<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2020 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2020 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดเศร้า วาฬเกือบ500ตัวเกยตื้นอ่าวแทสเมเนีย ตายแล้ว380ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ออสเตรเลียพบฝูงวาฬเกยตื้นในอ่าวแม็กควอรีของรัฐแทสเมเนียตั้งแต่วันจันทร์เพิ่มเป็นเกือบ 500 ตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ยืนยันเมื่อวันพุธว่ามีวาฬตายไปอย่างน้อย 380 ตัว ที่เกยตื้นยังเหลือรอดไม่กี่สิบตัว และช่วยกลับลงทะเลได้แล้ว 50 ตัว เผยเป็นเหตุการณ์วาฬเกยตื้นครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลียสมัยใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบินสำรวจของเฮลิคอปเตอร์ตรวจพบว่ามีฝูงวาฬนำร่องเกยตื้นสันดอนทรายในอ่าวแม็กควอรีเพิ่มเติมจากที่ตรวจพบเมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน โดยพบห่างออกไป 10 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่าวาฬที่พบใหม่นี้อาจโดนคลื่นซัดมาเกยตื้นและเชื่อว่าเป็นฝูงเดียวกับที่พบเมื่อวันจันทร์ เจ้าหน้าที่กำลังขยายการค้นหาในพื้นที่นั้นเพื่อดูว่ามีวาฬเกยตื้นเพิ่มอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่พบว่ามีวาฬเกยตื้นในอ่าวน้ำตื้น ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองโฮบาร์ต เมืองเอกของรัฐแทสเมเนีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 200 กิโลเมตร นักวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล, อาสาสมัครที่มีความเชี่ยวชาญและคนงานฟาร์มประมงในพื้นที่ ทำงานกันอย่างหนักเพื่อช่วยชีวิตพวกมัน โดยถึงวันพุธ สามารถช่วยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่เหล่านี้กลับลงน้ำลึกได้ราว 50 ตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงที่บางตัวจะกลับมาเกยตื้นอีก แบบเดียวกับที่วาฬหลายตัวที่เคยช่วยไว้เมื่อวันจันทร์ กลับมาเกยตื้นซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของนิก เดคา ผู้จัดการบริการอุทยานและสัตว์ป่าของรัฐแทสเมเนีย ว่า การตรวจนับที่แม่นยำมากขึ้นทำให้ยืนยันได้ว่ามีวาฬตายแล้ว 380 ตัว และยังมีอีกราว 30 ตัวที่ยังเกยตื้นอยู่ แต่ข่าวดีคือพวกเขาสามารถช่วยชีวิตวาฬได้ 50 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอกาสรอดชีวิตของวาฬที่เกยตื้นเหล่านี้เหลือไม่มากนัก เพราะเมื่อเวลาผ่านไป พวกวาฬก็ยิ่งอ่อนแรง เดคากล่าวว่า พวกเขาคาดหวังว่าจะช่วยชีวิตวาฬเพิ่มเติม แต่ตอนนี้งานที่ต้องให้ความสนใจมากขึ้นคือการกำจัดซากวาฬที่ตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระบวนการช่วยพาวาฬกลับลงน้ำลึกนั้นต้องใช้คนเฉลี่ย 4-5 คนต่อวาฬ 1 ตัว พวกเขาต้องลุยน้ำระดับเอวเพื่อพันสลิงไว้กับตัววาฬให้เรือพาออกจากอ่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เป็นการเกยตื้นของวาฬครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐแทสเมเนีย ซึ่งเป็นเกาะอยู่ทางใต้ของออสเตรเลีย และเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์วาฬเกยตื้นครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลียสมัยใหม่ ทั้งยังเป็นหนึ่งในเหตุการณ์วาฬเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดของโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2539 วาฬนำร่อง 320 ตัวเกยตื้นบนชายหาดของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ครั้งนั้นถูกระบุว่าเป็นการเกยตื้นฝูงใหญ่ที่สุดของประเทศ ส่วนในรัฐแทสเมเนียเคยมีวาฬเกยตื้นครั้งเดียวมากที่สุด 294 ตัวเมื่อปี 2478 โดยการเกยตื้นหมู่ครั้งใหญ่ล่าสุดของรัฐนี้เกิดเมื่อปี 2552 มีวาฬนำร่องเกยตื้นพร้อมกันประมาณ 200 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามรายงานของรอยเตอร์นั้น เมื่อปี 2560 เคยมีวาฬนำร่องเกยตื้นที่นิวซีแลนด์พร้อมกันประมาณ 600 ตัว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78386</URL_LINK>
                <HASHTAG>วาฬนำร่อง, วาฬเกยตื้น, ออสเตรเลีย, อ่าวแม็กควอรี, แทสเมเนีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200923/image_big_5f6b1df97d172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
