<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มข้อหา‘นัน’ อ้างเป็นตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นัน กิ่งเพชร ซัด &amp;quot;พิพล&amp;quot; เพื่อนร่วมแก๊งเป็นตัวการกรรโชกทรัพย์ล่อซื้อลิขสิทธิ์ ตัวเองเป็นแค่ลูกทีมทำงานตามสั่ง ตำรวจเตรียมเพิ่มอีก 2 ข้อหา อ้างตัวเป็นตำรวจ และตัวแทนบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ด้านคดีที่โคราชมีผู้เสียหายกว่า 60 ราย ยังเอาผิดผู้ก่อเหตุไม่ได้ โผล่อีกแก๊งอ้างลิขสิทธิ์หนังต่างประเทศ รีดผู้ฉายหนังกลางแปลงทั่วประเทศ หัวหน้าแก๊งเป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่นเมืองกาญจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ ผบช.ภ.4 ได้สอบปากคำนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดมหาสารคาม ลงวันที่ 12 พ.ย.62 ในข้อกล่าวหา &amp;ldquo;กรรโชกทรัพย์&amp;rdquo; โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าได้คุยกับผู้เสียหายบ้าง ส่วนการเรียกรับเงิน การลงประจำวัน นายพิพล โตตันติกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีเดียวกัน เป็นผู้จัดการทั้งหมด เพราะนายพิพลเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ตนเองเป็นผู้ทำงานตามสั่ง ซึ่งเมื่อได้เงินมา นายพิพลจะแบ่งเงินให้ตน โดยตนไม่ได้เรียกร้องว่าจำนวนเท่าใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.เจริญวิทย์กล่าวว่า คดีนี้ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา น.ส.ชญานิศ นามไพร อายุ 22 ปี ชาวร้อยเอ็ด เข้าแจ้งความพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ว่าเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมได้ขายสินค้าทางเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;นิดหน่อย เด็กดี&amp;quot; โดยขายสินค้าประเภทชั้นวางของที่ทำจากไม้ ซึ่งรับมาจากคนอื่นแล้วนำมาขายต่อชิ้นละ 290 บาท ต่อมามีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;วนิสา ถินสุวรรณ์&amp;quot; ส่งข้อความมาว่าต้องการซื้อชั้นวางของที่มีลวดลายตัวการ์ตูนโดราเอมอน ผู้เสียหายจึงได้ไปซื้อกระดาษห่อของขวัญที่มีลายโดราเอมอนมาติดชั้นวางของตามที่ลูกค้าสั่ง โดยผู้สั่งซื้อได้ให้ทำลวดลายคิตตี้อีก 1 ชิ้น พร้อมโอนเงินมัดจำเข้าบัญชีของผู้เสียหาย จำนวน 100 บาท หลังจากนั้นลูกค้าได้นัดวันส่งสินค้าก่อนจะขู่กรรโชกเอาทรัพย์ โดยผู้ก่อเหตุคือนายภูมิภากร และนายพิพล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวว่า หลังผู้เสียหายแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจนทราบว่านายภูมิภากรไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ใช่พนักงานบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ส่วนนายพิพลเป็นพนักงานที่รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์จริง แต่พฤติกรรมที่ทำนั้นไม่ใช่การปฏิบัติที่ถูกต้อง เป็นการกรรโชกทรัพย์จากประชาชน จึงมีการรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับนายพิพลและนายภูมิภากร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้ไปตำรวจจะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม ในส่วนที่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธนั้น เป็นเรื่องปกติ ซึ่งในจุดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้วิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะมีพยานหลักฐานที่ชัดเจน สามารถเอาผิดกับผู้ต้องหานำตัวส่งฟ้องศาลได้ ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.4 กล่าวเพิ่มเติมว่า ตำรวจจะแจ้งข้อกล่าวหานายภูมิภากรเพิ่มเติมอีก 2 ข้อหา คือแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และแสดงตนเป็นพนักงานบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ ในขณะที่นายพิพล ผู้ต้องหาอีกคนที่ถูกออกหมายจับ แต่ยังจับกุมตัวไม่ได้ ตำรวจอยู่ระหว่างประสานกับทางบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ เพื่อขอคำตอบที่เป็นเอกสารยืนยัน ว่าเป็นพนักงานผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท หน้าที่ที่รับผิดชอบ กับการกระทำที่ทำกับผู้เสียหายนั้นถูกต้องหรือไม่ หากเป็นการกระทำเกินหน้าที่ก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ และข้อหาแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ บก.ภ.จว.นครราชสีมา พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพานิชย์ ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา เรียกประชุมความคืบหน้าคดีตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์ล่อซื้อจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มีผู้เสียหาย 61 ราย ค่าเสียหายรวมกว่า 1.4 ล้านบาท รวมถึงคดีเยาวชน 15 ปี ที่ถูกล่อซื้อกระทงละเมิดลิขสิทธิ์ ถูกเรียกค่าเสียหาย 5,000 บาท หลังแจ้งความร้องทุกข์กับชุดพนักงานสอบสวนที่ตั้งขึ้นมารับเรื่องนี้โดยเฉพาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุจินต์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถแจ้งข้อหากับนายภูมิภากร ถินสุวรรณ์ หรือ นัน กิ่งเพชร รวมทั้งกลุ่มตัวแทนบริษัทลิขสิทธิ์คนอื่นๆ ได้ ซึ่งคดีที่โคราชมีความแตกต่างจาก จ.มหาสารคาม ทั้งในแง่พฤติการณ์ของนายภูมิภากร ที่ถูก สภ.เมืองมหาสารคามออกหมายจับ และถูกจับกุมตัวแล้ว รวมถึงข้อกฎหมายลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนที่ไม่เหมือนกัน ต้องดูพฤติการณ์การจับกุมผู้เสียหายเป็นรายๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุจินต์กล่าวว่า ในส่วนคดีกระทงของเยาวชน 15 ปี ที่เอาผิดฐานกรรโชกทรัพย์ หลังศาลไม่อนุมัติหมายจับผู้กระทำผิด 3 คน คือนายประจักษ์ โพธิผล นายภูมิภากร และหญิงสาวอีกคน เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ คดีนี้พฤติกรรมของเยาวชน 15 ปี มีการโพสต์ขายกระทงลวดลายการ์ตูนอยู่ก่อนแล้ว ก่อนถูกนายประจักษ์พร้อมพวกล่อซื้อจับกุมจนเกิดคดีความ ตำรวจต้องรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมในทุกมิติ ทั้งหนังสือมอบอำนาจจากบริษัทใหญ่ ขั้นตอนวิธีการจับกุม และการยืนยันรูปลักษณ์สิ่งประดิษฐ์เข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนแมวการ์ฟิลด์และรีลัคคุมะจริงหรือไม่ หากมีบางประเด็นใด เข้าข่ายฐานความผิดใดๆ ก็พร้อมจะเสนอศาลขออนุมัติหมายจับอีกครั้ง แต่ได้สรุปสำนวนรายงานให้ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. รับทราบแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศักดิ์ศรี แซ่ลิ้ม เจ้าของกิจการฉายหนังกลางแปลง &amp;ldquo;ยิ้ม ยิ้ม ภาพยนตร์&amp;rdquo; พร้อมผู้เสียหายรายอื่น เข้าพบนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ทนายความ เจ้าของเพจ &amp;ldquo;ทนายคลายทุกข์&amp;rdquo; ที่สำนักงานย่านรัชดาภิเษก กทม. แจ้งว่า ตนและผู้ประกอบการฉายหนังกลางแปลงทั่วประเทศกว่า 300 คน ถูกนายเอก (นามสมมุติ) กับพวก ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มมีพฤติกรรมเป็นอันธพาล โดยจดทะเบียนบริษัทบังหน้า อ้างว่ากลุ่มของตัวเองเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ต่างประเทศ แต่มาหลอกลวงประชาชน โดยโพสต์ทางเฟซบุ๊กจัดประชุมตามจังหวัดต่างๆ เรียกหน่วยจัดฉายภาพยนตร์กลางแปลงจากทั่วประเทศมาร่วมประชุม และบังคับให้ร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่ม ข่มขืนใจให้จ่ายเงินค่าซื้อลิขสิทธิ์ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน ใครไม่จ่าย นายเอกกับพวกก็ข่มขู่จะทำอันตราย เช่น จะนำตำรวจมาจับกุมข้อหาฉายภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ทำให้เจ้าของธุรกิจหลายคนยอมจ่ายเงิน ส่วนบางคนที่ไม่ยอมจ่ายก็จะถูกดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วศาลยกฟ้อง เพราะกลุ่มของนายเอกไม่มีอำนาจฟ้องและไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของลิขสิทธิ์ พฤติการณ์ดังกล่าวจึงเป็นภัยสังคมและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศักดิ์ศรีกล่าวว่า คดีนี้เหตุเกิดทั่วราชอาณาจักร พวกตนเคยไปปรึกษากับตำรวจท้องที่ในต่างจังหวัด แต่ก็ต้องหวาดผวากับอิทธิพลของนายเอก เนื่องจากนายเอกเป็นอดีตนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.กาญจนบุรี อ้างว่ารู้จักกับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเดชาได้ตรวจเอกสารที่ผู้ร้องมอบให้ กล่าวว่า พฤติการณ์ของนายเอกกับพวกเข้าข่ายความผิดคือ 1.อั้งยี่ 2.ซ่องโจร 3.กรรโชกทรัพย์ 4.ฉ้อโกง พร้อมแนะนำให้ผู้ร้องรวมตัวกันไปแจ้งความพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51084</URL_LINK>
                <HASHTAG>excitethaipost, กรรโชกทรัพย์, คดีล่อซื้อลิขสิทธิ์, นัน กิ่งเพชร, อ้างเป็นตำรวจ, เพิ่มข้อหา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191125/image_big_5ddbd3fc81837.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
