<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>6645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2018 17:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มองอ่าวนางาซากิ จาก &#039;สวนโกลเวอร์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot;&gt;อ่าวนางาซากิ มุมมองจากสวนโกลเวอร์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot;&gt;ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตรจากสถานีฮากาตะ จังหวัดฟุกุโอกะ ถึงสถานีนางาซากิ จังหวัดนางาซากิ รถไฟชิงกันเซ็นที่ว่าเร็วดั่งหัวกระสุนยังต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง เพราะช่วงที่ผ่านริมฝั่งทะเลอะริอะเกะซึ่งกินระยะทางเกือบครึ่งของเส้นทางนั้นคดเคี้ยวไปมาเหมือนงูเลื้อย รถไฟจึงไม่สามารถทำความเร็วได้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมบอกที่ตั้งของโฮสเทล Casa Noda บนถนน Ohato กับเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟนางาซากิ ก็ได้รับคำตอบว่าเมื่อออกจากสถานีแล้วให้เดินตรงไปทางขวามือ เดินไม่นานนักก็ถึง หลังจากเช็กอินแล้วก็เดินตรงไปทางขวามืออีก แวะกินข้าวหน้าปลาไหลทะเลที่ร้านแถวท่าเรือเดจิมะ เนื้อปลาชิ้นใหญ่หลายชิ้นโปะข้าวมาจนพูนชาม รสชาติหวานมันอร่อย ราคาเพียง1,830 เยน หรือไม่ถึง 600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;อิ่มแล้วก็เดินเลียบอ่าวนางาซากิต่อไปยังทิศทางเดิม แวะดื่มกาแฟในร้านที่มีเครื่องดื่มแบบบุฟเฟต์ราคา 390 เยน พวกที่นั่งนานน่าจะคุ้มค่า แต่ผมต้องออกเดินต่อ (ทั้งที่มีรถรางสาย 5 วิ่งผ่าน) ไปยัง &amp;ldquo;สวนโกลเวอร์&amp;rdquo; (Glover Garden) บนเนินเขา &amp;ldquo;มินามิ - ยามาเตะ&amp;rdquo; มองลงมายังอ่าวนางาซากิได้ทิวทัศน์สวยงามสบายตา &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เพื่อนต่างวัยของผมนาม &amp;ldquo;ปีเตอร์ คัมเบอร์เบิร์ช&amp;rdquo; นักเขียนรูปและกวีชาวแคนาเดียน ผู้ใช้ชีวิตช่วง 30 ปีหลังในเอเชีย เขามีบรรพบุรุษตระกูล &amp;ldquo;วอล์คเกอร์&amp;rdquo;ซึ่งครั้งหนึ่งเดินทางมาทำมาหากินและพำนักอยู่ในนางาซากิช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศในยุคเอโดะตอนปลายเชื่อมต่อกับยุคเมจิ ซึ่งก่อนหน้านั้นนางาซากิคือเมืองท่าแห่งเดียวของญี่ปุ่นที่ได้รับการผ่อนผันให้ติดต่อกับโลกภายนอกและมีชาวต่างชาติอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บ้านของตระกูลวอล์คเกอร์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ปีเตอร์ขอให้ผมมาที่นี่เพื่อถ่ายรูปบ้านพักของตระกูล &amp;ldquo;วอล์คเกอร์&amp;rdquo; และสวนโกลเวอร์โดยรวมกลับไปให้เขาดูที่กรุงเทพฯ เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้อีกแล้วด้วยสาเหตุบางประการ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สวนโกลเวอร์มาจากชื่อ &amp;ldquo;โทมัส เบลค โกลเวอร์&amp;rdquo; (Thomas Blake Glover) พ่อค้านักเดินเรือชาวสก็อต เขามาถึงนางาซากิ ในปี ค.ศ. 1859 เมื่ออายุได้เพียง 21 ปีเท่านั้น แล้วจัดการตั้งบริษัท Glover &amp;amp; Co. และสร้างบ้านขึ้นบนเนินเขาแห่งนี้ในปี ค.ศ. 1863 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ในช่วงที่ฝ่ายนิยมระบอบกษัตริย์กำลังก่อการปฏิวัติประเทศจากการปกครองอันยาวนานของโชกุนตระกูล &amp;ldquo;โตกุกาวะ&amp;rdquo; โกลเวอร์ได้ให้การสนับสนุนฝ่ายปฏิวัติในแคว้นซัตสุมะ ไม่ไกลจากนางาซากิ และเมื่อล้มฝ่ายโชกุนลงได้เข้าสู่ยุคจักรพรรดิเมจิในปี ค.ศ. 1868 โกลเวอร์ก็กลายเป็นผู้นำทางด้านการค้าในญี่ปุ่น อีกทั้งได้นำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาพัฒนาญี่ปุ่นสู่ยุคใหม่ที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการทำเหมืองถ่านหินและการเดินเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ในปี ค.ศ. 1885 เขาได้ช่วยก่อตั้งบริษัท Japan Brewery ซึ่งต่อมาคือบริษัท Kirin Brewery เจ้าของ Kirin (กิริน) เบียร์ยอดนิยม คุณูปการหลายด้านที่มีต่อญี่ปุ่นทำให้ในปี ค.ศ. 1908 โกลเวอร์ได้รับเครื่องราชอิศริยาภรณ์อาทิตย์อุทัย ระดับ Gold and Silver Star ซึ่งเป็นชั้นที่ 3 จากทั้งหมด 9 ชั้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บ้านของตระกูลโกลเวอร์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โกลเวอร์เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1911 ที่กรุงโตเกียว ศพของเขาถูกฝังในสุสาน Sakamoto International Cemetery เคียงข้าง &amp;ldquo;ซึรุ&amp;rdquo; ภรรยาชาวญี่ปุ่น บ้านของเขาในนางาซากิถูกซื้อต่อโดยมิตซูบิชิ บริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ที่โกลเวอร์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาตลอดชีพ จากนั้นบริษัทมิตซูบิชิก็บริจาคบ้านหลังนี้ต่อให้กับเมืองนางาซากิ ก่อนที่ Glover House จะถูกขึ้นทะเบียนเป็น &amp;ldquo;สมบัติทางวัฒนธรรมอันสำคัญยิ่งของชาติ&amp;rdquo; โดยรัฐบาลญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1961&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ผมคลำทางอยู่สักพักก็เจอประตูทางเข้า ห้องขายตั๋วตั้งอยู่ด้านใน จ่าย 610 เยนแล้วรับคู่มือเดินขึ้นทางเลื่อนไปอย่างสะดวกสบาย ผ่านร้านอาหาร &amp;ldquo;Jiyu-Tei&amp;rdquo; ทางด้านขวามือ นี่คือร้านอาหารตะวันตกแห่งแรกในญี่ปุ่นยุคเอโดะ ผู้ก่อตั้งคือ &amp;ldquo;โจคิชิ คูซาโน&amp;rdquo; เขาได้ร่ำเรียนอย่างช่ำชองจากพ่อครัวชาวดัตช์ในย่านเดจิมะก่อนที่จะไปเปิดร้านตั้งอยู่ตรงข้ามกับศาลเจ้าอิบารายาชิ ทางการเมืองนางาซากิได้รื้อและย้ายให้มาอยู่ในย่านชาวตะวันตกหลังจากปี ค.ศ. 1970 เพื่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมรวมถึงสภาพการตั้งถิ่นฐานของชาวตะวันตกไม่ให้สูญสลายไปกับกาลเวลา อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว นำรายได้เข้าเมืองจำนวนไม่น้อยจากผู้มาเยือนสวนโกลเวอร์ปีละประมาณ 2 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เช่นเดียวกับ &amp;ldquo;บ้านของตระกูลวอล์คเกอร์&amp;rdquo; (Former Walker House) ที่อยู่ถัดไป บ้านหลังนี้ดั้งเดิมตั้งอยู่ติดกับโบสถ์คาธอลิค &amp;ldquo;โออุระ&amp;rdquo; ใกล้ๆ ทางเข้าสวนโกลเวอร์ในปัจจุบัน ได้ถูกย้ายและย่อขนาดสร้างขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;โทมัส เบลค โกลเวอร์&amp;rdquo; ผู้ทำการค้า บุกเบิกอุตสาหกรรมหนัก และก่อตั้งโรงเบียร์กิริน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตระกูลวอล์กเกอร์นั้นมาจากอังกฤษ ผู้ที่เดินทางมายังญี่ปุ่นเป็นคนแรกคือ &amp;ldquo;วิลสัน วอล์คเกอร์&amp;rdquo; เมื่อปี ค.ศ. 1868ทำหน้าที่ควบคุมเรือกลไฟให้กับบริษัท Glover &amp;amp; Co. ของ &amp;ldquo;โทมัส โกลเวอร์&amp;rdquo; จากนั้นทำงานกับบริษัท Holme, Ringer &amp;amp; Co. ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันเรือกลไฟของบริษัท Mitsubishi Mail Steamship Co. เขาเติบโตและมีบทบาทสำคัญในอุตสากรรมเดินเรือของญี่ปุ่น โดยเฉพาะการริเริ่มเดินเรือสายโยโกฮามา &amp;ndash; เซี่ยงไฮ้ เรือกลไฟนานาชาติสายแรกของญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังช่วยงานในบริษัท Nippon Yusen Kaisha (NYK) กระทั่งร่วมกับโทมัส โกลเวอร์ ก่อตั้ง Japan Brewery ขึ้น ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่นางาซากิและเปิดโรงแรมชื่อ Cliff House Hotel บนเนินเขาแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากวิลสันแล้ว น้องชายของเขา &amp;ldquo;โรเบิร์ต นีล วอล์คเกอร์&amp;rdquo; ก็ได้ตามรอยพี่ชาย เดินทางมาญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1874 และได้รับใบอนุญาตการเป็นกัปตันเรือจากรัฐบาลญี่ปุ่นในอีก 2 ปีต่อมา เขาทำหน้าที่ควบคุมเรือให้บริษัทมิตซูบิชิ และ NYK&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หลายปีต่อมา โรเบิร์ต วอล์คเกอร์ และ &amp;ldquo;ซาโตะ&amp;rdquo; ภรรยาชาวญี่ปุ่นจำต้องย้ายกลับไปอังกฤษพร้อมกับลูกๆ 7 คน หลังจากใบอนุญาตเดินเรือของเขาถูกเพิกถอนเป็นเวลา 6 เดือนจากสาเหตุเรือที่เขาควบคุมประสบอุบัติเหตุระหว่างการเดินทางไปวลาดิวอสต็อก ทั้งคู่มีลูกด้วยกันอีก 2 คน ในเมืองแมรีพอร์ท ประเทศอังกฤษ แต่ซาโตะต้องมาเสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจเมื่ออายุได้เพียง 36 ปี ไม่นานต่อมาโรเบิร์ตหอบลูกๆ กลับญี่ปุ่นอีกครั้งเนื่องจากไม่สามารถทนการเหยียดเชื้อชาติจากคนในละแวกบ้านที่มีต่อลูกๆ เชื้อสายเอเชียของเขาได้ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บ้านของตระกูลริงเกอร์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;หลังจากย้ายกลับมายังญี่ปุ่น ปักหลักที่เมืองนางาซากิในปี ค.ศ. 1898 พร้อมกับการเปิดบริษัท R.N. Walker &amp;amp; Co. ธุรกิจขายข้าวของเครื่องใช้ในเรือ ต่อมาไม่นานก็ตั้ง Banzai Aerated Water Factory ขึ้น เป็นโรงงานเครื่องดื่มน้ำอัดลมแห่งแรกในญี่ปุ่น ทว่าในปี ค.ศ. 1908 โรเบิร์ต นีล วอล์คเกอร์ ก็ส่งต่อกิจการเครื่องดื่มให้กับ &amp;ldquo;โรเบิร์ต วอล์คเกอร์ จูเนียร์&amp;rdquo; ลูกคนที่สอง ส่วนตัวเขาย้ายไปตั้งรกรากใหม่ในประเทศแคนาดาพร้อมลูกสาว 4 คน หนึ่งในนั้นคือย่าของปีเตอร์ (ที่เหลือแต่งงานและอาศัยต่อในญี่ปุ่น)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เท่ากับว่าปีเตอร์ เพื่อนของผมมีเลือดเนื้อเชื้อไขชาวอาทิตย์อุทัยอยู่ในกายและจิตวิญญาณ แม้ว่าจะมองไม่เห็นในหน้าตาของเขาเลย แต่เขาก็มีช่วงเวลาอย่างน้อย 8 ปีที่ได้จับพลัดจับผลูไปอยู่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น แถมยังมีคนรักเป็นชาวญี่ปุ่นอีกต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตระกูลวอล์คเกอร์ยังคงอาศัยในเมืองนางาซากิเรื่อยมา โดย &amp;ldquo;โรเบิร์ต วอล์คเกอร์ จูเนียร์&amp;rdquo; ซื้อบ้านหลังนี้มาในปี ค.ศ. 1915 ซึ่งบ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นในตอนกลางของยุคเมจิ หรือปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีการผสมผสานลักษณะสถาปัตยกรรมระหว่างตะวันตกกับญี่ปุ่น ส่วนที่เห็นได้ชัดว่าเป็นญี่ปุ่นคือชายคาของบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ชุดถ้วยกาแฟในบ้านของตระกูลอัลต์&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;โรเบิร์ตได้ประจักษ์กับระเบิดปรมาณูเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1945 ในระยะ 4 กิโลเมตรจากจุดศูนย์กลาง โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าบ้านพังเสียหาย กระเบื้องหลังคาปลิวว่อน เขาจัดการซ่อมแซมและอยู่อาศัยต่อมาในบ้านหลังเดิม กระทั่งเสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1958 จากนั้นภรรยาของเขาได้บริจาคตัวบ้านส่วนหนึ่งให้กับทางการนางาซากิ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;สำหรับบ้านของคนสำคัญคือ &amp;ldquo;โทมัส เบลค โกลเวอร์&amp;rdquo; นั้นเป็นบ้านหลังใหญ่ ถือเป็นบ้านไม้แบบตะวันตกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีต้นปาล์มสาคู หรือ &amp;ldquo;ปรงญี่ปุ่น&amp;rdquo; อายุ 300 ปีอยู่ในสวนหน้าบ้าน เมื่อเดินเข้าไปก็พบกับรูปปั้นกิริน (หรือกิเลน) สัตว์ในเทพนิยายจำนวน 2 ตัวในเรือนกระจกซึ่งเป็นที่มาของเบียร์กิริน หนวดของกิรินทั้งสองมีส่วนคล้ายหนวดที่รกเฟิ้มของมิสเตอร์โกลเวอร์จนมีคนเชื่อว่านี่คือที่มาที่แท้จริงของโลโก้เบียร์กิริน ในบ้านยังจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ของตระกูลโกลเวอร์ไว้อย่างเสมือนว่ามีคนอยู่อาศัย โต๊ะอาหารที่พร้อมรับแขก ภาพถ่ายของโกลเวอร์และภรรยา ไม้เท้าคู่ใจ กระจกเงาที่ไม่สามารถมองเห็นหน้าคนส่อง เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;-webkit-text-stroke-width: 0px; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;-webkit-text-stroke-width: 0px; text-align: center;&quot;&gt;หนึ่งในสองหัวใจหินบนพื้นทางเดินในสวนโกลเวอร์​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บ้านของชาวเกาะบริเตนคนสำคัญในสวนโกลเวอร์ยังมีอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะบ้านของ &amp;ldquo;วิลเลียม อัลต์&amp;rdquo;(William Alt) ที่เดินเรือมาจากอังกฤษเพื่อทำให้ชาวโลกรู้จักชาของญี่ปุ่น และ &amp;ldquo;เฟรดเดอริก ริงเกอร์&amp;rdquo; (Frederick Ringer) ที่เคยทำงานให้กับ Glover &amp;amp; Co. ก่อนที่จะตั้งบริษัท Holme, Ringer &amp;amp; Co. ของตัวเองร่วมกับเพื่อนชาวอังกฤษอีกคน เขาทำธุรกิจหลายอย่าง ทั้งค้าขายระหว่างประเทศ ผลิตชา โรงโม่ เครื่องปั่นไฟ รวมถึงธุรกิจโรงแรม &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากบ้านเหล่านี้แล้วก็ยังมีอาคารต่างๆ อาทิ บ้านพักของลูกเรือบริษัทมิตซูบิชิ, บ้านพักของประธานศาลแห่งเขตนางาซากิ, พิพิธภัณฑ์ศิลปะการแสดงนางาซากิ, โรงเรียนเก่าแก่ Steele School ที่ปัจจุบันทำเป็นพิพิธภัณฑ์ พื้นที่ส่วนใหญ่จัดแสดงโมเดลเรือโบราณแบบต่างๆ, สตูดิโอถ่ายภาพย้อนยุค ให้บริการชุดโบราณสำหรับใส่ถ่ายภาพ ค่าบริการ 500 เยนต่อ 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ในสวนโกลเวอร์ยังมีรูปปั้นอย่างน้อย 2 ชิ้นที่มีความสำคัญมาก นั่นคือรูปปั้นของ &amp;ldquo;จาโกโม ปุชชีนี&amp;rdquo; คีตกวีชาวอิตาเลียน ผู้รจนาบทละคร &amp;ldquo;มาดามบัตเตอร์ฟลาย&amp;rdquo; (Madame Butterfly) ขึ้นในปี ค.ศ. 1904 โดยเหตุการณ์ในท้องเรื่องเกิดขึ้นที่เมืองนางาซากิแห่งนี้ ปัจจุบันถือเป็นหนึ่งในสามเรื่องของละครโอเปร่าที่ได้รับความนิยมและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และอีกรูปปั้นที่อยู่ข้างกันคือ &amp;ldquo;ทามากิ มิอูระ&amp;rdquo; ผู้รับบทเป็น &amp;ldquo;โจโจ้ซัง&amp;rdquo; กำลังยืนเคียงลูกชายรอคอยการกลับมาของคนรัก นาม &amp;ldquo;เรือโทเบนจามิน พิงเคอร์ตัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;บนถนนเลียบอ่าวนางาซากิ​​​​​​​&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ภายในพื้นที่สวนโกลเวอร์ ได้รับการตกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่ สวนหย่อม ปาล์มพันธุ์ต่างๆ สวนดอกไม้ สระปลาคาร์ป สวนน้ำ สมอเรือโบราณ หลักเขตแดนบ่งบอกการแยกเขตพื้นที่ชาวต่างชาติออกจากคนท้องถิ่น แท่งหินโบราณแท่งเล็กๆ แสดงเลขที่บ้าน ถนนยางมะตอยแห่งแรกในญี่ปุ่น ก็อกน้ำสาธารณะจากยุคเมจิ ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;มีอย่างหนึ่งที่ผมทราบตอนใกล้จะออกจากสวนเมื่อได้อ่านข้อมูลในคู่มือตอนนั่งพัก นั่นคือหินรูปหัวใจขนาดจิ๋วที่ปูราบกลืนไปกับพื้นทางเดิน มีอยู่ด้วยกัน 2 จุด เชื่อกันว่าหากใครเจอหัวใจทั้ง 2 ดวงและก้มลงสัมผัสก็จะสมหวังในความรัก ผมพบหัวใจแค่ดวงเดียว มาทราบทีหลังว่าอีกดวงอยู่ตรงไหนก็ตอนเดินออกไปแล้ว  &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp78f24746yiv1533730838ydp7fbfc439&quot; style=&quot;text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ ผมได้เจอกับปีเตอร์อีกครั้งในอีก 2 เดือนต่อมา เขาป่วยหนักและจากโลกนี้ไปในอีก 1เดือนหลังจากนั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6645</URL_LINK>
                <HASHTAG>ญี่ปุ่น, ท่องเที่ยว, นางาซากิ, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, สวนโกลเวอร์, อ่าวนางาซากิ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
