบคนฉลาดน้อย จะโยนความรับผิดชอบให้ใครไม่ได้ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรจริงๆ โดยยังหวังว่าที่ไบเดนยึดเงินทหารเมียนมาจะแจ้งมาถึงรัฐบาลไทยว่ามีใครเอาเงินไปฝากไว้บ้าง
&amp;ldquo;ผมไม่อยากวิจารณ์คุณไปมากกว่านี้ เชื่อว่าการอภิปรายครั้งนี้คุณจะชนะโหวต แต่อาจสะบักสะบอม ช่วง 2 วันที่ผ่านมา ส.ส.พรรคพลังประชารัฐทำอะไรกัน ฝ่ายค้านยังไม่ทันถามเลย ยิ่งพวกที่มีคดีกับ ป.ป.ช.รีบออกมาแสดงกันใหญ่ เป็นแค่ผู้แทนเกรดซี ไม่เหมือนสมัยผมเป็นผู้แทนเกรดเอ เมื่อไหร่มีที่ว่างใน กทม.จะขอลงสมัครเป็นผู้แทนบ้าง&amp;rdquo; ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า การรีบร้อนออกมาประกาศคะแนนเสียงโหวตรัฐมนตรีจะออกมาเท่ากันนั้นผิดธรรมชาติ ยังไม่ได้ฟังเลยว่าฝ่ายค้านกล่าวหาอะไร หรือมีการวางกล้วยมัดจำกันไว้แล้ว&amp;nbsp; รัฐบาลอย่าเพิ่งรีบร้อน เพราะมีรัฐมนตรีต้องลุ้นตกเก้าอี้ติดคุก อยู่หลายคน
ฟุ้งมีเชือด 4-5 รมต.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล แกนนำพรรค พท. ในฐานะประธานคณะทำงานต่อต้านโกง กล่าวว่า ได้รับข้อมูลชัดเจนมาว่ามีการจัดตั้งขบวนการเพื่อรับส่วยของแรงงานต่างด้าว หรือแรงงานข้ามชาติอย่างเป็นระบบ รวมไปถึงปัญหายาเสพติดด้วย โดยข้อมูลการรับส่วยนี้ไปถึงบิ๊ก ป. แต่ไม่รู้ว่า ป.ปลาไหน โดยจะมอบให้ นพ.ชลน่านนำไปอภิปรายในสภาต่อไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท.กล่าวว่า จะอภิปรายเพื่อให้ ส.ส.หลายคนเห็นคล้อยกับเรา ไม่ไว้วางใจสภา แม้มือในสภาสู้ไม่ได้ แต่จะส่งเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยเรื่องจะส่งต่อไปยัง ป.ป.ช.มี 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่พบความผิดตามข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมอย่างร้ายแรง จะส่งให้มีการตรวจสอบ และ 2.กลุ่มที่ทำผิด&amp;nbsp; ทุจริต ทำผิดกฎหมาย แสวงหาผลประโยชน์ชัดเจน คาดว่าหลังการอภิปรายจบลงจะมีรัฐมนตรี 4-5 คนที่เข้าข่ายในความผิดทั้งสองกลุ่มนี้ &amp;nbsp;
รายงานข่าวจากพรรค พท.แจ้งว่า ผู้อภิปรายส่วนใหญ่ในกลุ่ม 15 คนที่ได้รับการวางตัว ยังสงวนสิทธิ์ในการไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญประกอบการอภิปราย เนื่องจากเกรงว่าข้อสอบจะรั่ว แต่มีแกนนำหญิงของพรรค พท. ชื่อย่อ &amp;ldquo;จ.&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประสานไปยังผู้อภิปราย โดยให้เหตุผลว่าต้องการไปจัดทำสไลด์ แต่ก็ถูกปฏิเสธ ซึ่งแกนนำหญิงก็ยังรบเร้าเพื่อขอดูเนื้อหา จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าต้องการข้อมูลล่วงหน้าเพื่อวัตถุประสงค์ใดกันแน่ เพราะช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แกนนำคนดังกล่าวพยายามทำตัวเป็นนายหน้าประสานงานรัฐมนตรีที่จะถูกซักฟอกให้พบปะกับ ส.ส.ฝ่ายค้านที่จะทำหน้าที่อภิปรายรัฐมนตรีรายนั้นๆ โดยใช้บ้านพักตัวเองเป็นสถานที่พบปะ ซึ่งแกนนำดังกล่าวไม่ได้มีตำแหน่งหรือรับมอบหมายใดๆ เกี่ยวกับการอภิปราย แต่กลับประสานจองห้องประชุมภายในสภาตลอดช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อตั้งเป็นวอร์รูม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า การอภิปรายในครั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ขอให้ประชาชนติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ให้ดี ทั้ง 4 วันจะมีการอภิปรายถึงความล้มเหลว&amp;nbsp; การทุจริตและความผิดที่ประชาชนรับไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93147</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ, ฝ่ายค้าน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สภาผู้แทนราษฎร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ห้ามเสียงแตก, อภิปรายไม่ไว้วางใจ, อ่านญัตติทุกตัวอักษร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a7a02a3162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
