<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ชัยวุฒิ’ชงบุหรี่ไฟฟ้า ถูกกม.เจอ‘บิ๊กตู่’ค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม.ถกโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ รมว.ดีอีเอสเสนอทบทวนแบนบุหรี่ไฟฟ้า อ้างนักสูบนิยมมาก เมินแบบมวน เก็บภาษีต่ำกว่าเป้า เกษตรกรปลูกใบยาสูบกระทบหนัก ฟุ้งอนาคตตั้งโรงงานส่งออกได้ ยกต่างประเทศไม่ฝืนเปลี่ยนให้ถูก กม. นายกฯ เบรกหัวทิ่ม ยันหมอชี้อันตรายต่อสุขภาพ
เมื่อวันที่ 28 ก.ย. มีรายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า ระหว่างการพิจารณาโครงสร้างภาษีบุหรี่​ช่วงหนึ่ง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้แสดงความเห็นต่อที่ประชุมว่าควรพิจารณาให้บุหรี่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไอคอสถูกกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคบุหรี่มวนลดลง หันไปบริโภคบุหรี่รูปแบบใหม่ๆ ส่งผลให้จัดเก็บภาษีของรัฐน้อยลงตามไปด้วย และเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบในประเทศก็ได้รับผลกระทบจากราคาใบยาสูบตกต่ำ ทำให้รัฐต้องจ่ายชดเชยช่วยเหลือ&amp;nbsp;
นายชัยวุฒิกล่าวต่อว่า นอกจากนี้โครงสร้างภาษีของประเทศไทย ทำให้บุหรี่ไทยหลายยี่ห้อที่โรงงานยาสูบผลิตและจำหน่ายในประเทศราคาสูงกว่ายี่ห้อต่างประเทศที่นำเข้ามาค่อนข้างมาก ผู้บริโภคส่วนหนึ่งจึงหันไปสูบบุหรี่ต่างประเทศ ตรงนี้ทำให้โรงงานยาสูบขาดทุนและบุหรี่ไทยจะตาย
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า นายชัยวุฒิได้นำเสนอที่ประชุมด้วยว่า หากทำให้บุหรี่ไอคอสถูกกฎหมายจะช่วยลดการขาดทุนของโรงงานยาสูบ เป็นการช่วยเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ​ รัฐไม่ต้องจ่ายชดเชยอีกต่อไป และจะทำให้รัฐจัดเก็บรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันคนไทยนิยมบริโภคบุหรี่ประเภทนี้เป็นจำนวนมาก และในอนาคตอาจมีการตั้งโรงงานเพื่อส่งออก​ เป็นการเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรใบยาสูบด้วย
พร้อมกันนี้ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมยังได้ยกตัวอย่างหลายประเทศในยุโรป รวมถึงประเทศญี่ปุ่นที่ทำให้บุหรี่ไอคอสถูกกฎหมาย และยังได้หยิบยกงานวิจัยจำนวนมากที่ระบุว่า บุหรี่ไอคอสมีผลกระทบต่อสุขภาพน้อยกว่าบุหรี่มวน ดังนั้นการทำให้ถูกต้องเป็นการปรับตัวที่ให้ผลดีมากกว่าและไม่เป็นการฝืนธรรมชาติ
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า สาธารณสุขและแพทย์ยังยืนยันว่าบุหรี่ไฟฟ้ามีความอันตรายอยู่ ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ ไม่มีใครแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมานานาประเทศมีมาตรการควบคุมและการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะห้ามจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงประเทศไทย หลังจากมีการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในยุโรปเมื่อราว 13 ปีที่แล้ว บุหรี่ไฟฟ้าก็กลายเป็นที่นิยมไปทั่วโลก เนื่องจากคำกล่าวอ้างจากผู้ผลิตว่าปลอดภัยกว่าการสูบบุหรี่ปกติ แต่จากการศึกษาขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อปี 2016 พบว่ายังไม่มีหลักฐานมากพอที่จะสรุปได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้ผู้ใช้เลิกบุหรี่มวน ขณะที่องค์กรด้านสุขภาพและรัฐบาลหลายประเทศออกคำเตือนว่า บุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่มวนส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างกัน
วันเดียวกัน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 &amp;nbsp;ก.ย.64 เห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ต.ค.64 &amp;nbsp;เป็นต้นไป ส่วนจะเป็นอัตราใดนั้นขอให้รอประกาศไม่เกิน &amp;nbsp;1-2 วันนี้ ทั้งนี้ วันที่ 30 ก.ย. กรมสรรพสามิตจะลงพื้นที่ตรวจสต๊อกคงเหลือของบุหรี่เพื่อป้องกันมิให้มีการกักตุน หรือฉวยโอกาสในการใช้อัตราภาษีเดิม ซึ่งบุหรี่ในสต๊อกคงเหลือทั้งหมดจะต้องใช้อัตราภาษีใหม่
รายงานข่าวกระทรวงการคลังระบุว่า โครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่มีการปรับทั้งหมด ในส่วนการจัดเก็บตามปริมาณจาก 1.20 บาทต่อมวน เป็น 1.25 บาทต่อมวน ขณะที่การเก็บภาษีตามมูลค่ายังเป็น 2 อัตรา จากที่เก็บ 20% ของราคาขายปลีกซองละไม่เกิน 60 บาท และ &amp;nbsp;40% สำหรับราคาขายปลีกที่เกิน 60 บาท เป็น &amp;nbsp;25% ของราคาขายปลีกซองละไม่เกิน 72 บาท และ &amp;nbsp;42% สำหรับราคาขายปลีกที่เกิน 72 บาท
&amp;quot;ครม.เห็นชอบภาษีบุหรี่ใหม่ คาดว่าจะส่งผลให้ราคาขายปลีกบุหรี่ขยับขึ้นอีกซองละ 6-8 บาท โดยกรมสรรพสามิตจะชี้แจงรายละเอียดการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ทั้งหมดในวันที่ 30 ก.ย. เวลา 16.00 น. หลังอัตราภาษีใหม่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว&amp;quot; รายงานข่าวระบุ
นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า ถ้ามีการปรับขึ้นภาษี &amp;nbsp;ยสท.ต้องปรับราคาขายขึ้นตามเพื่อให้อยู่ได้ ส่วนจะปรับเท่าไหร่นั้นต้องรอติดตามกรมสรรพสามิต และต้องนำผลเข้าหารือกับคณะกรรมการด้านราคา ยสท.อีกครั้ง อย่างไรก็ตามห่วงเรื่องบุหรี่เถื่อนจะเพิ่มกระฉูด ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 20% แล้ว รวมทั้งการสูบยาเส้นที่มีผลต่อสุขภาพมากกว่า ก็ได้เพิ่มจาก 1 หมื่นล้านมวน เป็น 3.7 หมื่นล้านมวนต่อปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.ถกโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่, รมว.ดีอีเอสเสนอทบทวนแบนบุหรี่ไฟฟ้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อ้างนักสูบนิยมมาก เมินแบบมวน เก็บภาษีต่ำกว่าเป้า, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_61530708276f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
